Loading...
Back
Laser Vision LASIK Center
มองไม่ชัด เห็นภาพเบลอ มีสาเหตุจากอะไรได้บ้าง

หลายคนเมื่อเกิดอาการมองไม่ชัด หรือเห็นภาพเบลอ ก็ตีความไปเลยว่าเกิดจากการใช้สายตามากเกินไป แต่แท้จริงแล้วสาเหตุของอาการตามัว ตาพร่าเบลอ มองเห็นไม่ชัดยังมีที่มาได้จากหลาย ๆ สาเหตุ และบางสาเหตุอาจเป็นสัญญาณว่ากำลังเกิดอันตรายต่อร่างกายของคุณ

 

อาการตามัว เห็นภาพเบลอ คือ?

อาการตามัว คือ สภาวะที่ดวงตามีวิสัยทัศน์ในการดูสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ได้ไม่ชัดเจน มองเห็นภาพเบลอ ภาพทับซ้อนกัน และมองเห็นแบบเลือนราง ทำให้การประสิทธิภาพของการมองเห็นพร่ามัว สูญเสียความคมชัดในช่วงของการโฟกัสชั่วขณะ โดยอาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นกับตาข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้างก็ได้

 

สาเหตุของอาการตาพร่ามัว มองเห็นไม่ชัด

การเกิดตาพร่ามัว มองเห็นภาพเบลอ มองเห็นไม่ชัดสามารถเกิดได้กับทุกคน ทุกเพศทุกวัย โดยที่สาเหตุของการเกิดตาพร่ามัวนั้นมาจากหลากหลายสาเหตุ และสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 เหตุหลัก ๆ ดังนี้

  1. สาเหตุจากค่าสายตามีปัญหา
    • สายตาสั้น: เป็นภาวะที่มองเห็นวัตถุที่อยู่ในระยะไกลได้ไม่ชัด จากการที่ลูกตามีขนาดยาวกว่าปกติ หรือกระจกตามีความโค้งมากกว่าปกติ ทำให้จุดโฟกัสลงที่ด้านหน้าก่อนถึงจอประสาทตา ต้องเพ่งหรือจ้องวัตถุใกล้ ๆ เพื่อให้มองเห็นชัดเจนขึ้น
    • สายตายาว: เป็นภาวะที่มองเห็นวัตถุในระยะใกล้ไม่ชัดเจน แต่สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ไกลได้อย่างคมชัด เกิดจากกระจกตาแบนเกินไป หรือขนาดของดวงตาสั้นเกินไปเมื่อเทียบกับความยาวของลูกตา เพราะจุดโฟกัสลงที่ด้านหลังจอประสาทตา หรืออาจเกิดภาวะสายตายาวตามวัย ที่มาจากอายุที่มากขึ้น ทำให้เลนส์ในตาแข็งตัว กระจกตาและวุ้นในตาเสื่อม  ทัศนวิสัยจึงลดลง
    • สายตาเอียง: เป็นภาวะที่กระจกตามีความโค้งหรือมีรูปร่างที่ผิดปกติ ทำให้จุดโฟกัสไม่สามารถลงไปที่จอประสาทตาได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะทำให้มองสิ่งที่อยู่ไกลไม่ชัดเจน ร่วมกับการเกิดภาพซ้อน และมักเกิดร่วมกับภาวะสายตาสั้น
  2. สาเหตุจากโรคต่าง
    • โรคทางสายตา  เช่น
      • โรคจอประสาทตาลอก: ภาวะที่เกิดการแยกหรือลอกตัวของจอประสาทตาออกจากตำแหน่งเดิม ทำให้มองเห็นแสงวาบคล้ายฟ้าแลบหรือแสงแฟลชถ่ายรูป และหรือมีอาการมองเห็นจุดดำหรือเส้นสีดำๆ คล้ายเงาหยากไย่ลอยไปลอยมา ร่วมกับมีอาการตามัว ซึ่งโรคนี้สามารถพบได้ในทุกช่วงอายุ
      • โรคต้อกระจก: ภาวะที่เลนส์ในตามัวลง ทำให้แสงไม่สามารถผ่านเข้าไปในตาได้ตามปกติและทำให้ภาพที่เข้าสู่ตาไม่ชัดเจน เกิดเป็นภาพเบลอ พบมากในผู้สูงอายุ
      • โรคเยื่อบุตาอักเสบ: ภาวะที่เยื่อบุตาเกิดการอักเสบจากการติดเชื้อของไวรัส แบคทีเรีย หรือสารเคมีและธรรมชาติที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ ทำให้เมือกขาวในบริเวณเปลือกตาหลั่งออกมา ซึ่งทำให้เกิดตาแดง ตามัว ตาแฉะ ขี้ตาสีเหลือง และเยื่อบุในดวงตาอักเสบ
      • ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง: ภาวะที่ทำให้ไม่สามารถลืมตาได้เต็มที่ เนื่องจากมีแรงยกเปลือกตาไม่เพียงพอ จนหนังตาหย่อนบดบังตาดำ ส่งผลให้แสงตกกระทบบนกระจกตาได้น้อยลง เกิดภาพเบลอ ภาพซ้อน หรือตาพร่ามัว
    • โรคอื่น ๆ เช่น
      • ไซนัสอักเสบ: ผลข้างเคียงของไซนัสอักเสบอาจลามไปยังบริเวณดวงตา (Ethmoid sinus)ได้ เนื่องจากเยื่อบุในดวงตาเกิดอาการระคายเคืองหรือขั้นอักเสบ ซึ่งเป็นที่มาของอาการมองเห็นภาพเบลอ รวมถึง อาการปวดตา และตาแดงด้วยเช่นกัน และหากปล่อยไว้ไม่รักษาอาจอันตรายถึงขั้นตาบอดได้เลย
      • ไมเกรน: อาการที่พบได้บ่อย ๆ ในปัจจุบันเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย แต่มักเป็นในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โดยจากภาวะหลอดเลือดแดงในส่วนของสมองคลายตัวอย่างฉับพลัน ทำให้ผู้ป่วยปวดศีรษะรุนแรง และลามไปถึงส่วนของบริเวณดวงตา โดยผลข้างเคียงของอาการที่เห็นได้ชัดคือ ตามัว มองเห็นแสงเป็นทอดและเห็นภาพเป็นระยิบระยับ
      • โรคเบาหวาน: เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “เบาหวานขึ้นตา” ซึ่งเป็นหนึ่งอาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน โดยเบาหวานขึ้นตา หรือ Diabetic Retinopathy เกิดจากภาวะระดับน้ำตาลในเลือดมีความดันสูงจนมากกว่าระดับปกติ ส่งผลให้จอตาบวมและ macula ในเส้นขาดเลือด เกิดอาการตามัว มองไม่เห็นชั่วคราว แต่หากปล่อยไว้และไม่รีบทำการรักษาอาจทำให้ตาบอดได้
  3. สาเหตุจากพฤติกรรมการใช้งานดวงตา
    • อาการตาแห้ง: ภาวะของตาที่มีปริมาณน้ำตาที่ให้ความชุ่มชื้นกับตาและกระจกตาไม่เพียงพอ ทำให้เกิดอาการ แสบตา เคืองตา อาจมีภาวะตาแดง และน้ำตาไหล เป็นสาเหตุหนึ่งของการมองภาพไม่ชัด
    • ความเมื่อยล้าของดวงตา: แน่นอนว่าการใช้งานตาอย่างหนัก เช่น การจ้องหน้าจอมือถือ หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานก็เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดตาพร่ามัวเช่นเดียวกัน
    • ผลข้างเคียงของยาบางชนิด: ยาบางชนิดอาจทำให้เกิดอาการมองเห็นภาพเบลอ เป็นผลข้างเคียง ทางที่ดีควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับผลข้างเคียงของยาก่อนรับประทานทุกครั้ง

 

หากมองเห็นไม่ชัด เห็นภาพเบลอควรทำอย่างไร?

  • พักสายตาบ่อยๆ โดยหากคุณทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ควรพักสายตาเป็นระยะๆ ทุกๆ 20 นาที โดยมองไปยังวัตถุที่อยู่ไกลๆ

  • ไม่ควรขยี้ตาเพราะการขยี้ตาอาจทำให้ตาอักเสบ และทำให้อาการแย่ลง

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะการดื่มน้ำที่เพียงพอก็ช่วยให้ดวงตาชุ่มชื้นได้เช่นกัน

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามินเอ ซี และอี ช่วยบำรุงสายตา

  • หลีกเลี่ยงแสงจ้า เพราะแสงจ้าอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ตาเมื่อยล้าได้

  • หรือหากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดตามากๆ ตาแดง มีขี้ตามาก น้ำตาไหลตลอดเวลา หรือเห็นจุดดำ ๆ ขาว ๆ ในการมองเห็น ควรรีบไปพบจักษุแพทย์โดยทันที เพื่อวินิจฉัยอาการที่เป็นและรีบทำการรักษา เพราะคุณไม่รู้เลยว่าหากปล่อยไว้จะทำให้สูญเสียการมองเห็นไปตลอดกาลเลยหรือเปล่า

 

หากใครมีปัญหาเกี่ยวกับค่าสายตาที่ผิดปกติ และต้องการแก้ไขค่าสายตาให้ถูกต้อง เพื่อกลับมามีการมองเห็นที่สดใสและชัดเจนอีกครั้ง ต้องที่ Laser Vision International LASIK Center ศูนย์รักษาสายตานานาชาติ เลเซอร์วิชั่น ที่มีเทคโนโลยีด้านการผ่าตัดรักษาดวงตาด้วยเลเซอร์ และการรักษาอื่น ๆ ที่ทันสมัย รวมไปถึงมีทีมจักษุแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์โดยตรงในด้านการทำเลสิกมาอย่างยาวนาน ช่วยให้คุณมั่นใจได้ทั้งในเรื่องของประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการรักษา

ဆေးရုံတည်နေရာ

Laser Vision International LASIK Center

10/989 Soi Prasertmanukij 33 Nuanchan Buengkum District Bangkok 10230

calling
ဆက်သွယ်ရန် :