มุมสุขภาพตา

เรียงตาม

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก แม่นยำด้วย AI (อัปเดตปี 2026)

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก | ศูนย์เลสิก Laser Vision การตัดสินใจทำเลสิก เป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคน ไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัดขึ้น แต่รวมถึงความกังวลเรื่องความปลอดภัย ความเจ็บ และผลลัพธ์ในระยะยาว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า เลสิกไร้ใบมีด ถูกค้นหามากขึ้นอย่างชัดเจน และชื่อที่มักถูกพูดถึงควบคู่กันก็คือ SMILE Pro SMILE Pro 2.0 คืออะไร? คำตอบของการทำเลสิกปี 2026 ที่คนค้นหามากที่สุด ในปี 2026 เทคโนโลยีนี้ได้พัฒนาไปอีกขั้นในชื่อ SMILE Pro 2.0 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดความคลาดเคลื่อน และทำให้ผลลัพธ์การมองเห็นเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมที่ Laser Vision เลือกนำเทคโนโลยี SMILE Pro มาใช้ในการแก้ไขปัญหาสายตาสั้นให้กับคนไข้ในปัจจุบัน การตัดสินในทำเลสิกเป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคนไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัด เลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) คืออะไร? SMILE Pro เป็นการทำเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) โดยใช้เลเซอร์ทุกขั้นตอน ไม่ต้องเปิดฝากระจกตาเหมือนเลสิกแบบเดิม แพทย์จะใช้เลเซอร์สร้างชิ้นเนื้อเลนส์เล็ก ๆ ภายในกระจกตา แล้วนำออกผ่านแผลขนาดประมาณ 2 มิลลิเมตร ด้วยแผลที่เล็กมาก ทำให้โครงสร้างกระจกตาถูกรบกวนน้อยลง หลายคนจึงรู้สึกฟื้นตัวเร็ว สบายตา และมีโอกาสเกิดอาการตาแห้งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการทำเลสิกแบบเปิดฝากระจกตา ทำไม SMILE Pro ถึงเป็นเลสิกที่หลายคนเลือก เหตุผลสำคัญที่ทำให้ SMILE Pro ได้รับความนิยม คือความรู้สึกสบายใจตั้งแต่ก่อนทำ เพราะเป็นเลสิกที่ไม่ใช้ใบมีด และไม่ต้องเปิดฝากระจกตา รวมถึงตัวเครื่อง (VisuMax 800) ถูกออกแบบมาให้เปิดโล่ง เหมาะกับคนขี้กลัว หรือกลัวที่แคบ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ใช้เวลายิงเลเซอร์ เพียงแค่ 8 วินาทีต่อข้าง เหมาะกับคนที่กลัวการทำเลสิก แผลเล็ก ช่วยให้กระจกตาแข็งแรงในระยะยาว ลดโอกาสเกิดอาการตาแห้ง หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างเร็ว SMILE Pro 2.0 ช่วยเพิ่มความแม่นยำได้อย่างไร หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ SMILE Pro 2.0 คือการออกแบบระบบให้ทุกขั้นตอนเชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่อง ลดความคลาดเคลื่อน และเพิ่มความแม่นยำในการรักษาแบบเลสิกไร้ใบมีดอย่างเห็นได้ชัด 1. ข้อมูลส่งตรง ลดความผิดพลาดจากมนุษย์ (Seamless Data Transfer) ข้อมูลสายตาที่ได้จากการตรวจวัด จะถูกส่งเข้าสู่เครื่องเลเซอร์โดยตรงผ่านระบบของ ZEISS โดยไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำ ลดโอกาสเกิดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูล ทำให้แผนการรักษาตรงกับค่าสายตาจริงมากขึ้น ผลลัพธ์มีความสม่ำเสมอในทุกเคส 2. วางแผนการรักษาอย่างแม่นยำ ด้วยข้อมูลระดับโลก (Integrated Planning) ระบบจะนำข้อมูลสายตาของคนไข้มาวิเคราะห์ร่วมกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่จากทั่วโลก ช่วยวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) เพิ่มความแม่นยำในการแก้ไขสายตาเอียง โดยเฉพาะเคสที่ซับซ้อน ช่วยให้ผลลัพธ์หลังทำเลสิกมีความเสถียรและคมชัดมากขึ้น 3. ระบบช่วยเพิ่มความคมชัดระหว่างการรักษา (Precision Systems) SMILE Pro 2.0 มาพร้อมระบบอัจฉริยะที่ช่วยควบคุมความแม่นยำในระหว่างการยิงเลเซอร์ CentraLign® ช่วยจัดตำแหน่งการยิงเลเซอร์ให้ตรงกับจุดศูนย์กลางการมองเห็นจริง ไม่ใช่แค่ตำแหน่งรูม่านตา OcuLign® ช่วยชดเชยการหมุนของลูกตาแบบอัตโนมัติในระหว่างการรักษา ทำให้เลเซอร์ยิงได้ตรงตำแหน่งตลอดเวลา ขอบคุณภาพจากบริษัท Carl Zeiss Co., Ltd SMILE Pro 2.0 ต่างจากเทคโนโลยีเลสิกแผลเล็กแบบเดิมอย่างไร เทคโนโลยี ปีที่เปิดตัว เครื่องเลเซอร์ จุดเด่นสำคัญ ReLEx SMILE 2011 VisuMax 500 จุดเริ่มต้นเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก 2–3 มม. ไม่เปิดฝากระจกตา ใช้เวลา 23 วินาที/ข้าง SMILE Pro 2021 VisuMax 800 เลเซอร์ความเร็วสูง 2 MHz ใช้เวลาเพียง 8 วินาที / ข้าง พร้อมระบบจัดกึ่งกลางอัตโนมัติ SMILE Pro 2.0 2025 VisuMax 800 ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เชื่อมต่อข้อมูล Cloud + Big Data เพิ่มความแม่นยำสูงสุดด้วย CentraLign® และ OcuLign® SMILE Pro 2.0 คือก้าวสำคัญของเลสิกแผลเล็ก ที่ผสาน ความเร็ว ความแม่นยำ และ มีระบบอัจฉริยะ AI-driven planning เข้าด้วยกัน ทำไมหลายคนเลือกทำ SMILE Pro 2.0 ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital นอกจากเทคโนโลยีแล้ว ความเชี่ยวชาญของแพทย์และมาตรฐานของโรงพยาบาลก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital ทีมจักษุแพทย์มีประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประสบการณ์รักษาคนไข้ทางด้านสายตามากกว่า 28 ปี และโรงพยาบาลยังผ่านการรับรองมาตรฐาน AACI จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยและคุณภาพการรักษาในระดับสากล การผสานระหว่างประสบการณ์ทางการแพทย์และเทคโนโลยี SMILE Pro 2.0 ทำให้คนไข้มั่นใจได้ว่า การทำเลสิกไม่ได้จบแค่เห็นชัด แต่ต้องปลอดภัยและดูแลได้ในระยะยาว Q : SMILE Pro 2.0 เหมาะกับใคร?A : เหมาะกับผู้ที่มีสายตาสั้นหรือสายตาเอียง และต้องการเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก ฟื้นตัวไว Q : ทำ SMILE Pro 2.0 เจ็บไหม?A : ระหว่างทำจะมีการหยอดยาชา คนไข้ส่วนใหญ่รู้สึกเพียงแรงกดเล็กน้อย และใช้เวลาไม่นาน Q : หลังทำต้องพักฟื้นนานแค่ไหน?A : ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายใน 1–2 วัน รับชมวีดีโอ SMILE Pro 2.0 *หากวิดีโอไม่แสดงผล คลิก ที่นี่ ถ้าคุณกำลังมองหาเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็กในปี 2026 การตรวจประเมินสายตาอย่างละเอียดกับจักษุแพทย์ จะช่วยให้รู้ว่า SMILE Pro 2.0 เหมาะกับคุณหรือไม่ และช่วยให้คุณเลือกวิธีการทำเลสิกได้อย่างสบายใจที่สุด ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ 📞 Call Center : 02-511-2111 ADD LINE 🏥 โรงพยาบาลเปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น. บทความโดย รศ.นพ. อนันต์ วงศ์ทองศรี ประธานกรรมการบริหาร (CEO) และจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา (LASIK) ประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประวัติแพทย์ นัดหมายปรึกษา
อ่านเพิ่มเติม
ศูนย์เลสิก LASER VISION

หลังทำเลสิคสายตาสั้น เมื่อมีสายตายาวจะสามารถรักษาด้วยวิธีเลสิกได้อีกหรือไม่

หลังทำเลสิคสายตาสั้น เมื่อมีสายตายาวจะสามารถรักษาด้วยวิธีเลสิกได้อีกหรือไม่ หลังทำเลสิคสายตาสั้น เมื่อมีสายตายาวจะสามารถรักษาด้วยวิธีเลสิกได้อีกหรือไม่?      สายตายาวตามอายุเป็นสิ่งที่ต้องเกิดขึ้นกับทุกๆคน ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ แม้แต่ในผู้ที่ไม่เคยมีปัญหาเรื่องการมองเห็นมาก่อนเลยก็ตาม      สายตายาวตามอายุ เกิดขึ้นในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป สาเหตุเกิดจากเลนส์แก้วตาแข็งขึ้น ประกอบกับกล้ามเนื้อยึดเลนส์ตาเริ่มเสื่อมสภาพ ทำให้ไม่สามารถมองเห็นภาพในระยะใกล้ได้ชัดเจน      ในกลุ่มผู้ที่มีภาวะสายตาสั้น และได้รับการแก้ไขโดยวิธีการเลสิกไปแล้ว เมื่ออายุประมาณ 40 ปีมีสายตายาวอายุ ทำให้มองใกล้ไม่ชัด สามารถใช้แว่นสายตายาวช่วยในการอ่านหนังสือ หรือช่วยในการทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์ได้ แต่หากไม่อยากใส่แว่น สามารถแก้ไขได้ด้วยวิธีเลสิกสายตาได้เช่นกัน การรักษาสายตายาวด้วยวิธี NV LASIK ซึ่งทำให้สามารถมองเห็นในระยะไกลได้ชัดในตาข้างหนึ่ง และมองเห็นใกล้ได้ชัดในตาอีกข้างหนึ่ง เนื่องจากสายตายาวตามอายุเกิดจากความเสื่อมของเลนส์แก้วตา ดังนั้น การรักษาด้วยวิธีนี้จะอยู่ได้ 3- 5 ปีขึ้นอยู่กับสภาพสายตาของคนไข้แต่ละคน การรักษาสายตายาวตามอายุด้วยวิธีการเปลี่ยนเลนส์ (Refractive Lens Exchange-RLE) โดยจะนำเลนส์แก้วตาที่เสื่อมสภาพออก และใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้าไป **ผู้ที่มีภาวะสายตาสั้นมักเกิดความเข้าใจผิดว่าเมื่อมีภาวะสายตายาวตามอายุร่วมด้วยสายตาจะกลับมาเป็นปกติ ในความเป็นจริง สายตายาวตาอายุเกิดจากความเสื่อมของกล้ามเนื้อตา(เสื่อมตามภาวะร่างกายที่อายุมากขึ้น) ภาวะเสื่อมดังกล่าวอาจทำให้การมองในระยะใกล้ๆได้ดีขึ้น แต่ในระยะที่ใกล้นั้นก็ใกล้กว่าระยะของคนสายตาปกติทั่วๆไป **ผู้ที่มีภาวะสายตาสั้นและไม่ได้รับการแก้ไข เมื่ออายุ 40 ปีมีภาวะสายตายาวตามอายุร่วมด้วย จะทำให้มองไม่ชัดทั้งใกล้และไกล
ศูนย์รักษาต้อกระจก
ศูนย์เลสิก LASER VISION

แสงแดดเป็นอันตรายกับดวงตา

แสงแดดเป็นอันตรายกับดวงตา แสงแดดเป็นอันตรายกับดวงตา      อย่างที่ทราบกันดีว่าแสงแดดเป็นตัวการสำคัญ ที่ก่อให้เกิดความเสื่อมของร่างกายหลายอย่างก่อนวัยอันควร ไม่เว้นแม้แต่ดวงตาคู่สวยของคุณ      การที่สัมผัสกับแสงแดดเป็นเวลานานๆ โดยไม่ได้ป้องกัน อาจเพิ่มโอกาส และความเสี่ยงต่อการเกิดโรคของดวงตาได้มากมาย ดังนั้นการป้องกันแสงแดดที่เข้าสู่ตาของเราเป็นสิ่งที่จำเป็น และไม่ควรละเลย เนื่องจากในบางโรคก็ทำให้เกิดการสูญเสียสายตาถาวร หรือการรักษายังได้ผลไม่ดี ซึ่งโรคที่เกี่ยวข้อง เช่น โรคของเปลือกตาหรือผิวหนังบริเวณดวงตา ทำให้ผิวหนังสูญเสียการยืดหยุ่น และเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งที่ผิวหนังหรือบริเวณเปลือกตาได้ โรคของเยื่อบุตาและกระจกตา ทำให้เกิดความเสี่ยงของเยื่อบุตาเกิดโรคต้อลม ต้อเนื้อ และ เกิดเนื้องอกของเยื่อบุตาได้ โรคของเลนส์ตา ทำให้เกิดการขุ่นของเลนส์ เกิดเป็นต้อกระจก โรคของจอประสาทตา เช่น โรคจอรับภาพเสื่อม      วิธีป้องกันดวงตาที่ดีที่สุด คือ ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจ้ามากในช่วงเวลากลางวันได้แก่ ช่วง 10.00-16.00 น. นอกจากหลีกเลี่ยงแสงแดดจากท้องฟ้าแล้ว ยังต้องหลีกเลี่ยงแสงสะท้อนจากพื้นด้วย ซึ่งพื้นน้ำสามารถสะท้อนแสงได้ 20% และพื้นทรายสามารถสะท้อนแสงได้ประมาณ 15% ควรสวมใส่หมวก ซึ่งมีส่วนปีกออกไปอย่างน้อย 3-5 นิ้ว ซึ่งนอกจากจะป้องกันแสงเข้าดวงตาแล้วยังช่วยปกป้องผิวหนังบริเวณใบหน้า, รอบดวงตาคอ, หู การใส่หมวกสามารถลดปริมาณแสงยูวีได้ถึง 50% สวมแว่นตากันแดดที่มีประสิทธิภาพดี จะช่วยป้องกันแสงอัลตราไวโอเล็ต รวมถึงช่วยลดความเข้มของแสงลง ทำให้ลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคของดวงตา, ในเด็กก็จำเป็นต้องใช้แว่นกันแดดที่มีประสิทธิภาพเหมือนของผู้ใหญ่เช่นกัน การใส่แว่นกันแดดที่ไม่มีประสิทธิภาพ หรือมีเฉพาะสีเข้มแต่ไม่มีการป้องกันแสงยูวีนั้นจะยิ่งทำให้เกิดอันตรายต่อตา เนื่องจากเมื่ออยู่ในที่มืดรูม่านตาจะขยายออก ทำให้ปริมาณแสงยูวีที่เข้าตามีมากขึ้น   ไม่ควรมองแสงแดดโดยตรง เพราะพลังงานจากแสงแดดจะรวมกันตกลงที่ศูนย์กลางจอรับภาพทำให้เกิดความสูญเสียสายตาถาวรได้
ศูนย์เลสิก LASER VISION

สิ่งที่ควรเตรียม เพื่อสุขภาพตาก่อนออกเดินทาง

สิ่งที่ควรเตรียม เพื่อสุขภาพตาก่อนออกเดินทาง สิ่งที่ควรเตรียม เพื่อสุขภาพตาก่อนออกเดินทาง เตรียมดวงตา นอนหลับสนิทอย่างน้อย 7 ชม. ก่อนเดินทางไกล เตรียมแว่นสายตา ที่เหมาะสมกับสภาพสายตา (แม้แต่ผู้ที่ใสคอนแทคเลนส์ ก็ควรมีแว่นติดไว้) เตรียมแว่นกันแดด เดินทางไกล กันได้ทั้งแสงแดดและฝุ่นควัน เตรียมน้ำตาเทียม แสบตาเคืองตา อดหลับอดนอน จากการขับรถไกล หรือเพ่งจ้องเป็นเวลานาน น้ำตาเทียมช่วยให้ดวงตาชุ่มชื่นดีขึ้น เตรียมน้ำเกลือ normal saline (นอร์มอลซาไลน์) สามารถช่วยชะล้างดวงตาและคอนแทคเลนส์ได้ (ทั้งช่วยทำความสะอาดและล้างแผลทั่วไปได้อีกด้วย)     ข้อควรระวัง: สำหรับผู้ที่เกิดภาวะแสงกระจาย จนรบกวนการมองเห็นในสภาพแวดล้อมมืด อาจรู้สึกไม่ปลอดภัยเมื่อต้องขับรถในยามค่ำคืน ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงการขับรถในเวลากลางคืน
ศูนย์เลสิก LASER VISION

7 พฤติกรรมทำร้ายดวงตา

7 พฤติกรรมทำลายดวงตา 7 พฤติกรรมทำร้ายดวงตา การสูบบุหรี่ จากผลการวิจัยมากมายที่พูดถึงอันตรายของบุหรี่ รวมถึงการสูบบุหรี่ยังเป็นภัยคุกคามต่อดวงตาเช่นกัน เช่น โรคต้อกระจก โรคจอประสาทตาเสื่อม โรคม่านตาอักเสบ (uveitis) โรคเบาหวานขึ้นตา หรือแม้แต่โรคตาแห้งก็ตาม การรับประทานอาหารไม่มีประโยชน์ การรับประทานอาหาร Fast food จนเป็นปกติส่งผลให้ร่างกายได้รับวิตามินจากผักและผลไม้ไม่เพียงพอ ดวงตาต้องการวิตามินในการซ่อมแซม และช่วยในการปกป้องดูแล ไม่สวมแว่นกันแดด การออกแดด พบเจอแสง UV โดยตรง โดยไม่ได้รับการป้องกัน เป็นการทำร้ายดวงตา ทำให้เกิดได้ทั้งต้อลม ต้อเนื้อ การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ การพักผ่อนที่ดีที่สุดคือการหลับ การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอเร่งให้เกิดให้เกิดริ้วรอยรอบดวงตา ทำให้เกิดการหมองคล้ำใต้ตา ตาแห้ง และมองเห็นไม่ชัด การดื่มน้ำน้อยไป การดื่มน้ำอย่างน้อยวันละแปดแก้วน้ำ ดีต่อสุขภาพอย่างที่รู้กันอยู่ แต่ในทางกลับกันเมื่อการดื่มน้ำน้อยไปไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกายส่งผลโดยตรงต่อการผลิตน้ำตาที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ดวงตา ทำให้เกิดอาการตาแห้ง ตาแดงและเปลือกตาบวมช้ำ การขยี้ตา การขยี้ตาเป็นการทำลายเส้นเลือดเล็กๆภายใต้ผิวหนังบริเวณรอบดวงตา ทำให้เกิดการหมองคล้ำ ตีนกา และถุงใต้ตาก่อนวัยอันควร รอยคล้ำรอบดวงตา เป็นสัญญาณแรกที่เตือนให้รู้ได้ว่าเกิดภาวะผิดปกติกับดวงตาของคุณ ไม่เคยเข้ารับการตรวจสุขภาพตา การตรวจสุขภาพตาเพื่อให้รู้ก่อนถึงปัญหา ภาวะเสี่ยง โรคตาบางชนิดไม่แสดงอาการเจ็บปวด หรือสัญญาณเตือนใดๆ เช่นโรคต้อหินเฉียบพลัน
ศูนย์เลสิก LASER VISION

คอนแทคเลนส์ Big eyes

คอนแทคเลนส์ Big eyes Big eyes เป็นคอนแทคเลนส์ชนิดหนึ่ง      ซึ่งได้รับความนิยมมากจนกลา​ยเป็นแฟชั่น Big eyes กันไปแล้วคะ เพื่อป้องกันภัยร้ายที่อาจต​ามมาได้ อย่างเช่นการติดเชื้อรุนแรง​ที่กระจกตาจากการใส่เลนส์แฟ​ชั่น Big eyes ทำให้มีแผลเป็นที่กระจกตา ซึ่งอาจรุนแรงถึงตาบอดได้เล​ยนะคะ ดังนั้นถ้าอยากใส่เลนส์สี หรือเลนส์ Big eyes ควรเลือกเลนส์ที่ได้มาตรฐาน​ รู้แหล่งผลิต และมีวันหมดอายุที่ชัดเจน นะคะ   แนะนำวิธีปฏิบัติ เพื่อสุขภาพตาที่ดีสำหรับผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์คะ ล้างมือให้สะอาดและเช็ดให้แห้งทุกครั้งที่จับ Contact lens (ทั้งตอนใส่และถอด) ห้ามใส่นอน และไม่ควรใส่นานเกิน 8 – 12 ชั่วโมง ใช้เลนส์ตามกำหนดเวลา เช่น ราย 2 สัปดาห์ เมื่อครบกำหนดก็ควรทิ้ง ล้างเลนส์ด้วยน้ำยาที่ได้มารตฐาน (ห้ามใช้น้ำก๊อกเด็ดขาด) ทำความสะอาดตลับแช่เลนส์ และลวกน้ำร้อนสับดาห์ละครั้ง เพื่อฆ่าเชื้อโรคและเปลี่ยนตลับใหม่อย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรไว้เล็บยาว อาจโดนกระจกตาเป็นแผล หรือทำให้เลนส์เป็นรอยได้ ถ้ารู้สึกตาแห้ง ไม่สบายตา สามารถใช้น้ำตาเทียมได้ ไม่ใช้คอนแทคเลนส์ร่วมกับผู้อื่นโดยเด็ดขาด ถ้ามีอาหารผิดปกติ เช่น แสบตามาก ตาพร่า ตาแดง สู้แสงไม่ได้ มีขี้ตามาก ให้หยุดใส่คอนแทคเลนส์ และปรึกษาจักษุแพทย์ทันที      สำหรับผู้ที่ทำ LASIK แก้ไขสายตาจนเห็นชัดเจนแล้ว​ อยากใส่ Big eyes บ้างเพื่อความสวยงามก็ทำได้​ค่ะ โดยปรึกษาจักษุแพทย์ก่อน และต้องดูแล contact lens อย่างถูกต้อง เพื่อให้ดวงตาคู่สวยของเรามีสุขภาพดี มองโลกสดใสไปได้นานๆ ค่ะ
ศูนย์เลสิก LASER VISION

Dominant Eye คืออะไร รู้จักตาข้างถนัดที่มีผลต่อการมองเห็น

ตาเด่น (Dominant Eye) คือตาข้างที่ส่งข้อมูลภาพไปยังสมองได้ชัดเจนกว่าตาอีกข้าง แม้ว่าทั้งสองตาจะทำงานร่วมกันในการมองเห็นตามปกติ แต่ตาเด่นจะทำหน้าที่เป็นตานำหรือตาหลักในการประมวลผลภาพ การทดสอบตาเด่นสามารถทำได้ด้วยการทำมือประสานเป็นสามเหลี่ยม เล็งไปที่วัตถุเป้าหมาย หากวัตถุยังอยู่ในกรอบเมื่อปิดตาข้างใด แสดงว่าตาข้างที่เปิดอยู่เป็นตาเด่น การรู้ตาเด่นมีประโยชน์ต่อกิจกรรมเฉพาะทาง เช่น การเล่นกีฬาเบสบอลกับกอล์ฟที่ต้องจัดแนวการมอง การยิงปืนที่ต้องปรับเทคนิคเล็งโดยเฉพาะ รวมถึงการถ่ายภาพที่ช่วยในการจัดองค์ประกอบภาพผ่านช่องมองกล้องได้แม่นยำขึ้น การมองเห็นเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกคนต่างใช้กันในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นการอ่านหนังสือ การเล่นกีฬา หรือแม้แต่การขับรถ แต่สิ่งที่ใครหลายคนไม่รู้ก็คือ “ตาเด่น (Dominant Eye)” เป็นตาหลักที่มีบทบาทในการนำสายตาให้ชัดเจนขึ้น แม้ว่าจะใช้ตาทั้งสองข้างในการมองเห็นก็ตาม โดยบทความนี้จะพาไปทำความรู้จักกับตาหลัก ตารองคืออะไร วิธีตรวจสอบ และความสำคัญของ Dominant Eye ฉบับเข้าใจง่ายมาฝากกัน ตาเด่น (Dominant Eye) คืออะไร? ตาข้างที่ถนัดคือดวงตาที่ส่งข้อมูลภาพไปยังสมองส่วนการประมวลผลภาพได้ดีกว่า โดยเฉพาะในด้านการระบุตำแหน่งและรายละเอียดของวัตถุได้แม่นยำกว่าเมื่อเทียบกับตาอีกข้าง  โดยปกติแล้ว ดวงตาทั้งสองข้างจะทำงานร่วมกันอย่างสมดุลในกระบวนการมองเห็น แต่สมองจะเลือกให้ความสำคัญกับตาข้างหนึ่งมากกว่า ซึ่งเรียกว่า “ตาเด่น (Dominant Eye)” ตาเด่นจะทำหน้าที่เป็นตานำ ให้ภาพที่ชัดเจนและแม่นยำกว่าตาอีกข้าง ขณะที่ “ตารอง” จะมีบทบาทรองลงมาและให้ความแม่นยำน้อยกว่าในการประมวลผลภาพ ในบางครั้งตาเด่นถูกใช้เพื่ออธิบายตาข้างที่มองเห็นและทำงานได้ปกติ ในกรณีที่ตาอีกข้างหนึ่งมีปัญหาไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ เช่น ตาขี้เกียจ ตาเข     วิธีทดสอบตาเด่น (Dominant Eye Test) ด้วยตัวเอง หากสงสัยว่าการทดสอบหาตาเด่นทำอย่างไรนั้น สามารถทดสอบได้ด้วยตนเอง ดังนี้ สร้างกรอบสามเหลี่ยม ด้วยการใช้มือทั้งสองข้างประสานกันเป็นรูปสามเหลี่ยม และยื่นมือออกไปข้างหน้าเพื่อเล็งวัตถุเป้าหมาย ทดสอบการมองเห็น เริ่มจากเปิดตาทั้งสองข้างจะเห็นวัตถุอยู่ในกรอบสามเหลี่ยม ตามด้วยหลับตาทีละข้าง หากวัตถุเคลื่อนที่หรือบางส่วนอยู่ในกรอบสามเหลี่ยม แสดงว่าตาข้างที่เปิดอยู่เป็นตาด้อย หากวัตถุยังอยู่ในกรอบ แสดงว่าตาข้างในเป็นตาเด่น โดยสรุป หากปิดตาซ้ายแล้ววัตถุยังคงอยู่ในกรอบ แสดงว่า "ตาขวา" คือ ตาเด่น แต่หากปิดตาขวาแล้ววัตถุยังอยู่ในกรอบ แสดงว่า "ตาซ้าย" คือ ตาเด่น     ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับตาเด่น (Dominant Eye) หลายคนอาจเข้าใจว่าการมีตาเด่นเท่ากับต้องมีสายตาที่ดีกว่า แต่จริงๆ แล้วอาจไม่ได้เกี่ยวกับระดับสายตา แต่เป็นเรื่องของการประมวลผลของสมอง ตัวอย่างเช่น คนที่มีตาเหล่อาจใช้ตาข้างที่ไม่เหล่เป็นตาเด่นเพื่อชดเชยการมองเห็น หากไม่มีตาข้างใดเป็นตาเด่น เป็นไปได้หรือไม่ การไม่มีตาเด่นอย่างชัดเจนถือว่าเป็นภาวะที่พบได้น้อยและอาจถือว่าอยู่นอกเหนือจากภาวะปกติ อย่างไรก็ตามในบางกรณีอาจเป็นลักษณะของ “ตาเด่นแบบผสม (Mixed Ocular Dominance)” ซึ่งหมายถึงการที่ตาข้างหนึ่งมีความถนัดในบางกิจกรรม ขณะที่อีกข้างหนึ่งเด่นในสถานการณ์หรือภารกิจที่แตกต่างกัน ส่วนการทดสอบอาจพบว่าวัตถุที่เห็นไม่ตรงกับตาใดตาหนึ่งอย่างชัดเจนแต่ยืดหยุ่นและสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในบางกรณี หลักการคล้ายกับมือข้างที่ถนัด สรุปได้ว่าการที่แต่ละคนมีตาข้างถนัดไม่เหมือนกันเป็นเรื่องปกติ และไม่จำเป็นต้องชัดเจนเสมอไปในทุกคน     Dominant Eye ส่งผลต่อชีวิตประจำวันอย่างไร ตาเด่นหรือ Dominant Eye สามารถช่วยให้การเล่นกีฬาหรือกิจกรรมบางประเภทมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยแบ่งได้ดังนี้ ด้านกีฬา กีฬาบางประเภท การใช้ตาข้างที่เด่นเป็นสิ่งสำคัญ ตัวอย่างเช่น กอล์ฟและเบสบอล โดยในกีฬากอล์ฟ การหันศีรษะให้ตาข้างเด่นสามารถมองเห็นได้ชัดเจน ช่วยให้ผู้เล่นจัดแนวในการตีได้แม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นการพัตต์ การตีจากแฟร์เวย์ หรือการตีระยะไกล ส่วนในกีฬาเบสบอล ผู้เล่นจำเป็นต้องหันศีรษะให้ตาข้างเด่นจับทิศทาง การหมุน และความเร็วของลูกบอลที่พุ่งเข้ามาได้อย่างแม่นยำ เพื่อการตีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ด้านยิงปืน ตาข้างเด่นมีบทบาทสำคัญในการเล็งยิงและตีเป้าหมายที่เคลื่อนไหว หากคุณประสบปัญหาในการเล็งหรือยิงเป้าหมายที่เคลื่อนที่ได้ อาจเกิดจากการใช้ตาข้างที่ไม่ถนัด การทดสอบหาตาเด่นจึงสามารถช่วยให้คุณเข้าใจว่าควรใช้ตาข้างใดในการเล็ง และปรับเทคนิคการยิงให้แม่นยำยิ่งขึ้น ส่วนภาวะข้างไขว้ (Cross Dominance) คือภาวะที่ตาเด่นอยู่คนละด้านกับมือที่ถนัด เช่น ถนัดมือขวาแต่มีตาเด่นข้างซ้าย ซึ่งอาจส่งผลให้การเล็งเป้าหมายหรือยิงปืนทำได้ยากขึ้น การรู้ว่าตาข้างใดเป็นตาเด่นจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะจะช่วยให้สามารถปรับท่าทางการเล็งให้เหมาะสม และเพิ่มความแม่นยำในการยิงได้มากขึ้น ด้านถ่ายภาพ การรู้ว่าตาข้างใดเป็นตาเด่นสามารถช่วยในการจัดองค์ประกอบภาพเมื่อมองผ่านช่องมองภาพของกล้อง การใช้ตาเด่นจะทำให้การจัดแนวและองค์ประกอบภาพมีความแม่นยำมากขึ้น ในขณะที่การใช้ตาข้างที่ไม่ถนัดอาจทำให้บางรายละเอียดของภาพผิดตำแหน่งหรือไม่คมชัดเท่าที่ควร การรับรู้ภาพและความลึก ตาเด่นมักเป็นตัวนำในการรวมภาพเข้ากับตารองเพื่อสร้างภาพสามมิติ สมองจะเลือกภาพจากตาเด่นเป็ฯหลักแล้วนำข้อมูลจากตารองมาเสริม ทำให้การรับรู้ภาพมีความสมบูรณ์ขึ้น ความสัมพันธ์กับอาการสายตาผิดปกติ ตาเด่น (Dominant Eye) ไม่ใช่สาเหตุของสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียงโดยตรง แต่บางครั้งตาเด่นอาจเป็นข้างที่มีความชัดเจนกว่า ทำให้สังเกตได้เวลามีความผิดปกติ เช่น มองภาพเบลอ หรือปวดตาได้     ทำ Dominant Eye Test กับศูนย์เลสิก LASER VISION ที่ Bangkok Eye Hospital ดีอย่างไร หากสนใจทำแบบทดสอบ Dominant Eye สามารถเข้ามาปรึกษาและตรวจดวงตาได้ที่ศูนย์เลสิก LASER VISION ที่ Bangkok Eye Hospital (โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ) ที่โดดเด่นด้านการรักษาดวงตา สายตาผิดปกติด้วยจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการ โดยมีจุดเด่นดังนี้ จักษุแพทย์ชำนาญการและมากประสบการณ์ พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับอาการผิดปกติ และแนะนำแนวทางการรักษาที่ชัดเจน หลากหลาย  มีเทคโนโลยีสำหรับการรักษาดวงตาสมัยใหม่ และเครื่องมือได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อการรักษาดวงตาอย่างปลอดภัย พร้อมให้การรักษา ตั้งแต่การวินิจฉัย การรักษา ไปจนถึงการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ ใส่ใจในการบริการ พร้อมบรรยากาศของโรงพยาบาลที่เป็นมิตร กันเอง สรุป ตาเด่น (Dominant Eye) คือตาที่สมองใช้ประมวลผลภาพหลัก ช่วยให้ระบุตำแหน่งวัตถุได้แม่นยำกว่าตาอีกข้าง ทดสอบได้โดยการใช้มือสร้างกรอบสามเหลี่ยมแล้วสังเกตวัตถุเมื่อหลับตาทีละข้าง บางคนอาจมีตาเด่นผสมที่ทำงานเด่นในสถานการณ์ต่างกัน การรู้ตาเด่นช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกิจกรรมเช่น ยิงปืนหรือถ่ายภาพ แม้ไม่เกี่ยวกับระดับสายตา แต่ช่วยสังเกตความผิดปกติได้ดีขึ้น โดยทาง Bangkok Eye Hospital เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางเกี่ยวกับดวงตา พร้อมให้คำปรึกษา ดูแล แก้ปัญหาเกี่ยวกับสายตาผิดปกติ รวมถึงเช็ก Dominant Eye Test ด้วยเทคโนโลยีเครื่องมือที่ทันสมัยจากจักษุแพทย์ผู้ชำนาญการ ช่วยให้ปัญหาสายตาให้กลับมามองเห็นชัดเจนอีกครั้ง อ่านบทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง  รู้เท่าทันโรคตาขี้เกียจ! วิธีสังเกตอาการ พร้อมหาสาเหตุและวิธีรักษา อาการตาเหล่ ตาเข สาเหตุของตาขี้เกียจ ควรรีบเข้ารับรักษาทันที! เข้าใจตาขี้เกียจในเด็ก ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยงและวิธีป้องกันตั้งแต่แรกเริ่ม FAQ – คำถามที่พบบ่อย หากมีปัญหาที่ตาเด่น ควรทำอย่างไร ควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อประเมินอาการและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสม เช่น การใส่แว่น การทำกายภาพตา หรือการรักษาทางเลือก ตาหลักสามารถเปลี่ยนได้ไหม ในบางกรณี เช่น การบาดเจ็บหรือความผิดปกติของตา ตารองอาจกลายเป็น Dominant Eye ได้ แต่โดยทั่วไปแล้ว Dominant Eye จะคงที่ตลอดชีวิต คนถนัดขวาจะมีตาขวาเป็น Dominant Eye เสมอไหม? ไม่เสมอไป แม้ว่าจะมีความสัมพันธ์กันอยู่บ้าง แต่การที่เป็นคนถนัดขวา ไม่ได้หมายความว่าจะมีตาเด่นข้างขวาเสมอไป

ที่อยู่

Laser Vision International LASIK Center

10/989 ซ.ประเสริฐมนูกิจ 33 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10230

ช่องทางติดต่อ

Line
calling
ติดต่อเรา :