ใหม่ล่าสุด

รักษาต้อกระจกแบบไร้ไบมีด

Femtosecond Laser-assisted Cataract Surgery (FLACS)

ด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำพร้อมเลนส์พรีเมี่ยมพร้อมให้คุณกลับมามีสายตาที่คมชัดอีกครั้ง

 

Empowering Sight

Inspiring Tomorrow

"Optimize eye health with advanced tech."

มุมสุขภาพตา

เรียงตาม
โรคตาแห้ง
โรคตาแห้ง มารู้จักกับโรคตาแห้ง      น้ำตา มีความสำคัญในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา ช่วยให้เรามองเห็นภาพชัดเจนโดยทำให้แสงผ่านกระจกตาได้ดี และนำออกซิเจนมาเลี้ยงกระจกตา รวมทั้งช่วยป้องกันการติดเชื้อและสิ่งแปลกปลอม      ตาแห้ง พบได้บ่อย เกิดจากความผิดปกติของน้ำตา อาจมีปริมาณน้ำตาไม่เพียงพอหรือมีการระเหยของน้ำตาที่มากเกินไป ก่อให้เกิดการบาดเจ็บที่ผิวกระจกตาและเกิดอาการไม่สบายตา อาการที่บอกว่า ตาเราเริ่มแห้ง อาจมีตั้งแต่แสบตา ระคายเคืองตา เหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในตา ตาแดง เจ็บ พร่ามัวลงแต่ดีขึ้นเมื่อกระพริบตา หรือรู้สึกฝืดๆ หนักๆตา ลืมตาลำบาก ล้าหรือมีอาการน้ำตาไหลมากก็เป็นได้      สาเหตุของการเกิดตาแห้งนั้นมีหลากหลาย ได้แก่ อายุที่เพิ่มมากขึ้น เพศหญิงพบได้บ่อยกว่าเพศชาย อีกทั้งยาบางชนิด เช่น ยารักษาภูมิแพ้ การเพ่งหรือใช้สายตาติดต่อกันนานๆ เช่นใช้คอมพิวเตอร์ การอยู่ในที่ๆมีฝุ่นละอองและควัน ลมแรงและแสงจ้า ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ หรือหลังทำเลสิกระยะแรก หรือจากโรคบางชนิด เช่น เบาหวาน ผิวตาเสื่อมจากสารเคมีหรือการแพ้ยาแบบรุนแรง   วิธีการรักษาตาแห้งมีหลากหลาย ดังนี้ หลีกเลี่ยงภาวะที่ทำให้เกิดอาการ เช่น เลี่ยงการโดนลมแรง ฝุ่นควัน แสงจ้า ด้วยการใส่แว่นกันแดด กันลม หลีกเลี่ยงการใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานานๆ พักสายตาหรือกระพริบตาบ่อยๆ หรือหลับตาพักเป็นระยะๆ อย่างน้อย 1 นาที ทุก ½-1 ชั่วโมง หากต้องใช้สายตาติดต่อกันนานๆ ใช้น้ำตาเทียม ซึ่งมีหลายชนิด มีทั้งชนิดน้ำ (ใช้กลางวัน) และชนิดขี้ผึ้งหรือเจล (ใช้กลางคืน) น้ำตาเทียมจะแยกเป็นชนิดที่มีสารกันเสีย (รูปแบบขวด) ไม่ควรหยอดเกิน 4-5 ครั้งต่อวัน หรือชนิดที่ไม่มีสารกันเสีย (แบบกระเปาะ) ซึ่งสามารถใช้ได้บ่อยๆ โดยการเลือกน้ำตาเทียมขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ เนื่องจากแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน การใช้ยาหยอดบางชนิดเพื่อช่วยเพิ่มปริมาณน้ำตา เช่น การใช้ยารักษาภาวะเปลือกตาอักเสบที่พบเป็นสาเหตุของน้ำตาระเหยเร็ว ร่วมกับการให้ประคบอุ่นทำความสะอาดขอบตา การอุดท่อระบายน้ำตาที่บริเวณหัวตา ทำให้น้ำตาอยู่ในดวงตาเพิ่มขึ้น มีทั้งแบบชั่วคราวและถาวร ใช้ในรายที่มีอาการตาแห้งรุนแรงหรือเรื้อรัง        โดยสรุป ตาแห้งเป็นโรคซึ่งไม่เป็นอันตรายไม่ถึงกับทำให้ตาบอด แต่จะน่ารำคาญ รบกวนการดำรงชีวิตประจำวันของผู้ป่วย แต่ก็มีวิธีหลากหลายวิธีที่ช่วยให้อาการดีขึ้น และสามารถดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุขขึ้น ช่วงนี้ลมหนาวใกล้มา อากาศมักจะแห้งมากขึ้น อย่าลืมดูแลรักษาสุขภาพตาให้ชุ่มชื้นด้วยนะคะ ถ้าสงสัยว่าตาเราแห้งหรือไม่ สามารถมาพบจักษุแพทย์เพื่อวินิจฉัยและให้การรักษาต่อไป
อ่านเพิ่มเติม
ศูนย์รักษาจอประสาทตา
จอประสาทตาเสื่อมและเทคโนโลยีการรักษาในปัจจุบัน
จอประสาทตาเสื่อมและเทคโนโลยีการรักษาในปัจจุบัน จอประสาทตาเสื่อม (Age-related Macular Degeneration หรือ AMD) เป็นโรคที่เกิดจากความเสื่อมของเซลล์บริเวณจุดศูนย์กลางของจอประสาทตา (Macula) ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการมองเห็น ทำให้สูญเสียการมองเห็นส่วนกลางไปทีละน้อย อาจเริ่มจากมองเห็นภาพตรงกลางไม่ชัด ภาพบิดเบี้ยว สีผิดเพี้ยน จนกระทั่งมองไม่เห็นภาพตรงกลางในที่สุด โดยทั่วไป จอประสาทตาเสื่อม มักพบในผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป และความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามอายุที่มากขึ้น นอกจากนี้ ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ที่อาจทำให้เกิดโรคนี้ได้ เช่น การสูบบุหรี่ โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน และพันธุกรรม   จอประสาทตาเสื่อม แบ่งออกเป็น 2 ชนิด ได้แก่   จอประสาทตาเสื่อมแบบแห้ง (Dry AMD): เป็นชนิดที่พบได้บ่อยที่สุด (ประมาณ 80-90%) เกิดจากการสะสมของของเสียที่จอประสาทตา ทำให้เซลล์รับแสงเสื่อมสภาพลงเรื่อย ๆ ทำให้การมองเห็นลดลงอย่างช้า ๆ จอประสาทตาเสื่อมแบบเปียก (Wet AMD): เป็นชนิดที่พบได้น้อยกว่า (ประมาณ 10-20%) แต่มีความรุนแรงมากกว่า เกิดจากการสร้างเส้นเลือดใหม่ที่ผิดปกติใต้จอประสาทตา เส้นเลือดเหล่านี้อาจรั่วหรือแตก ทำให้เกิดการบวมและเป็นแผลเป็นที่จอประสาทตา ส่งผลให้สูญเสียการมองเห็นอย่างรวดเร็วจอประสาทตาเสื่อม เป็นสาเหตุอันดับที่สามของการสูญเสียการมองเห็นในผู้สูงอายุ แม้ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด แต่มีทางเลือกในการรักษาและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่สามารถชะลอความเสื่อมและรักษาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยได้ อาการของ จอประสาทตาเสื่อม มีอะไรบ้าง? อาการของ จอประสาทตาเสื่อม ขึ้นอยู่กับระยะของโรคจอประสาทตาเสื่อม แบบแห้งจะแบ่งตามกลุ่มอาการเป็น 3 ระยะ: ระยะแรก ระยะกลาง และระยะสุดท้าย โดยที่อาการมักจะแย่ลงตามเวลาและระยะของโรค จอประสาทตาเสื่อม แบบแห้งระยะแรกมักจะไม่มีอาการใด ๆ ใน จอประสาทตาเสื่อม แบบแห้งระยะกลาง บางคนยังไม่มีอาการ บางคนอาจสังเกตเห็นอาการเล็กน้อย เช่น ภาพเบลอเล็กน้อยในบริเวณศูนย์กลางภาพหรือปัญหาในการมองเห็นในแสงน้อย ใน AMD ระยะสุดท้าย (ทั้งแบบเปียกและแห้ง) หลายคนสังเกตเห็นว่าเส้นตรงเริ่มดูเป็นคลื่นหรือโค้งงอ คุณอาจ สังเกตเห็นบริเวณภาพเบลอใกล้ศูนย์กลางภาพ เมื่อเวลาผ่านไป บริเวณภาพเบลอนี้อาจขยายใหญ่ขึ้น สีอาจดูไม่สดใส เหมือนเดิม และคุณอาจมีปัญหาในการมองเห็นในแสงน้อยมากขึ้น การที่เส้นตรงดูเป็นคลื่นเป็นสัญญาณเตือนสำหรับ AMD ระยะสุดท้าย หากคุณสังเกตเห็นอาการนี้ ให้พบจักษุแพทย์ ทันที เราจะมีวิธีการลดความเสี่ยงต่อ โรคจอประสาทตาเสื่อมตามอายุ ได้อย่างไร? มีหลายงานวิจัยที่บ่งบอกว่าถ้าเราทำตามพฤติกรรมต่างๆเหล่านี้ อาจชะลอการเป็นจอประสาทตาเสื่อม (หรือชะลอการสูญเสียการมองเห็นจากจอประสาทตาเสื่อม) ได้         เลิกสูบบุหรี่ หรือไม่เริ่มสูบบุหรี่         ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ         รักษาระดับความดันโลหิตและคอเลสเตอรอลให้ปกติ         กินอาหารเพื่อสุขภาพ รวมถึงผักใบเขียวและปลา จักษุแพทย์จะตรวจหา AMD อย่างไร? ส่วนมากจะมีใช้การตรวจตา โดยการจะมีการตรวจขยายม่านตา ตรวจจอประสาทตา และการสแกนจอประสาทตาด้วยเครื่อง Optical Coherence Tomography (OCT)   วิธีการรักษาจอประสาทตาเสื่อม 1. การรักษาด้วยยาและอาหารเสริม วิตามินและแร่ธาตุ: การรับประทานวิตามินซี, อี, เบต้าแคโรทีน, สังกะสี และทองแดง อาจช่วยชะลอการลุกลามของจอประสาทตาเสื่อมแบบแห้งในบางราย ยาฉีด: ยาต้าน VEGF (Vascular Endothelial Growth Factor) เป็นการรักษาหลักสำหรับจอประสาทตาเสื่อมแบบเปียก ยานี้ช่วยยับยั้งการสร้างเส้นเลือดใหม่ที่ผิดปกติ     2. การรักษาด้วยเลเซอร์ Photodynamic therapy (PDT): ใช้เลเซอร์ร่วมกับยาฉีดเพื่อทำลายเส้นเลือดใหม่ที่ผิดปกติ Laser photocoagulation: ใช้เลเซอร์เพื่อทำลายเส้นเลือดใหม่ที่ผิดปกติโดยตรง 3. การผ่าตัด การผ่าตัดเอาเลือดออก: ในกรณีที่เลือดออกในดวงตา อาจต้องผ่าตัดเพื่อเอาเลือดออก การผ่าตัดปลูกถ่ายจอประสาทตา: เป็นเทคโนโลยีใหม่ที่ยังอยู่ในขั้นทดลอง   ข้อดีข้อเสียของแต่ละวิธี วิธีการรักษา ข้อดี ข้อเสีย วิตามินและแร่ธาตุ ราคาถูก, ปลอดภัย ไม่ได้ผลกับทุกคน, อาจมีผลข้างเคียงเล็กน้อย ยาฉีด ได้ผลดีในการรักษาจอประสาทตาเสื่อมแบบเปียก ต้องฉีดเข้าดวงตาเป็นประจำ, อาจมีผลข้างเคียง การรักษาด้วยเลเซอร์ ได้ผลดีในการทำลายเส้นเลือดใหม่ อาจทำลายเนื้อเยื่อปกติโดยรอบ, ไม่ได้ผลกับทุกคน การผ่าตัด อาจช่วยรักษาภาวะแทรกซ้อนบางอย่าง มีความเสี่ยงจากการผ่าตัด, ไม่ได้ผลกับทุกคน   เทคโนโลยีใหม่ในการรักษาจอประสาทตาเสื่อม ยาฉีดชนิดใหม่: ยาฉีดที่ออกฤทธิ์นานขึ้น ช่วยลดความถี่ในการฉีด Gene therapy: เป็นการรักษาโดยการใส่ยีนที่ปกติเข้าไปในเซลล์จอประสาทตาเพื่อซ่อมแซมความเสียหาย Stem cell therapy: เป็นการรักษาโดยการใช้สเต็มเซลล์เพื่อสร้างเซลล์จอประสาทตาใหม่   สรุป   การรักษาจอประสาทตาเสื่อมมีหลายวิธี แต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน การเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับประเภทและความรุนแรงของโรค รวมถึงสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วย ควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสมที่สุด
ศูนย์เลสิก LASER VISION
Experience the Best in Vision Correction with NanoLASIK & NanoRelex at Bangkok Eye Hospital! 💯
Experience the Best in Vision Correction with NanoLASIK & NanoRelex at Bangkok Eye Hospital! 💯 👓🤞 Say goodbye to your glasses with our advanced LASIK technology. Our procedures are designed to gently treat the refractive errors, maximizing precision and minimizing recovery time, so you can enjoy clearer vision faster. At Bangkok Eye Hospital, previously known as Laser Vision, we offer: 🔵 NanoRelex®️: The latest in small incision technique, known for its precision and minimal recovery time. Ideal for those interested in cutting-edge methods without the need for corneal flaps. 🔵 NanoLASIK: Perfect for those seeking quick vision recovery or dealing with complex prescriptions. This technology ensures a faster, clearer, and more precise correction than traditional LASIK methods. These advanced techniques use the best technology available today, ensuring the most realistic and effective vision correction results. In addition to these state-of-the-art technologies, we offer: 🌐 Over 25 years of LASIK expertise. 👁️‍🗨️ Experience with over 90,000 surgeries, including challenging cases. 🩺 A team of 10 corneal and refractive surgery specialists, led by seasoned corneal specialists with over 20 years of experience. 💸 Special Offer: This month, enjoy up to 30,000 THB off the original treatment price of 138,000 THB, depending on your prescription. Don’t miss this opportunity to save on the best vision correction available. Choose Wisely, See Confidently! For appointments and more information: 🏥 Bangkok Eye Hospital 💬 Messenger: 📱 Telegram (Khmer Consultant): 📍 Address: Bangkok Eye Hospital, 10/989, 33 Prasertmanukit Road, Nuanchan Subdistrict, Bueng Kum District, Bangkok 10240 Map   #BangkokEyeHospital #SmartEyeHospital #LaserVision #NanoLASIK #NanoRelex
ศูนย์รักษาตาเด็ก
3 สัญญาณเตือนว่าลูกน้อยอาจมีปัญหาสายตา
3 สัญญาณเตือนว่าลูกน้อยอาจมีปัญหาสายตา   หรี่ตาหรือเอียงคอมอง: ถ้าลูกชอบหรี่ตาหรือเอียงคอเวลาจะมองอะไรไกลๆ เช่น ดูทีวีหรือมองกระดาน อาจเป็นสัญญาณว่ามองไม่ค่อยชัด ชอบเอาของมาดูใกล้ๆ: ถ้าลูกชอบเอาหนังสือหรือของเล่นมาจ่อใกล้หน้า หรือต้องเข้าไปดูทีวีใกล้กว่าปกติ ก็อาจเป็นสัญญาณว่าลูกกำลังมีปัญหาสายตา ขยี้ตาบ่อยๆ: ถึงแม้บางทีเด็กๆ จะขยี้ตาเพราะง่วงหรือเมื่อยล้า แต่ถ้าขยี้ตาบ่อยเกินไป ก็อาจเป็นสัญญาณเตือนว่าลูกกำลังมีปัญหาสายตาได้เหมือนกัน   สัญญาณอื่นๆ ที่พ่อแม่ควรสังเกต   สมาธิสั้นเวลาต้องใช้สายตา: เช่น ดูทีวี อ่านหนังสือ หรือวาดรูป อ่านหนังสือแล้วชอบหลงบรรทัด: หรืออ่านข้ามๆ ไปบ้าง ไม่อยากทำกิจกรรมที่ต้องใช้สายตา: เช่น ต่อจิ๊กซอว์ ระบายสี หรือเล่นตัวต่อ   ถ้าคุณพ่อคุณแม่สังเกตเห็นพฤติกรรมเหล่านี้ในตัวลูก อย่ารอช้า รีบพาลูกไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจเช็กสายตานะคะ การตรวจพบและรักษาปัญหาสายตาตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ลูกน้อยมีพัฒนาการทางสายตาที่ดี และเติบโตอย่างมีคุณภาพชีวิตที่ดีค่ะ ติดต่อ ศูนย์รักษาสายตาเด็ก - โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ โทร 02-023-9929, 02-511-2111
ศูนย์เลสิก LASER VISION
ภาวะสายตาสั้นตอนกลางคืน สายตาพร่ามัวเมื่ออยู่ในที่มืดหรือตอนกลางคืน
เคยเป็นกันหรือไม่ที่รู้สึกว่าสายตาของเราสั้นแค่เฉพาะตอนกลางคืนหรือตอนอยู่ในที่มืด ๆ อยากจะบอกว่าอาการเหล่านี้มีอยู่จริง ซึ่งเป็นอาการของภาวะสายตาสั้นตอนกลางคืน (Night Myopia) อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงอะไร มีความอันตรายหรือไม่ Laser Vision จะช่วยอธิบายเคลียร์ชัดให้คุณเอง   ภาวะสายตาสั้นตอนกลางคืน (Night Myopia) คืออะไร? ภาวะสายตาสั้นตอนกลางคืน คืออาการที่ดวงตามองเห็นวัตถุในระยะกลางและระยะไกลได้ไม่ชัดเจนในช่วงเวลากลางคืนหรือในสภาวะที่มีแสงสว่างน้อย อาจมองเห็นแสงไฟในระยะไกลเป็นแสงฟุ้ง ทำให้ต้องฝืนเพ่งตามองเป็นพิเศษ เพื่อให้ภาพมองเห็นชัดขึ้น จนทำให้ตาอ่อนล้าได้ง่ายเร็วขึ้น ซึ่งภาวะสายตาสั้นตอนกลางคืนจะกระทบกับบุคคลที่ชื่นชอบการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในเวลากลางคืน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่รถยนต์ หรือการทำงานในช่วงเวลากลางคืน หลายคนอาจจะคิดว่าภาวะสายตาสั้นตอนกลางคืนอาจมีอาการร้ายแรงหรือต้องรับการรักษาด้วยวิธีพิเศษ แตกต่างจากการรักษาอาการสายตาสั้นทั่วไป แต่แท้จริงแล้ว เชื่อไหมว่าอาการสายตาสั้นตอนกลางคืน สายตาพร่าเมื่ออยู่ในที่มืด เป็นเพียงสัญญาณบ่งบอกถึงภาวะสายตาสั้นตามปกติทั่วไป ซึ่งท่านสามารถรักษาได้ง่าย ๆ ด้วยการสวมใส่แว่นสายตาหรือการผ่าตัดทำเลสิกที่เหมาะสมเท่านั้น   ภาวะสายตาสั้นตอนกลางคืน เกิดขึ้นได้อย่างไร?   ●       การขยายของรูม่านตา ในภาวะที่แสงสว่างมีน้อย รูม่านตาของคนเราจะทำการขยายมากขึ้นเป็นอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มปริมาณของแสงเข้าสู่ดวงตาให้เห็นภาพชัดขึ้น แต่การขยายของรูม่านตาเช่นนี้กลับมีข้อเสียเช่นเดียวกัน โดยมันจะส่งผลกับสิ่งที่เรียกว่า Spherical aberration หรือก็คือการมองเห็นภาพเบลอมากยิ่งขึ้นเมื่อรูม่านตาของเราขยาย จึงไม่แปลกที่ใครหลายคนอาจจะเห็นภาพเบลอในช่วงเวลากลางคืน ●       Spherical aberration ภาพเบลอที่เกิดจากรูม่านตาขยาย มีสาเหตุมาจากการที่ผลของแสงเดินทางผ่านความโค้งของกระจกตาในขณะที่รูม่านตาเปิดกว้างขยายขึ้น ทำให้แสงมีการหักเหห่างจากจอรับภาพมากกว่าปกติ ยิ่งหากมากเท่าไร สมองของคนเราก็จะได้รับภาพเบลอมากขึ้นตามไปด้วย ●       เซลล์รับภาพมีความไวต่อแสงที่มีความยาวคลื่นแตกต่างกัน ขณะที่เซลล์แสงรับภาพในคนเราจะมีความต่อแสงที่ 555 นาโนเมตร และเมื่อไม่มีแสงเซลล์รับภาพจะมีความไวต่อแสงที่ 510 นาโนเมตร ซึ่งปริมาณของแสงที่แตกต่างกันนี้ สามารถทำให้ภาพที่เกิดขึ้นในสมองคนเราเบลอขึ้นได้ ●       Chromatic aberration โดยปกติแล้วเมื่อแสงเดินทางผ่านกระจกตา แสงจะแยกออกเรียงตามลำดับความยาวของคลื่นโดยเรียงการตกโฟกัสก่อนไปหลัง และจากคลื่นสั้นไปคลื่นยาว แต่ในตอนกลางคืน เซลล์รับภาพจะเปลี่ยนจากการรับคลื่นแสงสีเหลืองในตอนกลางวัน มาเป็นการรับคลื่นแสงสีน้ำเงินที่มีความถี่สูงขึ้นในตอนกลางคืนแทน ทำให้คนเราสามารถเกิดสายตาสั้นได้ประมาณ -0.50D เพราะแสงสีน้ำเงินจะตกก่อนจอรับภาพ   ภาวะสายตาสั้นตอนกลางคืน ไม่เป็นอะไรแล้วจริงหรือ? คนที่มีภาวะสายตาสั้นตอนกลางคืน หรือแม้แต่คนสายตาสั้นมาก บางรายอาจมีการเสื่อมของ Rod ที่ทำงานตอนกลางคืนร่วมด้วย ส่งผลให้เกิดการขาดสารอาหารอย่างรุนแรง โดยเฉพาะวิตามิน A ซึ่งเป็นวิตามินที่ช่วยในการมองเห็น อาการรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นโรคตาบอดกลางคืนได้ แม้ว่าจะมีอาการไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ก็อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้เหมือนกัน เช่น อาจทำให้การขับรถในช่วงเวลากลางคืนลำบากและเสี่ยงอันตรายมากกว่าเดิม รวมถึงการขึ้นลงบันไดในพื้นที่มืด เป็นต้น   คืนความคมชัดยาม่ํคาคืน ด้วยการรักษาที่ทันสมัยจาก Laser Vision ทุกปัญหาด้านสายตาสามารถรักษาให้ดีขึ้นด้วย เพียงคุณปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการเข้ารับการรักษาที่ถูกต้อง เหมาะสมกับอาการของแต่ละบุคคล โดย Laser Vision International LASIK Center เป็นศูนย์รักษาสายตาอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 25 ปี พร้อมด้วยทีมแพทย์เฉพาะด้านและเครื่องมืออันทันสมัยได้มาตรฐานสากล สามารถดำเนินการรักษาภาวะสายตาสั้นตอนกลางคืน และอาการตาบอดกลางคืนได้ หรือในเคสที่รุนแรงมีสาเหตุจากต้อกระจกตา ทางเราก็มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถผ่าตัดได้อย่างปลอดภัย ปรึกษาเพิ่มเติม โทร 02-511-2111
ศูนย์เลสิก LASER VISION
จริงหรือไม่? ที่สภาพอากาศมีผลต่อสุขภาพของดวงตา
ประเทศไทยขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีสภาพอากาศ 3 ฤดู ได้แก่ ฤดูร้อน ฤดูหนาว และฤดูฝน ซึ่งทั้งสามฤดูกาลล้วนแล้วแต่สามารถส่งผลต่อสุขภาพของดวงตาเราได้ ไม่แพ้ปัจจัยทางมลพิษอื่น ๆ จำพวกฝุ่นละอองหรือควันเลยทีเดียว เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลมักมาพร้อมกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ยิ่งในช่วงฤดูร้อนจัด และฤดูหนาวจัด นั้นจะส่งผลต่อดวงตาของเราเป็นอย่างมาก   ฤดูร้อนมีผลต่อสุขภาพดวงตาของเราอย่างไร? ฤดูร้อน เป็นฤดูที่มีอุณหภูมิสูงและมีแสงแดดร้อนแรงกว่าฤดูอื่น ที่สำคัญยังมีช่วงระยะเวลาที่ยาวนานหลายเดือนอีกด้วย ทุกคนควรหมั่นดูแลรักษาสุขภาพดวงตาของตนเองให้ดี เนื่องจากดวงตาเป็นอวัยวะที่มีความเปราะบางสูง มีเพียงแค่เปลือกตาเท่านั้นที่คอยปกป้องจากแสงแดดและคลื่นอุณหภูมิความร้อน หากปล่อยให้ดวงตาสัมผัสกับอากาศแห้งและแสงแดดก็จะให้ดวงตาแห้งได้ง่าย หากดวงตาแห้งมาก ๆ ก็จะส่งผลกระทบอื่น ๆ ตามมา เช่น อาการตาบวม หรืออาการคันบริเวณดวงตาจากโรคภูมิแพ้ ภาวะตาแห้งจากการออกแดดมากเกินไป รวมถึงดวงตาแห้งยังมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคได้ง่ายอีกด้วย   วิธีการดูแลและป้องกันดวงตาในฤดูร้อนที่ถูกต้อง คือการสวมใส่แว่นตากันแดดหรือแว่นสายตาที่มีเลนส์ช่วยย้อมสีก็ได้ ควรดื่มน้ำวันละอย่างน้อย 8 ถึง 10 แก้ว และควรดื่มน้ำอย่างน้อย 1 ถึง 2 แก้ว หากมีเหตุต้องออกไปเผชิญกับแสงแดด เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา รวมถึงการทาครีมกันแดดสำหรับใบหน้าบริเวณรอบดวงตา และการหยอดน้ำตาเทียมก็สามารถช่วยลดอาการดวงตาแห้งได้เช่นกัน   ฤดูหนาวมีผลต่อสุขภาพดวงตาอย่างไร? หลายคนอาจจะคิดว่ามีแค่ฤดูร้อนเท่านั้นที่ทำให้เกิดอาการดวงตาแห้ง แต่ความจริงแล้วฤดูหนาวก็สามารถทำให้เกิดภาวะตาแห้งได้เหมือนกัน เนื่องจากอากาศในช่วงฤดูหนาวจะมีสภาพอากาศที่แห้งและมีความเย็น (แม้ว่าจะไม่มีคลื่นความร้อนเหมือนฤดูร้อน) แต่เมื่ออากาศแห้งและเย็นมาสัมผัสกับดวงตาจะทำให้น้ำหล่อเลี้ยงกระจกตานั้นระเหยมามากกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดอาการตาแห้งตามมาในภายหลัง หากใครที่มีอาการรุนแรงอาจมีอาการตาแดง แสบตา หรือมีอาการอักเสบ ทำให้เกิดอาการระคายเคืองตาอย่างรุนแรงได้   วิธีการดูแลและป้องกันดวงตาในฤดูร้อนที่ถูกต้อง คือการดื่มน้ำให้เพียงพอ วันละอย่างน้อย 8 ถึง 10 แก้ว เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา และสร้างน้ำหล่อเลี้ยงตาให้เพียงพอ กรณีที่เคืองตาให้กะพริบตาหรือหลับตาสัก 5 วินาที จะทำให้น้ำหล่อเลี้ยงตากลับฉาบลูกตาอีกครั้ง ถ้าไม่ดีขึ้นให้หยอดน้ำตาเทียม (แบบไม่มีสารกันเสีย) ช่วยลดอาการตาแห้ง หรือถ้าให้ดีที่สุดพยายามหลีกเลี่ยงการอยู่ในบริเวณที่มีลมพัดแรงหรือบริเวณที่มีอากาศแห้งจัดเย็นจัดจะช่วยได้มาก   ฤดูฝนมีผลต่อสุขภาพดวงตาอย่างไร? ฤดูฝนแตกต่างกับฤดูร้อนและฤดูหนาวเสียหน่อย ตรงที่ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพดวงตาที่พบบ่อยจะไม่ใช่อาการตาแห้ง แต่จะเป็นอาการเกี่ยวกับโรคตาแดง ภูมิแพ้อากาศขึ้นตา เยื่อบุอักเสบ และการติดเชื้อบริเวณดวงตา เนื่องจากในช่วงฤดูฝนสภาพอากาศจะมีความอับชื้นและเย็น ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่ต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรค ยิ่งหากน้ำฝนไปชะล้างฝุ่นละอองในอากาศและกระเด็นเข้าสู่ดวงตาก็จะทำให้เกิดการติดเชื้อและอักเสบได้อย่างรวดเร็ว   วิธีการดูแลและป้องกันดวงตาในฤดูฝนที่ดีที่สุด คือพยายามหลีกเลี่ยงอย่าให้ดวงตาสัมผัสกับหน้าฝนเด็ดขาด เพราะน้ำฝนเต็มไปด้วยเชื้อโรคและแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของอาการต่าง ๆ หากดวงตาสัมผัสกับน้ำฝน ให้ลืมตาในน้ำสะอาดเพื่อล้างทำความสะอาด ล้างมือให้สะอาดและหลีกเลี่ยงการเอามือไปสัมผัสดวงตา หากใครที่มีอาการอักเสบ ตาบวม ตาแดง หรืออาการอื่น ๆ ให้รีบพบจักษุแพทย์โดยทันที   ทุกปัญหาด้านสุขภาพตา รักษาได้ที่ Laser Vision Laser Vision International LASIK Center ศูนย์เลสิกเปิดให้บริการดูแลรักษาโรคเกี่ยวกับดวงตาทุกชนิดแบบครบวงจร ด้วยประสบการณ์มานานกว่า 25 ปี ทางศูนย์รักษาสายเลเซอร์วิชั่นมีจักษุแพทย์เฉพาะด้านมากประสบการณ์ เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยได้มาตรฐานสากล ดีที่สุดเป็นอันดับ 1 ของภูมิภาคเอเชีย ไม่ว่าคุณจะมีปัญหาด้านสุขภาพตาอะไร จักษุแพทย์ของเราก็พร้อมให้คำปรึกษา วินิจฉัย และแนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสมในแต่ละบุคคลได้ เชื่อมั่น เชื่อใจ โรคเกี่ยวกับดวงตารักษาให้หายได้ ที่ศูนย์รักษาสายตาเลเซอร์วิชั่น สนใจสอบถามเพิ่มเติม โทร 02-511-2111
ศูนย์เลสิก LASER VISION
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำ LASIK ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้
การทำ LASIK นับเป็นหนึ่งทางเลือกฟื้นฟูสายตาให้กลับมามีความคมชัด มองเห็นชัดเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องเสียเวลาใส่คอนแทคเลนส์ให้วุ่นวาย แต่เชื่อว่าหลายคนคงยังมีความกังวลใจอยู่ไม่น้อยเกี่ยวกับการทำ LASIK เนื่องจากความกลัวและความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำเลสิกที่เคยได้รับรู้กันมา บทความนี้ Laser Vision จึงจะมาช่วยอธิบายเคลียร์ชัดในทุกประเด็น เพื่อเป็นความรู้ให้กับใครที่กำลังพิจารณา กล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะทำเลสิกกันอยู่   ●       ทุกคนสามารถทำ LASIK เพื่อรักษาภาวะสายตาผิดปกติได้ หลายคนอาจจะคิดว่า ใคร ๆ ก็สามารถทำ LASIK เพื่อแก้ไขความผิดปกติของค่าสายตาได้ทั้งนั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถจะทำ LASIK ได้ เนื่องจากการทำ LASIK จะต้องมีอายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไป และมีค่าสายตาที่คงที่มาตลอด 1 ปี ไม่เปลี่ยนแปลงเกิน 100 จึงจะสามารถทำ LASIK ได้ มิเช่นนั้นอาจเกิดปัญหาสายตาคลาดเคลื่อนในอนาคตได้ง่าย อีกทั้งผู้ป่วยในกลุ่มโรคบางโรคก็ไม่สามารถทำเลสิกได้เช่นกัน อาทิ ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคมะเร็ง ผู้ป่วยจิตเวชหรือมีปัญหาทางจิตใจ ผู้ป่วยโรค SLE โรคข้ออักเสบมารูตอยด์ และอื่น ๆ อีกมากมาย ดังนั้นก่อนการทำเลสิกทุกครั้ง ผู้เข้ารับการรักษาจึงต้องตรวจวัดค่าสายตาที่แน่นอน รวมถึงเข้าพบจักษุแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยก่อนเสมอ ●       การทำ LASIK ใช้ใบมีดจริง ๆ ในการแยกชั้นกระจกตา การทำ LASIK แบบดั้งเดิมจะใช้ใบมีด Microkeratome ซึ่งเป็นใบมีดขนาดเล็กที่ออกแบบมาให้มีความโค้งเข้ากับลูกตาของคนเรา แต่ในปัจจุบัน วิธีการทำ LASIK ได้มีการพัฒนาขึ้นมามากมายหลายวิธี โดยวิธีการทำ LASIK ใหม่ ๆ จะเป็นแบบการทำเลสิกแบบไร้ใบมีด จะใช้เลเซอร์พลังงานสูงช่วยในการแยกชั้นสายตาแทนการใช้ใบมีดแบบเก่า มีความแม่นยำสูง รวดเร็วและก่อให้เกิดอาการระคายเคืองกับดวงตาน้อยลง เหมาะสำหรับผู้ที่กลัวการรักษาด้วยใบมีด ●       การทำ LASIK สามารถรักษาอาการตาบอดสีได้ เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินกันมาบ้างว่า ผู้ที่มีอาการตาบอดสีสามารถเข้ารับการทำ LASIK ได้ จนทำให้ใครหลายคนอาจมีความเชื่อผิด ๆ ว่าการทำเลสิกสามารถใช้รักษาอาการตาบอดสีได้เหมือนกัน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ผิด เพราะการทำเลสิกเป็นเพียงการรักษาค่าสายตาที่ผิดปกติ อย่างภาวะสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียงเท่านั้น ไม่สามารถรักษาอาการตาบอดสีได้ เพราะเป็นคนละส่วนกัน ●       ทุกค่าสายตาสั้น สามารถทำ LASIK ได้หมด อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น ไม่ใช่ทุกคนสามารถทำ LASIK ได้ และไม่ใช่ทุกค่าสายตาผิดปกติจะสามารถรักษาด้วยการทำเลสิกได้เหมือนกัน โดยปัจจุบัน การ LASIK มีหลายวิธี แต่ละวิธีต่างมีความเหมาะสมในการใช้รักษาระดับค่าสายตาได้ไม่เท่ากัน ดังนี้ การทำ LASIK ดั้งเดิม (ใช้ใบมีด Microkeratome) สามารถใช้รักษาค่าสายตาผิดปกติ ได้ทั้งกรณีสายตาสั้นไม่เกิน -1000 สายตายาวไม่เกิน -500 และสายตาเอียงไม่เกิน -600 การทำ PRK รักษาค่าสายตาผิดปกติ ได้ทั้งกรณีสายตาสั้นไม่เกิน -600 สายตายาวไม่เกิน -500 และสายตาเอียงไม่เกิน -600 การทำ FemtoLASIK รักษาค่าสายตาผิดปกติ ได้ทั้งกรณีสายตาสั้นไม่เกิน -1000 สายตายาวไม่เกิน -500 และสายตาเอียงไม่เกิน -600 และการทำ NanoRelex รักษาได้เฉพาะผู้ที่มีสายตาสั้นตั้งแต่ -50 ถึง -1000 และสายตาเอียงไม่เกิน -600 ทั้งนี้นี่เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยเพิ่มเติม ●       เมื่อทำ LASIK แล้วสายตาจะดีตลอดไปเลย สิ่งหนึ่งที่ใครหลายคนมักเข้าใจผิดกันอยู่เสมอ คือการทำ LASIK เป็นการแก้ไขความผิดปกติของสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียงแบบถาวร ซึ่งข้อบอกว่าเป็นความเชื่อที่ผิด เนื่องจากเมื่อรักษาด้วยการทำ LASIK แล้วค่าสายตาของเราจะกลับไปเหมือนสายตาของคนทั่วไป คือจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาไปตามช่วงอายุของชีวิต เหมือนอวัยวะอื่น ๆ ของร่างกายที่เสื่อมไปตามกาลเวลาเช่นกัน สามารถเกิดภาวะสายตาสั้น ภาวะสายตายาว ภาวะสายตาเอียง เกิดขึ้นได้ในอนาคตเหมือนเดิม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้สายตา และการดูแลรักษาบำรุงสายตาด้วย   ฟื้นฟูการมองเห็นให้คมชัด ปลอดภัยได้อย่างไร้กังวล ด้วยการรักษาที่ทันสมัยจาก Laser Vision การทำเลสิกเพื่อฟื้นฟูสายตาให้กลับมามองเห็นชัดแจ๋วและมีความปลอดภัย จำเป็นต้องมีจักษุแพทย์คอยให้คำแนะนำและดูแลอย่างใกล้ชิด โดย Laser Vision International LASIK Center เป็นศูนย์รักษาสายตาอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 25 ปี มีทีมแพทย์เฉพาะด้านและเครื่องมืออันทันสมัยได้มาตรฐานสากล สามารถให้การช่วยเหลือในการรักษาภาวะสายตาผิดปกติได้หมด ทั้งสายตาสั้น สายตาเอียง สายตายาว และสายตายาวตามอายุ รวมถึงปัญหาเกี่ยวกับดวงตาทุกประเภท ทางเราก็มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถช่วยดูแลรักษาได้อย่างปลอดภัย รับรองว่าคุณหมอจะช่วยอธิบายถึงแผนการทำเลสิกหรือแนวทางการรักษาที่เหมาะสมในแต่ละบุคคล พร้อมเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคุณนั่นเอง ปรึกษาเพิ่มเติม โทร 02-511-2111
  • ...