มุมสุขภาพตา

เรียงตาม

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก แม่นยำด้วย AI (อัปเดตปี 2026)

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก | ศูนย์เลสิก Laser Vision การตัดสินใจทำเลสิก เป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคน ไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัดขึ้น แต่รวมถึงความกังวลเรื่องความปลอดภัย ความเจ็บ และผลลัพธ์ในระยะยาว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า เลสิกไร้ใบมีด ถูกค้นหามากขึ้นอย่างชัดเจน และชื่อที่มักถูกพูดถึงควบคู่กันก็คือ SMILE Pro SMILE Pro 2.0 คืออะไร? คำตอบของการทำเลสิกปี 2026 ที่คนค้นหามากที่สุด ในปี 2026 เทคโนโลยีนี้ได้พัฒนาไปอีกขั้นในชื่อ SMILE Pro 2.0 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดความคลาดเคลื่อน และทำให้ผลลัพธ์การมองเห็นเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมที่ Laser Vision เลือกนำเทคโนโลยี SMILE Pro มาใช้ในการแก้ไขปัญหาสายตาสั้นให้กับคนไข้ในปัจจุบัน การตัดสินในทำเลสิกเป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคนไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัด เลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) คืออะไร? SMILE Pro เป็นการทำเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) โดยใช้เลเซอร์ทุกขั้นตอน ไม่ต้องเปิดฝากระจกตาเหมือนเลสิกแบบเดิม แพทย์จะใช้เลเซอร์สร้างชิ้นเนื้อเลนส์เล็ก ๆ ภายในกระจกตา แล้วนำออกผ่านแผลขนาดประมาณ 2 มิลลิเมตร ด้วยแผลที่เล็กมาก ทำให้โครงสร้างกระจกตาถูกรบกวนน้อยลง หลายคนจึงรู้สึกฟื้นตัวเร็ว สบายตา และมีโอกาสเกิดอาการตาแห้งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการทำเลสิกแบบเปิดฝากระจกตา ทำไม SMILE Pro ถึงเป็นเลสิกที่หลายคนเลือก เหตุผลสำคัญที่ทำให้ SMILE Pro ได้รับความนิยม คือความรู้สึกสบายใจตั้งแต่ก่อนทำ เพราะเป็นเลสิกที่ไม่ใช้ใบมีด และไม่ต้องเปิดฝากระจกตา รวมถึงตัวเครื่อง (VisuMax 800) ถูกออกแบบมาให้เปิดโล่ง เหมาะกับคนขี้กลัว หรือกลัวที่แคบ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ใช้เวลายิงเลเซอร์ เพียงแค่ 8 วินาทีต่อข้าง เหมาะกับคนที่กลัวการทำเลสิก แผลเล็ก ช่วยให้กระจกตาแข็งแรงในระยะยาว ลดโอกาสเกิดอาการตาแห้ง หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างเร็ว SMILE Pro 2.0 ช่วยเพิ่มความแม่นยำได้อย่างไร หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ SMILE Pro 2.0 คือการออกแบบระบบให้ทุกขั้นตอนเชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่อง ลดความคลาดเคลื่อน และเพิ่มความแม่นยำในการรักษาแบบเลสิกไร้ใบมีดอย่างเห็นได้ชัด 1. ข้อมูลส่งตรง ลดความผิดพลาดจากมนุษย์ (Seamless Data Transfer) ข้อมูลสายตาที่ได้จากการตรวจวัด จะถูกส่งเข้าสู่เครื่องเลเซอร์โดยตรงผ่านระบบของ ZEISS โดยไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำ ลดโอกาสเกิดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูล ทำให้แผนการรักษาตรงกับค่าสายตาจริงมากขึ้น ผลลัพธ์มีความสม่ำเสมอในทุกเคส 2. วางแผนการรักษาอย่างแม่นยำ ด้วยข้อมูลระดับโลก (Integrated Planning) ระบบจะนำข้อมูลสายตาของคนไข้มาวิเคราะห์ร่วมกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่จากทั่วโลก ช่วยวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) เพิ่มความแม่นยำในการแก้ไขสายตาเอียง โดยเฉพาะเคสที่ซับซ้อน ช่วยให้ผลลัพธ์หลังทำเลสิกมีความเสถียรและคมชัดมากขึ้น 3. ระบบช่วยเพิ่มความคมชัดระหว่างการรักษา (Precision Systems) SMILE Pro 2.0 มาพร้อมระบบอัจฉริยะที่ช่วยควบคุมความแม่นยำในระหว่างการยิงเลเซอร์ CentraLign® ช่วยจัดตำแหน่งการยิงเลเซอร์ให้ตรงกับจุดศูนย์กลางการมองเห็นจริง ไม่ใช่แค่ตำแหน่งรูม่านตา OcuLign® ช่วยชดเชยการหมุนของลูกตาแบบอัตโนมัติในระหว่างการรักษา ทำให้เลเซอร์ยิงได้ตรงตำแหน่งตลอดเวลา ขอบคุณภาพจากบริษัท Carl Zeiss Co., Ltd SMILE Pro 2.0 ต่างจากเทคโนโลยีเลสิกแผลเล็กแบบเดิมอย่างไร เทคโนโลยี ปีที่เปิดตัว เครื่องเลเซอร์ จุดเด่นสำคัญ ReLEx SMILE 2011 VisuMax 500 จุดเริ่มต้นเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก 2–3 มม. ไม่เปิดฝากระจกตา ใช้เวลา 23 วินาที/ข้าง SMILE Pro 2021 VisuMax 800 เลเซอร์ความเร็วสูง 2 MHz ใช้เวลาเพียง 8 วินาที / ข้าง พร้อมระบบจัดกึ่งกลางอัตโนมัติ SMILE Pro 2.0 2025 VisuMax 800 ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เชื่อมต่อข้อมูล Cloud + Big Data เพิ่มความแม่นยำสูงสุดด้วย CentraLign® และ OcuLign® SMILE Pro 2.0 คือก้าวสำคัญของเลสิกแผลเล็ก ที่ผสาน ความเร็ว ความแม่นยำ และ มีระบบอัจฉริยะ AI-driven planning เข้าด้วยกัน ทำไมหลายคนเลือกทำ SMILE Pro 2.0 ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital นอกจากเทคโนโลยีแล้ว ความเชี่ยวชาญของแพทย์และมาตรฐานของโรงพยาบาลก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital ทีมจักษุแพทย์มีประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประสบการณ์รักษาคนไข้ทางด้านสายตามากกว่า 28 ปี และโรงพยาบาลยังผ่านการรับรองมาตรฐาน AACI จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยและคุณภาพการรักษาในระดับสากล การผสานระหว่างประสบการณ์ทางการแพทย์และเทคโนโลยี SMILE Pro 2.0 ทำให้คนไข้มั่นใจได้ว่า การทำเลสิกไม่ได้จบแค่เห็นชัด แต่ต้องปลอดภัยและดูแลได้ในระยะยาว Q : SMILE Pro 2.0 เหมาะกับใคร?A : เหมาะกับผู้ที่มีสายตาสั้นหรือสายตาเอียง และต้องการเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก ฟื้นตัวไว Q : ทำ SMILE Pro 2.0 เจ็บไหม?A : ระหว่างทำจะมีการหยอดยาชา คนไข้ส่วนใหญ่รู้สึกเพียงแรงกดเล็กน้อย และใช้เวลาไม่นาน Q : หลังทำต้องพักฟื้นนานแค่ไหน?A : ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายใน 1–2 วัน รับชมวีดีโอ SMILE Pro 2.0 *หากวิดีโอไม่แสดงผล คลิก ที่นี่ ถ้าคุณกำลังมองหาเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็กในปี 2026 การตรวจประเมินสายตาอย่างละเอียดกับจักษุแพทย์ จะช่วยให้รู้ว่า SMILE Pro 2.0 เหมาะกับคุณหรือไม่ และช่วยให้คุณเลือกวิธีการทำเลสิกได้อย่างสบายใจที่สุด ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ 📞 Call Center : 02-511-2111 ADD LINE 🏥 โรงพยาบาลเปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น. บทความโดย รศ.นพ. อนันต์ วงศ์ทองศรี ประธานกรรมการบริหาร (CEO) และจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา (LASIK) ประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประวัติแพทย์ นัดหมายปรึกษา
อ่านเพิ่มเติม
ศูนย์เลสิก LASER VISION

ทำไมควรใส่แว่นตากันแดดกันนะ

ทำไมควรใส่แว่นตากันแดดกันนะ ใครที่ชอบออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งอยู่เป็นประจำ รู้หรือไม่ว่า การใส่แว่นตากันแดดนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพราะในการที่เราออกไปกลางแจ้งในเวลากลางวัน ดวงตาของเราต้องเผชิญกับแสง UV อย่างหนักหน่วง และการใส่แว่นกันแดดตอนออกแดดนั้น มีประโยชน์ต่อสุขภาพตามากกว่าแค่ความสวยงามแน่นอน   5 ประโยชน์ของแว่นกันแดด 1. ถนอมเลนส์ตาและจอตาจากรังสี UVA ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการเกิดต้อกระจก   2. ป้องกันสายตาจากสภาพอากาศ เช่น ลมแรงๆ ที่พัดเข้ามาที่ใบหน้าและดวงตาของเราอาจทำให้ตาแห้ง    3. ลดอันตรายจากแสงแดดที่จ้าเกินไป ซึ่งเป็นปัจจัยทำให้จอประสาทตาเสื่อม   4. ช่วยป้องกันภาพสะท้อน และอาการปวดหัวที่ดวงตาของเราได้รับแสง UV เป็นเวลานานๆ    5. ช่วยให้คุณขับรถได้ปลอดภัยขึ้นในช่วงกลางวันเพราะแว่นกันแดดจะช่วยป้องกันการสะท้อนจากสิ่งต่างๆ ที่สะท้อนเข้ามาที่ดวงตาในช่วงขณะขับรถ  
ศูนย์เลสิก LASER VISION

7 วิธีที่ช่วยให้คุณมองเห็นตอนกลางคืนได้ดีขึ้น

7 วิธีที่ช่วยให้คุณมองเห็นตอนกลางคืนได้ดีขึ้น ใครที่ขับรถยนต์ตอนกลางคืนบ่อย ๆ ต้องมาอ่านบทความนี้เลย เพราะว่าในบทความนี้ Laser Vision จะมาแนะนำ 7 วิธี ที่จะช่วยให้คุณมองเห็นตอนกลางคืนได้ดีขึ้น   1. ทานอาหารที่มีประโยชน์ แน่นอนว่าการบำรุงสายตาสามารถเริ่มจากเพียงแค่ทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ส้ม มะละกอ บรอกโคลี ฯลฯ เพราะ วิตามินซีในอาหารเหล่านี้มีส่วนช่วงบำรุงสายตา    2. บริหารสายตา โดยการกรอกตาเป็นวงกลม พยายามหมุนลูกตาเป็นวงกลม เริ่มจาก หมุนไปทางซ้าย 5 ครั้ง และทางขวาอีก 5 ครั้ง   3. พักสายตาบ้าง  หากใครที่ต้องใช้สายตาทำงานตลอดทั้งวัน ลองหาเวลาพักสายตาบ้าง เช่น พักสายตาสัก 15 นาที ทุกๆ 2 ชั่วโมง   4. งดสูบบุหรี่ เพราะควันที่มาจากบุหรี่ส่งผลกระทบต่อดวงตาเราได้ อาจทำให้มีอาการระคายเคือง และส่งผลต่อการมองเห็นได้เช่นกัน   5. นวดกล้ามเนื้อบริเวณรอบดวงตาอย่างน้อยวันละ 15 นาที เพื่อช่วยคลายกล้ามเนื้อรอบดวงตา   6. ไม่ควรทำงานในสถานที่ที่มืดเกินไป ควรมีแสงสว่างช่วยเพื่อป้องกันการใช้สายตาหนักเกินไป   7. ตรวจสุขภาพดวงตาและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเช็คสุขภาพตา รับคำแนะนำ อยู่สม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้คุณมีสุขภาพตาที่แข็งแรง    
ศูนย์เลสิก LASER VISION

รวมอาหารวิตามิน C สูงสุด ๆ บำรุงสายตา

รวมอาหารวิตามิน C สูงสุด ๆ บำรุงสายตา   รู้ไหมว่าเราสามารถดูแลและบำรุงสุขภาพดวงตาของตัวเองได้จากอาหารที่รับประทานได้  วันนี้ Laser Vision จะมาแนะนำผัก ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงซึ่งช่วยบำรุงสายตา รับรองว่าอร่อยและหาได้ไม่ยากเลย 1. ฝรั่ง ปริมาณ 100 กรัม มีวิตามินซี 160 มิลลิกรัมฝรั่งเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาก นอกจากช่วยบำรุงสุขภาพตาได้เป็นอย่างดีแล้ว ฝรั่งยังดีต่อสุขภาพปากและฟันด้วยเช่นกัน   2. มะละกอ ปริมาณ 100 กรัม มีวิตามินซี 60.9 มิลลิกรัมไม่ว่าจะเป็น มะละกอผลดิบ หรือสุก ก็ล้วนให้มีวิตามินซี โดยเฉพาะช่วงที่เนื้อมะละกอสีแดงจะมีวิตามินสูงที่สุด   3. บรอกโคลี ปริมาณ 100 กรัม มีวิตามินซี 89.2 มิลลิกรัมเชื่อว่าน่าจะเป็นหนึ่งในผักที่หลายๆ คนชื่นชอบกันอยู่แล้ว เพราะไม่ว่าจะเอามาผัด หรือนึ่งใส่สลัดก็อร่อยอย่าบอกใครบรอกโคลีนั้นเป็นผักที่มีประโยชน์มากๆ อีกหนึ่งชนิดเพราะมีสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุสูงมาก   4. ผักคะน้า ปริมาณ 100 กรัม มีวิตามินซี 147 มิลลิกรัมเป็นผักที่จัดอยู่ในกลุ่มที่มีวิตามินสูงอันดับต้นๆ เลย แถมยังช่วยต้านทานการเกิดมะเร็ง และกำจัดสารพิษในร่างกาย   5. พริกหวานสีเหลือง ปริมาณ 100 กรัม มีวิตามินซี 183.5 มิลลิกรัมสามารถทานได้ทั้งแบบสุกและดิบ แต่ว่าการนำพริกหวานไปผ่านความร้อน วิตามินซีในพริกหวานก็จะหายไปบ้าง สู้รับประทานสดๆ ไม่ได้แน่นอน   6. ส้ม ปริมาณ 100 กรัม มีวิตามินซี 53.2 มิลลิกรัม ผลไม้ยอดฮิตของคนไทย และสามารถหาได้ง่าย ทานได้ทุกวัน บอกเลยยิ่งกินยิ่งดี   เป็นอย่างไรบ้าง ผัก และ ผลไม้ที่ Laser Vision แนะนำ บอกได้เลยว่าหาทานได้ง่าย แถมรสชาติยังอร่อยและยังได้คุณค่าทางสารอาหารอีกด้วย  
ศูนย์เลสิก LASER VISION

วิธีดูแลดวงตา จากมลพิษฝุ่น PM 2.5

วิธีดูเเลดวงตาจากมลพิษฝุ่น PM 2.5 ฝุ่น PM 2.5 มีผลกระทบต่อดวงตาอย่างไร      ปัจจุบันฝุ่น PM 2.5 จะลอยอยู่ตามบรรยากาศที่อยู่ใกล้ตัวเรา ซึ่งเป็นมลพิษที่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ ระบบไหลเวียนเลือด เเละยังมีผลกระทบต่อดวงตามากพอสมควร หลักๆเเล้วจะมีผลต่อดวงตา ประมาณ 3 ประเด็น ดังนี้ 1. พบเจอคนไข้เยื่อบุตาอักเสบเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเกิดจากการระคายเคืองดวงตา เเละอาการตาเเดง 2. มีอาการตาเเห้งรุนเเรง 3. เกิดอาการภูมิเเพ้กำเริบขึ้นบ่อยครั้ง จากการระคายเคือยตา เกิดอาการตาบวมขึ้นจนมีน้ำตาไหล ที่เกิดจากผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 ในปัจจุบัน   วิธีป้องกันดวงตาจากฝุ่น PM 2.5      หากเราทราบว่าเราจะต้องไปในสถานที่ๆมีฝุ่น PM 2.5 สิ่งที่เราสามารถทำได้ คือการใส่เเว่นตาป้องกัน ซึ่งจะเเนะนำให้ใส่ เเว่นตาเเบบปิดรอบข้าง หรือ แว่นตาเซฟตี้ ที่ใช้ป้องกันฝุ่นละอองต่างๆ ที่จะเข้ามาสู่ดวงตา  เเละสำหรับคนที่ใส่คอนแทคเลนส์ เเนะนำให้ใช้คอนแทคเลนส์เเบบรายวัน เเละจะต้องทำความสะอาดคอนแทคเลนส์ทุกครั้งก่อนใส่เข้าไปในตา เพื่อลดการติดเชื้อจากเเบคทีเรีย   วิธีการดูเเลดวงตาเบื้องต้น หลังจากดวงตาสัมผัสฝุ่น PM 2.5      อาการเบื้องต้นหากดวงตาได้สัมผัสกับฝุ่น PM 2.5 เเล้วมีอาการระคายเคืองตา เเนะนำให้ทำตามวิธีดังต่อไปนี้ 1. ล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำต้มสุก 2. ใช้น้ำเกลือเช็ดทำความสะอาดบริเวณรอบดวงตา เเละเปลือกตา 3. หากมีอาการระคายเคืองตามากขึ้น ให้ใช้น้ำตาเทียมหยอดตา การที่ดวงตาสัมผัสกับมลพิษฝุ่น PM 2.5 ทางอากาศเป็นเวลานาน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคทางตาอยู่เดิมเเล้ว อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาตาตามมามากขึ้น เช่น กระจกตาเเห้ง โรคต้อเนื้อ ต้อลม  สำหรับบางท่านอาจเกิดความผิดปกติอื่นๆทางดวงตาเเทรกซ้อน เเนะนำให้ปรึกษาจักษุแพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านกระจกตา เเละดวงตาผิดปกติ เพื่อเข้ารับการตรวจตาอย่างละเอียด
ศูนย์เลสิก LASER VISION

NanoRelex หรือ NanoLASIK วิธีทำเลสิกสองแบบนี้ แตกต่างกันอย่างไร ?

NanoRelex หรือ NanoLASIK วิธีทำเลสิกสองแบบนี้ แตกต่างกันอย่างไร ? NanoRelex หรือ NanoLASIK วิธีทำเลสิกสองแบบนี้ แตกต่างกันอย่างไร?      การรักษาสายตาผิดปกติด้วยวิธีเลสิกเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษาสายตาซึ่งเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการทำเลสิกคือ NanoRelex และ NanoLASIK หากดูแบบผิวเผิน จะเห็นว่าเทคโนโลยีทั้งสองชนิดนี้มีความใกล้เคียงกันจนอาจชวนสับสนอยู่ไม่น้อย วันนี้ Laser Vision จะมาชี้แจงถึงความแตกต่างของ NanoRelex และ NanoLASIK ให้เคลียร์กันไปเลย   NanoLASIK อีกขั้นของนวัตกรรม LASIK ด้วยเทคโนโลยีพลังงานระดับนาโนจูล      LASIK หรือ Laser In Situ Keratomileusis เป็นการรักษาภาวะสายตาผิดปกติไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตาเอียง และสายตายาวโดยมีการใช้ใบมีดในการแยกชั้นกระจกตาก่อนผิวกระจกตาที่แยกออกมาจะถูกพับไว้คล้าย ๆ กับการเปิดหน้าต่าง จากนั้นจะใช้ Excimer Laser ไปปรับความโค้งของกระจกตาชั้นกลางเพื่อให้ได้ความโค้งที่พอดีกับค่าสายตาที่ต้องการแก้ไข ก่อนที่จะปิดผิวกระจกตาที่ถูกแยกไว้กลับเข้าตำแหน่งเดิมโดยที่ไม่ต้องมีการเย็บ แผลจะสมานเข้ากันเองตามธรรมชาติแต่สำหรับ NanoLASIK จะไม่มีการใช้ใบมีดในการรักษาขั้นตอนการแยกชั้นกระจกตาจะทำโดยใช้เลเซอร์ ทำให้มีความแม่นยำ ปลอดภัยและการหายของแผลจะรวดเร็วขึ้น นอกจากนี้ เลเซอร์ที่ใช้สำหรับเทคโนโลยี NanoLASIK ยังเป็นเลเซอร์ที่ใช้พลังงานน้อยในระดับนาโนจูลจึงทำให้มีความกระทบกระเทือนต่อดวงตาน้อยกว่าช่วยลดอาการระคายเคืองต่อดวงตาได้   NanoRelex เทคโนโนยีการผ่าตัดแผลเล็ก เจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด ด้วยพลังงานระดับนาโนจูล      NanoRelex เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของการทำเลสิกที่ใช้ในการรักษาสายตาสั้นหรือสายตาเอียง โดยใช้ Femtosecond Laser ที่มีความแม่นยำทำการปรับแต่งเนื้อเยื่อกระจกตาจากนั้นนำเนื้อเยื่อของกระจกตาส่วนเกินออกมา ผ่านทางแผลขนาดเล็กเพียง 2-3 มม.การรักษาด้วยวิธี NanoRelex จะเป็นการรักษาแบบไร้ใบมีดและไม่มีการแยกชั้นกระจกตาจึงเป็นการรักษาที่อ่อนโยนต่อดวงตา แผลมีขนาดเล็กสามารถลดอาการตาแห้งหลังการรักษาได้มากขึ้น   เปรียบเทียบระหว่าง NanoLASIK และ NanoRelex NanoLASIK สามารถใช้รักษาสภาวะสายตาสั้น สายตาเอียง และสายตายาวได้ NanoRelex สามารถใช้รักษาได้เฉพาะผู้ที่มีสายตาสั้นและสายตาเอียง NanoLASIK และ NanoRelex เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดแบบไร้ใบมีด (Bladeless) ซึ่งใช้เฟมโตเลเซอร์พลังงานต่ำระดับนาโนจูลในการผ่าตัด NanoLASIK เป็นการรักษาความผิดปกติทางสายตาที่มีการแยกชั้นกระจกตา NanoRelex เป็นการรักษาความผิดปกติทางสายตาด้วยการปรับแต่งเนื้อเยื่อของกระจกตาด้วยเลเซอร์ โดยไม่มีการแยกเปิดชั้นกระจกตา      การรักษาสายตาด้วยวิธีการผ่าตัดนั้นมีความแตกต่างกันไปการตัดสินใจทำการผ่าตัดรักษาในรูปแบบใดก็ตามจึงขึ้นอยู่กับสภาพดวงตาของแต่ละบุคคลและควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการรักษาสายตาผิดปกติเพื่อสุขภาวะที่ดีที่สุดของดวงตาของท่าน
ศูนย์เลสิก LASER VISION

คลายข้อกังวลหลังทำเลสิก มองเห็นโลกสดใสได้ภายในกี่วัน?

คลายข้อกังวลหลังทำเลสิก มองเห็นโลกสดใสได้ภายในกี่วัน? คลายข้อกังวลหลังทำเลสิก มองเห็นโลกสดใสได้ภายในกี่วัน?      หลายคนอาจจะสงสัย จนถึงขั้นกังวลใจว่า ภายหลังทำเลสิกแล้ว จะต้องใช้เวลากี่วันถึงจะกลับมามองเห็นได้อย่างชัดเจนและสดใสขึ้นอย่างที่จักษุแพทย์ได้บอกเอาไว้ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ภายหลังจากทำเลสิก การมองเห็นของท่านก็จะชัดเจนและสดใสขึ้นทันที เพียงแค่ว่าภายหลังจากการผ่าตัดทำเลสิกแล้ว คนไข้ส่วนใหญ่จะมีผลค้างเคียงจากการทำเลสิกคือน้ำตาไหลออกมามากในช่วงวันแรกหลังการผ่าตัด ทำให้การมองเห็นไม่ค่อยชัด ดังนั้นจักษุแพทย์ส่วนใหญ่จะแนะนำให้คนไข้พักสายตา และพักผ่อนให้มาก ๆ   ผลข้างเคียงเบื้องต้นหลังการทำเลสิก      ในช่วงวันแรกหลังจากที่ทำเลสิก คนไข้ส่วนใหญ่จะพบกับผลข้างเคียงเล็กน้อย เช่น อาการตาแห้ง แสบตา เคียง หรือ ระคายตา และอาจทำให้มีน้ำตาไหลออกมาจากดวงตา อาการเหล่านี้สามารถบรรเทาได้ด้วยการใช้ยาหยอดตา ซึ่งส่วนมากผลค้างเคียงนี้จะหายไปเมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 1 วัน      อาการเเสงไฟแตกกระจายตอนกลางคืนส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นกับเทคโนโลยีเลสิกแบบเก่าที่ใช้พลังงานสูงและ ไม่สามารถปรับรุปแบบของการทำเลสิกให้มีระยะความกว้างหรือเเคบให้เหมาะกับรูม่านตา และ ความโค้งให้เข้ากับลักษณะดวงตาของคนไข้ได้ ซึ่งในปัจจุบันพบได้น้อยลงเนื่องจากเทคโนโลยีที่ช่วยให้เเพทย์สามารถปรับความโค้งและระยะความกว้างหรือเเคบให้เหมาะกับรูม่านตาของคนไข้ได้มากและเป็นธรรมาชาติยิ่งขึ้น อาการดังกล่าวส่วนใหญ่มักพบในกลุ่มคนไข้ที่มีขนาดรูม่านตากว้างมากกว่าปกติ และ อาจจะพบได้ในบางในช่วงแรกในกลุ่มคนไข้ที่ยังมีอาการตาแห้งจากการฟื้นตัวของเเผลในช่วงหนึ่งเดือนแรก อากากรดังกล่าวจะค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อแผลสมานตัวเรียบร้อยและอาการตาแห้งค่อยๆหายไป      อาหารตาแห้งเกิดขึ้นจากการที่ร่างกายตอบสนองกับการฟื้นตัวของแผลในตาจึงดึงน้ำตาเข้าไป สามารถบรรเทาได้ด้วยการใช้น้ำตาเทียมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา   คลายข้อกังวลใจภายหลังทำเลสิก      ภายหลังทำเลสิกคนไข้จะมีการมองเห็นที่สดใสและชัดเจนขึ้นทันที แต่จะมีผลข้างเคียงจากการผ่าตัดเล็กน้อยที่ทำให้คนไข้อาจจะพบกับความติดขัดในการมองเห็น ซึ่งจะบรรเทาและหายไปเองภายใน 1 สัปดาห์ – 1 เดือน เช่น อาการระคายเคืองตา และน้ำตาไหลออกมาบ้างในช่วงคืนแรก ซึ่งจะหายได้ในวันรุ่งขึ้น อาการเห็นแสดงไฟแตกกระจายเป็นแฉกที่รบกวนการมองเห็น ที่จะค่อย ๆ จากหายและชัดเจนขึ้นในเวลา 1 – 3 เดือน เป็นต้น คนไข้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของจักษุแพทย์เพื่อการฟื้นฟูดวงตาของท่านที่ดีและรวดเร็วขึ้น      การันตีความพึงพอใจในการบริหารตั้งแต่ก่อนทำและหลังทำเลสิก เชื่อมั่นและไว้วางใจในทีมแพทย์ Laser Vision ด้วยประสบการณ์การทำเลสิกมากว่า 25 ปี ที่จะสร้างการมองเห็นใหม่แก่สายตาคุณ

ที่อยู่

Laser Vision International LASIK Center

10/989 ซ.ประเสริฐมนูกิจ 33 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10230

ช่องทางติดต่อ

Line
calling
ติดต่อเรา :