ជ្រុងនៃសុខភាពភ្នែក

តម្រៀប

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก แม่นยำด้วย AI (อัปเดตปี 2026)

  SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก | ศูนย์เลสิก Laser Vision การตัดสินใจทำเลสิก เป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคน ไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัดขึ้น แต่รวมถึงความกังวลเรื่องความปลอดภัย ความเจ็บ และผลลัพธ์ในระยะยาว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า เลสิกไร้ใบมีด ถูกค้นหามากขึ้นอย่างชัดเจน และชื่อที่มักถูกพูดถึงควบคู่กันก็คือ SMILE Pro SMILE Pro 2.0 คืออะไร? คำตอบของการทำเลสิกปี 2026 ที่คนค้นหามากที่สุด ในปี 2026 เทคโนโลยีนี้ได้พัฒนาไปอีกขั้นในชื่อ SMILE Pro 2.0 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดความคลาดเคลื่อน และทำให้ผลลัพธ์การมองเห็นเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมที่ Laser Vision เลือกนำเทคโนโลยี SMILE Pro มาใช้ในการแก้ไขปัญหาสายตาสั้นให้กับคนไข้ในปัจจุบัน เลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) คืออะไร? SMILE Pro เป็นการทำเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) โดยใช้เลเซอร์ทุกขั้นตอน ไม่ต้องเปิดฝากระจกตาเหมือนเลสิกแบบเดิม แพทย์จะใช้เลเซอร์สร้างชิ้นเนื้อเลนส์เล็ก ๆ ภายในกระจกตา แล้วนำออกผ่านแผลขนาดประมาณ 2 มิลลิเมตร ด้วยแผลที่เล็กมาก ทำให้โครงสร้างกระจกตาถูกรบกวนน้อยลง หลายคนจึงรู้สึกฟื้นตัวเร็ว สบายตา และมีโอกาสเกิดอาการตาแห้งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการทำเลสิกแบบเปิดฝากระจกตา      
អាន​បន្ថែម
Laser Vision LASIK Centre

ทำไมควรใส่แว่นตากันแดดกันนะ

ทำไมควรใส่แว่นตากันแดดกันนะ ใครที่ชอบออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้งอยู่เป็นประจำ รู้หรือไม่ว่า การใส่แว่นตากันแดดนั้นเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพราะในการที่เราออกไปกลางแจ้งในเวลากลางวัน ดวงตาของเราต้องเผชิญกับแสง UV อย่างหนักหน่วง และการใส่แว่นกันแดดตอนออกแดดนั้น มีประโยชน์ต่อสุขภาพตามากกว่าแค่ความสวยงามแน่นอน   5 ประโยชน์ของแว่นกันแดด 1. ถนอมเลนส์ตาและจอตาจากรังสี UVA ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของการเกิดต้อกระจก   2. ป้องกันสายตาจากสภาพอากาศ เช่น ลมแรงๆ ที่พัดเข้ามาที่ใบหน้าและดวงตาของเราอาจทำให้ตาแห้ง    3. ลดอันตรายจากแสงแดดที่จ้าเกินไป ซึ่งเป็นปัจจัยทำให้จอประสาทตาเสื่อม   4. ช่วยป้องกันภาพสะท้อน และอาการปวดหัวที่ดวงตาของเราได้รับแสง UV เป็นเวลานานๆ    5. ช่วยให้คุณขับรถได้ปลอดภัยขึ้นในช่วงกลางวันเพราะแว่นกันแดดจะช่วยป้องกันการสะท้อนจากสิ่งต่างๆ ที่สะท้อนเข้ามาที่ดวงตาในช่วงขณะขับรถ  
Laser Vision LASIK Centre

7 วิธีที่ช่วยให้คุณมองเห็นตอนกลางคืนได้ดีขึ้น

7 วิธีที่ช่วยให้คุณมองเห็นตอนกลางคืนได้ดีขึ้น ใครที่ขับรถยนต์ตอนกลางคืนบ่อย ๆ ต้องมาอ่านบทความนี้เลย เพราะว่าในบทความนี้ Laser Vision จะมาแนะนำ 7 วิธี ที่จะช่วยให้คุณมองเห็นตอนกลางคืนได้ดีขึ้น   1. ทานอาหารที่มีประโยชน์ แน่นอนว่าการบำรุงสายตาสามารถเริ่มจากเพียงแค่ทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ส้ม มะละกอ บรอกโคลี ฯลฯ เพราะ วิตามินซีในอาหารเหล่านี้มีส่วนช่วงบำรุงสายตา    2. บริหารสายตา โดยการกรอกตาเป็นวงกลม พยายามหมุนลูกตาเป็นวงกลม เริ่มจาก หมุนไปทางซ้าย 5 ครั้ง และทางขวาอีก 5 ครั้ง   3. พักสายตาบ้าง  หากใครที่ต้องใช้สายตาทำงานตลอดทั้งวัน ลองหาเวลาพักสายตาบ้าง เช่น พักสายตาสัก 15 นาที ทุกๆ 2 ชั่วโมง   4. งดสูบบุหรี่ เพราะควันที่มาจากบุหรี่ส่งผลกระทบต่อดวงตาเราได้ อาจทำให้มีอาการระคายเคือง และส่งผลต่อการมองเห็นได้เช่นกัน   5. นวดกล้ามเนื้อบริเวณรอบดวงตาอย่างน้อยวันละ 15 นาที เพื่อช่วยคลายกล้ามเนื้อรอบดวงตา   6. ไม่ควรทำงานในสถานที่ที่มืดเกินไป ควรมีแสงสว่างช่วยเพื่อป้องกันการใช้สายตาหนักเกินไป   7. ตรวจสุขภาพดวงตาและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเช็คสุขภาพตา รับคำแนะนำ อยู่สม่ำเสมอ เพื่อช่วยให้คุณมีสุขภาพตาที่แข็งแรง    
Laser Vision LASIK Centre

รวมอาหารวิตามิน C สูงสุด ๆ บำรุงสายตา

รวมอาหารวิตามิน C สูงสุด ๆ บำรุงสายตา   รู้ไหมว่าเราสามารถดูแลและบำรุงสุขภาพดวงตาของตัวเองได้จากอาหารที่รับประทานได้  วันนี้ Laser Vision จะมาแนะนำผัก ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงซึ่งช่วยบำรุงสายตา รับรองว่าอร่อยและหาได้ไม่ยากเลย 1. ฝรั่ง ปริมาณ 100 กรัม มีวิตามินซี 160 มิลลิกรัมฝรั่งเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงมาก นอกจากช่วยบำรุงสุขภาพตาได้เป็นอย่างดีแล้ว ฝรั่งยังดีต่อสุขภาพปากและฟันด้วยเช่นกัน   2. มะละกอ ปริมาณ 100 กรัม มีวิตามินซี 60.9 มิลลิกรัมไม่ว่าจะเป็น มะละกอผลดิบ หรือสุก ก็ล้วนให้มีวิตามินซี โดยเฉพาะช่วงที่เนื้อมะละกอสีแดงจะมีวิตามินสูงที่สุด   3. บรอกโคลี ปริมาณ 100 กรัม มีวิตามินซี 89.2 มิลลิกรัมเชื่อว่าน่าจะเป็นหนึ่งในผักที่หลายๆ คนชื่นชอบกันอยู่แล้ว เพราะไม่ว่าจะเอามาผัด หรือนึ่งใส่สลัดก็อร่อยอย่าบอกใครบรอกโคลีนั้นเป็นผักที่มีประโยชน์มากๆ อีกหนึ่งชนิดเพราะมีสารอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุสูงมาก   4. ผักคะน้า ปริมาณ 100 กรัม มีวิตามินซี 147 มิลลิกรัมเป็นผักที่จัดอยู่ในกลุ่มที่มีวิตามินสูงอันดับต้นๆ เลย แถมยังช่วยต้านทานการเกิดมะเร็ง และกำจัดสารพิษในร่างกาย   5. พริกหวานสีเหลือง ปริมาณ 100 กรัม มีวิตามินซี 183.5 มิลลิกรัมสามารถทานได้ทั้งแบบสุกและดิบ แต่ว่าการนำพริกหวานไปผ่านความร้อน วิตามินซีในพริกหวานก็จะหายไปบ้าง สู้รับประทานสดๆ ไม่ได้แน่นอน   6. ส้ม ปริมาณ 100 กรัม มีวิตามินซี 53.2 มิลลิกรัม ผลไม้ยอดฮิตของคนไทย และสามารถหาได้ง่าย ทานได้ทุกวัน บอกเลยยิ่งกินยิ่งดี   เป็นอย่างไรบ้าง ผัก และ ผลไม้ที่ Laser Vision แนะนำ บอกได้เลยว่าหาทานได้ง่าย แถมรสชาติยังอร่อยและยังได้คุณค่าทางสารอาหารอีกด้วย  
Laser Vision LASIK Centre

วิธีดูแลดวงตา จากมลพิษฝุ่น PM 2.5

วิธีดูเเลดวงตาจากมลพิษฝุ่น PM 2.5 ฝุ่น PM 2.5 มีผลกระทบต่อดวงตาอย่างไร ปัจจุบันฝุ่น PM 2.5 จะลอยอยู่ตามบรรยากาศที่อยู่ใกล้ตัวเรา ซึ่งเป็นมลพิษที่ส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจ ระบบไหลเวียนเลือด เเละยังมีผลกระทบต่อดวงตามากพอสมควร หลักๆเเล้วจะมีผลต่อดวงตา ประมาณ 3 ประเด็น ดังนี้ 1. พบเจอคนไข้เยื่อบุตาอักเสบเพิ่มมากขึ้น ซึ่งเกิดจากการระคายเคืองดวงตา เเละอาการตาเเดง 2. มีอาการตาเเห้งรุนเเรง 3. เกิดอาการภูมิเเพ้กำเริบขึ้นบ่อยครั้ง จากการระคายเคือยตา เกิดอาการตาบวมขึ้นจนมีน้ำตาไหล ที่เกิดจากผลกระทบจากฝุ่น PM 2.5 ในปัจจุบัน   วิธีป้องกันดวงตาจากฝุ่น PM 2.5 หากเราทราบว่าเราจะต้องไปในสถานที่ๆมีฝุ่น PM 2.5 สิ่งที่เราสามารถทำได้ คือการใส่เเว่นตาป้องกัน ซึ่งจะเเนะนำให้ใส่ เเว่นตาเเบบปิดรอบข้าง หรือ แว่นตาเซฟตี้ ที่ใช้ป้องกันฝุ่นละอองต่างๆ ที่จะเข้ามาสู่ดวงตา  เเละสำหรับคนที่ใส่คอนแทคเลนส์ เเนะนำให้ใช้คอนแทคเลนส์เเบบรายวัน เเละจะต้องทำความสะอาดคอนแทคเลนส์ทุกครั้งก่อนใส่เข้าไปในตา เพื่อลดการติดเชื้อจากเเบคทีเรีย   วิธีการดูเเลดวงตาเบื้องต้น หลังจากดวงตาสัมผัสฝุ่น PM 2.5 อาการเบื้องต้นหากดวงตาได้สัมผัสกับฝุ่น PM 2.5 เเล้วมีอาการระคายเคืองตา เเนะนำให้ทำตามวิธีดังต่อไปนี้ 1. ล้างหน้าให้สะอาดด้วยน้ำต้มสุก 2. ใช้น้ำเกลือเช็ดทำความสะอาดบริเวณรอบดวงตา เเละเปลือกตา 3. หากมีอาการระคายเคืองตามากขึ้น ให้ใช้น้ำตาเทียมหยอดตา การที่ดวงตาสัมผัสกับมลพิษฝุ่น PM 2.5 ทางอากาศเป็นเวลานาน โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคทางตาอยู่เดิมเเล้ว อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาตาตามมามากขึ้น เช่น กระจกตาเเห้ง โรคต้อเนื้อ ต้อลม  สำหรับบางท่านอาจเกิดความผิดปกติอื่นๆทางดวงตาเเทรกซ้อน เเนะนำให้ปรึกษาจักษุแพทย์เฉพาะทางที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านกระจกตา เเละดวงตาผิดปกติ เพื่อเข้ารับการตรวจตาอย่างละเอียด
Laser Vision LASIK Centre

NanoRelex vs. NanoLASIK: មគ្គុទ្ទេសក៍ប្រៀបធៀបទៅនឹងបច្ចេកវិទ្យា LASIK Bladeless

NanoRelex vs. NanoLASIK: មគ្គុទ្ទេសក៍ប្រៀបធៀបទៅនឹងបច្ចេកវិទ្យា LASIK Bladeless សេចក្តីណែនាំ៖ នៅពេលនិយាយអំពីការដោះស្រាយបញ្ហាចក្ខុជាមួយ LASIK វិធីសាស្ត្រទំនើបពីរបានលេចចេញមក៖ NanoRelex និង NanoLASIK ។ នៅក្នុងការណែនាំដ៏ទូលំទូលាយនេះ យើងនឹងស្វែងយល់ពីភាពខុសគ្នារវាងបច្ចេកវិទ្យា LASIK កម្រិតខ្ពស់ទាំងពីរនេះ។   NanoLASIK៖ ការកាត់បន្ថយ LASIK ជាមួយនឹងបច្ចេកវិទ្យា Nanojoule-Level Energy Technology LASIK ខ្លីសម្រាប់ Laser In Situ Keratomileusis គឺជានីតិវិធីដ៏មានប្រសិទ្ធភាពដែលកែតម្រូវស្ថានភាពភ្នែកជាច្រើនដូចជា myopia, hyperopia និង astigmatism ។ នៅក្នុងដំណើរការ LASIK ធម្មតា កាំបិត microkeratome ត្រូវបានគេប្រើប្រាស់ដើម្បីបង្កើត corneal flap ដែលត្រូវបានលើកដូចបង្អួច។ ក្រោយមក ឡាស៊ែរ Excimer ត្រូវបានប្រើដើម្បីកែទម្រង់ស្រទាប់កណ្តាលនៃកញ្ចក់ភ្នែកឡើងវិញ ដោយសម្រេចបាននូវការកែតម្រូវដែលចង់បាន។ បន្ទាប់​មក​ផ្នត់​ភ្នែក​ត្រូវ​បាន​ប្តូរ​ទីតាំង​វិញ​ដោយ​គ្មាន​ថ្នេរ​ជាប់​តាម​ធម្មជាតិ។ ទោះជាយ៉ាងណាក៏ដោយ NanoLASIK កំណត់ដោយឡែកពីគ្នាដោយលុបបំបាត់តម្រូវការសម្រាប់ microkeratome blade ក្នុងការបង្កើត corneal flap ។ ផ្ទុយទៅវិញ វាប្រើប្រាស់ឡាស៊ែរ ធានាបាននូវភាពជាក់លាក់ សុវត្ថិភាព និងការព្យាបាលឆាប់រហ័ស។ លើសពីនេះ NanoLASIK ប្រើប្រាស់ឡាស៊ែរដែលដំណើរការក្នុងកម្រិតថាមពល nanojoule ទាបមិនគួរឱ្យជឿដែលនាំឱ្យកាត់បន្ថយការរមាស់ភ្នែកនិងការជាសះស្បើយលឿនជាងមុន។   NanoRelex៖ ចំនុចកំពូលនៃការរាតត្បាតតិចតួចបំផុតនៃ LASIK NanoRelex តំណាងឱ្យបច្ចេកវិទ្យា LASIK ចុងក្រោយបង្អស់ដែលត្រូវបានកែសម្រួលដើម្បីដោះស្រាយជំងឺ myopia និង astigmatism ។ វិធីសាស្រ្តនេះប្រើប្រាស់ថាមពលនៃបច្ចេកវិទ្យា Femtosecond Laser ដើម្បីកែប្រែជាលិកាភ្នែក។ ជាលិកាកែវភ្នែកដែលលើសត្រូវបានយកចេញដោយថ្នមៗតាមរយៈស្នាមវះតូចៗដែលវាស់ត្រឹមតែ 2-3 ម.ម ដោយមិនប្រើដាវមីក្រូកេរ៉ាតូម។ លក្ខណៈនេះធ្វើឱ្យ NanoRelex ក្លាយជាជម្រើសដែលគ្មាន bladeless និងទន់ភ្លន់សម្រាប់ការកែចក្ខុ។ លើសពីនេះ រន្ធកញ្ចក់ភ្នែកតូចដែលត្រូវបានបង្កើតឡើងក្នុងអំឡុងពេល NanoRelex កាត់បន្ថយហានិភ័យនៃភ្នែកស្ងួតក្រោយការព្យាបាល។   ការប្រៀបធៀបរវាង NanoLASIK និង NanoRelex៖ ភាពអាចអនុវត្តបាន៖ NanoLASIK បម្រើដល់ជំងឺ myopia, hyperopia និង astigmatism ខណៈពេលដែល NanoRelex ត្រូវបានរចនាឡើងជាចម្បងសម្រាប់ myopia និង astigmatism ។ បច្ចេកវិទ្យា Bladeless: ទាំង NanoLASIK និង NanoRelex ត្រូវបានចាត់ទុកថាជានីតិវិធី LASIK ដែលគ្មាន bladeless ដែលប្រើប្រាស់បច្ចេកវិទ្យា Femtosecond Laser ដែលផ្តល់ការវះកាត់នៅកម្រិតថាមពល nanojoule តិចតួចបំផុត ការផ្តោតលើនីតិវិធី៖ NanoLASIK ផ្តោតលើការបង្កើតបន្ទះកញ្ចក់ភ្នែក ខណៈដែល NanoRelex ផ្លាស់ប្តូរជាលិកាកែវភ្នែកដោយប្រើឡាស៊ែរដោយជៀសផុតពីភាពចាំបាច់ក្នុងការបើក និងបិទស្រទាប់កញ្ចក់ភ្នែក សេចក្តីសន្និដ្ឋាន៖ ការជ្រើសរើសវិធីសាស្ត្រវះកាត់ LASIK ដែលសមស្របបំផុតគឺផ្អែកលើស្ថានភាពភ្នែកនីមួយៗនិងការណែនាំពីគ្រូពេទ្យឯកទេសភ្នែកតាមរដូវកាល។ ការ​ផ្តល់​អាទិភាព​ដល់​សុខភាព​ភ្នែក​គឺ​ជា​រឿង​សំខាន់​ក្នុង​ការ​ធ្វើ​ការ​សម្រេច​ចិត្ត​ដ៏​ត្រឹម​ត្រូវ​សម្រាប់​ការ​កែតម្រូវ​ការ​មើលឃើញ។
Laser Vision LASIK Centre

ទទួលបានចក្ខុច្បាស់លាស់ឡើងវិញបន្ទាប់ពី LASIK៖ តើអ្នកអាចរំពឹងលទ្ធផលបានលឿនប៉ុណ្ណា?

ទទួលបានចក្ខុច្បាស់លាស់ឡើងវិញបន្ទាប់ពី LASIK៖ តើអ្នកអាចរំពឹងលទ្ធផលបានលឿនប៉ុណ្ណា? បុគ្គលជាច្រើនដែលទទួលការវះកាត់ LASIK មានបំណងចង់ដឹងថាតើពួកគេអាចរំពឹងថានឹងអាចទទួលបានចក្ខុច្បាស់លាស់និងលឿនប៉ុណ្ណា។ នៅក្នុងអត្ថបទនេះ យើងនឹងស្វែងយល់ពីការកំណត់ពេលវេលាសម្រាប់ការសម្រេចបាននូវចក្ខុដ៏ល្អប្រសើរបន្ទាប់ពីការធ្វើ LASIK និងដោះស្រាយបញ្ហាកង្វល់ទូទៅ។ ស្វែងយល់ពីពេលដែលអ្នកអាចរីករាយជាមួយនឹងអត្ថប្រយោជន៍នៃការកែលម្អភ្នែកដោយមិនមានការរំខាន។   ផលប៉ះពាល់បណ្តោះអាសន្នក្រោយ LASIK នៅក្នុងថ្ងៃដំបូងបន្ទាប់ពីការវះកាត់ LASIK វាជារឿងធម្មតាទេដែលជួបប្រទះផលប៉ះពាល់បណ្តោះអាសន្នតិចតួច រួមទាំងភ្នែកស្ងួត រលាកភ្នែក ក្រហម និងបង្កើនការហូរទឹកភ្នែក។ ផលរំខានទាំងនេះជាធម្មតាមានរយៈពេលខ្លី ហើយអាចគ្រប់គ្រងបានជាមួយនឹងការប្រើប្រាស់ថ្នាំបន្តក់ភ្នែក។ អ្នកជំងឺភាគច្រើនមានការធូរស្បើយក្នុងរយៈពេលប្រហែលមួយថ្ងៃ។   ស្វែងយល់ពី Glare និង Halos៖ វាមិនមែនជាបញ្ហាទៀតទេ!  កង្វល់មួយក្នុងចំណោមកង្វល់ដែលអ្នកជំងឺ LASIK អាចជួបប្រទះ ជាពិសេសនៅពេលយប់ គឺបាតុភូតនៃ Glare និង Halos។ ការរំខានដល់ការមើលឃើញទាំងនេះត្រូវបានផ្សារភ្ជាប់ជាមួយនឹងបច្ចេកវិទ្យា LASIK ចាស់ៗ ដែលមិនអាចប្ដូរទម្រង់ភ្នែកបានពេញលេញ។ ទោះជាយ៉ាងណាក៏ដោយ ដោយសារភាពជឿនលឿននៃបច្ចេកវិទ្យា LASIK ទំនើប បញ្ហាទាំងនេះមិនសូវកើតមានទេ។ អ្នកជំងឺដែលមានអង្កត់ផ្ចិតនៃកែវភ្នែកធំជាងអាចជួបប្រទះបញ្ហានេះក្នុងដំណាក់កាលដំបូងនៃការជាសះស្បើយ។ ដំណឹង​ល្អ​គឺថា ពួកគេ​មាន​ទំនោរ​ថយចុះ​ជា​បណ្តើរៗ​នៅពេល​ដែល​ការ​វះកាត់​ត្របកភ្នែក​ជា​សះស្បើយហើយ​រោគសញ្ញា​ភ្នែក​ស្ងួត​ថយចុះ។   គ្រប់គ្រងភ្នែកស្ងួត៖ ភ្នែកស្ងួតគឺជាកង្វល់ទូទៅក្រោយការ LASIK ។ ការឆ្លើយតបរបស់រាងកាយចំពោះដំណើរការព្យាបាលអាចនាំអោយមានរោគសញ្ញាភ្នែកស្ងួតដែលត្រូវបានកំណត់លក្ខណៈដោយការហូរភ្នែក។ ការប្រើប្រាស់ទឹកភ្នែកសិប្បនិម្មិតគឺជាមធ្យោបាយដ៏មានប្រសិទ្ធភាពមួយក្នុងការផ្តល់សំណើមដល់ភ្នែករបស់អ្នកនិងកាត់បន្ថយភាពមិនស្រណុកសុខស្រួល។   សូម​ធានា​ថា​អ្នក​នឹង​ទទួល​បាន​បទពិសោធន៍​នៃ​ការ​មើលឃើញ​កាន់តែ​ប្រសើរ​ឡើង​ភ្លាម​ៗ​បន្ទាប់​ពី​ការ​ធ្វើ​ឡាស៊ែរ ។ ខណៈពេលដែលអ្នកអាចជួបប្រទះនឹងការរអាក់រអួលបន្តិចបន្តួចក្នុងកំឡុងសប្តាហ៍ដំបូង ដូចជាពេលយប់ Halos និងការហូរទឹកភ្នែក ជាធម្មតាបញ្ហាទាំងនេះនឹងដោះស្រាយក្នុងរយៈពេល 1 ទៅ 3 ខែ។ ការធ្វើតាមការណែនាំរបស់វេជ្ជបណ្ឌិតរបស់អ្នកសម្រាប់ការជាសះស្បើយដោយជោគជ័យគឺមានសារៈសំខាន់ណាស់។  

អាសយដ្ឋាន

Laser Vision International LASIK Center

10/989 Soi Prasertmanukij 33 Nuanchan Buengkum District Bangkok 10230

calling
ទំនាក់ទំនងមកយើងខ្ញុំ :