ย้อนกลับ

คอนเเทคเลนส์คืออะไร? วิธีดูแลทำความสะอาด พร้อมข้อควรรู้เบื้องต้น

สรุปสาระสำคัญ
  • คอนแทคเลนส์เป็นแผ่นพลาสติกบางใสที่สวมบนกระจกตา ช่วยแก้ไขสายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด สายตาเอียง และสายตายาวตามอายุ แบ่งเป็นชนิดแข็ง (RGP) และชนิดนิ่มที่มีทั้งรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และเลนส์สี
  • การเลือกคอนแทคเลนส์ควรพิจารณา 3 ปัจจัยหลัก คือ ค่าสายตาและความโค้งของเลนส์ให้ตรงกับกระจกตา ค่าอมน้ำที่เหมาะกับภาวะตาแห้ง และวัสดุที่ให้ออกซิเจนผ่านได้ดีอย่าง Silicone Hydrogel
  • การใช้งานผิดวิธีอาจทำให้เกิดตาแห้ง เยื่อบุตาอักเสบ กระจกตาขาดออกซิเจน หรือกระจกตาอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย จึงต้องล้างมือทุกครั้ง ห้ามใส่นอนหรือว่ายน้ำ และเปลี่ยนน้ำยาแช่เลนส์ทุกวัน
  • หากมีอาการตาแดงรุนแรง มีขี้ตามาก ปวดตา สู้แสงไม่ได้ หรือตามัวลงกะทันหัน ควรถอดเลนส์ออกทันทีและรีบพบจักษุแพทย์ ไม่ควรซื้อยามาหยอดเอง

คอนแทคเลนส์ (Contact Lens) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการแก้ปัญหาสายตาหรือเปลี่ยนลุคให้ดวงตาดูโดดเด่นมากขึ้น ไม่ว่าจะใส่แทนแว่นสายตาหรือเพื่อความสวยงาม แต่การใช้คอนแทคเลนส์อย่างไม่ระวัง อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพตาได้ ดังนั้นจึงควรรู้วิธีการใช้งาน การดูแลรักษา และข้อควรระวังเบื้องต้น เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพตาที่ดีในระยะยาว

ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ

📌 สารบัญเนื้อหา

คอนแทคเลนส์คืออะไร?

คอนแทคเลนส์เป็นแผ่นพลาสติกบางใสรูปวงกลม ที่สวมใส่บนกระจกตาเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาภาวะสายตาผิดปกติ ซึ่งเกิดจากการที่ดวงตาไม่สามารถรวมแสงให้ตกบนจอรับภาพได้อย่างพอดี ทำให้มองเห็นภาพไม่ชัดเจน โดยคอนแทคเลนส์สามารถช่วยปรับการมองเห็นให้ดีขึ้นในผู้ที่มีปัญหาสายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด สายตาเอียง และสายตายาวตามอายุ

ประเภทของคอนแทคเลนส์

ประเภทของคอนเเทคเลนส์

คอนแทคเลนส์มีให้เลือกหลายประเภท ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการใช้งาน ลักษณะสายตา และความสะดวกสบายของผู้ใช้ โดยสามารถแบ่งออกได้ตามวัสดุและระยะเวลาการใช้งานดังนี้

คอนแทคเลนส์แบบแข็ง

คอนแทคเลนส์ชนิดแข็งที่พบได้บ่อยคือแบบกึ่งแข็ง (Rigid Gas-Permeable: RGP) ซึ่งสามารถให้ออกซิเจนซึมผ่านเข้าสู่กระจกตาได้ เหมาะสำหรับผู้ที่มีค่าสายตาเอียงมาก หรือผู้ป่วยโรคกระจกตาโป่ง (Keratoconus) โดยเลนส์ชนิดนี้จะช่วยปรับรูปร่างความโค้งของกระจกตาให้ใกล้เคียงปกติมากขึ้น ส่งผลให้การมองเห็นชัดเจนขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

คอนแทคเลนส์แบบนิ่ม

คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่มเป็นประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากสวมใส่สบายและหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด แบ่งออกได้เป็นหลายประเภท ดังนี้

  1. คอนแทคเลนส์รายวัน คือเลนส์ที่ใส่เฉพาะระหว่างวันแล้วถอดทิ้ง ไม่ต้องทำความสะอาด ลดความเสี่ยงติดเชื้อ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้งาน และเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและสะดวกที่สุด
  2. คอนแทคเลนส์รายสัปดาห์ คือเลนส์ที่ใส่และถอดออกทุกวัน และเปลี่ยนใหม่ทุก 1-2 สัปดาห์
  3. คอนแทคเลนส์รายเดือน คือเลนส์ที่ใส่และถอดออกทุกวัน และเปลี่ยนเป็นชิ้นใหม่ทุก 1 เดือน
  4. คอนแทคเลนส์แบบใส่ระยะยาว สามารถใส่นอนได้ต่อเนื่องหลายวัน แต่เสี่ยงติดเชื้อสูง แพทย์จึงไม่แนะนำให้ใช้งานเป็นประจำ
  5. คอนแทคเลนส์แก้สายตาเอียง เป็นเลนส์ชนิดนิ่ม ราคาสูง แก้ปัญหาสายตาเอียงได้แต่ประสิทธิภาพอาจสู้เลนส์แข็งไม่ได้ มีทั้งแบบรายวันและใส่ระยะยาว
  6. คอนแทคเลนส์สี ใช้ได้ทั้งแก้ไขสายตาผิดปกติและเสริมความสวยงาม แบ่งตามการใช้งาน เช่น เลนส์แฟชั่น บิ๊กอาย เลนส์กรองแสงยูวี และเลนส์แก้ตาบอดสี ควรปรึกษาจักษุแพทย์ก่อนใช้งานเพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด
  7. คอสเมติกคอนแทคเลนส์ (Cosmetic Contact Lenses) เป็นเลนส์ที่ใส่เพื่อเปลี่ยนสีหรือลักษณะดวงตา เช่น ตาแมวหรือแวมไพร์ แม้ไม่ใช้เพื่อแก้สายตา แต่ควรปรึกษาจักษุแพทย์ก่อนใช้เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อ

คอนแทคเลนส์แบบอื่นๆ

นอกจากคอนแทคเลนส์ที่ใช้เพื่อแก้ไขค่าสายตาทั่วไปแล้ว ยังมีคอนแทคเลนส์ประเภทอื่นๆ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น

  • คอนแทคเลนส์ไฮบริด เป็นเลนส์ผสมระหว่างนิ่มและแข็ง ช่วยแก้ไขสายตาสั้น ยาว เอียง และปัญหากระจกตาได้ดี เหมาะสำหรับผู้สูงอายุและผู้ที่มีกระจกตาผิดปกติ
  • คอนแทคเลนส์ชนิดแก้สายตายาวตามอายุ เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ใช้ช่วยให้มองเห็นทั้งใกล้และไกลได้ชัด เช่น แบบ Bifocal, Multifocal หรือแบบ Monovision ที่ใส่คนละค่าสายตาในแต่ละข้าง
  • คอนแทคเลนส์หลายระดับ (Multifocal Contact Lenses) คือเลนส์ที่มีทั้งแบบแข็งและนิ่ม ภายในเลนส์มีค่าสายตาหลายระดับช่วยให้ใช้งานได้สะดวก เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสายตายาวตามวัย (Presbyopia)
  • คอนแทคเลนส์ครอบแผลชนิดพิเศษ ใช้หลังการผ่าตัดดวงตา เพื่อช่วยปกป้องและส่งเสริมการสมานตัวของผิวกระจกตาให้เร็วขึ้น

ประเภทของคอนเเทคเลนส์

ประโยชน์ของคอนแทคเลนส์

คอนแทคเลนส์มีประโยชน์หลากหลายด้าน เช่น ช่วยแก้ไขปัญหาสายตา ด้วยการใส่คอนแทคเลนส์สายตาสั้นและสายตายาว ทำให้ผู้ใส่มองเห็นชัดทั้งระยะใกล้และไกล รวมถึงมีทัศนวิสัยที่ดีกว่าแว่นตา นอกจากนี้ผู้ใส่แว่นมักมีมุมมองด้านข้าง (Peripheral Vision) ที่จำกัด คอนแทคเลนส์สายตาจึงช่วยเพิ่มการมองเห็นด้านข้างให้ชัดเจนขึ้น คอนแทคเลนส์ยังเหมาะสำหรับคนที่ไม่สะดวกใส่แว่น และช่วยปรับลุคให้ดูดี มีความมั่นใจมากขึ้น โดยเฉพาะคอนแทคเลนส์แฟชัน เช่น เลนส์สี หรือเลนส์บิ๊กอาย

วิธีใส่คอนเเทคเลนส์อย่างถูกวิธี

วิธีเลือกคอนแทคเลนส์สายตาสั้นให้สบายตาและเหมาะกับดวงตา

การเลือกคอนแทคเลนส์ที่เหมาะสม ไม่เพียงช่วยให้มองเห็นได้คมชัด แต่ยังช่วยเพิ่มความสบายในการสวมใส่และลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพดวงตาในระยะยาว เนื่องจากดวงตาของแต่ละคนมีค่าสายตา ความโค้งของกระจกตา ปริมาณน้ำตา และลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน ก่อนเลือกคอนแทคเลนส์จึงควรพิจารณาปัจจัยสำคัญ ดังนี้

1. เลือกคอนแทคเลนส์ให้ตรงกับค่าสายตา

ควรตรวจวัดค่าสายตากับจักษุแพทย์หรือนักทัศนมาตรเป็นประจำ เพื่อให้ได้คอนแทคเลนส์ที่มีค่าสายตาเหมาะสม รวมถึงขนาดและความโค้งของเลนส์ (Base Curve) ที่พอดีกับกระจกตา ช่วยให้สวมใส่สบายและลดการเสียดสีกับดวงตา

2. พิจารณาค่าอมน้ำของคอนแทคเลนส์

ผู้ที่มีอาการตาแห้งหรือใช้สายตากับหน้าจอเป็นเวลานาน ควรเลือกคอนแทคเลนส์ที่มีค่าอมน้ำเหมาะสม โดยทั่วไปเลนส์ที่มีค่าอมน้ำต่ำถึงปานกลางอาจเหมาะกับผู้ที่มีภาวะตาแห้ง เนื่องจากช่วยลดการดึงความชื้นจากผิวดวงตา

3. เลือกวัสดุที่ให้ออกซิเจนผ่านได้ดี

คอนแทคเลนส์ที่ผลิตจากวัสดุ Silicone Hydrogel สามารถให้ออกซิเจนผ่านเข้าสู่กระจกตาได้ดีกว่าวัสดุแบบเดิม ช่วยลดอาการตาแดง เพิ่มความสบายในการสวมใส่ และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานาน

วิธีใส่คอนแทคเลนส์อย่างถูกวิธี

การใส่คอนแทคเลนส์อย่างถูกวิธีช่วยเพิ่มความสบายตาและลดความเสี่ยงในการระคายเคืองหรือการติดเชื้อ โดยมีขั้นตอนดังนี้

  1. ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำ หลีกเลี่ยงสบู่ที่มีกลิ่นหรือน้ำมันมาก เพราะอาจทำให้ตาระคายเคือง
  2. เช็ดมือให้แห้งด้วยผ้าสะอาดที่ไม่เป็นขุยหรือผ้าเช็ดมือ
  3. ยืนบนพื้นเรียบและสะอาด เช่น ใกล้อ่างล้างหน้า ปิดฝาท่อระบายน้ำถ้าอยู่เหนืออ่าง
  4. เริ่มใส่เลนส์ข้างขวาก่อน (ถ้าถนัดซ้าย ให้เริ่มข้างซ้าย) เพื่อไม่ให้ใส่สลับข้าง
  5. หยิบเลนส์จากกล่องเก็บโดยใช้ปลายนิ้ว (หลีกเลี่ยงเล็บ)
  6. ล้างเลนส์ด้วยน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ทุกครั้ง หากเลนส์ตกพื้น ให้ล้างน้ำยาใหม่ก่อนใส่
  7. วางเลนส์ไว้ที่ปลายนิ้วชี้หรือนิ้วกลาง ตรวจสอบว่าเลนส์ไม่ฉีกขาด
  8. ตรวจดูว่าเลนส์ไม่กลับด้าน โดยดูขอบเลนส์ ถ้าขอบเลนส์เป็นรูปถ้วยและตั้งตรงคือถูกต้อง
  9. ใช้มือที่ไม่ถนัดดึงเปลือกตาบนขึ้น และใช้นิ้วกลางหรืออื่นๆ ดึงเปลือกตาล่างลง
  10. มองตรงไปข้างหน้าแล้วค่อยๆ วางเลนส์ลงบนตา
  11. ปิดตาเบาๆ แล้วลืมตา กะพริบตาช้าๆ เพื่อให้เลนส์อยู่กลางตา
  12. เช็กในกระจกว่าเลนส์อยู่ตรงกลางและรู้สึกสบาย หากไม่สบายหรือตาไม่ชัด ให้ขยับเลนส์หรือนำเลนส์ออกแล้วใส่ใหม่
  13. ทำซ้ำขั้นตอนเดียวกันกับเลนส์อีกข้าง

วิธีถอดคอนแทคเลนส์อย่างถูกต้อง

การถอดคอนแทคเลนส์อย่างถูกต้องสำคัญต่อสุขภาพดวงตาและช่วยป้องกันการระคายเคืองหรือการติดเชื้อ มีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

  1. ล้างมือให้สะอาดและเช็ดให้แห้งก่อนจับคอนแทคเลนส์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อที่ตา
  2. รินสารละลายที่ใช้แช่คอนแทคเลนส์ทิ้งให้หมด จากนั้นผึ่งลมหรือเช็ดกล่องเก็บเลนส์ให้แห้งด้วยผ้าสะอาด
  3. ยืนหน้ากระจก ดึงเปลือกตาล่างลงด้วยนิ้วกลางของมือที่ถนัด
  4. ถอดเลนส์ออกจากตาข้างที่ต้องการก่อน เพื่อป้องกันความสับสน
  5. ใช้นิ้วชี้เลื่อนเลนส์ลงไปที่ขอบตาสีขาวอย่างช้าๆ
  6. บีบเลนส์ด้วยนิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือเบาๆ เพื่อดึงเลนส์ออกจากตา
  7. ทำซ้ำขั้นตอนกับตาอีกข้าง
  8. ใช้น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ที่แนะนำทำความสะอาดเลนส์อย่างถูกวิธี หลีกเลี่ยงน้ำยาที่ทำเองหรือไม่ผ่านการรับรอง
  9. ใส่คอนแทคเลนส์ลงในกล่องเก็บเลนส์ที่แช่ในสารละลาย หรือทิ้งเลนส์หากเป็นแบบใช้ครั้งเดียว

การเก็บรักษาคอนเเทคเลนส์หลังใช้งาน

การเก็บรักษาคอนแทคเลนส์หลังใช้งาน

การเก็บรักษาคอนแทคเลนส์หลังใช้งานอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันการติดเชื้อและยืดอายุการใช้งานของเลนส์ รวมถึงช่วยรักษาความสะอาดและความปลอดภัยให้กับดวงตาของคุณก่อนใช้ในครั้งต่อไป

  • ทำความสะอาดคอนแทคเลนส์ทุกวันด้วยน้ำยาล้างเลนส์ โดยถูเลนส์เบาๆ ด้วยปลายนิ้วเพื่อขจัดเชื้อและสิ่งสกปรกอย่างทั่วถึง ก่อนเก็บแช่ค้างคืนในตลับ
  • เปลี่ยนน้ำยาแช่เลนส์ใหม่ทุกครั้งหลังใช้
  • หลีกเลี่ยงการแช่เลนส์ทันทีหลังถอดโดยไม่ทำความสะอาดก่อน
  • ล้างทำความสะอาดตลับใส่เลนส์ทุกสัปดาห์ด้วยน้ำสะอาดและสบู่ แล้วปล่อยให้แห้งก่อนใช้งานครั้งต่อไป
  • ห้ามล้างคอนแทคเลนส์ด้วยน้ำเปล่า น้ำเกลือ หรือน้ำลายเด็ดขาด เพราะเสี่ยงติดเชื้อและทำให้เลนส์ปนเปื้อนได้
  • ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมาตรฐาน เพื่อยืดอายุเลนส์และป้องกันติดเชื้อดวงตา
  • ควรเปลี่ยนตลับคอนแทคเลนส์ทุก 3 เดือน และล้างตลับก่อนใช้แล้วตากให้แห้งเพื่อฆ่าเชื้อ
  • หลีกเลี่ยงการแบ่งน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ใส่ขวดอื่น เพื่อป้องกันการติดเชื้อ
  • ห้ามใช้น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ที่หมดอายุ เก่าเก็บ หรือเปิดทิ้งไว้นานแล้ว

ปัญหาต่อเยื่อบุตาและกระจกตา

ปัญหาเยื่อบุตาและกระจกตาอาจเกิดจากคอนแทคเลนส์ไม่สะอาด ใช้ของไม่ได้มาตรฐาน หรือแพ้วัสดุที่ใช้ผลิต โดยอันตรายที่พบได้บ่อยมีดังนี้

  • ตาแห้ง (Dry eyes) อาจเกิดจากการใส่คอนแทคเลนส์นาน หรือมีน้ำตาน้อย ทำให้ระคายเคือง แสบตา และไวต่อแสง
  • โรคภูมิแพ้ (Allergies) อาจเกิดจากการแพ้คอนแทคเลนส์หรือสารที่ใช้ร่วม ทำให้ตาแดง แสบ และคันตา
  • เยื่อบุตาอักเสบจากคอนแทคเลนส์ (Giant Papillary Conjunctivitis) ใส่คอนแทคเลนส์แล้วตาแดงมักเกิดจากการแพ้เลนส์หรือสารดูแลเลนส์ นอกจากนี้อาจมีอาการระคายเคือง และตุ่มด้านในเปลือกตา
  • เยื่อบุตาอักเสบจากสารเคมี (Toxic Conjunctivitis) เกิดจากการแพ้สารในผลิตภัณฑ์คอนแทคเลนส์ ทำให้ตาอักเสบหรือกระจกตาถลอกได้
  • แผลอักเสบที่กระจกตา (Superficial Punctate Keratitis) อาจเกิดจากตาแห้งขณะใส่คอนแทคเลนส์ ทำให้เกิดแผลเล็กๆ บริเวณกระจกตา ส่งผลให้รู้สึกเจ็บหรือคอนแท็กต์เลนส์ฉีกขาดได้
  • อาการเลนส์คับแน่น (Tight Lenses Syndrome) เกิดจากการใส่คอนแทคเลนส์นานเกินไป ทำให้เลนส์ติดแน่นกับกระจกตา กระจกตาบวมน้ำ มองเห็นไม่ชัด เปลือกตาอักเสบ หรือมีเส้นเลือดเล็กๆ ขึ้นที่ตา
  • กระจกตาขาดออกซิเจน (Corneal hypoxia) มักเกิดจากการใส่คอนแทคเลนส์นานเกินไป อาจทำให้กระจกตาเป็นแผล เลือดออก และเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็น
  • กระจกตาอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (Microbial Keratitis) มักเกิดในผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์นิ่มหรือใส่ขณะนอนหลับ ทำให้ตาแดง เจ็บตา แฉะ แพ้แสง และระคายเคืองจากการติดเชื้อในเลนส์

ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ

ข้อควรระวังในการใส่คอนแทคเลนส์สายตาสั้น

แม้คอนแทคเลนส์จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน แต่การใช้งานอย่างผิดวิธีหรือละเลยเรื่องความสะอาดอาจนำไปสู่ปัญหาหรือการติดเชื้อที่รุนแรงได้ ดังนั้น ผู้ที่สวมใส่คอนแทคเลนส์เป็นประจำควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาสุขภาพดวงตาให้แข็งแรงและหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนที่อาจส่งผลต่อการมองเห็น

  • รักษาความสะอาดเสมอ ต้องล้างมือด้วยสบู่และเช็ดมือให้แห้งสนิททุกครั้งก่อนที่จะทำการสัมผัสคอนแทคเลนส์หรือสัมผัสบริเวณดวงตา
  • ห้ามใส่นอนหรือว่ายน้ำ การใส่นอนทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงกระจกตาไม่เพียงพอ ส่วนการว่ายน้ำอาจทำให้เชื้อโรคหรือแบคทีเรียจากน้ำเข้าสู่ดวงตาจนติดเชื้อได้
  • เปลี่ยนน้ำยาแช่เลนส์ทุกวัน ห้ามใช้น้ำยาแช่เลนส์ซ้ำเด็ดขาด และควรเปลี่ยนตลับใส่คอนแทคเลนส์ใหม่ทุกๆ 3 เดือนเพื่อป้องกันการสะสมของแบคทีเรีย

อาการผิดปกติจากการใส่คอนแทคเลนส์ที่ควรรีบพบแพทย์

ดวงตาเป็นอวัยวะที่บอบบางมาก หากคุณใส่คอนแทคเลนส์แล้วรู้สึกไม่สบายตาหรือมีความผิดปกติเกิดขึ้น ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้หรือซื้อยามาหยอดเอง เพราะอาจเป็นสัญญาณของการอักเสบหรือติดเชื้อที่กระจกตา ควรรีบถอดเลนส์ออกทันทีและสังเกตอาการต่อไปนี้เพื่อไปพบจักษุแพทย์โดยเร็วที่สุด

  • ตาแดงรุนแรงหรือมีขี้ตามาก อาจเป็นสัญญาณเบื้องต้นของการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจและรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อเฉพาะทาง
  • ปวดตาหรือสู้แสงไม่ได้ หากมีอาการปวดลึกๆ ในดวงตา หรือรู้สึกเคืองตาเจ็บปวดมากเมื่อต้องมองแสงสว่าง อาจเกิดแผลถลอกที่กระจกตา
  • ตามัวลงกะทันหัน หากการมองเห็นลดลงอย่างเห็นได้ชัดหรือมีภาพซ้อนแม้จะถอดคอนแทคเลนส์ออกแล้ว ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อป้องกันการสูญเสียการมองเห็น

คอนแทคเลนส์รายวัน รายเดือน และรายปี ต่างกันอย่างไร

คอนแทคเลนส์รายวันออกแบบมาให้ใช้ครั้งเดียวทิ้ง จึงมีความสะอาดสูงสุดและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ เหมาะสำหรับผู้ที่ตาแห้งง่ายหรือไม่ได้ใส่ทุกวัน ส่วนรายเดือนต้องถอดล้างทำความสะอาดและแช่น้ำยาทุกคืน มีความคุ้มค่าด้านราคาและเหมาะกับผู้ที่ใส่เป็นประจำ ขณะที่รายปีจะมีอายุการใช้งานยาวนานที่สุด วัสดุมักมีความทนทานสูง แต่ต้องดูแลรักษาความสะอาดอย่างเคร่งครัดมากเป็นพิเศษเพื่อป้องกันการสะสมของคราบโปรตีนและเชื้อโรคที่อาจทำอันตรายต่อดวงตา

ใส่คอนแทคเลนส์สายตาสั้นทุกวันอันตรายหรือไม่

การใส่คอนแทคเลนส์ทุกวันไม่อันตรายหากปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยอย่างถูกต้องและเลือกใช้เลนส์ที่มีคุณภาพ อย่างไรก็ตาม การใส่ติดต่อกันเป็นเวลานานเกิน 8-10 ชั่วโมงต่อวันอาจทำให้กระจกตาขาดออกซิเจน เกิดภาวะตาแห้ง หรือเส้นเลือดฝอยงอกใหม่ในดวงตาได้ ดังนั้น ควรมีวันหยุดพักการใส่คอนแทคเลนส์โดยสลับไปสวมแว่นสายตาบ้าง ใช้น้ำตาเทียมเมื่อรู้สึกแห้ง และควรเข้ารับการตรวจสุขภาพดวงตากับจักษุแพทย์เป็นประจำทุกปีเพื่อความปลอดภัย

สรุป

คอนแทคเลนส์

คอนแทคเลนส์เป็นตัวช่วยแก้ไขปัญหาสายตาที่สะดวกและได้รับความนิยมสูง เช่น คอนแทคเลนส์รายวัน รายเดือน และคอนแทคเลนส์สีเพื่อแฟชัน แต่การใช้งานที่ไม่ถูกวิธีหรือขาดการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม อาจทำให้เกิดปัญหาตา เช่น ตาแห้ง ติดเชื้อ หรือเยื่อบุตาอักเสบได้ ควรล้างมือก่อนใส่และถอดเลนส์ทุกครั้ง ทำความสะอาดและเปลี่ยนน้ำยาในกล่องเก็บเลนส์อย่างสม่ำเสมอเพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อ หากมีอาการผิดปกติหรือปัญหาจากการใส่คอนแทคเลนส์ สามารถมารักษาและปรึกษาจักษุแพทย์ได้ที่ โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ Bangkok Eye Hospital เพื่อดูแลดวงตาให้ปลอดภัยและสุขภาพดีอย่างยั่งยืน

ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคอนแทคเลนส์ (FAQ)

รวมคำตอบสำหรับคำถามทั่วไปเกี่ยวกับการใช้งาน การดูแลรักษา และข้อควรรู้ที่สำคัญ เพื่อช่วยให้คุณใช้คอนแทคเลนส์อย่างถูกวิธีและปลอดภัย ก่อนตัดสินใจใช้งานจริง

ใส่คอนแทคเลนส์เกิน 8 ชม. อันตรายไหม

ใน 1 วัน ใส่คอนแทคเลนส์เกิน 8 ชม. ได้ไหม? คอนแทคเลนส์ใส่ได้กี่ชั่วโมง? คำตอบคือควรใส่ไม่เกิน 8-9 ชั่วโมง เพราะใส่นานเกินไปอาจทำให้ตาแห้ง ระคายเคือง หรืออักเสบ หากจำเป็นต้องใส่นาน ให้ใช้น้ำตาเทียมเติมความชุ่มชื้นระหว่างวัน

การใส่คอนแทคเลนส์นาน ทำให้กระจกตาบางจริงไหม

กระจกตาแต่ละคนมีความหนาแตกต่างกันตามธรรมชาติ การใส่คอนแทคเลนส์อาจทำให้ตาแห้งได้ แต่ไม่ได้ส่งผลต่อความหนาของกระจกตาโดยตรง การหยุดใส่คอนแทคเลนส์ช่วยให้อาการตาแห้งดีขึ้น แต่กระจกตาจะไม่กลับมาหนาขึ้น

เผลอใส่คอนแทคเลนส์นอน เป็นอะไรไหม

ดวงตาต้องการออกซิเจนตลอดเวลา แต่เมื่อใส่คอนแทคเลนส์ ไม่ว่าจะรายวันหรือรายเดือน ดวงตาจะได้รับออกซิเจนน้อยกว่าปกติ หากนอนหลับขณะใส่เลนส์จะทำให้ออกซิเจนลดลงมาก เพราะเปลือกตาปิดกระจกตาไม่สามารถรับอากาศได้ ส่งผลให้ตาแดง ระคายเคือง และเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อได้ง่ายขึ้น

บทความโดย
รศ.นพ. อนันต์ วงศ์ทองศรี จักษุแพทย์

รศ.นพ. อนันต์ วงศ์ทองศรี

แพทย์ชำนาญเฉพาะทางสาขาจักษุวิทยา

มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา (LASIK/PRK/ReLEx SMILE/NanoReLEx) พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลรักษาปัญหาสายตาอย่างตรงจุด

*หมายเหตุ: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยทางการแพทย์ได้ หากท่านมีอาการผิดปกติกรุณาปรึกษาจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง

 

calling
ติดต่อเรา : +662 511 2111