บทความสุขภาพตา : #สายตายาว

เรียงตาม

เลสิก (LASIK) คืออะไร? ขั้นตอน ข้อดี และการดูแลหลังทำอย่างไร

สรุปสาระสำคัญ การทำเลสิก (LASIK) คือการผ่าตัดแก้ไขค่าสายตาด้วยเลเซอร์ โดยปรับความโค้งของกระจกตาให้แสงตกกระทบจอประสาทตาได้อย่างถูกต้อง ช่วยแก้ปัญหาสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง โดยไม่ต้องพึ่งแว่นหรือคอนแทคเลนส์ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีเลสิกหลากหลายรูปแบบ เช่น PRK, TransPRK, SBK LASIK, FemtoLASIK, SMILE Pro™ 2.0, NanoLASIK, NanoReLEx® และ PresbyLASIK ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดี ข้อจำกัด และค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน (ประมาณ 30,000–120,000 บาท/2 ตา) การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดและการดูแลตัวเองหลังทำอย่างถูกวิธี เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ดวงตาฟื้นตัวเร็ว ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน และควรได้รับการตรวจประเมินสภาพดวงตาอย่างละเอียดจากจักษุแพทย์ก่อนตัดสินใจเสมอ ในปัจจุบัน “ปัญหาสายตา” เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน และคุณภาพชีวิตโดยรวม “การทำเลสิก (LASIK)” จึงกลายเป็นหนึ่งในทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาสายตาอย่างถาวร โดยไม่ต้องพึ่งพาแว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์อีกต่อไป บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับการทำเลสิกอย่างครบถ้วน ตั้งแต่เลสิกคืออะไร มีกี่ประเภท แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร รวมถึงขั้นตอนการทำเลสิก การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด ข้อดี ข้อจำกัด และวิธีดูแลตัวเองหลังทำ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ และได้ผลลัพธ์การมองเห็นที่ดีที่สุดในระยะยาว   ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ โทร 02-511-2111 Line 📅 นัดหมายออนไลน์ 📌 สารบัญเนื้อหา ▶ การทำเลสิก (LASIK) คืออะไร? ▶ เลสิกแก้ไขสายตาอะไรได้บ้าง? ▶ ประเภทของเลสิก (LASIK) ในปัจจุบัน ▶ การเตรียมตัวก่อนทำเลสิก ▶ ข้อควรทำหลังทำเลสิก ▶ ทำเลสิกอยู่ได้กี่ปี ▶ ใครที่ไม่สามารถทำเลสิกได้ ▶ ทำเลสิกที่ Laser Vision โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ ดีอย่างไร ▶ สรุป ▶ คำถามที่พบบ่อย (FAQ) การทำเลสิก (LASIK) คืออะไร?   การทำเลสิก (LASIK: Laser In Situ Keratomileusis) คือ การผ่าตัดแก้ไขค่าสายตาด้วยเลเซอร์ โดยใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีความแม่นยำสูง เพื่อปรับความโค้งของกระจกตาให้เหมาะสมกับสายตาของแต่ละบุคคล หลักการทำงานของเลสิก คือ จักษุแพทย์จะใช้เลเซอร์ในการปรับแต่งกระจกตา เปรียบเสมือนการ “เจียระไนเลนส์” ให้มีความโค้งที่พอดี ส่งผลให้แสงสามารถตกกระทบที่จอประสาทตาได้อย่างถูกต้อง ทำให้การมองเห็นกลับมาคมชัดอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งแว่นหรือคอนแทคเลนส์ ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน การทำเลสิกจึงมีความปลอดภัยสูง เจ็บน้อย และใช้เวลาในการรักษาไม่นาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตาเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว เลสิกแก้ไขสายตาอะไรได้บ้าง?   การทำเลสิกในปัจจุบันสามารถแก้ไข “ปัญหาสายตาผิดปกติ” ได้หลากหลายรูปแบบ โดยแต่ละประเภทมีสาเหตุและลักษณะอาการที่แตกต่างกัน ดังนี้ 1. สายตาสั้น (Myopia) สายตาสั้น คือ ภาวะที่มองเห็นวัตถุระยะไกลไม่ชัด แต่สามารถมองเห็นระยะใกล้ได้ชัดเจน สาเหตุหลักเกิดจากกระจกตามีความโค้งมากเกินไป หรือความยาวของลูกตายาวกว่าปกติ ส่งผลให้แสงโฟกัสตกก่อนถึงจอประสาทตา ทำให้ภาพที่เห็นไม่คมชัด 2. สายตายาว (Hyperopia) สายตายาว คือ ภาวะที่มองเห็นวัตถุระยะใกล้ไม่ชัด แต่ระยะไกลอาจยังมองเห็นได้ดีกว่า สาเหตุเกิดจากกระจกตามีความโค้งน้อยเกินไป (ค่อนข้างแบน) หรือความยาวของลูกตาสั้นเกินไป ทำให้แสงไปโฟกัสหลังจอประสาทตา นอกจากนี้ “สายตายาวตามวัย” (Presbyopia) มักพบในผู้ที่มีอายุมากขึ้น เนื่องจากกล้ามเนื้อตาและเลนส์ตาเสื่อมลง ทำให้โฟกัสระยะใกล้ได้ไม่ดีเหมือนเดิม 3. สายตาเอียง (Astigmatism) สายตาเอียง คือ ภาวะที่การมองเห็นไม่คมชัดในทุกระยะ เนื่องจากกระจกตามีความโค้งไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้แสงที่เข้าสู่ตาไม่สามารถรวมเป็นจุดโฟกัสเดียวบนจอประสาทตาได้ ทำให้ภาพที่เห็นมีลักษณะเบลอ บิดเบี้ยว หรือซ้อนกัน 4. สายตาสั้นร่วมกับสายตายาวตามวัย เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้ที่มีสายตาสั้นอยู่เดิม และเมื่ออายุมากขึ้น จะเริ่มมีปัญหาสายตายาวตามวัยร่วมด้วย สาเหตุเกิดจากความเสื่อมของกล้ามเนื้อตาและเลนส์ตา ทำให้ความสามารถในการโฟกัสลดลง ส่งผลให้มีปัญหาทั้งการมองเห็นระยะไกลและระยะใกล้ ในปัจจุบัน เทคโนโลยีเลสิกสามารถช่วยแก้ไขปัญหาสายตาในกลุ่มนี้ได้เช่นกัน โดยแพทย์จะพิจารณาเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การมองเห็นที่ดีที่สุด ประเภทของเลสิก (LASIK) ในปัจจุบัน ปัจจุบันเทคโนโลยีการแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีวิธีการรักษาหลากหลายรูปแบบ โดยแต่ละเทคโนโลยีมีหลักการรักษา ข้อดี ข้อจำกัด และความเหมาะสมที่แตกต่างกัน การเลือกวิธีที่เหมาะสมจึงควรพิจารณาจากค่าสายตา ความหนาของกระจกตา ไลฟ์สไตล์ และคำแนะนำของจักษุแพทย์ 1. PRK   PRK เป็นเทคโนโลยีแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ โดยจักษุแพทย์จะลอกผิวกระจกตาชั้นนอกสุด (Epithelium) ออก จากนั้นใช้เลเซอร์ Excimer Laser ปรับความโค้งของกระจกตาตามค่าสายตา ก่อนปิดผิวกระจกตาด้วยคอนแทคเลนส์ชนิดพิเศษ เพื่อช่วยให้เนื้อเยื่อสมานตัวได้ดี ข้อดี ค่าใช้จ่ายเข้าถึงได้ (ประมาณ 30,000–40,000 บาท/2 ตา) ไม่มีการเปิดฝากระจกตา จึงลดความเสี่ยงของภาวะฝากระจกตาเคลื่อนในระยะยาว ข้อจำกัด อาจมีอาการปวด แสบตา หรือระคายเคืองในช่วง 5–7 วันแรก มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในช่วงที่ผิวกระจกตากำลังสมานตัว ใช้ระยะเวลาฟื้นตัวนานกว่าวิธีอื่น โดยการมองเห็นจะค่อยๆ ดีขึ้นภายในประมาณ 3–4 สัปดาห์ มีความเสี่ยงที่กระจกตาเป็นฝ้าขุ่น กรณีค่าสายตาผิดปกติสูง หรือมีโรคกระจกตาอื่นๆ เหมาะกับใคร ผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตาสั้น ยาว เอียง ผู้ที่มีกระจกตาค่อนข้างบาง หรือมีข้อจำกัดในการเปิดฝากระจกตา ผู้ที่ประกอบอาชีพ หรือเล่นกีฬาที่มีความเสี่ยงต่อการกระแทกบริเวณดวงตา เช่น นักบิน ทหาร ตำรวจ และนักกีฬา 2. TransPRK   TransPRK เป็นการพัฒนาต่อยอดจาก PRK โดยใช้เลเซอร์ Excimer Laser ลอกผิวกระจกตาและปรับความโค้งของกระจกตาในขั้นตอนเดียว โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือขูดผิวกระจกตา ทำให้ลดการสัมผัสกับเนื้อเยื่อดวงตา ข้อดี ลดอาการระคายเคืองหลังทำเมื่อเทียบกับ PRK แผลเรียบสม่ำเสมอ และโดยทั่วไปฟื้นตัวได้เร็วกว่า PRK การมองเห็นกลับมาชัดเจนได้เร็วขึ้น โดยใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ข้อจำกัด อาจมีอาการปวด แสบตา หรือระคายเคืองในช่วง 3–4 วันแรก ใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าเลสิกวิธีอื่น เช่น FemtoLASIK หรือ SMILE Pro™ 2.0 มีความเสี่ยงที่กระจกตาเป็นฝ้าขุ่น กรณีค่าสายตาผิดปกติสูง หรือมีโรคกระจกตาอื่นๆ เหมาะกับใคร ผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตาสั้น เอียง ผู้ที่มีกระจกตาค่อนข้างบาง หรือมีข้อจำกัดในการเปิดฝากระจกตา ผู้ที่ประกอบอาชีพหรือเล่นกีฬาที่มีความเสี่ยงต่อการกระแทกบริเวณดวงตา 3. SBK LASIK   SBK LASIK เป็นการพัฒนาจากเลสิกแบบดั้งเดิม โดยใช้ใบมีดชนิดพิเศษ (Microkeratome) สร้างฝากระจกตาที่มีความบาง ก่อนใช้เลเซอร์ Excimer Laser ปรับความโค้งของกระจกตา แล้วปิดฝากระจกตากลับเข้าที่เดิม ข้อดี ค่าใช้จ่ายเข้าถึงได้ (ประมาณ 30,000–40,000 บาท/2 ตา) ฟื้นตัวเร็ว มองเห็นชัดไวภายใน 1–2 วัน ใช้เนื้อกระจกตาน้อยกว่าเลสิกแบบดั้งเดิม ข้อจำกัด มีการเปิดฝากระจกตา จึงอาจได้รับผลกระทบหากเกิดการกระแทกรุนแรงในช่วงแรกหลังทำ อาจมีอาการตาแห้งในช่วงแรกหลังทำ ผู้ที่ดวงตาค่อนข้างเล็กอาจได้รับคำแนะนำให้เลือกเทคโนโลยีอื่น เหมาะกับใคร ผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตาสั้น ยาว เอียง ผู้ที่ต้องการกลับมาใช้สายตาได้อย่างรวดเร็ว ผู้ที่มีกระจกตาหนาเพียงพอ ผู้ที่ไม่มีภาวะตาแห้งรุนแรง และมีค่าสายตาอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม 4. FemtoLASIK   FemtoLASIK เป็นเลสิกไร้ใบมีดที่พัฒนาต่อยอดจาก SBK LASIK โดยใช้เลเซอร์ Femtosecond Laser เปิดฝากระจกตาแทนการใช้ใบมีด จากนั้นใช้เลเซอร์ Excimer Laser ปรับความโค้งของกระจกตา ก่อนปิดฝากระจกตากลับเข้าที่เดิม ข้อดี ค่าใช้จ่ายประหยัดที่สุดในกลุ่มเลสิกไร้ใบมีด (ประมาณ 40,000–60,000 บาท/2 ตา) มีความแม่นยำ และปลอดภัยสูงกว่า PRK และ SBK LASIK ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ใบมีด มีอาการปวด แสบตา หรือระคายเคืองน้อยกว่า PRK และ SBK LASIK ข้อจำกัด มีการเปิดฝากระจกตา จึงอาจได้รับผลกระทบหากเกิดการกระแทกรุนแรงในช่วงแรกหลังทำ อาจมีอาการแสงกระจายหรือมองเห็นไม่ชัดในที่มืดช่วงแรกหลังทำ เหมาะกับใคร ผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตาสั้น เอียง หรือสายตาสั้น เอียง ร่วมกับสายตายาว (Monovision) ผู้ที่ต้องการกลับมาใช้สายตาได้อย่างรวดเร็ว ผู้ที่ต้องการความแม่นยำสูงและผลข้างเคียงต่ำ ผู้ที่มีกระจกตาหนาเพียงพอและไม่มีภาวะตาแห้งรุนแรง 5. SMILE Pro™ 2.0   SMILE Pro™ 2.0 เป็นเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็กที่พัฒนาต่อยอดจาก ReLEx SMILE โดยใช้ Femtosecond Laser สร้างชิ้นเนื้อกระจกตา (Lenticule) และนำออกผ่านแผลขนาดเล็กเพียง 2–4 มิลลิเมตร โดยไม่ต้องเปิดฝากระจกตา ใช้เวลายิงเลเซอร์เพียงประมาณ 8 วินาทีต่อข้าง พร้อมระบบ CentraLign® และ OcuLign® ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรักษาสายตา ข้อดี แผลมีขนาดเล็ก ช่วยคงความแข็งแรงของกระจกตา รู้สึกเจ็บน้อยกว่าวิธีอื่นๆ และฟื้นตัวค่อนข้างเร็ว ลดโอกาสเกิดภาวะตาแห้งเมื่อเทียบกับเลสิกที่มีการเปิดฝากระจกตา มีความแม่นยำสูงด้วยระบบช่วยจัดตำแหน่งการยิงเลเซอร์อัตโนมัติ ข้อจำกัด ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง (ประมาณ 80,000–100,000 บาท/2 ตา) ไม่สามารถรักษาสายตายาวโดยกำเนิด (Hyperopia) ได้ เหมาะกับใคร ผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตาสั้น เอียง หรือสายตาสั้น เอียง ร่วมกับสายตายาว (Monovision) ผู้ที่ต้องการกลับมาใช้สายตาได้อย่างรวดเร็ว ผู้ที่ต้องการลดโอกาสเกิดภาวะตาแห้งหลังทำเลสิก 6. NanoLASIK   NanoLASIK เป็นเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีดของศูนย์เลสิกและรักษาสายตายาว (LASER VISION) โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ พัฒนาต่อยอดจาก FemtoLASIK โดยใช้ Ziemer Femto Z8 ซึ่งเป็น Femtosecond Laser พลังงานต่ำระดับนาโนจูลในการเปิดฝากระจกตา พร้อมระบบ Iris Registration และโปรแกรม Optimized Aspheric เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการรักษาและช่วยลดแสงกระจายในเวลากลางคืน ข้อดี ใช้เลเซอร์พลังงานต่ำ ลดการกระทบกระเทือนต่อดวงตา แผลหายเร็ว ฟื้นตัวเร็ว สามารถกลับมาใช้สายตาได้ภายในประมาณ 1 วัน ประหยัดเนื้อกระจกตา เหมาะกับผู้ที่มีค่าสายตาค่อนข้างสูง กระจกตาค่อนข้างบาง ลดโอกาสเกิดแสงฟุ้งหรือแสงกระจายในเวลากลางคืน มีระบบ AI และ OCT Scan ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรักษา ข้อจำกัด ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง (ประมาณ 100,000–120,000 บาท/2 ตา) มีการเปิดฝากระจกตา จึงควรหลีกเลี่ยงการกระแทกดวงตาอย่างรุนแรง เหมาะกับใคร ผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตาสั้น เอียง หรือสายตาสั้น เอียง ร่วมกับสายตายาว (Monovision) ผู้ที่มีค่าสายตาค่อนข้างสูง กระจกตาค่อนข้างบาง มีโอกาสทำเลสิกวิธีนี้ได้ ผู้ที่ต้องการฟื้นตัวเร็วหลังทำเลสิก และต้องการผลข้างเคียงหลังทำต่ำ 7. NanoReLEx®   NanoReLEx® เป็นเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็กของศูนย์เลสิกและรักษาสายตายาว (LASER VISION) โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ โดยใช้ Femtosecond Laser พลังงานต่ำระดับนาโนจูลสร้างชิ้นเนื้อกระจกตา (Lenticule) และนำออกผ่านแผลขนาดเล็กเพียง 2–3 มิลลิเมตร พร้อมเทคโนโลยี AI และ OCT Scan แบบ Real-time ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำและความปลอดภัยระหว่างการรักษา ข้อดี แผลมีขนาดเล็ก ช่วยคงความแข็งแรงของกระจกตา ใช้เลเซอร์พลังงานต่ำ ลดการกระทบกระเทือนต่อดวงตา แผลหายเร็ว ฟื้นตัวเร็ว สามารถกลับมาใช้สายตาได้ภายในประมาณ 1 วัน และมีโอกาสเกิดภาวะตาแห้งน้อย มีระบบ AI และ OCT Scan ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรักษา ข้อจำกัด ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง (ประมาณ 100,000–120,000 บาท) ไม่สามารถรักษาสายตายาวโดยกำเนิด (Hyperopia) ได้ เหมาะกับใคร ผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตาสั้น เอียง ผู้ที่ต้องการกลับมาใช้สายตาได้อย่างรวดเร็ว ผู้ที่ต้องการลดโอกาสเกิดภาวะตาแห้งหลังทำเลสิก 8. เลสิกสายตายาว PresbyLASIK   PresbyLASIK เป็นเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีดสำหรับรักษาสายตายาวตามอายุ (Presbyopia) โดยพัฒนาต่อยอดจาก Monovision LASIK ด้วยการปรับรูปทรงกระจกตาให้สามารถโฟกัสได้หลายระยะ (Multifocal Vision) ทั้งระยะใกล้ ระยะกลาง และระยะไกล ช่วยลดการพึ่งพาแว่นอ่านหนังสือและแว่นสายตาในชีวิตประจำวัน ข้อดี มองเห็นได้ชัดทั้งระยะใกล้ ระยะกลาง และระยะไกล ปรับตัวกับการมองเห็นได้เร็วกว่า Monovision LASIK ฟื้นตัวเร็ว สามารถกลับมาใช้สายตาได้ภายในประมาณ 1 วัน ช่วยลดการพึ่งพาแว่นอ่านหนังสือในชีวิตประจำวัน ข้อจำกัด อาจมีอาการแสงฟุ้งหรือแสงกระจายในช่วงแรกหลังทำ ความคมชัดในบางระยะอาจลดลงเมื่อเทียบกับการแก้ไขสายตาแบบระยะเดียว ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงตามการเสื่อมของสายตาตามวัย เหมาะกับใคร ผู้ที่มีอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป และเริ่มมีภาวะสายตายาวตามอายุ ผู้ที่ต้องใช้สายตาหลายระยะในชีวิตประจำวัน ผู้ที่ต้องการลดการพึ่งพาแว่นอ่านหนังสือ ปรึกษาและตรวจประเมินก่อนทำเลสิก ตรวจวิเคราะห์สภาพดวงตาอย่างละเอียดโดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเลือกเทคโนโลยีเลสิกที่เหมาะกับคุณที่สุด สอบถามราคาแต่ละเทคนิคและโปรโมชันได้ที่นี่ ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ โทร 02-511-2111 Line 📅 นัดหมายออนไลน์ การเตรียมตัวก่อนทำเลสิก   เพื่อให้การผ่าตัดเลสิกเป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์การมองเห็นที่ดีที่สุด ผู้เข้ารับการรักษาควรเตรียมความพร้อมล่วงหน้า โดยปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้ งดใส่คอนแทคเลนส์ก่อนวันผ่าตัด ควรงดใส่อย่างน้อย 3–7 วัน (หรือมากกว่านั้นในบางประเภท) เพื่อให้กระจกตากลับสู่สภาพปกติ ทำความสะอาดร่างกายให้เรียบร้อย อาบน้ำ ล้างหน้า และสระผมให้สะอาดในวันผ่าตัด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ งดแต่งหน้าในวันผ่าตัด รวมถึงงดใช้เครื่องสำอางบริเวณรอบดวงตา เช่น อายไลเนอร์ มาสคาร่า หรือครีมบำรุงรอบดวงตา สวมเสื้อผ้าที่สะดวกต่อการเปลี่ยน แนะนำให้ใส่เสื้อแบบติดกระดุมด้านหน้า เพื่อลดการกระทบกระเทือนบริเวณดวงตาหลังทำ งดใช้น้ำหอมและสเปรย์ทุกชนิด เช่น สเปรย์ผม น้ำหอม หรือผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นฉุน เพื่อลดการระคายเคืองระหว่างการผ่าตัด งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด เพื่อลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน แจ้งประวัติการใช้ยาให้แพทย์ทราบ รวมถึงยาประจำ อาหารเสริม หรือโรคประจำตัว เพื่อให้แพทย์พิจารณาความเหมาะสมและความปลอดภัย ควรมีผู้ติดตามมาด้วยในวันผ่าตัด และไม่ควรขับรถมาเอง เนื่องจากหลังทำเลสิกอาจมีอาการตาพร่า หรือระคายเคืองชั่วคราว การเตรียมตัวที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มความปลอดภัย และส่งผลต่อคุณภาพการมองเห็นหลังการผ่าตัดในระยะยาว ข้อควรทำหลังทำเลสิก   เพื่อให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด และลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด ผู้เข้ารับการทำเลสิกควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อดวงตา ดังนี้ ห้ามขยี้ตาเด็ดขาด เนื่องจากอาจส่งผลต่อกระจกตาที่กำลังฟื้นตัว หากมีอาการคัน ควรล้างมือให้สะอาด และใช้นิ้วแตะเบาๆ บริเวณหัวตาหรือหางตาแทน หลีกเลี่ยงการให้น้ำเข้าตา โดยเฉพาะในช่วง 5–7 วันแรกหลังผ่าตัด ควรระมัดระวังขณะล้างหน้า สระผม หรืออาบน้ำ งดว่ายน้ำหรือดำน้ำ อย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากน้ำ งดแต่งหน้าบริเวณรอบดวงตา เช่น อายไลเนอร์ มาสคาร่า หรืออายแชโดว์ ในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก หยอดยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยลดการอักเสบ ป้องกันการติดเชื้อ และช่วยให้แผลสมานตัวได้ดี ใส่ฝาครอบตาขณะนอนหลับ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการเผลอขยี้ตาโดยไม่รู้ตัว หลีกเลี่ยงการใช้สายตาหนักเกินไป เช่น การจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน ควรพักสายตาเป็นระยะ เพื่อลดอาการตาล้าและตาแห้ง การปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดจะช่วยให้ดวงตาฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ผลลัพธ์การมองเห็นมีประสิทธิภาพในระยะยาว ทำเลสิกอยู่ได้กี่ปี โดยทั่วไปผลลัพธ์จากการทำเลสิกสามารถอยู่ได้นานหลายปี เพราะเป็นการใช้เลเซอร์ปรับความโค้งของกระจกตาเพื่อแก้ไขค่าสายตาเดิม อย่างไรก็ตาม เลสิกไม่สามารถหยุดการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของดวงตาได้ เช่น สายตายาวตามวัยที่มักเริ่มพบในช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือภาวะต้อกระจกในอนาคต ซึ่งอาจทำให้การมองเห็นเปลี่ยนแปลงได้แม้เคยทำเลสิกแล้ว ใครที่ไม่สามารถทำเลสิกได้   แม้ว่าการทำเลสิกจะเป็นวิธีแก้ไขสายตาที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้ได้ โดยผู้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้อาจไม่เหมาะสมกับการทำเลสิก ผู้ที่มีค่าสายตาสั้นสูงมาก (มากกว่า 1,400) ซึ่งอาจเกินขอบเขตที่เลสิกสามารถแก้ไขได้อย่างปลอดภัย ผู้ที่มีกระจกตาบางมาก หรือมีความผิดปกติของกระจกตา เช่น กระจกตาโก่ง (Keratoconus) ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพตา เช่น ตาแห้งรุนแรง หรือมีการติดเชื้อบริเวณดวงตา ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคภูมิคุ้มกันผิดปกติ หรือโรคที่ส่งผลต่อการสมานแผล ผู้ที่มีค่าสายตายังไม่คงที่ (มักพบในช่วงอายุต่ำกว่า 18 ปี) ดังนั้น ก่อนตัดสินใจทำเลสิก ควรเข้ารับการตรวจประเมินสภาพดวงตาอย่างละเอียดโดยจักษุแพทย์ เพื่อวิเคราะห์ความเหมาะสมและเลือกแนวทางการรักษาที่ปลอดภัยที่สุด ทำเลสิกที่ Laser Vision โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ ดีอย่างไร สำหรับผู้ที่กำลังมองหาสถานพยาบาลในการทำเลสิก ศูนย์เลเซอร์วิชั่น Bangkok Eye Hospital (โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ) คือศูนย์เฉพาะทางด้านจักษุวิทยาที่ได้รับความไว้วางใจ ด้วยมาตรฐานการรักษาระดับสากล ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อมอบผลลัพธ์การมองเห็นที่มีคุณภาพสูงสุดในระยะยาว จุดเด่นของศูนย์เลสิกและรักษาสายตายาว (LASER VISION) มาตรฐานระดับสากล AACI พร้อมประสบการณ์กว่า 28 ปี ได้รับการรับรองมาตรฐาน AACI ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และมีประสบการณ์ด้านการรักษาดวงตามากกว่า 28 ปี พร้อมดูแลคนไข้มาแล้วกว่า 100,000 ดวงตา ทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง มากกว่า 14 ท่าน จากสถาบันการแพทย์ชั้นนำ นำทีมโดย รศ.นพ.อนันต์ วงศ์ทองศรี พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมในแต่ละบุคคล เทคโนโลยีเลสิกครบครัน มากกว่า 11 เทคนิค รองรับทั้งเคสทั่วไปและเคสยากซับซ้อน สามารถเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) ตรวจวินิจฉัยแม่นยำ ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญ โดยทีมนักทัศนมาตรและบุคลากรทางการแพทย์ประสบการณ์สูง ร่วมกับเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อการวางแผนการรักษาที่ตรงจุด ดูแลครบวงจร พร้อมบริการระดับพรีเมียม ตั้งแต่การตรวจ วางแผน ผ่าตัด และติดตามผลอย่างใกล้ชิด ภายใต้บรรยากาศที่ผ่อนคลายและใส่ใจในทุกรายละเอียด ด้วยความพร้อมทั้งด้านมาตรฐาน เทคโนโลยี และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ศูนย์เลสิกและรักษาสายตายาว (LASER VISION) โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ Bangkok Eye Hospital (เลียบด่วนรามอินทรา) จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการทำเลสิกอย่างมั่นใจ และได้ผลลัพธ์การมองเห็นที่ดีที่สุด สรุป การทำเลสิก (LASIK) เป็นทางเลือกในการแก้ไขปัญหาสายตาที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีวิธีการรักษาหลากหลายรูปแบบ เช่น PRK, FemtoLASIK, SMILE Pro™ 2.0 รวมถึง PresbyLASIK สำหรับผู้ที่มีสายตายาวตามวัย แต่ละเทคโนโลยีมีหลักการรักษา ข้อดี และข้อจำกัดที่แตกต่างกัน การเลือกวิธีที่เหมาะสมจึงควรพิจารณาจากโครงสร้างดวงตา ค่าสายตา และไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล โดยต้องผ่านการตรวจประเมินอย่างละเอียดจากจักษุแพทย์ นอกจากนี้ การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด และการดูแลตัวเองหลังทำเลสิกอย่างถูกต้อง เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผลลัพธ์การรักษามีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ดวงตาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม เลสิกอาจไม่เหมาะกับทุกคน ผู้ที่มีค่าสายตาสูงมาก หรือมีความผิดปกติของกระจกตา ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์เพื่อเลือกวิธีการรักษาที่ปลอดภัยที่สุด สำหรับผู้ที่กำลังมองหาการทำเลสิก การเลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีที่ครบครัน เช่น ศูนย์เลสิกและรักษาสายตายาว (LASER VISION) จะช่วยเพิ่มความมั่นใจ และทำให้ได้ผลลัพธ์การมองเห็นที่คมชัด ปลอดภัย และยั่งยืนในระยะยาว ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ โทร 02-511-2111 Line 📅 นัดหมายออนไลน์ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำเลสิก (FAQ) ทำเลสิกแล้วสายตาจะกลับมาสั้นอีกไหม มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในบางราย โดยเฉพาะผู้ที่ค่าสายตายังไม่คงที่ก่อนทำเลสิก หรือมีการเปลี่ยนแปลงของดวงตาตามอายุ แต่โดยทั่วไปผลลัพธ์ของเลสิกค่อนข้างคงที่ในระยะยาว หากเริ่มมองไม่ชัดอีกครั้งควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ทำเลสิกแล้วตอนอายุมากขึ้นต้องใส่แว่นไหม อาจต้องใช้แว่นอ่านหนังสือเมื่อมีสายตายาวตามวัย เพราะเลสิกช่วยแก้ค่าสายตาเดิม เช่น สั้น ยาว หรือเอียง แต่ไม่สามารถป้องกันความเสื่อมตามวัยของเลนส์ตาได้ หลังทำเลสิกต้องตรวจตาบ่อยแค่ไหน ควรมาตรวจตามนัดที่จักษุแพทย์กำหนดในช่วงแรกหลังผ่าตัด (1 วัน, 7 วัน, 1 เดือน หรือตามที่แพทย์นัดติดตามอาการหลังผ่าตัด) หลังจากนั้นควรตรวจสุขภาพตาเป็นระยะ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการผิดปกติ เช่น มองเห็นไม่ชัด ตาแห้งมาก แสบตา หรือมีแสงกระจายผิดปกติ เพื่อดูแลผลลัพธ์และสุขภาพดวงตาในระยะยาว กระจกตาบางทำเลสิกได้ไหม คนที่กระจกตาบางเกินไปมักไม่สามารถทำเลสิกได้ เนื่องจากขั้นตอนการแยกชั้นกระจกตาอาจทำให้กระจกตาที่เหลือบางจนเกิดอันตราย แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการรักษาสายตาที่ปลอดภัยสำหรับคนกระจกตาบาง เช่น การทำเลสิกวิธี NanoLASIK ที่ประหยัดเนื้อกระจกตามากกว่าเลสิกวิธีอื่น (เอกสิทธิ์เฉพาะที่ศูนย์เลสิกและรักษาสายตายาว (LASER VISION)) หรือการผ่าตัดใส่เลนส์เสริม (ICL) ดังนั้น หากคุณกระจกตาบาง จักษุแพทย์จะช่วยประเมินวิธีที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดให้แทนการทำเลสิกทั่วไป เลสิกแพงไหม ราคาเท่าไหร่ การทำเลสิกมีราคาที่หลากหลายขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่เลือกใช้และสถานพยาบาล โดยทั่วไปราคาจะเริ่มต้นที่ประมาณ 30,000 บาท ไปจนถึง 150,000 บาทต่อตาทั้งสองข้าง การทำ PRK หรือเลสิกแบบดั้งเดิมมักมีราคาประหยัดที่สุด ส่วนเลสิกแบบไร้ใบมีด เช่น FemtoLASIK, SMILE Pro™ 2.0, NanoLASIK, NanoReLEx® ที่ใช้เลเซอร์ความแม่นยำสูงจะมีราคาสูงขึ้นตามลำดับ แม้จะดูเป็นเงินก้อนใหญ่ แต่นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวเมื่อเทียบกับค่าคอนแทคเลนส์และแว่นตาที่คุณต้องจ่ายตลอดชีวิต เลสิกน่ากลัวไหม ความกลัวเป็นเรื่องปกติสำหรับทุกคนที่ต้องทำหัตถการกับดวงตา แต่ในความเป็นจริงการทำเลสิกไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เทคโนโลยีในปัจจุบันมีความปลอดภัยและแม่นยำสูงมาก ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่ล้ำสมัย ตลอดการผ่าตัดจักษุแพทย์จะดูแลอย่างใกล้ชิดและใช้เวลาเพียง 10–15 นาทีต่อข้างเท่านั้น เลสิกเจ็บไหม ก่อนเริ่มขั้นตอนการทำเลสิกแพทย์จะหยอดยาที่ดวงตา ทำให้คุณไม่รู้สึกเจ็บตลอดการผ่าตัด แต่อาจมีความรู้สึกตึงๆ หรือเหมือนมีแรงกดที่ดวงตาเบาๆ เพียงไม่กี่วินาทีในบางขั้นตอนเท่านั้น หลังจากยาชาหมดฤทธิ์ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงแรก อาจมีอาการระคายเคืองตา น้ำตาไหล หรือเคืองตาคล้ายมีเม็ดทรายอยู่ในตา ซึ่งเป็นอาการปกติที่สามารถบรรเทาได้ด้วยการหยอดน้ำตาเทียมและทานยาแก้ปวดตามแพทย์สั่ง บทความโดย รศ.นพ. อนันต์ วงศ์ทองศรี ประธานกรรมการบริหาร (CEO) และจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา (LASIK) ประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประวัติแพทย์ นัดหมายปรึกษา *หมายเหตุ: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยทางการแพทย์ได้ หากท่านมีอาการผิดปกติกรุณาปรึกษาจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
อ่านเพิ่มเติม

คอนเเทคเลนส์คืออะไร? วิธีดูแลทำความสะอาด พร้อมข้อควรรู้เบื้องต้น

สรุปสาระสำคัญ คอนแทคเลนส์เป็นแผ่นพลาสติกบางใสที่สวมบนกระจกตา ช่วยแก้ไขสายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด สายตาเอียง และสายตายาวตามอายุ แบ่งเป็นชนิดแข็ง (RGP) และชนิดนิ่มที่มีทั้งรายวัน รายสัปดาห์ รายเดือน และเลนส์สี การเลือกคอนแทคเลนส์ควรพิจารณา 3 ปัจจัยหลัก คือ ค่าสายตาและความโค้งของเลนส์ให้ตรงกับกระจกตา ค่าอมน้ำที่เหมาะกับภาวะตาแห้ง และวัสดุที่ให้ออกซิเจนผ่านได้ดีอย่าง Silicone Hydrogel การใช้งานผิดวิธีอาจทำให้เกิดตาแห้ง เยื่อบุตาอักเสบ กระจกตาขาดออกซิเจน หรือกระจกตาอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย จึงต้องล้างมือทุกครั้ง ห้ามใส่นอนหรือว่ายน้ำ และเปลี่ยนน้ำยาแช่เลนส์ทุกวัน หากมีอาการตาแดงรุนแรง มีขี้ตามาก ปวดตา สู้แสงไม่ได้ หรือตามัวลงกะทันหัน ควรถอดเลนส์ออกทันทีและรีบพบจักษุแพทย์ ไม่ควรซื้อยามาหยอดเอง คอนแทคเลนส์ (Contact Lens) เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการแก้ปัญหาสายตาหรือเปลี่ยนลุคให้ดวงตาดูโดดเด่นมากขึ้น ไม่ว่าจะใส่แทนแว่นสายตาหรือเพื่อความสวยงาม แต่การใช้คอนแทคเลนส์อย่างไม่ระวัง อาจส่งผลเสียต่อสุขภาพตาได้ ดังนั้นจึงควรรู้วิธีการใช้งาน การดูแลรักษา และข้อควรระวังเบื้องต้น เพื่อความปลอดภัยและสุขภาพตาที่ดีในระยะยาว ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ โทร 02-511-2111 Line 📅 นัดหมายออนไลน์ 📌 สารบัญเนื้อหา ▶ คอนแทคเลนส์คืออะไร? ▶ ประเภทของคอนแทคเลนส์ ▶ คอนแทคเลนส์แบบอื่นๆ ▶ ประโยชน์ของคอนแทคเลนส์ ▶ วิธีเลือกคอนแทคเลนส์สายตาสั้นให้สบายตาและเหมาะกับดวงตา ▶ วิธีใส่คอนแทคเลนส์อย่างถูกวิธี ▶ วิธีถอดคอนแทคเลนส์อย่างถูกต้อง ▶ การเก็บรักษาคอนแทคเลนส์หลังใช้งาน ▶ ปัญหาต่อเยื่อบุตาและกระจกตา ▶ ข้อควรระวังในการใส่คอนแทคเลนส์สายตาสั้น ▶ อาการผิดปกติจากการใส่คอนแทคเลนส์ที่ควรรีบพบแพทย์ ▶ คอนแทคเลนส์รายวัน รายเดือน และรายปี ต่างกันอย่างไร ▶ ใส่คอนแทคเลนส์สายตาสั้นทุกวันอันตรายหรือไม่ ▶ สรุป ▶ คำถามที่พบบ่อย (FAQ) คอนแทคเลนส์คืออะไร? คอนแทคเลนส์เป็นแผ่นพลาสติกบางใสรูปวงกลม ที่สวมใส่บนกระจกตาเพื่อช่วยแก้ไขปัญหาภาวะสายตาผิดปกติ ซึ่งเกิดจากการที่ดวงตาไม่สามารถรวมแสงให้ตกบนจอรับภาพได้อย่างพอดี ทำให้มองเห็นภาพไม่ชัดเจน โดยคอนแทคเลนส์สามารถช่วยปรับการมองเห็นให้ดีขึ้นในผู้ที่มีปัญหาสายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด สายตาเอียง และสายตายาวตามอายุ ประเภทของคอนแทคเลนส์ คอนแทคเลนส์มีให้เลือกหลายประเภท ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการใช้งาน ลักษณะสายตา และความสะดวกสบายของผู้ใช้ โดยสามารถแบ่งออกได้ตามวัสดุและระยะเวลาการใช้งานดังนี้ คอนแทคเลนส์แบบแข็ง คอนแทคเลนส์ชนิดแข็งที่พบได้บ่อยคือแบบกึ่งแข็ง (Rigid Gas-Permeable: RGP) ซึ่งสามารถให้ออกซิเจนซึมผ่านเข้าสู่กระจกตาได้ เหมาะสำหรับผู้ที่มีค่าสายตาเอียงมาก หรือผู้ป่วยโรคกระจกตาโป่ง (Keratoconus) โดยเลนส์ชนิดนี้จะช่วยปรับรูปร่างความโค้งของกระจกตาให้ใกล้เคียงปกติมากขึ้น ส่งผลให้การมองเห็นชัดเจนขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ คอนแทคเลนส์แบบนิ่ม คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่มเป็นประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เนื่องจากสวมใส่สบายและหาซื้อได้ง่ายตามท้องตลาด แบ่งออกได้เป็นหลายประเภท ดังนี้ คอนแทคเลนส์รายวัน คือเลนส์ที่ใส่เฉพาะระหว่างวันแล้วถอดทิ้ง ไม่ต้องทำความสะอาด ลดความเสี่ยงติดเชื้อ ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้งาน และเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและสะดวกที่สุด คอนแทคเลนส์รายสัปดาห์ คือเลนส์ที่ใส่และถอดออกทุกวัน และเปลี่ยนใหม่ทุก 1-2 สัปดาห์ คอนแทคเลนส์รายเดือน คือเลนส์ที่ใส่และถอดออกทุกวัน และเปลี่ยนเป็นชิ้นใหม่ทุก 1 เดือน คอนแทคเลนส์แบบใส่ระยะยาว สามารถใส่นอนได้ต่อเนื่องหลายวัน แต่เสี่ยงติดเชื้อสูง แพทย์จึงไม่แนะนำให้ใช้งานเป็นประจำ คอนแทคเลนส์แก้สายตาเอียง เป็นเลนส์ชนิดนิ่ม ราคาสูง แก้ปัญหาสายตาเอียงได้แต่ประสิทธิภาพอาจสู้เลนส์แข็งไม่ได้ มีทั้งแบบรายวันและใส่ระยะยาว คอนแทคเลนส์สี ใช้ได้ทั้งแก้ไขสายตาผิดปกติและเสริมความสวยงาม แบ่งตามการใช้งาน เช่น เลนส์แฟชั่น บิ๊กอาย เลนส์กรองแสงยูวี และเลนส์แก้ตาบอดสี ควรปรึกษาจักษุแพทย์ก่อนใช้งานเพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คอสเมติกคอนแทคเลนส์ (Cosmetic Contact Lenses) เป็นเลนส์ที่ใส่เพื่อเปลี่ยนสีหรือลักษณะดวงตา เช่น ตาแมวหรือแวมไพร์ แม้ไม่ใช้เพื่อแก้สายตา แต่ควรปรึกษาจักษุแพทย์ก่อนใช้เพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อ คอนแทคเลนส์แบบอื่นๆ นอกจากคอนแทคเลนส์ที่ใช้เพื่อแก้ไขค่าสายตาทั่วไปแล้ว ยังมีคอนแทคเลนส์ประเภทอื่นๆ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ เช่น คอนแทคเลนส์ไฮบริด เป็นเลนส์ผสมระหว่างนิ่มและแข็ง ช่วยแก้ไขสายตาสั้น ยาว เอียง และปัญหากระจกตาได้ดี เหมาะสำหรับผู้สูงอายุและผู้ที่มีกระจกตาผิดปกติ คอนแทคเลนส์ชนิดแก้สายตายาวตามอายุ เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ใช้ช่วยให้มองเห็นทั้งใกล้และไกลได้ชัด เช่น แบบ Bifocal, Multifocal หรือแบบ Monovision ที่ใส่คนละค่าสายตาในแต่ละข้าง คอนแทคเลนส์หลายระดับ (Multifocal Contact Lenses) คือเลนส์ที่มีทั้งแบบแข็งและนิ่ม ภายในเลนส์มีค่าสายตาหลายระดับช่วยให้ใช้งานได้สะดวก เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสายตายาวตามวัย (Presbyopia) คอนแทคเลนส์ครอบแผลชนิดพิเศษ ใช้หลังการผ่าตัดดวงตา เพื่อช่วยปกป้องและส่งเสริมการสมานตัวของผิวกระจกตาให้เร็วขึ้น ประโยชน์ของคอนแทคเลนส์ คอนแทคเลนส์มีประโยชน์หลากหลายด้าน เช่น ช่วยแก้ไขปัญหาสายตา ด้วยการใส่คอนแทคเลนส์สายตาสั้นและสายตายาว ทำให้ผู้ใส่มองเห็นชัดทั้งระยะใกล้และไกล รวมถึงมีทัศนวิสัยที่ดีกว่าแว่นตา นอกจากนี้ผู้ใส่แว่นมักมีมุมมองด้านข้าง (Peripheral Vision) ที่จำกัด คอนแทคเลนส์สายตาจึงช่วยเพิ่มการมองเห็นด้านข้างให้ชัดเจนขึ้น คอนแทคเลนส์ยังเหมาะสำหรับคนที่ไม่สะดวกใส่แว่น และช่วยปรับลุคให้ดูดี มีความมั่นใจมากขึ้น โดยเฉพาะคอนแทคเลนส์แฟชัน เช่น เลนส์สี หรือเลนส์บิ๊กอาย วิธีเลือกคอนแทคเลนส์สายตาสั้นให้สบายตาและเหมาะกับดวงตา การเลือกคอนแทคเลนส์ที่เหมาะสม ไม่เพียงช่วยให้มองเห็นได้คมชัด แต่ยังช่วยเพิ่มความสบายในการสวมใส่และลดความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพดวงตาในระยะยาว เนื่องจากดวงตาของแต่ละคนมีค่าสายตา ความโค้งของกระจกตา ปริมาณน้ำตา และลักษณะการใช้งานที่แตกต่างกัน ก่อนเลือกคอนแทคเลนส์จึงควรพิจารณาปัจจัยสำคัญ ดังนี้ 1. เลือกคอนแทคเลนส์ให้ตรงกับค่าสายตา ควรตรวจวัดค่าสายตากับจักษุแพทย์หรือนักทัศนมาตรเป็นประจำ เพื่อให้ได้คอนแทคเลนส์ที่มีค่าสายตาเหมาะสม รวมถึงขนาดและความโค้งของเลนส์ (Base Curve) ที่พอดีกับกระจกตา ช่วยให้สวมใส่สบายและลดการเสียดสีกับดวงตา 2. พิจารณาค่าอมน้ำของคอนแทคเลนส์ ผู้ที่มีอาการตาแห้งหรือใช้สายตากับหน้าจอเป็นเวลานาน ควรเลือกคอนแทคเลนส์ที่มีค่าอมน้ำเหมาะสม โดยทั่วไปเลนส์ที่มีค่าอมน้ำต่ำถึงปานกลางอาจเหมาะกับผู้ที่มีภาวะตาแห้ง เนื่องจากช่วยลดการดึงความชื้นจากผิวดวงตา 3. เลือกวัสดุที่ให้ออกซิเจนผ่านได้ดี คอนแทคเลนส์ที่ผลิตจากวัสดุ Silicone Hydrogel สามารถให้ออกซิเจนผ่านเข้าสู่กระจกตาได้ดีกว่าวัสดุแบบเดิม ช่วยลดอาการตาแดง เพิ่มความสบายในการสวมใส่ และเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานาน วิธีใส่คอนแทคเลนส์อย่างถูกวิธี การใส่คอนแทคเลนส์อย่างถูกวิธีช่วยเพิ่มความสบายตาและลดความเสี่ยงในการระคายเคืองหรือการติดเชื้อ โดยมีขั้นตอนดังนี้ ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำ หลีกเลี่ยงสบู่ที่มีกลิ่นหรือน้ำมันมาก เพราะอาจทำให้ตาระคายเคือง เช็ดมือให้แห้งด้วยผ้าสะอาดที่ไม่เป็นขุยหรือผ้าเช็ดมือ ยืนบนพื้นเรียบและสะอาด เช่น ใกล้อ่างล้างหน้า ปิดฝาท่อระบายน้ำถ้าอยู่เหนืออ่าง เริ่มใส่เลนส์ข้างขวาก่อน (ถ้าถนัดซ้าย ให้เริ่มข้างซ้าย) เพื่อไม่ให้ใส่สลับข้าง หยิบเลนส์จากกล่องเก็บโดยใช้ปลายนิ้ว (หลีกเลี่ยงเล็บ) ล้างเลนส์ด้วยน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ทุกครั้ง หากเลนส์ตกพื้น ให้ล้างน้ำยาใหม่ก่อนใส่ วางเลนส์ไว้ที่ปลายนิ้วชี้หรือนิ้วกลาง ตรวจสอบว่าเลนส์ไม่ฉีกขาด ตรวจดูว่าเลนส์ไม่กลับด้าน โดยดูขอบเลนส์ ถ้าขอบเลนส์เป็นรูปถ้วยและตั้งตรงคือถูกต้อง ใช้มือที่ไม่ถนัดดึงเปลือกตาบนขึ้น และใช้นิ้วกลางหรืออื่นๆ ดึงเปลือกตาล่างลง มองตรงไปข้างหน้าแล้วค่อยๆ วางเลนส์ลงบนตา ปิดตาเบาๆ แล้วลืมตา กะพริบตาช้าๆ เพื่อให้เลนส์อยู่กลางตา เช็กในกระจกว่าเลนส์อยู่ตรงกลางและรู้สึกสบาย หากไม่สบายหรือตาไม่ชัด ให้ขยับเลนส์หรือนำเลนส์ออกแล้วใส่ใหม่ ทำซ้ำขั้นตอนเดียวกันกับเลนส์อีกข้าง วิธีถอดคอนแทคเลนส์อย่างถูกต้อง การถอดคอนแทคเลนส์อย่างถูกต้องสำคัญต่อสุขภาพดวงตาและช่วยป้องกันการระคายเคืองหรือการติดเชื้อ มีขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้ ล้างมือให้สะอาดและเช็ดให้แห้งก่อนจับคอนแทคเลนส์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อที่ตา รินสารละลายที่ใช้แช่คอนแทคเลนส์ทิ้งให้หมด จากนั้นผึ่งลมหรือเช็ดกล่องเก็บเลนส์ให้แห้งด้วยผ้าสะอาด ยืนหน้ากระจก ดึงเปลือกตาล่างลงด้วยนิ้วกลางของมือที่ถนัด ถอดเลนส์ออกจากตาข้างที่ต้องการก่อน เพื่อป้องกันความสับสน ใช้นิ้วชี้เลื่อนเลนส์ลงไปที่ขอบตาสีขาวอย่างช้าๆ บีบเลนส์ด้วยนิ้วชี้และนิ้วหัวแม่มือเบาๆ เพื่อดึงเลนส์ออกจากตา ทำซ้ำขั้นตอนกับตาอีกข้าง ใช้น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ที่แนะนำทำความสะอาดเลนส์อย่างถูกวิธี หลีกเลี่ยงน้ำยาที่ทำเองหรือไม่ผ่านการรับรอง ใส่คอนแทคเลนส์ลงในกล่องเก็บเลนส์ที่แช่ในสารละลาย หรือทิ้งเลนส์หากเป็นแบบใช้ครั้งเดียว การเก็บรักษาคอนแทคเลนส์หลังใช้งาน การเก็บรักษาคอนแทคเลนส์หลังใช้งานอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อป้องกันการติดเชื้อและยืดอายุการใช้งานของเลนส์ รวมถึงช่วยรักษาความสะอาดและความปลอดภัยให้กับดวงตาของคุณก่อนใช้ในครั้งต่อไป ทำความสะอาดคอนแทคเลนส์ทุกวันด้วยน้ำยาล้างเลนส์ โดยถูเลนส์เบาๆ ด้วยปลายนิ้วเพื่อขจัดเชื้อและสิ่งสกปรกอย่างทั่วถึง ก่อนเก็บแช่ค้างคืนในตลับ เปลี่ยนน้ำยาแช่เลนส์ใหม่ทุกครั้งหลังใช้ หลีกเลี่ยงการแช่เลนส์ทันทีหลังถอดโดยไม่ทำความสะอาดก่อน ล้างทำความสะอาดตลับใส่เลนส์ทุกสัปดาห์ด้วยน้ำสะอาดและสบู่ แล้วปล่อยให้แห้งก่อนใช้งานครั้งต่อไป ห้ามล้างคอนแทคเลนส์ด้วยน้ำเปล่า น้ำเกลือ หรือน้ำลายเด็ดขาด เพราะเสี่ยงติดเชื้อและทำให้เลนส์ปนเปื้อนได้ ควรใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมาตรฐาน เพื่อยืดอายุเลนส์และป้องกันติดเชื้อดวงตา ควรเปลี่ยนตลับคอนแทคเลนส์ทุก 3 เดือน และล้างตลับก่อนใช้แล้วตากให้แห้งเพื่อฆ่าเชื้อ หลีกเลี่ยงการแบ่งน้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ใส่ขวดอื่น เพื่อป้องกันการติดเชื้อ ห้ามใช้น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์ที่หมดอายุ เก่าเก็บ หรือเปิดทิ้งไว้นานแล้ว ปัญหาต่อเยื่อบุตาและกระจกตา ปัญหาเยื่อบุตาและกระจกตาอาจเกิดจากคอนแทคเลนส์ไม่สะอาด ใช้ของไม่ได้มาตรฐาน หรือแพ้วัสดุที่ใช้ผลิต โดยอันตรายที่พบได้บ่อยมีดังนี้ ตาแห้ง (Dry eyes) อาจเกิดจากการใส่คอนแทคเลนส์นาน หรือมีน้ำตาน้อย ทำให้ระคายเคือง แสบตา และไวต่อแสง โรคภูมิแพ้ (Allergies) อาจเกิดจากการแพ้คอนแทคเลนส์หรือสารที่ใช้ร่วม ทำให้ตาแดง แสบ และคันตา เยื่อบุตาอักเสบจากคอนแทคเลนส์ (Giant Papillary Conjunctivitis) ใส่คอนแทคเลนส์แล้วตาแดงมักเกิดจากการแพ้เลนส์หรือสารดูแลเลนส์ นอกจากนี้อาจมีอาการระคายเคือง และตุ่มด้านในเปลือกตา เยื่อบุตาอักเสบจากสารเคมี (Toxic Conjunctivitis) เกิดจากการแพ้สารในผลิตภัณฑ์คอนแทคเลนส์ ทำให้ตาอักเสบหรือกระจกตาถลอกได้ แผลอักเสบที่กระจกตา (Superficial Punctate Keratitis) อาจเกิดจากตาแห้งขณะใส่คอนแทคเลนส์ ทำให้เกิดแผลเล็กๆ บริเวณกระจกตา ส่งผลให้รู้สึกเจ็บหรือคอนแท็กต์เลนส์ฉีกขาดได้ อาการเลนส์คับแน่น (Tight Lenses Syndrome) เกิดจากการใส่คอนแทคเลนส์นานเกินไป ทำให้เลนส์ติดแน่นกับกระจกตา กระจกตาบวมน้ำ มองเห็นไม่ชัด เปลือกตาอักเสบ หรือมีเส้นเลือดเล็กๆ ขึ้นที่ตา กระจกตาขาดออกซิเจน (Corneal hypoxia) มักเกิดจากการใส่คอนแทคเลนส์นานเกินไป อาจทำให้กระจกตาเป็นแผล เลือดออก และเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็น กระจกตาอักเสบจากเชื้อแบคทีเรีย (Microbial Keratitis) มักเกิดในผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์นิ่มหรือใส่ขณะนอนหลับ ทำให้ตาแดง เจ็บตา แฉะ แพ้แสง และระคายเคืองจากการติดเชื้อในเลนส์ ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ โทร 02-511-2111 Line 📅 นัดหมายออนไลน์ ข้อควรระวังในการใส่คอนแทคเลนส์สายตาสั้น แม้คอนแทคเลนส์จะช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน แต่การใช้งานอย่างผิดวิธีหรือละเลยเรื่องความสะอาดอาจนำไปสู่ปัญหาหรือการติดเชื้อที่รุนแรงได้ ดังนั้น ผู้ที่สวมใส่คอนแทคเลนส์เป็นประจำควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาสุขภาพดวงตาให้แข็งแรงและหลีกเลี่ยงภาวะแทรกซ้อนที่อาจส่งผลต่อการมองเห็น รักษาความสะอาดเสมอ ต้องล้างมือด้วยสบู่และเช็ดมือให้แห้งสนิททุกครั้งก่อนที่จะทำการสัมผัสคอนแทคเลนส์หรือสัมผัสบริเวณดวงตา ห้ามใส่นอนหรือว่ายน้ำ การใส่นอนทำให้ออกซิเจนไปเลี้ยงกระจกตาไม่เพียงพอ ส่วนการว่ายน้ำอาจทำให้เชื้อโรคหรือแบคทีเรียจากน้ำเข้าสู่ดวงตาจนติดเชื้อได้ เปลี่ยนน้ำยาแช่เลนส์ทุกวัน ห้ามใช้น้ำยาแช่เลนส์ซ้ำเด็ดขาด และควรเปลี่ยนตลับใส่คอนแทคเลนส์ใหม่ทุกๆ 3 เดือนเพื่อป้องกันการสะสมของแบคทีเรีย อาการผิดปกติจากการใส่คอนแทคเลนส์ที่ควรรีบพบแพทย์ ดวงตาเป็นอวัยวะที่บอบบางมาก หากคุณใส่คอนแทคเลนส์แล้วรู้สึกไม่สบายตาหรือมีความผิดปกติเกิดขึ้น ไม่ควรปล่อยทิ้งไว้หรือซื้อยามาหยอดเอง เพราะอาจเป็นสัญญาณของการอักเสบหรือติดเชื้อที่กระจกตา ควรรีบถอดเลนส์ออกทันทีและสังเกตอาการต่อไปนี้เพื่อไปพบจักษุแพทย์โดยเร็วที่สุด ตาแดงรุนแรงหรือมีขี้ตามาก อาจเป็นสัญญาณเบื้องต้นของการติดเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสที่จำเป็นต้องได้รับการตรวจและรักษาด้วยยาฆ่าเชื้อเฉพาะทาง ปวดตาหรือสู้แสงไม่ได้ หากมีอาการปวดลึกๆ ในดวงตา หรือรู้สึกเคืองตาเจ็บปวดมากเมื่อต้องมองแสงสว่าง อาจเกิดแผลถลอกที่กระจกตา ตามัวลงกะทันหัน หากการมองเห็นลดลงอย่างเห็นได้ชัดหรือมีภาพซ้อนแม้จะถอดคอนแทคเลนส์ออกแล้ว ควรรีบพบแพทย์ทันทีเพื่อป้องกันการสูญเสียการมองเห็น คอนแทคเลนส์รายวัน รายเดือน และรายปี ต่างกันอย่างไร คอนแทคเลนส์รายวันออกแบบมาให้ใช้ครั้งเดียวทิ้ง จึงมีความสะอาดสูงสุดและลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ เหมาะสำหรับผู้ที่ตาแห้งง่ายหรือไม่ได้ใส่ทุกวัน ส่วนรายเดือนต้องถอดล้างทำความสะอาดและแช่น้ำยาทุกคืน มีความคุ้มค่าด้านราคาและเหมาะกับผู้ที่ใส่เป็นประจำ ขณะที่รายปีจะมีอายุการใช้งานยาวนานที่สุด วัสดุมักมีความทนทานสูง แต่ต้องดูแลรักษาความสะอาดอย่างเคร่งครัดมากเป็นพิเศษเพื่อป้องกันการสะสมของคราบโปรตีนและเชื้อโรคที่อาจทำอันตรายต่อดวงตา ใส่คอนแทคเลนส์สายตาสั้นทุกวันอันตรายหรือไม่ การใส่คอนแทคเลนส์ทุกวันไม่อันตรายหากปฏิบัติตามหลักสุขอนามัยอย่างถูกต้องและเลือกใช้เลนส์ที่มีคุณภาพ อย่างไรก็ตาม การใส่ติดต่อกันเป็นเวลานานเกิน 8-10 ชั่วโมงต่อวันอาจทำให้กระจกตาขาดออกซิเจน เกิดภาวะตาแห้ง หรือเส้นเลือดฝอยงอกใหม่ในดวงตาได้ ดังนั้น ควรมีวันหยุดพักการใส่คอนแทคเลนส์โดยสลับไปสวมแว่นสายตาบ้าง ใช้น้ำตาเทียมเมื่อรู้สึกแห้ง และควรเข้ารับการตรวจสุขภาพดวงตากับจักษุแพทย์เป็นประจำทุกปีเพื่อความปลอดภัย สรุป คอนแทคเลนส์เป็นตัวช่วยแก้ไขปัญหาสายตาที่สะดวกและได้รับความนิยมสูง เช่น คอนแทคเลนส์รายวัน รายเดือน และคอนแทคเลนส์สีเพื่อแฟชัน แต่การใช้งานที่ไม่ถูกวิธีหรือขาดการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม อาจทำให้เกิดปัญหาตา เช่น ตาแห้ง ติดเชื้อ หรือเยื่อบุตาอักเสบได้ ควรล้างมือก่อนใส่และถอดเลนส์ทุกครั้ง ทำความสะอาดและเปลี่ยนน้ำยาในกล่องเก็บเลนส์อย่างสม่ำเสมอเพื่อลดความเสี่ยงติดเชื้อ หากมีอาการผิดปกติหรือปัญหาจากการใส่คอนแทคเลนส์ สามารถมารักษาและปรึกษาจักษุแพทย์ได้ที่ โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ Bangkok Eye Hospital เพื่อดูแลดวงตาให้ปลอดภัยและสุขภาพดีอย่างยั่งยืน ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ โทร 02-511-2111 Line 📅 นัดหมายออนไลน์ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคอนแทคเลนส์ (FAQ) รวมคำตอบสำหรับคำถามทั่วไปเกี่ยวกับการใช้งาน การดูแลรักษา และข้อควรรู้ที่สำคัญ เพื่อช่วยให้คุณใช้คอนแทคเลนส์อย่างถูกวิธีและปลอดภัย ก่อนตัดสินใจใช้งานจริง ใส่คอนแทคเลนส์เกิน 8 ชม. อันตรายไหม ใน 1 วัน ใส่คอนแทคเลนส์เกิน 8 ชม. ได้ไหม? คอนแทคเลนส์ใส่ได้กี่ชั่วโมง? คำตอบคือควรใส่ไม่เกิน 8-9 ชั่วโมง เพราะใส่นานเกินไปอาจทำให้ตาแห้ง ระคายเคือง หรืออักเสบ หากจำเป็นต้องใส่นาน ให้ใช้น้ำตาเทียมเติมความชุ่มชื้นระหว่างวัน การใส่คอนแทคเลนส์นาน ทำให้กระจกตาบางจริงไหม กระจกตาแต่ละคนมีความหนาแตกต่างกันตามธรรมชาติ การใส่คอนแทคเลนส์อาจทำให้ตาแห้งได้ แต่ไม่ได้ส่งผลต่อความหนาของกระจกตาโดยตรง การหยุดใส่คอนแทคเลนส์ช่วยให้อาการตาแห้งดีขึ้น แต่กระจกตาจะไม่กลับมาหนาขึ้น เผลอใส่คอนแทคเลนส์นอน เป็นอะไรไหม ดวงตาต้องการออกซิเจนตลอดเวลา แต่เมื่อใส่คอนแทคเลนส์ ไม่ว่าจะรายวันหรือรายเดือน ดวงตาจะได้รับออกซิเจนน้อยกว่าปกติ หากนอนหลับขณะใส่เลนส์จะทำให้ออกซิเจนลดลงมาก เพราะเปลือกตาปิดกระจกตาไม่สามารถรับอากาศได้ ส่งผลให้ตาแดง ระคายเคือง และเพิ่มความเสี่ยงติดเชื้อได้ง่ายขึ้น บทความโดย รศ.นพ. อนันต์ วงศ์ทองศรี แพทย์ชำนาญเฉพาะทางสาขาจักษุวิทยา มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา (LASIK/PRK/ReLEx SMILE/NanoReLEx) พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลรักษาปัญหาสายตาอย่างตรงจุด ประวัติแพทย์ นัดหมายปรึกษา *หมายเหตุ: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยทางการแพทย์ได้ หากท่านมีอาการผิดปกติกรุณาปรึกษาจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง  
ศูนย์เลสิกและรักษาสายตายาว (LASER VISION)

สายตาสั้นและยาวพร้อมกันคืออาการอะไร? พร้อมวิธีรักษาและป้องกัน

สายตาสั้นและยาวพร้อมกันคือภาวะที่มองใกล้และมองไกลไม่ชัดในคนสายตาสั้นที่เริ่มมีสายตายาวตามอายุ รักษาสายตาสั้นและยาวพร้อมกันได้ด้วยแว่น คอนแทคเลนส์ เลสิก หรือเลนส์แก้วตาเทียม ขึ้นกับคำแนะนำจักษุแพทย์ การเลือกวิธีรักษาสายตาสั้นและยาวพร้อมกันขึ้นอยู่กับสายตา อายุ ความหนากระจกตา และคำแนะนำของจักษุแพทย์ สายตาสั้นและยาวพร้อมกันเป็นภาวะที่พบได้ในผู้ใหญ่บางคน โดยเฉพาะเมื่อสายตาสั้นเริ่มมีสายตายาวตามอายุร่วมด้วย ทำให้การมองใกล้และไกลผิดปกติ ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น อ่านหนังสือ ทำงานหน้าจอ หรือขับรถ การเข้าใจสาเหตุและแนวทางการแก้ไขจึงช่วยให้สามารถเลือกวิธีดูแลและรักษาสายตาได้อย่างเหมาะสม ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ     สายตาสั้นและยาวพร้อมกันคืออะไร? สายตาสั้นและยาวพร้อมกัน ทำให้มองใกล้ไม่ชัดและมองไกลไม่ชัด สำหรับผู้ที่มีสายตาสั้นอยู่เดิม แว่นสายตาสั้นช่วยให้มองไกลชัดขึ้น แต่เมื่อเริ่มมีสายตายาวตามอายุร่วมด้วย แว่นสายตาสั้นเดิมจะเริ่มไม่เพียงพอในการมองใกล้ ทำให้ต้องปรับวิธีใช้หรือเปลี่ยนเลนส์เพื่อแก้ไขปัญหานี้   สำหรับคนที่มีภาวะสายตาสั้นอยู่แล้ว ปัญหานี้เกิดจาก "โครงสร้างทางกายภาพ" ของดวงตาที่มีความยาวของกระบอกตามากเกินปกติ หรือกระจกตามีความโค้งมากเกินไป ทำให้เมื่อแสงเดินทางเข้าสู่ดวงตา จุดโฟกัสของภาพจึงตกก่อนถึงจอประสาทตา ส่งผลให้มองเห็นวัตถุระยะไกลไม่ชัดเจน ซึ่งเป็นภาวะที่คงอยู่กับเรามาตั้งแต่วัยเด็กหรือวัยรุ่น   ในขณะที่สายตายาวตามอายุนั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความสั้นหรือยาวของกระบอกตา แต่เป็นผลลัพธ์โดยตรงตามกาลเวลา เมื่ออายุเข้าสู่ช่วง 40 ปีขึ้นไป อวัยวะภายในดวงตาที่เรียกว่า "เลนส์ตา" (Crystalline Lens) ซึ่งเคยมีความยืดหยุ่นสูงเปรียบเสมือนเจลลี่ จะเริ่มเกิดการแข็งตัวตามธรรมชาติ ประกอบกับกล้ามเนื้อตาที่ทำหน้าที่ปรับโฟกัสเริ่มอ่อนแรงลง ทำให้ความสามารถในการ "ซูม" หรือปรับโฟกัสเพื่อมองระยะใกล้สูญเสียไป   เมื่อสองภาวะมาเจอกัน เหตุผลที่เราสามารถมีสายตาสั้นและสายตายาวตามอายุพร้อมกันได้ ก็เพราะความผิดปกติของโครงสร้าง (กระบอกตายาว) ยังคงอยู่เหมือนเดิม ในขณะที่ความเสื่อมตามวัย (เลนส์ตาแข็ง) ก็เข้ามาสมทบ   ผู้ที่มีปัญหานี้จึงตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก กล่าวคือ เมื่อมองไกล ภาพก็ยังคงเบลอเพราะค่าสายตาสั้นเดิมไม่ได้หายไปไหน แต่เมื่อสวมแว่นสายตาสั้นเพื่อแก้การมองไกล แล้วพยายามจะอ่านหนังสือหรือดูมือถือ กลับพบว่ามองไม่ชัดเช่นกัน เพราะเลนส์ตาที่เสื่อมสภาพไม่สามารถปรับโฟกัสสู้กับกำลังของเลนส์แว่นได้อีกต่อไป   อย่างไรก็ตามอาจมีข้อยกเว้นเล็กน้อยสำหรับผู้ที่มีสายตาสั้นน้อยๆ (เช่น ประมาณ -100 ถึง -200) ที่อาจรู้สึกว่าตนเองโชคดีกว่าคนอื่น เพราะเมื่อถอดแว่นสายตาสั้นออก จุดโฟกัสตามธรรมชาติของสายตาสั้นจะไปตกที่ระยะอ่านหนังสือพอดี ทำให้สามารถถอดแว่นเพื่ออ่านหนังสือได้โดยไม่ต้องพึ่งแว่นสายตายาว แต่หากเมื่อใดที่ใส่แว่นสายตาสั้นกลับเข้าไป อาการมองใกล้ไม่ชัดก็จะปรากฏขึ้นทันที     การแก้ไขและรักษาสายตาสั้นกับยาวพร้อมกัน การแก้ไขสายตาผสมจะเน้นไปที่การทำให้แสงที่เข้าสู่ดวงตาโฟกัสบนจอประสาทตาได้อย่างแม่นยำ ซึ่งมีหลากหลายวิธีให้เลือก โดยสามารถแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลักๆ ดังนี้   1. การแก้ไขด้วยอุปกรณ์ภายนอก สำหรับผู้ที่มีสายตาสั้นและยาวพร้อมกัน การใช้วิธีแก้ไขด้วยอุปกรณ์ภายนอกถือเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและง่ายต่อการปรับตัว ดังนี้   H4: แว่นตา Progressive  ทางเลือกที่ได้รับความนิยมสูงสุดในปัจจุบันและถือเป็นมาตรฐานใหม่ของคนวัยทำงาน คือ "เลนส์โปรเกรสซีฟ" (Progressive Lenses) หรือที่หลายคนเรียกว่าเลนส์ไร้รอยต่อ ความพิเศษของเลนส์ชนิดนี้คือการออกแบบโครงสร้างให้ค่าสายตาไล่ระดับจากบนลงล่างอย่างนุ่มนวล โดยส่วนบนของเลนส์จะทำหน้าที่แก้ไขสายตาสั้นเพื่อการมองไกล ไล่ระดับลงมาสู่ระยะกลางสำหรับดูหน้าจอคอมพิวเตอร์ และจบที่ส่วนล่างสุดสำหรับอ่านหนังสือหรือดูมือถือ    ข้อดีที่เห็นได้ชัดที่สุดคือผู้สวมใส่สามารถมองเห็นชัดได้ทุกระยะโดยไม่ต้องถอดเข้าถอดออก ที่สำคัญคือไม่มีเส้นขีดคั่นบนตัวเลนส์ ทำให้ดูเหมือนแว่นสายตาปกติ ช่วยรักษาภาพลักษณ์ให้ดูหนุ่มสาว ไม่ดูมีอายุเหมือนแว่นตารุ่นคุณปู่คุณย่าในอดีต แลกมากับการที่ผู้สวมใส่อาจต้องใช้เวลาปรับตัวในช่วงแรกเล็กน้อยเพื่อให้คุ้นชินกับมุมมองภาพด้านข้าง   H4: คอนแทคเลนส์ คอนแทคเลนส์มัลติโฟกัส (Multifocal Contact Lenses) เปรียบเสมือนฝาแฝดของแว่นโปรเกรสซีฟในรูปแบบคอนแทคเลนส์ โดยเลนส์ชนิดนี้ถูกออกแบบให้มีค่าสายตาหลายระยะซ้อนกันอยู่ภายในเลนส์ชิ้นเดียว มักมีลักษณะเป็นวงกลมซ้อนกันคล้ายเป้ายิงปืน (Concentric Rings) โดยอาจให้จุดกึ่งกลางเป็นระยะมองใกล้และวงรอบนอกเป็นระยะมองไกล หรือสลับกันตามแต่ดีไซน์ของผู้ผลิต   ความน่าทึ่งของเลนส์ชนิดนี้อยู่ที่การทำงานร่วมกับสมองครับ เพราะเมื่อเราสวมใส่ ภาพทั้งระยะใกล้และไกลจะถูกส่งเข้าสู่ดวงตาพร้อมๆ กัน สมองของเราจะเรียนรู้ที่จะเลือกโฟกัสภาพที่คมชัดที่สุดในขณะนั้นเองโดยอัตโนมัติ ข้อดีคือทำให้ผู้สวมใส่สามารถมองเห็นได้ทุกระยะโดยไม่ต้องพกแว่น แต่ก็อาจต้องแลกมาด้วยความคมชัดที่อาจลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับแว่นตา โดยเฉพาะในที่แสงน้อย และต้องอาศัยเวลาให้สมองปรับตัวในช่วงแรก   ทางเลือกที่สองคือเทคนิคที่เรียกว่า "โมโนวิชั่น" (Monovision) ซึ่งเป็นเทคนิคการปรับจูนสายตาที่แพทย์นิยมใช้มาอย่างยาวนาน หลักการของวิธีนี้คือการแบ่งหน้าที่ให้ดวงตาแต่ละข้างทำงานต่างกัน โดยแพทย์จะจ่ายคอนแทคเลนส์สำหรับแก้ไขสายตาสั้นเพื่อให้มองไกลในตาข้างที่ถนัด (Dominant Eye) และจ่ายคอนแทคเลนส์ที่มีค่าสายตาน้อยกว่า (หรือเผื่อค่าสายตายาว) เพื่อให้มองใกล้ในตาข้างที่ไม่ถนัด   เมื่อลืมตาพร้อมกันสองข้าง สมองจะทำหน้าที่ผสานภาพจากตาทั้งสองเข้าด้วยกัน ทำให้เราสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ทั้งขับรถและอ่านเมนูอาหารโดยไม่ต้องพึ่งแว่น วิธีนี้มีข้อดีคือค่าใช้จ่ายมักถูกกว่าแบบมัลติโฟกัสเพราะใช้เลนส์ธรรมดา แต่ข้อจำกัดสำคัญคือการกะระยะความลึก (Depth Perception) อาจลดประสิทธิภาพลง ทำให้การมองภาพ 3 มิติ หรือการกะระยะตอนขับรถในตอนกลางคืนอาจทำได้ยากขึ้นในบางคน   และสุดท้ายคือวิธีแบบผสมผสาน หรือ "การใส่คอนแทคเลนส์แก้สั้นร่วมกับแว่นอ่านหนังสือ" วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความคมชัดสูงสุดในการมองไกล โดยจะใส่คอนแทคเลนส์เพื่อแก้ไขสายตาสั้นให้มองไกลชัดเป๊ะ 100% เหมือนคนตาปกติ แล้วพกแว่นอ่านหนังสือติดตัวไว้หยิบมาสวมทับเฉพาะเวลาที่ต้องเซ็นเอกสารหรืออ่านมือถือนานๆ แม้วิธีนี้จะไม่ช่วยให้เป็นอิสระจากแว่นตาอย่างสมบูรณ์ แต่ก็เป็นวิธีที่ให้คุณภาพการมองเห็นที่คมชัดที่สุดและประหยัดค่าใช้จ่ายที่สุด   การเลือกใช้คอนแทคเลนส์สำหรับภาวะนี้มีความซับซ้อนกว่าคอนแทคเลนส์ทั่วไปมาก ทั้งในแง่ของการวัดค่าสายตาและการปรับตัวของสมอง ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรได้รับการตรวจและทดลองเลนส์ภายใต้การดูแลของจักษุแพทย์หรือนักทัศนมาตร เพื่อค้นหาวิธีที่แมตช์กับไลฟ์สไตล์และดวงตาของคุณมากที่สุด   อย่างไรก็ตามอาจจะมีข้อเสียตรงที่คนไข้จะมีค่าใช้จ่ายในระยะยาวที่ค่อนข้างสูงและจะต้องระมัดระวังในการทำความสะอาดเป็นอย่างดี   2. การรักษาด้วยเลเซอร์ LASIK (Laser-Assisted in Situ Keratomileusis) เป็นการผ่าตัดแก้ไขค่าสายตาแบบถาวรที่ช่วยแก้ทั้ง สายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง ขั้นตอนการผ่าตัดแบ่งเป็น 2 ขั้นตอนหลัก คือ การเปิดชั้นกระจกตาบางส่วน (Flap) และใช้เลเซอร์ปรับแต่งความโค้งของกระจกตา จากนั้นปิด Flap กลับเหมือนเดิม การผ่าตัดใช้เวลาไม่นาน มักฟื้นตัวเร็ว ผู้ป่วยส่วนใหญ่เห็นชัดขึ้นภายใน 24-48 ชั่วโมง หลังทำอาจมีอาการตาแห้ง แสงฟุ้งกระจาย หรือแสงจ้าในเวลากลางคืนชั่วคราว ซึ่งมักหายไปเมื่อผ่านช่วงปรับตัว   เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการลดการพึ่งพา แว่นตาและคอนแทคเลนส์ และมีกระจกตาหนาพอสมควร ส่วนผู้ที่มีปัญหาตาแห้งรุนแรง โรคตาเรื้อรัง หรือค่าสายตาเกินขอบเขตที่ LASIK ปลอดภัย แพทย์อาจแนะนำวิธีอื่น เช่น PRK หรือ การเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียม (RLE)   3. การผ่าตัดใส่เลนส์แก้วตาเทียม RLE (Refractive Lens Exchange) เป็นการผ่าตัดเพื่อนำเลนส์แก้วตาธรรมชาติออกและแทนที่ด้วยเลนส์แก้วตาเทียม (Intraocular lens, IOL) RLE เหมาะสำหรับผู้ที่มีสายตาสั้นและยาวพร้อมกันแบบผิดปกติมาก หรือผู้ที่เริ่มมีภาวะสายตายาวตามวัย (Presbyopia) ร่วมด้วย ซึ่งเลนส์ IOL รุ่นใหม่สามารถแก้ไขได้ทั้งสายตาสั้น ยาว และสายตาเอียงได้ในครั้งเดียว     แนวทางในการตัดสินใจเลือกวิธีรักษา การเลือกวิธีแก้ไขสายตาสั้นและยาวพร้อมกันที่เหมาะสมที่สุดไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงความต้องการมองเห็นชัดเท่านั้น แต่ยังต้องพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกัน สามารถพิจารณาได้จากปัจจัยดังนี้   ความต้องการและไลฟ์สไตล์ หากไม่ชอบการผ่าตัดและต้องการวิธีที่ง่ายที่สุด แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์คือคำตอบ แต่ถ้าต้องการการแก้ไขที่ถาวร การทำเลสิกหรือ RLE อาจเป็นทางเลือกที่ดี สุขภาพตาโดยรวม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพตาอย่างละเอียด แพทย์จะประเมินความหนาของกระจกตา สภาพของจอประสาทตา และภาวะอื่นๆ เพื่อแนะนำวิธีที่ปลอดภัยและเหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ ค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายของแต่ละวิธีแตกต่างกันมาก การผ่าตัดด้วยเลเซอร์หรือ RLE มักจะมีราคาสูงกว่าการใช้แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ในระยะสั้น ผลลัพธ์และความคาดหวัง สิ่งสำคัญคือต้องมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลลัพธ์ที่คาดหวังได้จากการรักษาแต่ละวิธี การทำเลเซอร์อาจลดความจำเป็นในการใส่แว่นตาได้ แต่บางครั้งก็อาจยังต้องใช้แว่นอ่านหนังสือในบางสถานการณ์     รักษาสายตาสั้นและยาวพร้อมกันที่ศูนย์เลสิก LASER VISION Bangkok Eye Hospital ดีอย่างไร Bangkok Eye Hospital มุ่งให้บริการดูแลดวงตาอย่างครบวงจร ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยที่ศูนย์เลสิก LASER VISION และจักษุแพทย์มากประสบการณ์ พร้อมตรวจวินิจฉัยและรักษาสายตาสั้น สายตายาว และปัญหาสายตาอื่นๆ อย่างแม่นยำ ตั้งแต่การวินิจฉัย การรักษา จนถึงการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลเน้นการให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด แนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสม และสร้างบรรยากาศเป็นกันเอง เพื่อให้ผู้มารับบริการมั่นใจและได้รับการดูแลดวงตาอย่างปลอดภัยครบวงจร   สรุป สายตาสั้นและยาวพร้อมกันเกิดขึ้นเมื่อผู้ที่มีสายตาสั้นเริ่มมีภาวะสายตายาวตามวัย ทำให้มองใกล้และมองไกลไม่ชัด แว่นสายตาสั้นที่เคยใส่ประจำอาจช่วยระยะไกลได้ แต่ระยะใกล้เริ่มมีปัญหา การแก้ไขสามารถทำได้ทั้งด้วยอุปกรณ์ภายนอก เช่น แว่นตาและคอนแทคเลนส์ หรือวิธีถาวรอย่างเลสิกและการผ่าตัดใส่เลนส์แก้วตาเทียม การเลือกวิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับค่าสายตา อายุ สุขภาพดวงตา และไลฟ์สไตล์ของผู้ป่วย เพื่อลดความจำเป็นในการพึ่งพาแว่นหรือคอนแทคต์เลนส์ และคืนคุณภาพชีวิตในการมองเห็น มาตรวจและรักษาที่ Bangkok Eye Hospital (โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ) มีเครื่องมือครบครัน พร้อมจักษุแพทย์และศูนย์ดูแลโรคตาเฉพาะทาง   อ่านบทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าใจค่าสายตาแบบต่างๆ และผลกระทบต่อการมองเห็นในชีวิตประจำวัน PRK และ LASIK คืออะไร? เทคนิคการผ่าตัดสายตาที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ FemtoLASIK เทคโนโลยีล้ำสมัย การผ่าตัดสายตาที่ปลอดภัย แม่นยำกว่า คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสายตาสั้นและยาวพร้อมกัน (FAQ) สำหรับผู้ที่มีสายตาสั้นและยาวพร้อมกัน มักมีคำถามและข้อสงสัยเกี่ยวกับอาการและการแก้ไข เพื่อช่วยให้เข้าใจภาวะนี้และเลือกวิธีดูแลสายตาได้อย่างเหมาะสม เราได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยไว้ดังนี้   สายตาสั้นและยาวพร้อมกัน ทำเลสิกได้ไหม  ผู้ที่มีสายตาสั้นและยาวพร้อมกันสามารถทำเลสิกได้ แต่ต้องประเมินความหนาของกระจกตาและความเหมาะสมกับวิธีผ่าตัดโดยจักษุแพทย์ก่อน เพราะบางกรณีอาจต้องใช้วิธีแก้ไขสายตาแบบอื่น เช่น เลนส์แก้วตาเทียม เพื่อให้ผลลัพธ์ปลอดภัยและแม่นยำที่สุด   คอนแทคเลนส์ของคนสายตาสั้นและยาวพร้อมกัน เลือกอย่างไร สำหรับคนที่มีสายตาสั้นและยาวพร้อมกัน การเลือกคอนแทคเลนส์ต้องพิจารณาประเภทเลนส์ให้เหมาะกับการมองทั้งใกล้และไกล โดยทั่วไปสามารถเลือกใช้เลนส์มัลติโฟกัส (Multifocal Contact Lens) หรือ เลนส์โปรเกรสซีฟ (Progressive Contact Lens) ซึ่งออกแบบให้โฟกัสภาพหลายระยะได้ หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาจักษุแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านคอนแทคเลนส์เพื่อให้เลือกชนิดและกำลังเลนส์ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับดวงตาของคุณ   สายตาสั้นและยาวพร้อมกัน อาการเป็นอย่างไร สายตาสั้นและยาวพร้อมกัน ทำให้เกิดอาการมองใกล้ไม่ชัด มองไกลก็ไม่ชัด โดยผู้ที่เคยใส่แว่นสายตาสั้นอาจพบว่าแว่นเดิมช่วยมองไกลได้ดี แต่เมื่อมีสายตายาวตามวัยร่วมด้วย จะมองใกล้ เช่น อ่านหนังสือหรือใช้โทรศัพท์ ไม่ชัด ต้องถอดแว่นหรือปรับสายตาเพื่อมองภาพใกล้ให้ชัดขึ้น

สายตายาวตามอายุเกิดจากอะไร และมีวิธีรักษาแบบไหนบ้าง?

สรุปสาระสำคัญ สายตายาวตามอายุ (Presbyopia) เกิดจากเลนส์แก้วตาที่แข็งขึ้นและสูญเสียความยืดหยุ่นตามวัย ทำให้ปรับโฟกัสระยะใกล้ได้ลดลง มักเริ่มพบในช่วงอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป แนวทางแก้ไขสายตายาวตามอายุมีหลายวิธี เช่น แว่นสายตา คอนแทคเลนส์ สายตายาว เปลี่ยนเลนส์ตาเทียม ที่ศูนย์รักษาสายตายาว Laser Vision โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ มีเทคโนโลยีในการแก้ไขสายตายาวตามอายุหลากหลายวิธี โดยทีมจักษุแพทย์เฉพาะทางด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ โทร 02-511-2111 Line 📅 นัดหมายออนไลน์ 📌 สารบัญเนื้อหา ▶ สายตายาวตามวัยคืออะไร? ▶ สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดสายตายาวตามอายุ ▶ อาการของสายตายาวตามอายุที่พบบ่อย ▶ แนวทางแก้ไขสายตายาวตามอายุ ▶ แนวทางการเลือกวิธีรักษาสายตายาว ▶ วิธีดูแลสายตาและชะลอการเปลี่ยนแปลงของสายตา ▶ รักษาสายตายาวที่ศูนย์รักษาสายตายาว (LASER VISION) Bangkok Eye Hospital ดีอย่างไร ▶ สรุป ▶ อ่านบทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ▶ คำถามที่พบบ่อย (FAQ) สายตายาวตามวัยคืออะไร? เมื่ออายุมากขึ้น เลนส์แก้วตา (Crystalline Lens) จะค่อย ๆ สูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้ไม่สามารถเปลี่ยนรูปร่างเพื่อปรับโฟกัสระยะใกล้ได้ดีเหมือนเดิม ร่วมกับการทำงานของกล้ามเนื้อภายในตาที่ช่วยในการปรับโฟกัสซึ่งเปลี่ยนแปลงไปตามวัย ส่งผลให้การมองวัตถุใกล้เริ่มพร่ามัวและต้องยื่นสิ่งของออกห่างมากขึ้นจึงจะมองเห็นชัด ภาวะนี้แตกต่างจาก สายตายาวโดยกำเนิด (Hyperopia) ซึ่งเป็นความผิดปกติของกำลังหักเหแสงของดวงตา เช่น ลูกตาสั้นกว่าปกติหรือกระจกตาแบน ทำให้แสงไปโฟกัสหลังจอประสาทตา และอาจส่งผลต่อการมองเห็นทั้งระยะใกล้และระยะไกล สาเหตุและปัจจัยที่ทำให้เกิดสายตายาวตามอายุ สายตายาวตามอายุเป็นการเปลี่ยนแปลงตามวัยของระบบที่ช่วยให้ดวงตาปรับโฟกัสระยะใกล้ โดยมักเริ่มเห็นอาการชัดขึ้นในช่วงอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป และค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น เลนส์แก้วตาแข็งขึ้น เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น เลนส์แก้วตาจะค่อย ๆ สูญเสียความยืดหยุ่น ทำให้ความสามารถในการเปลี่ยนรูปร่างเพื่อเพิ่มกำลังโฟกัสสำหรับการมองใกล้ลดลง การปรับโฟกัสของดวงตาลดลงตามวัย กล้ามเนื้อภายในตาที่เกี่ยวข้องกับการปรับโฟกัส หรือ Ciliary Muscle ทำงานร่วมกับเลนส์แก้วตาในการมองระยะใกล้ เมื่ออายุมากขึ้น ระบบการปรับโฟกัสนี้จะทำงานได้ลดลง จึงเพ่งวัตถุใกล้ได้ยากกว่าเดิม อายุที่เพิ่มขึ้น อายุเป็นปัจจัยสำคัญของภาวะสายตายาวตามอายุ โดยอาการมักเริ่มสังเกตได้ในช่วงอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป แต่อายุที่เริ่มมีอาการและระดับความรุนแรงอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล อาการของสายตายาวตามอายุที่พบบ่อย อาการของสายตายาวตามอายุมักค่อยๆ ก่อตัวขึ้นและสังเกตได้ชัดเจนเมื่อต้องทำกิจกรรมที่ใช้สายตาระยะใกล้ ผู้ที่มีภาวะนี้มักพบความผิดปกติที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หากเริ่มสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ควรเข้าพบหมอรักษาตาเพื่อรับการตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด โดยอาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ มองใกล้ไม่ชัด ตัวหนังสือหรือวัตถุที่อยู่ใกล้ดูพร่ามัว ต้องยืดแขนหรือยื่นสิ่งของออกไปให้ไกลขึ้นจึงจะมองเห็นได้ชัดเจน อาการตาล้า รู้สึกเมื่อยล้าดวงตา ปวดกระบอกตา หลังจากใช้อ่านหนังสือ ใช้งานสมาร์ตโฟน หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ปวดศีรษะ การพยายามเพ่งสายตาอย่างหนักเพื่อปรับโฟกัสภาพ จะทำให้เกิดความตึงเครียดของกล้ามเนื้อตาและลุกลามไปสู่อาการปวดศีรษะ ต้องการแสงสว่างมากขึ้น ต้องอาศัยแสงสว่างที่มากขึ้นกว่าปกติในการอ่านหนังสือหรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ในระยะใกล้เพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น แนวทางแก้ไขสายตายาวตามอายุ แนวทางแก้ไข สายตายาวตามอายุ มีหลายวิธี โดยจักษุแพทย์จะพิจารณาจากค่าสายตา อายุ สุขภาพดวงตา และรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุด แว่นสายตา แว่นสายตาเป็นวิธีที่ง่ายและนิยมใช้มากที่สุดสำหรับผู้ที่เริ่มมีปัญหามองใกล้ไม่ชัด โดยสามารถเลือกได้ทั้ง แว่นอ่านหนังสือ สำหรับใช้งานระยะใกล้ หรือ แว่นโปรเกรสซีฟ ที่ช่วยให้มองเห็นได้ทั้งระยะใกล้ กลาง และไกลในแว่นเพียงอันเดียว คอนแทคเลนส์ ผู้ที่ไม่ต้องการใส่แว่นสามารถเลือกใช้ คอนแทคเลนส์ชนิดมัลติโฟคอล (Multifocal Contact Lenses) ซึ่งออกแบบให้รองรับการมองเห็นหลายระยะ ทั้งใกล้ กลาง และไกล โดยควรตรวจวัดค่าสายตาและเลือกชนิดเลนส์ให้เหมาะกับดวงตาและการใช้งานของแต่ละบุคคล เลสิกแก้สายตายาวตามอายุ เลสิกสายตายาวตามอายุ เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลดการพึ่งพาแว่น โดยใช้เลเซอร์ปรับการมองเห็นให้รองรับทั้งระยะใกล้ กลาง และไกลตามเทคนิคที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ที่ศูนย์เลสิก Laser Vision มีทางเลือก เช่น PresbyLASIK และ NanoPresbyLASIK โดยจักษุแพทย์จะประเมินค่าสายตา โครงสร้างกระจกตา ตาข้างถนัด และรูปแบบการใช้ชีวิตก่อนวางแผนรักษา การเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียม No-Blade RLE การผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเป็นการนำเลนส์แก้วตาธรรมชาติออก และใส่ เลนส์แก้วตาเทียม (Intraocular Lens: IOL) ทดแทน โดยสามารถเลือกเลนส์ที่ช่วยรองรับการมองเห็นหลายระยะในผู้ที่มีความเหมาะสม วิธีนี้อาจเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่มีสายตายาวตามอายุและต้องการลดการพึ่งพาแว่นในระยะยาว โดยจักษุแพทย์จะประเมินอายุ ค่าสายตา สุขภาพดวงตา และชนิดของเลนส์ที่เหมาะสมก่อนการรักษา สรุป: แนวทางแก้ไขสายตายาวตามอายุมีทั้ง แว่นสายตา คอนแทคเลนส์ เลสิกสายตายาว และการเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียม ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกัน จึงควรเข้ารับการตรวจประเมินก่อนเลือกวิธีรักษาให้เหมาะกับดวงตาของแต่ละบุคคล ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ โทร 02-511-2111 Line 📅 นัดหมายออนไลน์ แนวทางการเลือกวิธีรักษาสายตายาว การตัดสินใจเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม ควรพิจารณาจากหลายปัจจัย เริ่มจากไลฟ์สไตล์และความต้องการส่วนตัว เช่น ต้องการความสะดวกสบายในการมองเห็นทุกกิจกรรมหรือไม่ สุขภาพดวงตา โดยรวมก็สำคัญ ควร ปรึกษาจักษุแพทย์ เพื่อตรวจและประเมินว่าดวงตาเหมาะกับวิธีรักษาแบบใด ผลลัพธ์ที่คาดหวัง ก็มีส่วน เช่น ต้องการลดการพึ่งพาแว่นตาเพียงบางส่วน หรืออยากเลิกใช้แว่นตาโดยถาวร รวมถึงงบประมาณที่มีผลต่อการเลือกวิธีรักษา เนื่องจากแต่ละเทคนิคมีค่าใช้จ่ายและบริการที่แตกต่างกัน วิธีดูแลสายตาและชะลอการเปลี่ยนแปลงของสายตา การดูแลดวงตาเพื่อชะลอการเปลี่ยนแปลงของสายตาสามารถทำได้ด้วยการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ควรหลีกเลี่ยงการใช้สายตาจ้องมองหน้าจออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ติดต่อกันเป็นเวลานาน แนะนำให้พักสายตาทุก 20 นาทีโดยมองออกไปไกลๆ เพื่อลดการเพ่ง นอกจากนี้ควรจัดแสงสว่างให้เพียงพอต่อการใช้งาน พร้อมทั้งรับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อบำรุงดวงตา นอกจากนี้ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพตากับจักษุแพทย์เป็นประจำทุกปีเพื่อเฝ้าระวังความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น รักษาสายตายาวที่ศูนย์รักษาสายตายาว (LASER VISION) Bangkok Eye Hospital ดีอย่างไร Bangkok Eye Hospital มุ่งให้บริการดูแลดวงตาอย่างครบวงจร ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยที่ ศูนย์รักษาสายตายาว (LASER VISION) และจักษุแพทย์ผู้มีประสบการณ์สูง พร้อมตรวจวินิจฉัยและรักษาสายตายาว รวมถึงปัญหาสายตาอื่น ๆ อย่างแม่นยำ ครอบคลุมตั้งแต่การวินิจฉัย การรักษา จนถึงการติดตามผลอย่างต่อเนื่อง โรงพยาบาลเน้นการให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด แนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสม และสร้างบรรยากาศเป็นกันเอง เพื่อให้ผู้มารับบริการมั่นใจและได้รับการดูแลดวงตาอย่างปลอดภัยครบวงจร สรุป สายตายาวตามอายุ เป็นการเปลี่ยนแปลงของดวงตาที่เกิดขึ้นตามวัย และมีหลายแนวทางในการแก้ไข ตั้งแต่ แว่นสายตา คอนแทคเลนส์ เลสิกสายตายาวตามอายุ ไปจนถึงการเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียม (RLE) การเลือกวิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับอายุ ค่าสายตา สุขภาพดวงตา และรูปแบบการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล สำหรับผู้ที่ต้องการลดการพึ่งพาแว่น อาจพิจารณา PresbyLASIK หรือการเปลี่ยนเลนส์แก้วตาด้วย RLE ร่วมกับเลนส์แก้วตาเทียมชนิดหลายระยะ (Multifocal IOL) และในผู้ที่มีสายตาเอียง อาจพิจารณาเลนส์ชนิด Toric ตามความเหมาะสม โดยจักษุแพทย์จะเป็นผู้ประเมินและวางแผนการรักษาเป็นรายบุคคล ผู้ที่มีปัญหา สายตายาวตามอายุ สามารถเข้ารับการตรวจประเมินได้ที่ โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ (Bangkok Eye Hospital) และศูนย์รักษาสายตายาว Laser Vision ซึ่งมีทางเลือกในการแก้ไขสายตายาวตามอายุหลายวิธี เพื่อให้จักษุแพทย์พิจารณาวิธีที่เหมาะกับดวงตาและการใช้ชีวิตของแต่ละคน อ่านบทความอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทำเลสิกที่ไหนดี? เปรียบเทียบเทคนิคและเกณฑ์การเลือกโรงพยาบาล เลสิกสายตายาว ปรับปรุงคุณภาพการมองเห็น พร้อมข้อควรรู้ก่อนทำ เลสิก (LASIK) คืออะไร? ขั้นตอน ข้อดี และการดูแลหลังทำ แก้ไขปัญหาสายตาให้มองเห็นชัดเจน ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ โทร 02-511-2111 Line 📅 นัดหมายออนไลน์ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการรักษาสายตายาว (FAQ) สำหรับผู้ที่มีสายตายาวตามอายุและกำลังมองหาวิธีแก้ไข อาจมีคำถามเกี่ยวกับวิธีรักษา ความเหมาะสม ผลลัพธ์ และข้อควรพิจารณาของแต่ละทางเลือก คำถามต่อไปนี้จะช่วยให้เข้าใจสายตายาวตามอายุและเตรียมข้อมูลก่อนเข้ารับการตรวจประเมินกับจักษุแพทย์ สายตายาวตามอายุทำเลสิกได้ไหม? ทำได้ในบางราย โดยอาจใช้เทคนิคที่วางแผนการมองเห็นให้ตาข้างหนึ่งเน้นมองไกลและอีกข้างช่วยมองใกล้ เช่น Monovision หรือเทคนิคเลเซอร์สำหรับสายตายาวตามอายุ ทั้งนี้ต้องตรวจค่าสายตา โครงสร้างกระจกตา และทดสอบว่าผู้รับบริการสามารถปรับตัวกับรูปแบบการมองเห็นดังกล่าวได้หรือไม่ เลสิกรักษาสายตายาวอยู่ได้กี่ปี ผลลัพธ์จากการทำเลสิกแก้สายตายาวถือว่าถาวรในโครงสร้างกระจกตา แต่สายตายาวตามวัยอาจยังค่อยๆ เพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น ดังนั้นผู้ที่ทำเลสิกอาจต้องปรับแว่นสำหรับอ่านใกล้บ้างในอนาคต ขึ้นอยู่กับอายุและการเปลี่ยนแปลงของเลนส์ตาธรรมชาติ สายตายาวตามอายุมีวิธีรักษาแบบไม่ใส่แว่นไหม? มีหลายทางเลือกสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการพึ่งพาแว่น เช่น การทำเลสิกสายตายาวด้วยวิธี Monovision หรือ PresbyLASIK รวมถึงการเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียมในผู้ที่เหมาะสม แต่ต้องให้จักษุแพทย์ประเมินก่อนว่าแนวทางใดเหมาะกับดวงตาและการใช้ชีวิตของแต่ละคน สายตายาวหายเองได้ไหม? สายตายาวตามอายุ (Presbyopia) ไม่สามารถหายเองได้ เพราะเกิดจากการที่เลนส์แก้วตาค่อย ๆ แข็งขึ้นและสูญเสียความยืดหยุ่นตามวัย ทำให้ความสามารถในการปรับโฟกัสระยะใกล้ลดลง แนวทางแก้ไขมีหลายวิธี เช่น แว่นสายตา คอนแทคเลนส์ เลสิกสายตายาวตามอายุ หรือการเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียม โดยควรเข้ารับการตรวจประเมินเพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมกับดวงตาและการใช้ชีวิตของแต่ละบุคคล ทำไมอายุ 40 แล้วอ่านหนังสือหรือโทรศัพท์ไม่ชัด? เมื่ออายุมากขึ้น เลนส์แก้วตาจะค่อย ๆ แข็งขึ้นและปรับรูปร่างเพื่อโฟกัสระยะใกล้ได้ลดลง จึงทำให้การอ่านข้อความเล็ก ๆ หรือดูโทรศัพท์ในระยะใกล้เริ่มไม่ชัด ซึ่งเป็นอาการที่พบได้บ่อยของสายตายาวตามอายุ บทความโดย รศ.นพ. อนันต์ วงศ์ทองศรี แพทย์ชำนาญเฉพาะทางสาขาจักษุวิทยา มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา (LASIK/PRK/ReLEx SMILE/NanoReLEx) พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลรักษาปัญหาสายตาอย่างตรงจุด ประวัติแพทย์ นัดหมายปรึกษา *หมายเหตุ: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยทางการแพทย์ได้ หากท่านมีอาการผิดปกติกรุณาปรึกษาจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง  

มองไกลไม่ชัด สายตาสั้นหรือสายตายาว? วิธีสังเกตและแนวทางรักษา

อาการมองไกลไม่ชัด อาจเป็นสัญญาณของสายตาสั้นหรือสายตายาว ควรตรวจโดยจักษุแพทย์เพื่อหาสาเหตุและรักษาอย่างเหมาะสม การวินิจฉัยอาการมองไกลไม่ชัดโดยจักษุแพทย์ ทำผ่านการตรวจค่าสายตาและสุขภาพตาด้วยเครื่องมือเฉพาะ เพื่อระบุสาเหตุและวางแผนรักษาอย่างแม่นยำ วิธีแก้ไขปัญหามองไกลแล้วเบลอ ได้แก่ การใส่แว่นตา คอนแท็กต์เลนส์ หรือทำเลสิก เพื่อปรับการมองเห็นให้ชัดเจนขึ้น อาการมองไกลไม่ชัดเป็นปัญหาที่หลายคนเผชิญ และอาจเกิดจากสายตาสั้นหรือสายตายาว การเข้าใจสาเหตุและวิธีสังเกตอาการอย่างถูกต้อง จะช่วยให้คุณเลือกแนวทางรักษาที่เหมาะสมและคืนความชัดเจนในการมองเห็นได้ง่ายขึ้น มาดูกันว่าควรสังเกตอย่างไรและมีวิธีดูแลสายตาอย่างไรบ้าง     อาการมองไกลไม่ชัด สัญญาณของสายตาสั้นหรือยาว? อาการมองไกลไม่ชัดอาจเกิดจากความผิดปกติของสายตาหลายประเภท ไม่ได้จำกัดเฉพาะแค่สายตาสั้นหรือสายตายาว โดยแต่ละประเภทจะมีอาการและลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้ สายตาสั้น เป็นภาวะที่มองเห็นวัตถุไกลไม่ชัด แต่ยังคงมองเห็นวัตถุใกล้ได้ชัดเจน อาการที่สังเกตได้คือต้องหรี่ตาเพื่อเพ่งมองวัตถุที่อยู่ไกลๆ ให้ชัดขึ้น สายตายาว ในบางกรณีสายตายาวอาจทำให้มองไกลไม่ชัดได้เช่นกัน แต่โดยปกติแล้วอาการหลักจะอยู่ที่การมองวัตถุใกล้ๆ ไม่ชัดเจน และอาจมีอาการปวดหัวหรือตาล้าร่วมด้วยเมื่อต้องเพ่งมองนานๆ สายตาเอียง ทำให้มองเห็นภาพบิดเบี้ยว ไม่คมชัด หรือมีลักษณะเป็นเงาซ้อน ไม่ว่าจะเป็นระยะใกล้หรือไกล โดยเฉพาะในเวลากลางคืนอาจเห็นแสงไฟเป็นเส้นหรือมีรัศมี ทำให้การมองเห็นแย่ลง       วิธีวินิจฉัยอาการมองไกลไม่ชัดโดยจักษุแพทย์ เพื่อระบุว่าคุณเป็นสายตาสั้น ยาว หรือเอียง อาการมองไกลๆ แล้วเบลอจึงจำเป็นต้องได้รับการตรวจอย่างละเอียดจากจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและกำหนดแนวทางรักษาที่เหมาะสม โดยมีขั้นตอนดังนี้   การตรวจระดับการมองเห็น (Visual Acuity Test) การตรวจวัดระดับการมองเห็นด้วยแผ่นป้ายสเนลเลน (Snellen Chart) ซึ่งประกอบด้วยตัวอักษรหลายขนาดเรียงต่อกัน เป็นวิธีที่ช่วยให้แพทย์ประเมินได้ว่าอาการมองไกลไม่ชัด คือสายตาสั้น เอียง หรือยาว โดยผู้ป่วยจะต้องอ่านตัวอักษรจากระยะทางที่กำหนด วิธีนี้ช่วยประเมินความชัดเจนของการมองเห็นและระดับความรุนแรงของปัญหาสายตา เพื่อวางแผนการรักษาเบื้องต้นอย่างแม่นยำ   การวัดค่าสายตา (Manifest Refraction) จักษุแพทย์จะใช้เครื่องมือในการตรวจวัดค่าสายตาอย่างละเอียด โดยผู้รับการตรวจจะมองผ่านเลนส์ของเครื่องเพื่อตรวจสอบความชัดเจนของภาพหรือตัวเลข หากยังมองไกลหรือมองใกล้ไม่ชัดและไม่แน่ใจว่าสายตาสั้นหรือยาว แพทย์จะปรับเลนส์จนภาพชัดเจนที่สุด จากนั้นจะบันทึกค่าสายตาเพื่อใช้ในการทำแว่นตาหรือเลนส์ต่อไป   การตรวจสุขภาพตาโดยรวม นอกจากการวัดค่าสายตาแล้ว จักษุแพทย์จะทำการตรวจสุขภาพตาโดยรวม เพื่อประเมินว่าอาการมองไกลหรือมองใกล้ไม่ชัดเกิดจากสายตาสั้นหรือยาวหรือไม่ รวมถึงตรวจความดันลูกตา ตรวจจอประสาทตา และประเมินสุขภาพของเลนส์ตา เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีปัญหาสุขภาพตาอื่นที่อาจส่งผลต่อการมองเห็น ทั้งนี้หากพบว่าเป็นสายตายาวและต้องการแก้ไขอย่างถาวร อาจพิจารณาทำเลสิกสายตายาวภายใต้คำแนะนำของจักษุแพทย์       วิธีแก้ไขปัญหามองไกลไม่ชัด อาการมองไกลไม่ชัดส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความสะดวกสบายในการใช้สายตา แต่มีหลายวิธีในการแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่   ใส่แว่นสายตา วิธีแรกที่แนะนำสำหรับผู้ที่ต้องการมองเห็นไกลชัดเจนขึ้นคือการใส่แว่นสายตา ซึ่งถือเป็นวิธีที่ปลอดภัยต่อดวงตามากที่สุด โดยแว่นจะใช้เลนส์นูนหรือเลนส์เว้าเพื่อช่วยรวมแสงให้ตกลงบนจอประสาทตาอย่างเหมาะสม ซึ่งเหมาะทั้งสำหรับผู้ที่มีปัญหาสายตาสั้นและสายตายาวด้วยเช่นกัน   ใส่คอนแท็กต์เลนส์ สำหรับกิจกรรมที่ไม่สะดวกใส่แว่น เช่น กีฬาผาดโผน หรือการออกกำลังกายที่มีการกระแทกและเคลื่อนไหวรวดเร็ว ผู้ที่ไม่ชอบใส่แว่นสามารถเลือกใช้คอนแท็กต์เลนส์แทนได้ แต่ต้องดูแลใส่-ถอดและทำความสะอาดอย่างถูกวิธีอย่างสม่ำเสมอเพื่อความปลอดภัยของดวงตา   การผ่าตัด วิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจุบันคือการทำเลสิก รองลงมาคือการใส่เลนส์เสริมฝังในดวงตาเพื่อแก้ไขค่าสายตา ทั้งสองวิธีนี้มีผลข้างเคียงที่ควรทราบ ดังนั้นจึงควรปรึกษาจักษุแพทย์หรือนักทัศนมาตรอย่างละเอียด เพื่อให้ได้รับข้อมูลครบถ้วนก่อนตัดสินใจทำการรักษา       สรุป อาการมองไกลไม่ชัดอาจเกิดจากปัญหาสายตาสั้น สายตายาว หรือภาวะสายตาอื่นๆ ที่ส่งผลต่อคุณภาพชีวิต การวินิจฉัยที่ถูกต้องโดยจักษุแพทย์เป็นสิ่งสำคัญเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงและเลือกวิธีแก้ไขที่เหมาะสม ตั้งแต่การใช้แว่นตา คอนแท็กต์เลนส์ ไปจนถึงการทำเลสิกหรือใส่เลนส์เสริมฝังดวงตา โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ (Bangkok Eye Hospital) พร้อมให้บริการตรวจวินิจฉัยและดูแลสายตาด้วยเทคโนโลยีทันสมัยและทีมแพทย์ผู้ชำนาญ เพื่อคืนความชัดเจนในการมองเห็นและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของคุณ   คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการมองไกลไม่ชัด สายตาสั้นหรือยาว (FAQ) อาการมองเห็นไม่ชัดเป็นเรื่องที่สร้างความกังวลให้หลายคน การทำความเข้าใจสาเหตุและวิธีการรับมืออย่างถูกต้องจะช่วยให้คุณดูแลสายตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ มาดูคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับอาการมองไกลไม่ชัดว่าเข้าข่ายสายตาสั้นหรือยาวอย่างไรบ้าง   รู้ได้อย่างไรว่าอาการมองไกลไม่ชัดเป็นเพราะสายตาสั้นหรือยาว? สายตาสั้นคือภาวะที่มองเห็นวัตถุไกลไม่ชัด แต่ยังคงมองเห็นวัตถุใกล้ได้ชัดเจน ในขณะที่สายตายาว คือภาวะที่มองวัตถุใกล้ไม่ชัดเป็นหลัก แต่ก็อาจส่งผลให้มองวัตถุไกลไม่ชัดได้เช่นกัน หากคุณต้องหรี่ตามองป้ายที่อยู่ไกลๆ ก็มีแนวโน้มว่าจะเป็นสายตาสั้น   จ้องหน้าจอนานๆ ทำให้สายตาสั้นลงหรือไม่? การจ้องหน้าจอเป็นเวลานานๆ ไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงที่ทำให้สายตาสั้นหรือยาว แต่จะทำให้เกิดอาการตาล้า ปวดหัว และตาแห้ง อย่างไรก็ตามการใช้สายตาเพ่งมองใกล้ๆ เป็นเวลานาน อาจเร่งให้ผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นสายตาสั้นมีอาการที่แย่ลงได้   การใส่แว่นสายตาสั้นตลอดเวลาจะทำให้ตาเราอ่อนแอลงไหม? แว่นตาทำหน้าที่ช่วยปรับให้ดวงตามองเห็นภาพได้ชัดเจนขึ้น ไม่ได้ทำให้กล้ามเนื้อตาอ่อนแอลงแต่อย่างใด อาการมองไกลแล้วเบลอหากไม่ได้รับการแก้ไข อาจทำให้ดวงตาต้องทำงานหนักมากขึ้นเพื่อโฟกัสภาพ ส่งผลให้เกิดอาการตาล้า ปวดหัว และปวดตาได้ ดังนั้นการใส่แว่นให้เหมาะสมกับค่าสายตาจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพดวงตา

เลสิกสายตาเอียง แก้ไขปัญหาภาพเบลอ ภาพไม่ชัด กับข้อควรรู้ก่อนทำ

สายตาเอียง ปัญหาสายตาที่ส่งผลให้การมองผิดเพี้ยน ไม่ชัดเจน การทำเลสิกสายตาเอียงจึงเป็นตัวช่วยแก้ปัญหาสายตาสายตาเอียง มองไม่ชัด มองเห็นภาพเบลอ ภาพซ้อน มองเห็นได้ไม่ชัดทั้งจากระยะใกล้และระยะไกล มาดูว่ามีการทำเลสิกสายตาเอียงกี่ประเภท แต่ละประเภทเหมาะกับใคร พร้อมข้อควรรู้ก่อนและหลังทำเลสิก สายตาเอียง (Astigmatism) คือ ภาวะที่ทำให้การมองเห็นผิดเพี้ยนไป เนื่องจากการโค้งของกระจกตาที่ผิดปกติ ไม่โค้งเป็นทรงกลม ทำให้เกิดการหักเหแสงที่ผิดปกติ ทำให้มองเห็นไม่ชัด ภาพเบลอ หรือมีเงาซ้อน สายตาเอียงมักมีอาการ ตาเบลอ มองเห็นไม่ชัด เห็นเงาซ้อน มองเห็นภาพบิดเบี้ยวจากความจริง มองเห็นรายละเอียดสิ่งของไม่ชัดเจน ต้องหยีตาเพื่อมองเห็นชัดขึ้น มีปัญหาการมองเห็นเวลากลางคืน มีอาการปวดหัว ล้าสายตา การทำเลสิกสายตาเอียง คือการรักษาสายตาผิดปกติโดยใช้ใบมีดเปิดแยกชั้นกระจกตา และใช้เลเซอร์ปรับแก้ความโค้งของกระจกตาให้มีรูปทรงปกติให้ได้มากที่สุด จากนั้นปิดกระจกตาโดยไม่ต้องเย็บแผล การทำเลสิกสายตาเอียงแบ่งได้เป็น 7 ประเภทหลักๆ ได้แก่ ผ่าตัดเลสิกแบบใช้ใบมีด (LASIK) ผ่าตัดเลสิกแบบไร้ใบมีด (FemtoLASIK) ผ่าตัดเลสิกแบบแผลเล็ก ReLEx SMILE ผ่าตัดเลสิกแบบไร้ใบมีดพลังงานต่ำ (NanoLASIK) ผ่าตัดเลสิกแบบไร้ใบมีด แผลเล็ก พลังงานต่ำ NanoRelex ผ่าตัดเลสิกแบบไร้ใบมีด แผลเล็ก ความเร็วสูง (SMILE Pro) และการทำเลสิก PRK (Photorefractive Keratectomy) ศูนย์เลเซอร์วิชั่น Bangkok Eye Hospital โดดเด่นด้านการรักษาอาการผิดปกติเกี่ยวกับดวงตา ด้วยทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเทคโนโลยีเลสิกสายตาเอียงที่ทันสมัย ให้คำแนะนำและวางแผนการรักษาได้อย่างเหมาะสม     สายตาเอียง คืออะไร สายตาเอียง (Astigmatism) คือ ภาวะที่ทำให้การมองเห็นผิดเพี้ยนไป เนื่องจากการโค้งของกระจกตาที่ผิดปกติ ไม่โค้งเป็นทรงกลม การหักเหแสงจึงผิดเพี้ยนไปด้วย ผู้ที่มีภาวะสายตาเอียงจึงมองเห็นภาพไม่ชัดเจน ภาพเบลอ มีเงาซ้อน ทั้งในระยะใกล้หรือระยะไกล สายตาเอียงพบได้บ่อยถึง 1 ใน 3 ของประชากร และเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกวัย โดยบางรายมีภาวะสายตาเอียงมาตั้งแต่เกิด หรือเพิ่งเป็นในช่วงวัยผู้ใหญ่ก็ได้เช่นกัน ซึ่งอาจเกิดจากการบาดเจ็บ โรคบางอย่าง อายุที่เพิ่มมากขึ้น หรือเกิดขึ้นควบคู่กับปัญหาสายตาสั้นหรือยาว อาการสายตาเอียง เป็นอย่างไร สายตาเอียง โดยทั่วไปแล้วจะมีอาการดังต่อไปนี้ ตาเบลอ มองเห็นไม่ชัด มองเห็นเงาซ้อน มองเห็นภาพบิดเบี้ยวจากความเป็นจริง มองเห็นรายละเอียดของสิ่งต่างๆ ได้ไม่ดี เมื่อมองแสงไฟ จะเห็นแสงจ้าแยงตา แตกเป็นเส้น หรือเห็นเป็นวงแหวนรอบๆ ต้องหยีตาเพื่อให้มองเห็นชัดขึ้น ปวดล้าสายตา เมื่อใช้สายตาเป็นเวลานาน เช่น จ้องจอคอมพิวเตอร์ หรืออ่านหนังสือ มีปัญหาในการมองเห็นตอนกลางคืน ปวดศีรษะ ขยี้ตาบ่อย ตาเหล่     สายตาเอียงมีกี่ประเภท สายตาเอียงมักมาพร้อมกับปัญหาทางสายตาอื่นๆ ซึ่งแบ่งประเภทของสายตาเอียงได้ ดังนี้ สายตาเอียงร่วมกับสายตาสั้น สายตาเอียงร่วมกับสายตาสั้น (Myopic Astigmatism)คือ การที่ส่วนโค้งทั้งสองของเลนส์ตาหรือกระจกตาโฟกัสแสงที่ด้านหน้าของจอประสาทตา เมื่อรูปร่างของกระจกตาผิดปกติ แสงจึงตกกระทบไม่ถึงจอประสาทตา และเกิดจุดโฟกัสมากกว่า 1 ทำให้มองวัตุระยะไกลไม่ชัดเจน และเกิดภาพเงาซ้อน ซึ่งสายตาเอียงร่วมกับสายตาสั้น ยังสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด ดังนี้ Simple Myopic Astigmatismคือแสงสร้างจุดโฟกัส 2 จุด โดยที่ 1 จุด อยู่ที่ด้านหน้าจอประสาทตา และอีก 1 จุดอยู่ในจุดที่ถูกต้อง คือ ตรงบริเวณจอประสาทตา Compound Myopic Astigmatismคือแสงโฟกัสทั้ง 2 อยู่ที่ด้านหน้าจอประสาทตา และอยู่คนละจุด สายตาเอียงร่วมกับสายตาสั้นไม่อันตราย แต่ส่งผลต่อการใช้ชีวิต รักษาได้ด้วยการใส่แว่น คอนแท็กต์เลนส์ หรือทำเลสิกสายตาเอียงเพื่อแก้ไขปัญหาการมองเห็นได้ สายตาเอียงร่วมกับสายตายาว สายตาเอียงร่วมกับสายตายาว (Hyperopic Astigmatism)เกิดขึ้นเมื่อแกนที่เรียกว่า principal meridian 1 หรือทั้ง 2 อันเป็นแกนสายตายาว เมื่อแสงสะท้อนเข้าสู่ดวงตา ทำให้เกิดจุดโฟกัสแสงด้านหลังของจอประสาทตา ทั้งยังเกิดจุดโฟกัสมากกว่า 1 ทำให้มองใกล้ไม่ชัดเจน เกิดภาพเบลอ เงา ภาพบิดเบี้ยว ซึ่งสายตาเอียงร่วมกับสายตายาว ยังสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด ดังนี้ Simple Hyperopic Astigmatismเกิดขึ้นเมื่อจุดโฟกัสแสงหนึ่งจุดตกกระทบโดยตรงไปยังจอประสาทตาและอีกหนึ่งจุดตกกระทบด้านหลัง ซึ่งแกนสายตาหนึ่งเป็นแกนสายตายาวแต่กำเนิด และอีกแกนหนึ่งเป็นปกติ Compound Hyperopic Astigmatism เกิดขึ้นเมื่อจุดโฟกัสแสงอยู่ด้านหลังจอประสาทตา โดยมีแกนสายตายาวทั้งสองแนวแกนโดยกำเนิด แต่ปริมาณไม่เท่ากัน สายตาเอียงร่วมกับสายตายาวไม่อันตราย เพียงจะส่งผลต่อการใช้ชีวิต ผู้ป่วยสามารถใส่แว่น ใส่คอนแท็กต์เลนส์ หรือทำเลสิกสายตาเอียงเพื่อแก้ไขปัญหาการมองเห็นได้เช่นเดียวกับสายตาเอียงร่วมกับสายตาสั้น สายตาเอียงแบบผสม สายตาเอียงแบบผสม (Mixed Astigmatism)เกิดขึ้นเมื่อแกน principal meridian โดยหนึ่งแกนเป็นแกนสายตายาว และอีกหนึ่งแกนเป็นแกนสายตาสั้น ทำให้การหักเหแสงตกกระทบที่ด้านหลังจอประสาทตา และอีกจุดหนึ่งที่ด้านหน้าจอประสาทตา ทำให้การมองเห็นไม่ชัดเจน และบิดเบือนค่อนข้างมาก สายตาเอียงแบบผสมไม่อันตรายแต่มีผลต่อการใช้ชีวิตค่อนข้างมาก การแก้ไขด้วยการตัดแว่นก็ถือว่าค่อนข้างยากที่จะแก้ไขให้สายตามองเห็นได้ปกติ แต่สามารถใส่คอนแท็กต์เลนส์ที่เรียกว่า Orthokeratology (Ortho-K) เพื่อปรับรูปร่างกระจกตาในขณะนอนหลับ ช่วยให้การมองเห็นดีขึ้น หรือทำเลสิกสายตาเอียงเองก็ช่วยได้เช่นกัน สาเหตุสายตาเอียง เกิดจากอะไร สายตาเอียง เกิดจากความผิดปกติของความโค้งกระจกตา โดยปกติแล้วกระจกตาจะโค้งเป็นทรงกลม คล้ายลูกเบสบอล ในคนที่มีสายตาเอียงกระจกตาจะผิดรูป เป็นรูปไข่หรือทรงรี ทำให้จุดโฟกัสแสงผิดพลาด เกิดจุดโฟกัสมากกว่า 1 จุด ทำให้มองเห็นไม่ชัดเจน ทั้งระยะใกล้และไกล มักเกิดร่วมกับปัญหาสายตาสั้นและสายตายาว โดยสาเหตุของสายตาเอียงเกิดจาก กรรมพันธุ์ ตาเหล่ การบาดเจ็บบริเวณดวงตา ผลข้างเคียงจากการผ่าตัดดวงตา ภาวะกระจกตาย้วย (Keratoconus)     การวินิจฉัยสายตาเอียงโดยแพทย์ การวินิจฉัยสายตาเอียง ต้องทำโดยจักษุแพทย์หรือนักนักทัศนมาตร เพื่อวินิจฉัยและวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับปัญหาสายตา ผู้มีปัญหาสายตาจะได้รับการตรวจ ดังนี้ การตรวจวัดระดับการมองเห็น (Visual Acuity Test)เพื่อทดสอบความสามารถและความชัดเจนในการมองเห็น โดยการอ่านตัวเลขหรือตัวอักษรบนแผนภูมิสเนลแลน (Snellen Chart) ซึ่งตัวอักษรจะมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ การวัดค่าความโค้งกระจกตา (Keratometer Test) แพทย์จะใช้เครื่องมือที่เรียกว่า เราโทมิเตอร์เพื่อตรวจวัดระดับความโค้งของกระจกตาและแสงสะท้อนที่กระทบกระจกตา การทดสอบการหักเหของแสงที่เข้าสู่ดวงตาแพทย์จะใช้ โฟรอพเตอร์ (Phoropter) เพื่อวัดข้อผิดพลาดในการหักเหของแสง การโฟกัสของดวงตา โดยผู้ป่วยจะมองเลนส์หลายๆ ชุด และอ่านแผนภูมิเพื่อวัดค่าเลนส์ที่สามารถแก้ไขปัญหาข้อผิดพลาดในการหักเหของแสงได้ ทำเลสิกสายตาเอียง คืออะไร การทำเลสิกสายตาเอียง คือการรักษาสายตาผิดปกติ โดยการใช้เลเซอร์ปรับแก้ความโค้งของกระจกตา ให้มีรูปทรงปกติให้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะสายตาสั้น ยาว เอียง ก็ทําเลสิกได้ โดยจักษุแพทย์จะทำการใช้ใบมีดไมโครเคอราโตม (Microkeratome) เพื่อแยกชั้นกระจกตา และใช้เลเซอร์ Excimer Laser เพื่อปรับความโค้งกระจกตา และปิดกระจกตากลับไปตำแหน่งเดิม และกระจกตาจะสมานตัวเองได้โดยไม่ต้องเย็บแผล     ประเภทการทำเลสิกสายตาเอียง และการแก้ไขอื่นๆ หลายคนอาจไม่ทราบว่าการทำเลสิกสายตาเอียงนั้นมีหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็วิธีการและจุดเด่น รวมถึงเหมาะกับปัญหาสายตาที่แตกต่างกันออกไป มาดูการทำเลสิกสายตาเอียงมี 5 ประเภทหลัก ดังนี้ 1. ผ่าตัดเลสิกแบบใช้ใบมีด การผ่าตัดเลสิกสายตาเอียงแบบใช้ใบมีด (Microkeratome Lasik) คือ การผ่าตัดโดยใช้ใบมีดตัดแยกชั้นกระจกตา จากนั้นยิงเลเซอร์เข้าไปเพื่อแก้ไขปัญหาความผิดปกติของสายตา มีความแม่นยำสูง ปลอดภัย ระคายเคืองน้อย ใช้เวลาพักฟื้นน้อย กลับมามองเห็นชัดเจนได้อย่างรวดเร็ว วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาสายตาเอียงไม่เกิน 500 และสั้นไม่เกิน 1,200 - 1,300 ราคาเริ่มต้นที่ 30,000 - 45,000 บาท วิธีนี้ราคาเริ่มต้นที่ 50,000 - 70,000 บาท 2. ผ่าตัดเลสิกแบบไร้ใบมีด การผ่าตัดเลสิกสายตาเอียงแบบไม่ใช้ใบมีด เรียกว่า Bladeless Femto LASIK คือการผ่าตัดโดยใช้แสงเลเซอร์แทนการใช้ใบมีด โดยมีสแกนไปตามความโค้งของกระจกตา ความเร็ว 500 กิโลเฮิร์ต โดยที่ไม่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อดวงตา จากนั้นใช้เลเซอร์อีกตัวเจียระไนกระจกตา การผ่าตัดวิธีนี้มีความแม่นยำสูง ลดความคลาดเคลื่อนในการแยกชั้นกระจกตา และความเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อน วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีสายตาเอียงไม่เกิน 600 และสายตาสั้นระหว่าง 100 - 1,000 3. ผ่าตัดเลสิกแบบแผลเล็ก ReLEx SMILE คือ การเลสิกสายตาที่มีการพัฒนาเทคโนโลยีมาจากการทำเลสิกแบบดั้งเดิม เป็นเทคโนโลยีล่าสุดที่ใช้เลเซอร์เฟมโตตัดเนื้อเยื่อกระจกตาเป็นแผ่นบางๆ คล้ายแพนเค้ก เรียกว่า Lenticule และทำการเปิดแผลขนาดเล็ก 2-4 มม. เพื่อนำ Lenticule ออกมา มีความแม่นยำ ไม่เจ็บขณะผ่าตัด แผลขนาดเล็ก หายไว รบกวนเส้นประสาทที่บริเวณกระจกตาน้อย จึงลดอาการเคืองตา หรืออาการอื่นๆ ที่จะตามมาหลังผ่าตัด วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีค่าสายตาสั้นไม่เกิน 1,000 เอียงไม่เกิน 500 และผู้ที่มีปัญหาสายตาสั้นร่วมกับสายตาเอียง ราคาประมาณ 85,000 - 140,000 บาท 4. ผ่าตัดเลสิก NanoLASIK ผ่าตัดเลสิกแบบไร้ใบมีดพลังงานต่ำ NanoLASIK คือการเลสิกสายตาที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียงได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยไม่จำเป็นต้องใช้ใบมีด แต่จะเปลี่ยนมาใช้เชเซอร์ในการสร้างแผ่นกระจกตาแทน มั่นใจได้ในผลลัพธ์การรักษาที่แม่นยำ รวดเร็ว และปลอด นอกจากนี้ NanoLASIK ทำงานในระดับพลังงานนาโนจูลที่ต่ำ ช่วยลดโอกาสระคายเคืองตาหลังทำเลสิกและช่วยให้ฟื้นฟูหลังทำได้เร็วมากยิ่งขึ้นอีกด้วย โดยการทำ NanoLASIK เหมาะกับผู้ที่มีกระจกตาบางและไม่สามารถทำเลสิกแบบดั้งเดิมได้ 5. ผ่าตัดเลสิก NanoRelex ผ่าตัดเลสิกแบบไร้ใบมีด แผลเล็ก พลังงานต่ำ NanoRelex คือเทคโนโลยีการทำเลสิกใหม่ล่าสุดที่ออกแบบมาเพื่อรักษาปัญหาสายตาสั้นและสายตาเอียงด้วยการใช้พลังของเทคโนโลยี Femtosecond Laser ปรับเปลี่ยนเนื้อเยื่อกระจกตา โดยการเอาเนื้อเยื่อกระจกตาส่วนเกินออกผ่านรอยกรีดขนาดเล็กเพียง 2-3 มม. ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้ใบมีด พร้อมลดโอกาสเกิดความเสี่ยงตาแห้งหลังทำเลสิกได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย 6. ผ่าตัดเลสิก SMILE Pro ผ่าตัดเลสิกแบบไร้ใบมีด แผลเล็ก ความเร็วสูง SMILE Pro คือการผ่าตัดแก้ไขสายตาผิดปกติด้วย Femtosecond Laser เป็นตัวช่วยในการแยกชั้นเนื้อเยื่อกระจกตาออกเป็นแผ่นบางๆ จากนั้นจะดึงแผ่นเนื้อเยื่อกระจกตาเหล่านั้นออกผ่านแผนที่มีขนาดเล็กเพียง 2 - 4 มม. เพื่อช่วยปรับรูปร่างและความโค้งของกระจกตาให้กลับมาคล้ายปกติ และช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่มีค่าสายตาสั้นไม่เกิน 1000 สายตาเอียงไม่เกิน 500 หรือมีสายตาสั้นร่วมกับสายตาเอียง 7. การทำเลสิก PRK (Photorefractive Keratectomy) PRK (Photorefractive Keratectomy) คือ วิธีผ่าตัดแก้ไขปัญหาความผิดปกติของสายตาในช่วงแรกๆ แต่ยังคงได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบัน เป็นการผ่าตัดที่ไม่เปิดฝากระจกตา แต่จะกำจัดเซลล์ชั้นนอกของกระจกตาออก และใช้เอ็กไซเมอร์เลเซอร์ปรับรูปร่างกระจกตา ผลข้างเคียงน้อย ไม่ต้องเย็บแผล และเป็นวิธีเดียวที่อนุญาตให้ผู้ที่ต้องการสอบเป็นนักบินสามารถทำได้ ราคาไม่แพง เริ่มต้นประมาณ 35,000 - 40,000 บาทขึ้นไป วิธีนี้เหมาะกับผู้ที่มีอาการตาแห้งหรือกระจกตาบาง ผู้ที่มีสายตาเอียงไม่เกิน 200 และสายตาสั้นได้ถึง 500 การเตรียมตัวก่อนทำเลสิกสายตาเอียง ก่อนการเลสิกสายตาเอียงต้องมีการเตรียมตัว เตรียมความพร้อมก่อนทำ เพื่อให้ผ่าตัดเป็นไปได้ด้วยดี ป้องกันปัญหาที่ไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้น การเตรียมตัวก่อนทำเลสิกสายตาเอียงทำได้ดังนี้ หาข้อมูลและปรึกษาแพทย์เพื่อเลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐานและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม งดใส่คอนแท็กต์เลนส์อย่างน้อย 3 สัปดาห์ก่อนเข้ารับการผ่าตัด งดแต่งหน้า งดใช้น้ำหอม ครีมบำรุงบริเวณรอบดวงตา งดดื่มชา กาแฟ ควรพาญาติหรือผู้ดูแลมาด้วย เนื่องจากหลังทำเลสิกตาเอียง การมองเห็นจะยังคงไม่ชัดเจน เตรียมแว่นกันแดดเพื่อป้องกันดวงตาจากแสง UV     การดูแลตัวเองหลังทำเลสิกสายตาเอียง หลังการทำเลสิกสายตาเอียง ควรดูแลตนเองให้ถูกต้องเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี และป้องกันการเกิดผลข้างเคียงไม่พึงประสงค์ โดยการดูแลตัวเองหลังทำเลสิกสายตาเอียง มีดังนี้ หากมีอาการปวดตา สามารถใช้ยาบรรเทาอาการปวดได้ ควรใช้ยาหยอดตาเพื่อป้องกันอาการตาแห้ง ใช้สำลีน้ำอุ่นเช็ดรอบดวงตาเบาๆ เช้า-เย็น เป็นเวลา 2 สัปดาห์ งดแต่งหน้าหรือทาครีมบริเวณรอบดวงตา งดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ พักผ่อนสายตา งดการใช้สายตาหานักๆ เลี่ยงกิจกรรมที่ใช้กำลัง อย่างน้อย 1 เดือน สวมที่ครอบตาก่อนนอน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น และป้องกันการขยี้ตา ระวังน้ำหรือฝุ่นเข้าดวงตา ควรสวมแว่นกันแดดหากอยู่ในบริเวณที่มีแสงจ้า หากพบอาการผิดปกติ ควรรีบพบแพทย์ ทำเลสิกสายตาเอียงที่ศูนย์เลเซอร์วิชั่น Bangkok Eye Hospital ดีอย่างไร หากต้องการทำเลสิกสายตาเอียง แนะนำให้เข้ามาปรึกษาและรักษาอาการเหล่านี้ได้ที่ศูนย์เลเซอร์วิชั่น Bangkok Eye Hospital ที่นี่โดดเด่นด้านการรักษาอาการผิดปกติเกี่ยวกับดวงตา ด้วยทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มีจุดเด่นดังนี้ โรงพยาบาลมีทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มากประสบการณ์ พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับอาการผิดปกติ และแนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสม เทคโนโลยีสำหรับการรักษาดวงตาสมัยใหม่ เครื่องมือได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อการรักษาดวงตาอย่างแม่นยำและปลอดภัย พร้อมให้การรักษาอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวินิจฉัย การรักษา ไปจนถึงการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ ใส่ใจในการบริการ พร้อมบรรยากาศของโรงพยาบาลที่เป็นกันเอง สรุป สายตาเอียงเป็นปัญหาสายตาที่ส่งผลต่อการมองเห็นที่ไม่ชัดเจน ภาพเบลอ ทั้งในระยะใกล้และไกล มักเกิดควบคู่กับปัญหาสายตาสั้นหรือสายตายาว เนื่องจากความโค้งของกระจกตาที่ผิดปกติ เกิดจุดโฟกัสแสงมากกว่าหนึ่งจุด สายตาเอียงเกิดได้กับทุกคน ทุกวัย ทำเลสิกสายตาเอียงเพื่อทำการรักษาได้ โดยใช้เลเซอร์ปรับความโค้งของกระจกตาให้การมองเห็นกลับมาเป็นปกติ แนะนำมาที่ศูนย์เลเซอร์วิชั่น Bangkok Eye Hospitalศูนย์รักษาตาครบวงจร ดูแลรักษาปัญหาสายตาผิดปกติ ด้วยทีมจักษุแพทย์ที่เชี่ยวชาญ มีเทคโนโลยีการเลสิกสายตาเอียงที่ทันสมัย มุ่งเน้นการรักษาที่มีประสิทธิภาพ และบริการที่ประทับใจ

เลสิกสายตายาว ปรับปรุงคุณภาพการมองเห็น พร้อมข้อควรรู้ก่อนทำ

สรุปสาระสำคัญ สายตายาว คือ ภาวะที่มองเห็นระยะไกลชัดเจน แต่มองเห็นสิ่งของในระยะใกล้ไม่ชัดเจน หรืออาจเป็นได้ทั้ง 2 ระยะ โดยสาเหตุเกิดจากอายุที่เพิ่มมากขึ้นและเกิดโดยกำเนิดผ่านทางพันธุกรรม ทำเลสิกสายตายาว คือ วิธีการใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ในการปรับค่าสายตาให้กลับมาอยู่ที่ค่าปกติ โดยการเพิ่มระยะโฟกัส การทำเลสิกสายตายาวแบ่งเป็น 4 ประเภท ได้แก่ Full Correction LASIK, Monovision, PresbyLASIK และ Laser Blended Vision (LBV) การทำเลสิกสายตายาวให้ปลอดภัย ควรเลือกทำกับโรงพยาบาลที่ได้มาตรฐาน น่าเชื่อถือ พร้อมทั้งแพทย์ที่มีประสบการณ์ชำนาญทางด้านการทำเลสิกตาโดยเฉพาะ ทำเลสิกสายตายาวที่ศูนย์เลเซอร์วิชั่น Bangkok Eye Hospital มีเครื่องมือได้มาตรฐานสากล พร้อมทั้งเทคโนโลยีสมัยใหม่ในการรักษาสายตายาว และจักษุแพทย์มากประสบการณ์ มีเทคนิคที่หลากหลายรูปแบบตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล ปัจจุบันมีการทำเลสิกสายตายาวเพื่อปรับคุณภาพการมองเห็นให้ดียิ่งขึ้น มาดูกันว่าการทำเลสิกสายตายาว คืออะไร หากสนใจอยากปรับค่าสายตาให้กลับมาตามปกติ จะต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้างทั้งก่อนและหลังทำเลสิก รวมทั้งประเภทเลสิกต่างๆ หาคำตอบได้ในบทความนี้ ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ โทร 02-511-2111 Line 📅 นัดหมายออนไลน์ 📌 สารบัญเนื้อหา ▶ สายตายาว คืออะไร ▶ อาการสายตายาว เป็นอย่างไร ▶ สายตายาว มีกี่ประเภท ▶ สาเหตุสายตายาว เกิดจากอะไร ▶ การวินิจฉัยสายตายาว ▶ ทำเลสิกสายตายาว คืออะไร ▶ ประเภทการทำเลสิกสายตายาว ▶ การเตรียมตัวก่อนทำเลสิกสายตายาว ▶ การดูแลตัวเองหลังทำเลสิกสายตายาว ▶ เลือกโรงพยาบาลทำเลสิกสายตายาวอย่างไรให้ปลอดภัย ▶ ทำเลสิกสายตายาวที่ศูนย์รักษาสายตายาว Laser Vision โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ ดีอย่างไร ▶ สรุป ▶ คำถามที่พบบ่อย (FAQ) สายตายาว คืออะไร สายตายาว (Hyperopia หรือ Presbyopia) เป็นภาวะที่ทำให้การมองเห็นระยะใกล้ไม่ชัดเจน เนื่องจากแสงไม่สามารถโฟกัสลงบนจอประสาทตาได้อย่างเหมาะสม โดยภาวะสายตายาวแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ สายตายาวโดยกำเนิด (Hyperopia) ซึ่งเกิดจากลูกตาสั้นกว่าปกติ หรือกระจกตาและเลนส์ตามีกำลังหักเหแสงน้อย ทำให้แสงไปโฟกัสหลังจอประสาทตา และสายตายาวตามอายุ (Presbyopia) ซึ่งเกิดจากเลนส์แก้วตาค่อยๆ สูญเสียความยืดหยุ่นตามวัย ทำให้โฟกัสวัตถุระยะใกล้ได้ลดลง ผู้ที่มีภาวะสายตายาวมักมีอาการมองเห็นระยะใกล้ไม่ชัด ต้องถือหนังสือหรือโทรศัพท์ให้ห่างออกเพื่อมองเห็นได้ชัดขึ้น ในบางรายที่มีค่าสายตายาวสูง อาจมีปัญหาการมองเห็นระยะไกลร่วมด้วย ภาวะสายตายาวตามอายุมักเริ่มแสดงอาการเมื่ออายุประมาณ 40–45 ปีขึ้นไป ขณะที่สายตายาวโดยกำเนิดสามารถพบได้ตั้งแต่วัยเด็กและมักเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม อาการสายตายาว เป็นอย่างไร ผู้ที่มีภาวะสายตายาวอาจมีอาการแตกต่างกันไปตามชนิดของสายตายาวและระดับความรุนแรง โดยเฉพาะในระยะเริ่มต้น หลายคนอาจไม่ทันสังเกตความผิดปกติ เนื่องจากดวงตายังสามารถเพ่งชดเชยได้ อย่างไรก็ตาม หากเริ่มมีอาการต่อไปนี้ ควรเข้ารับการตรวจสายตากับจักษุแพทย์ มองเห็นระยะใกล้ไม่ชัด เช่น อ่านหนังสือ ใช้โทรศัพท์ หรือทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ได้ลำบาก ต้องถือวัตถุให้ห่างออกจึงจะมองเห็นชัด ต้องเพ่งสายตาหรือหรี่ตา เพื่อให้มองเห็นชัดขึ้น โดยเฉพาะเมื่อทำกิจกรรมที่ใช้สายตาระยะใกล้ ปวดตา ตาล้า หรือปวดศีรษะ หลังอ่านหนังสือ ใช้คอมพิวเตอร์ หรือใช้สายตาต่อเนื่องเป็นเวลานาน มองเห็นภาพไม่คมชัดหรือภาพซ้อนเป็นบางครั้ง โดยเฉพาะเมื่อดวงตาเกิดความเมื่อยล้าจากการเพ่ง อ่านหนังสือหรือดูโทรศัพท์ได้ไม่นาน เพราะรู้สึกเมื่อยตา ต้องหยุดพักบ่อยกว่าปกติ ในเด็กที่มีสายตายาวมาก อาจมีอาการตาเขหรือตาเหล่จากการเพ่ง และมีพฤติกรรมขยี้ตาหรือไม่ชอบทำกิจกรรมที่ต้องใช้สายตาระยะใกล้ ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น อ่านหนังสือ ทำงานหน้าจอ ใช้โทรศัพท์ หรือทำกิจกรรมที่ต้องใช้สายตาระยะใกล้เป็นเวลานานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ สายตายาว มีกี่ประเภท ภาวะสายตายาวสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ซึ่งมีสาเหตุและแนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน ดังนี้ สายตายาวตามอายุ (Presbyopia) สายตายาวตามอายุเป็นภาวะที่เกิดจากการเสื่อมของเลนส์แก้วตาตามวัย ทำให้เลนส์ตาสูญเสียความยืดหยุ่นและปรับโฟกัสระยะใกล้ได้ลดลง จึงมักพบในผู้ที่มีอายุประมาณ 40–45 ปีขึ้นไป ผู้ที่มีภาวะนี้มักเริ่มอ่านหนังสือหรือดูโทรศัพท์ได้ไม่ชัด ต้องถือวัตถุให้ห่างออกเพื่อมองเห็นได้ชัดขึ้น และอาจมีอาการปวดตาหรือตาล้าเมื่อใช้สายตาระยะใกล้เป็นเวลานาน สายตายาวโดยกำเนิด (Hyperopia) สายตายาวโดยกำเนิดเป็นภาวะที่เกิดจากโครงสร้างของดวงตา เช่น ลูกตาสั้นกว่าปกติ หรือกระจกตาและเลนส์ตามีกำลังหักเหแสงน้อย ทำให้แสงโฟกัสหลังจอประสาทตา ภาวะนี้สามารถพบได้ตั้งแต่วัยเด็กและมักเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม เด็กบางรายอาจยังไม่มีอาการชัดเจน เนื่องจากดวงตาสามารถเพ่งชดเชยได้ แต่หากมีค่าสายตายาวมาก อาจเกิดอาการมองเห็นไม่ชัด ตาเข หรือตาเหล่ได้ ดังนั้น ผู้ปกครองควรพาเด็กเข้ารับการตรวจสุขภาพตาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อค้นหาความผิดปกติและรับการรักษาตั้งแต่ระยะเริ่มต้น สาเหตุสายตายาว เกิดจากอะไร ภาวะสายตายาวเกิดขึ้นจากความผิดปกติของโครงสร้างดวงตาหรือการเปลี่ยนแปลงของเลนส์แก้วตาตามวัย ทำให้แสงที่เข้าสู่ดวงตาไม่สามารถโฟกัสลงบนจอประสาทตาได้อย่างเหมาะสม ส่งผลให้การมองเห็นระยะใกล้ไม่ชัดเจน โดยสาเหตุของสายตายาวแบ่งได้ตามประเภท ดังนี้ สายตายาวโดยกำเนิด (Hyperopia) เกิดจากลูกตาสั้นกว่าปกติ หรือกระจกตาและเลนส์ตามีกำลังหักเหแสงน้อย ทำให้แสงไปโฟกัสอยู่ด้านหลังจอประสาทตา ภาวะนี้มักเกี่ยวข้องกับพันธุกรรม และสามารถพบได้ตั้งแต่วัยเด็ก สายตายาวตามอายุ (Presbyopia) เกิดจากเลนส์แก้วตาสูญเสียความยืดหยุ่นตามอายุ ทำให้ความสามารถในการปรับโฟกัสวัตถุระยะใกล้ลดลง จึงมักเริ่มมีอาการในช่วงอายุประมาณ 40–45 ปีขึ้นไป เช่น ต้องถือหนังสือหรือโทรศัพท์ให้ห่างออกจึงจะมองเห็นได้ชัด แม้ว่าสายตายาวตามอายุจะเป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การตรวจสุขภาพตาเป็นประจำจะช่วยให้สามารถวินิจฉัยและวางแผนการรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ทำให้กลับมามองเห็นได้ชัดเจนและลดผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การวินิจฉัยสายตายาว หากเริ่มมีอาการมองเห็นระยะใกล้ไม่ชัด ต้องถือหนังสือหรือโทรศัพท์ให้ห่างออก หรือมีอาการปวดตาและตาล้าจากการใช้สายตาเป็นเวลานาน ควรเข้ารับการตรวจสุขภาพตาอย่างละเอียดกับจักษุแพทย์ เพื่อหาสาเหตุของปัญหาการมองเห็นและประเมินแนวทางการรักษาที่เหมาะสม โดยการตรวจวินิจฉัยสายตายาวอาจประกอบด้วยรายการตรวจ ดังนี้ ตรวจวัดระดับการมองเห็น (Visual Acuity Measurement) เพื่อประเมินความสามารถในการมองเห็นทั้งระยะใกล้และระยะไกล ตรวจวัดค่าสายตาด้วยคอมพิวเตอร์ (Computer Autorefraction) เพื่อประเมินค่าสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียงเบื้องต้น ตรวจวัดความดันลูกตา (Tonometry) เพื่อคัดกรองภาวะต้อหินและประเมินสุขภาพดวงตาโดยรวม ตรวจจอประสาทตาหลังหยอดยาขยายม่านตา (Dilated Eye Examination) เพื่อประเมินสุขภาพภายในดวงตาและค้นหาความผิดปกติที่อาจส่งผลต่อการมองเห็น ตรวจวัดค่าสายตาอย่างละเอียด (Manifest Refraction) เพื่อหาค่าสายตาที่แม่นยำและใช้ประกอบการวางแผนการรักษา ตรวจวิเคราะห์ความโค้งและความหนาของกระจกตา (Pentacam) เพื่อประเมินโครงสร้างกระจกตาและความเหมาะสมในการรักษาด้วยเลเซอร์ ตรวจสุขภาพดวงตาด้วยกล้องจุลทรรศน์ (Slit Lamp Examination) เพื่อตรวจความผิดปกติของกระจกตา เลนส์แก้วตา และโครงสร้างด้านหน้าของดวงตา ตรวจความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของกระจกตา (Corvis® ST) เพื่อประเมินคุณสมบัติของกระจกตาและเพิ่มความแม่นยำในการวางแผนการรักษา หลังจากการตรวจทั้งหมด จักษุแพทย์จะวิเคราะห์ผลอย่างละเอียด พร้อมแนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับผู้เข้ารับการรักษาแต่ละราย ไม่ว่าจะเป็นการสวมแว่นตา การทำเลสิกสายตายาว (Monovision หรือ PresbyLASIK) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การรักษาที่มีประสิทธิภาพและเหมาะกับไลฟ์สไตล์มากที่สุด ทำเลสิกสายตายาว คืออะไร การทำเลสิกสายตายาว เป็นการรักษาด้วยเลเซอร์ที่ช่วยแก้ไขปัญหาการมองเห็นจากภาวะสายตายาว โดยจักษุแพทย์จะใช้เลเซอร์ปรับรูปร่างของกระจกตา เพื่อให้แสงสามารถโฟกัสลงบนจอประสาทตาได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้นและลดการพึ่งพาแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ สำหรับผู้ที่มีภาวะสายตายาวตามอายุ (Presbyopia) ปัจจุบันสามารถรักษาได้ด้วยเทคนิค Monovision LASIK และเลสิกสายตายาว PresbyLASIK ซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยให้มองเห็นได้ทั้งระยะใกล้และระยะไกล เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาอ่านหนังสือ ใช้โทรศัพท์ หรือทำงานระยะใกล้ รวมถึงผู้ที่ต้องการลดการสวมแว่นและมีไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความคล่องตัว เช่น การเล่นกีฬา การออกกำลังกาย หรือการขับรถเป็นประจำ ทั้งนี้ ก่อนเข้ารับการรักษา ผู้ป่วยควรได้รับการตรวจสุขภาพตาและประเมินค่าสายตาอย่างละเอียด เพื่อให้จักษุแพทย์สามารถเลือกเทคนิคการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพดวงตาและการใช้งานในชีวิตประจำวันมากที่สุด ประเภทการทำเลสิกสายตายาว การทำ LASIK สายตายาวมีหลายประเภท ซึ่งแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันออกไป สามารถศึกษาเพื่อสอบถามจักษุแพทย์เพิ่มเติมในการพิจารณาวินิจฉัยเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสมกับตนเองได้ ดังนี้ 1. Full Correction LASIK Full Correction LASIK เป็นเทคนิคการรักษาด้วยเลเซอร์ที่มุ่งแก้ไขค่าสายตายาวให้กลับสู่ภาวะสายตาปกติ โดยปรับความโค้งของกระจกตาเพื่อเพิ่มกำลังการรวมแสง (Refractive Power) ให้เหมาะสมต่อการมองเห็นในระยะไกล วิธีนี้มักเหมาะสำหรับผู้ที่มีสายตายาวแต่กำเนิด (Congenital Hyperopia) และมีความต้องการลดการพึ่งพาแว่นสายตาสำหรับระยะไกล อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยยังอาจจำเป็นต้องใช้แว่นสายตาสำหรับการมองระยะใกล้ โดยเฉพาะในกรณีที่มีภาวะสายตายาวตามวัยร่วมด้วย 2. Monovision Monovision เป็นเทคโนโลยีการรักษาด้วยเลเซอร์ที่จะปรับแต่งการมองเห็นของตาแต่ละข้างให้แตกต่างกัน โดยปรับสายตาข้างที่ถนัด (Dominance Eye) ให้เหมาะกับการมองเห็นระยะไกล และปรับตาข้างที่ไม่ถนัดให้มีสายตาสั้นเล็กน้อยเพื่อรองรับการมองเห็นในระยะใกล้ ซึ่งคนไข้จำเป็นต้องใช้เวลาปรับตัวหลังจากทำเลสิกสายตายาววิธีนี้ เนื่องจากสมองต้องใช้เวลาในการประมวลผลให้มองเห็นได้อย่างชัดเจนทั้งสองระยะ ในช่วงแรกประสิทธิภาพในการมองเห็นตอนกลางคืนอาจลดลงบ้างเล็กน้อย และจะค่อยๆ กลับมาเต็มประสิทธิภาพหลังจากร่างกายปรับตัวได้ 3. PresbyLASIK PresbyLASIK เป็นเทคโนโลยีเลสิกที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่มีภาวะสายตายาวตามอายุ โดยใช้เลเซอร์ปรับรูปทรงกระจกตาให้สามารถโฟกัสได้หลายระยะ (Multifocal Vision) ช่วยให้มองเห็นได้ทั้งระยะใกล้ ระยะกลาง และระยะไกล พร้อมลดการพึ่งพาแว่นอ่านหนังสือในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ ผู้เข้ารับการรักษาควรได้รับการตรวจประเมินสุขภาพดวงตาและค่าสายตาอย่างละเอียด เพื่อให้จักษุแพทย์สามารถเลือกเทคนิคที่เหมาะสมและให้ผลลัพธ์การรักษาที่ดีที่สุด 4. Laser Blended Vision (LBV) Laser Blended Vision (LBV) เป็นเทคโนโลยีที่แก้ไขปัญหาสายตาได้หลายรูปแบบพร้อมกัน ทั้งสายตายาวตามวัย สายตาสั้น สายตาเอียง และสายตายาวแต่กำเนิด ช่วยให้ผู้ป่วยสามารถมองเห็นได้ชัดเจนในทุกระยะด้วยตาข้างเดียวโดยไม่ต้องใช้แว่นสายตา ทำเลสิกสายตายาววิธีนี้ใช้เทคโนโลยีเลสิกแบบไร้ใบมีด หรือเลเซอร์ในการรักษาทุกขั้นตอน เข้าไปปรับแต่งความโค้งของกระจกตาแบบพิเศษที่เรียกว่า Spherical Aberration เพื่อเพิ่มระยะโฟกัสให้มากขึ้น (Depth of Focus) จากนั้นจึงใช้เลเซอร์ปรับแต่งความโค้งของกระจกตาทั้งสองข้างให้แตกต่างกันเล็กน้อย ซึ่งวิธีการรักษาจะแบ่งการปรับแต่งตามความถนัดของตาแต่ละข้าง ดังนี้ ตาข้างที่ถนัด (Dominant) จะปรับความโค้งเพียงเล็กน้อยเพื่อช่วยการมองเห็นระยะกลางโดยไม่กระทบการมองระยะไกล ตาข้างที่ไม่ถนัด (Non-Dominant) จะปรับความโค้งมากกว่าเพื่อเน้นการมองเห็นในระยะใกล้และระยะกลาง ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ โทร 02-511-2111 Line 📅 นัดหมายออนไลน์ การเตรียมตัวก่อนทำเลสิกสายตายาว ก่อนทำเลสิกสายตายาวหากทราบการเตรียมตัวอย่างเหมาะสม จะช่วยให้การทำเลสิกผ่านไปอย่างราบรื่น สำหรับคนที่ใส่คอนแทคเลนส์ แนะนำให้สวมแว่นแทนก่อนทำเลสิกอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ควรเตรียมลางาน 2-3 วัน เพื่อให้ร่างกายได้พักผ่อนอย่างเพียงพอ เดินทางโดยใช้รถสาธารณะในวันที่มาตรวจ เพราะหลังจากทำแล้วจะมีอาการตาพร่ามัว 6-8 ชั่วโมง แนะนำให้มีผู้ติดตามมาด้วย และควรพกแว่นกันแดด ควรสระผม สวมเสื้อที่มีกระดุมติดหน้าเพื่อให้สะดวกต่อการถอดและสวมใส่ และงดการฉีดน้ำหอม การดูแลตัวเองหลังทำเลสิกสายตายาว หลังจากทำเลสิกสายตายาว ควรดูแลตัวเองตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ดังนี้ หลังจากทำเลสิก 24 ชั่วโมงแรก ควรนอนหลับพักผ่อนให้ได้มากที่สุด หมั่นหยอดยาตามที่จักษุแพทย์แนะนำ สัปดาห์แรกให้ระวังไม่ให้น้ำเข้าตา เช็ดหน้าแทนการล้างหน้า และระมัดระวังบริเวณรอบดวงตา โดยทางโรงพยาบาลจะแนะนำวิธีเช็ดให้ ภายในเดือนแรกจะสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติ แต่ควรเว้นบางกิจกรรม เช่น ว่ายน้ำ หรือการเข้าซาวน่า หลังจาก 1-2 เดือนเป็นต้นไป สามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติ เลือกโรงพยาบาลทำเลสิกสายตายาวอย่างไรให้ปลอดภัย การเลือกโรงพยาบาลทำเลสิกสายตายาวเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อความปลอดภัยในการรักษา สามารถพิจารณาจากปัจจัยต่างๆ ได้แก่ สถานพยาบาลต้องได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการอย่างถูกต้อง พร้อมแสดงเลขที่ใบอนุญาตอย่างชัดเจน มีจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการรับรองจากแพทยสภา โดยเฉพาะในด้านจักษุวิทยาและการผ่าตัดแก้ไขความผิดปกติทางสายตา มีอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ที่ทันสมัยได้มาตรฐานระดับสากล พร้อมบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ โรงพยาบาลที่มีเทคนิคและทางเลือกในการรักษาที่หลากหลายและครอบคลุม ค่าใช้จ่ายในการรักษาสมเหตุสมผลกับบริการ มีเคสรีวิวจากผู้ที่เคยเข้ารับบริการที่น่าเชื่อถือ เดินทางสะดวก รองรับจำนวนคนไข้เพียงพอ ทำเลสิกสายตายาวที่ศูนย์รักษาสายตายาว Laser Vision โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ ดีอย่างไร สำหรับคนที่กำลังมองหาวิธีแก้สายตายาวแต่ไม่ชอบใส่แว่นตา อยากได้คำแนะนำว่าจะเลือกหมอรักษาตาเพื่อแก้ปัญหานี้ที่ไหนดีนั้น ศูนย์รักษาสายตายาว Laser Vision โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ (Bangkok Eye Hospital) ให้บริการตรวจวินิจฉัยและรักษาภาวะสายตายาวโดยทีมจักษุแพทย์เฉพาะทางด้านการแก้ไขสายตา (Refractive Surgery) พร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อวางแผนการรักษาให้เหมาะสมกับสุขภาพดวงตา ค่าสายตา และไลฟ์สไตล์ของผู้เข้ารับการรักษาแต่ละราย ไม่ว่าจะเป็นการทำเลสิกสายตายาว (Monovision LASIK, PresbyLASIK) โดยมีจุดเด่นดังนี้ ตรวจประเมินดวงตาอย่างละเอียดก่อนการรักษา ด้วยเครื่องมือตรวจวิเคราะห์ดวงตาที่ทันสมัย เพื่อค้นหาวิธีรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับแต่ละบุคคล มีทางเลือกการรักษาครบทุกเทคโนโลยี ทั้ง Monovision LASIK และ PresbyLASIK เพื่อให้สามารถเลือกแนวทางที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการมองเห็นและไลฟ์สไตล์ ทีมจักษุแพทย์เฉพาะทางด้านการแก้ไขสายตา ที่มีประสบการณ์ในการรักษาปัญหาสายตาซับซ้อน พร้อมวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลมานานกว่า 28 ปี รักษานับแสนดวงตา ดูแลและติดตามผลหลังการรักษาอย่างต่อเนื่อง พร้อมให้คำแนะนำในการดูแลสุขภาพดวงตา เพื่อให้ผู้เข้ารับการรักษามั่นใจในผลลัพธ์ระยะยาว สรุป สายตายาวคือความผิดปกติของการมองเห็นวัตถุในระยะใกล้ โดยพบภาวะนี้ได้ทั้งวัยเด็กและวัยสูงอายุ ซึ่งแพทย์ทำการวินิจฉัยถึงสาเหตุของสายตายาวได้หลายวิธีเพื่อหาวิธีรักษาที่เหมาะสม อย่างเช่น การทำ LASIK สายตายาว เนื่องจากเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามควรศึกษาข้อมูลให้พร้อมในการดูแลตนเองทั้งก่อนและหลังทำ และควรเลือกโรงพยาบาลที่ปลอดภัย น่าเชื่อถือ และได้มาตรฐาน สำหรับผู้ที่สนใจบริการเลสิกสายตายาว ที่ศูนย์รักษาสายตายาว Laser Vision โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ (Bangkok Eye Hospital) มีเครื่องมือได้มาตรฐานสากล และจักษุแพทย์มากประสบการณ์ พร้อมดูแลด้วยเทคโนโลยีและเทคนิคในการรักษาหลากหลายรูปแบบ ให้คุณภาพในการมองเห็นของแต่ละท่านกลับมามีประสิทธิภาพ ดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์ ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ โทร 02-511-2111 Line 📅 นัดหมายออนไลน์ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเลสิกสายตายาว (FAQ) เลสิกสายตายาวสามารถทำได้ในช่วงอายุเท่าไร? การทำเลสิกเพื่อแก้ไขสายตายาวตามวัย (Presbyopia) มักพิจารณาในผู้ที่มีอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงของเลนส์แก้วตา ทำให้การมองระยะใกล้ไม่ชัดเจน ทั้งนี้ ความเหมาะสมในการรักษาไม่ได้พิจารณาจากอายุเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับสภาพดวงตา ค่าสายตา ความหนาและรูปทรงของกระจกตา รวมถึงลักษณะการใช้งานสายตาในชีวิตประจำวันร่วมด้วย จักษุแพทย์อาจพิจารณาแนะนำวิธีการรักษาอื่นที่เหมาะสมกว่าการทำเลสิก เช่น การผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียม (RLE) สำหรับผู้ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไปหรือเริ่มมีภาวะต้อกระจก ค่าสายตายาวเท่าไรถึงจะสามารถทำเลสิกได้? ในภาวะสายตายาวตามวัย การตัดสินใจรักษาไม่ได้อิงจาก “ค่าตัวเลขของสายตาใกล้” เพียงอย่างเดียว เนื่องจากสาเหตุหลักเกิดจากการลดลงของความยืดหยุ่นของเลนส์แก้วตา มากกว่าความผิดปกติของกระจกตาโดยตรง ในกรณีที่มีค่าสายตาผิดปกติร่วม เช่น สายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง การรักษาด้วยเลเซอร์สามารถช่วยปรับแก้ร่วมกันได้ โดยต้องอยู่ภายใต้การประเมินความเหมาะสมอย่างละเอียดเป็นรายบุคคล ปัจจัยสำคัญที่ใช้ประกอบการพิจารณา ได้แก่ ความหนาและรูปทรงของกระจกตา ความเสถียรของค่าสายตา รวมถึงคุณภาพการมองเห็นที่ต้องการหลังการรักษา เพื่อให้สามารถเลือกเทคนิคที่เหมาะสมและให้ความคงทนของผลลัพธ์ในระยะยาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ที่มีภาวะสายตายาวแต่กำเนิดสามารถเข้ารับการประเมินเพื่อทำเลสิกได้ โดยทั่วไปเทคโนโลยีเลเซอร์ในปัจจุบันรองรับการแก้ไขค่าสายตายาวได้สูงสุดประมาณ +5.00 ถึง +6.00 Diopter ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความหนาและรูปทรงของกระจกตาของแต่ละบุคคลด้วย จักษุแพทย์จะทำการตรวจสภาพดวงตาอย่างละเอียดเพื่อประเมินความพร้อมของกระจกตาว่ามีความหนาเพียงพอต่อการปรับความโค้งหรือไม่ หากกระจกตาบางเกินไปหรือมีค่าสายตาที่สูงกว่าเกณฑ์ แพทย์จะแนะนำทางเลือกอื่นเพื่อการมองเห็นที่เหมาะสม หลังทำเลสิกสายตายาว ค่าสายตาจะกลับมายาวอีกหรือไม่? ผลของการทำเลสิกสายตายาวเป็นการปรับเปลี่ยนความโค้งของกระจกตาเพื่อแก้ไขค่าสายตาเดิม ทำให้การมองเห็นในระยะที่รักษามีความชัดเจนขึ้น และโดยทั่วไปให้ผลลัพธ์ที่คงที่ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ภาวะสายตายาวตามวัย (Presbyopia) เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของอายุที่เกิดขึ้นจากการแข็งตัวของเลนส์แก้วตา ส่งผลให้ความสามารถในการโฟกัสระยะใกล้ลดลงอย่างต่อเนื่องตามวัย ดังนั้น หากผู้ป่วยเคยทำเลสิกมาก่อน อาจยังคงมีการมองระยะไกลที่ดีอยู่ แต่เมื่ออายุมากขึ้นยังสามารถเกิดความจำเป็นในการใช้แว่นอ่านหนังสือสำหรับระยะใกล้ได้ ซึ่งไม่ถือเป็นการ “กลับมาของค่าสายตาเดิม” แต่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลงของระบบการมองเห็นตามวัยโดยตรง บทความโดย รศ.นพ. อนันต์ วงศ์ทองศรี แพทย์ชำนาญเฉพาะทางสาขาจักษุวิทยา มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา (LASIK/PRK/ReLEx SMILE/NanoReLEx) พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลรักษาปัญหาสายตาอย่างตรงจุด ประวัติแพทย์ นัดหมายปรึกษา *หมายเหตุ: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยทางการแพทย์ได้ หากท่านมีอาการผิดปกติกรุณาปรึกษาจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง  
calling
ติดต่อเรา : +662 511 2111