บทความสุขภาพตา : #ราคาเลสิก

เรียงตาม

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก แม่นยำด้วย AI (อัปเดตปี 2026)

การตัดสินใจทำเลสิก เป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคน ไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัดขึ้น แต่รวมถึงความกังวลเรื่องความปลอดภัย ความเจ็บ และผลลัพธ์ในระยะยาว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า เลสิกไร้ใบมีด ถูกค้นหามากขึ้นอย่างชัดเจน และชื่อที่มักถูกพูดถึงควบคู่กันก็คือ SMILE Pro SMILE Pro 2.0 คืออะไร? คำตอบของการทำเลสิกปี 2026 ที่คนค้นหามากที่สุด ในปี 2026 เทคโนโลยีนี้ได้พัฒนาไปอีกขั้นในชื่อ SMILE Pro 2.0 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดความคลาดเคลื่อน และทำให้ผลลัพธ์การมองเห็นเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมที่ Laser Vision เลือกนำเทคโนโลยี SMILE Pro มาใช้ในการแก้ไขปัญหาสายตาสั้นให้กับคนไข้ในปัจจุบัน การตัดสินในทำเลสิกเป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคนไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัด เลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) คืออะไร? SMILE Pro เป็นการทำเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) โดยใช้เลเซอร์ทุกขั้นตอน ไม่ต้องเปิดฝากระจกตาเหมือนเลสิกแบบเดิม แพทย์จะใช้เลเซอร์สร้างชิ้นเนื้อเลนส์เล็ก ๆ ภายในกระจกตา แล้วนำออกผ่านแผลขนาดประมาณ 2 มิลลิเมตร ด้วยแผลที่เล็กมาก ทำให้โครงสร้างกระจกตาถูกรบกวนน้อยลง หลายคนจึงรู้สึกฟื้นตัวเร็ว สบายตา และมีโอกาสเกิดอาการตาแห้งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการทำเลสิกแบบเปิดฝากระจกตา ทำไม SMILE Pro ถึงเป็นเลสิกที่หลายคนเลือก เหตุผลสำคัญที่ทำให้ SMILE Pro ได้รับความนิยม คือความรู้สึกสบายใจตั้งแต่ก่อนทำ เพราะเป็นเลสิกที่ไม่ใช้ใบมีด และไม่ต้องเปิดฝากระจกตา รวมถึงตัวเครื่อง (VisuMax 800) ถูกออกแบบมาให้เปิดโล่ง เหมาะกับคนขี้กลัว หรือกลัวที่แคบ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ใช้เวลายิงเลเซอร์ เพียงแค่ 8 วินาทีต่อข้าง เหมาะกับคนที่กลัวการทำเลสิก แผลเล็ก ช่วยให้กระจกตาแข็งแรงในระยะยาว ลดโอกาสเกิดอาการตาแห้ง หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างเร็ว SMILE Pro 2.0 ช่วยเพิ่มความแม่นยำได้อย่างไร หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ SMILE Pro 2.0 คือการออกแบบระบบให้ทุกขั้นตอนเชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่อง ลดความคลาดเคลื่อน และเพิ่มความแม่นยำในการรักษาแบบเลสิกไร้ใบมีดอย่างเห็นได้ชัด 1. ข้อมูลส่งตรง ลดความผิดพลาดจากมนุษย์ (Seamless Data Transfer) ข้อมูลสายตาที่ได้จากการตรวจวัด จะถูกส่งเข้าสู่เครื่องเลเซอร์โดยตรงผ่านระบบของ ZEISS โดยไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำ ลดโอกาสเกิดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูล ทำให้แผนการรักษาตรงกับค่าสายตาจริงมากขึ้น ผลลัพธ์มีความสม่ำเสมอในทุกเคส 2. วางแผนการรักษาอย่างแม่นยำ ด้วยข้อมูลระดับโลก (Integrated Planning) ระบบจะนำข้อมูลสายตาของคนไข้มาวิเคราะห์ร่วมกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่จากทั่วโลก ช่วยวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) เพิ่มความแม่นยำในการแก้ไขสายตาเอียง โดยเฉพาะเคสที่ซับซ้อน ช่วยให้ผลลัพธ์หลังทำเลสิกมีความเสถียรและคมชัดมากขึ้น 3. ระบบช่วยเพิ่มความคมชัดระหว่างการรักษา (Precision Systems) SMILE Pro 2.0 มาพร้อมระบบอัจฉริยะที่ช่วยควบคุมความแม่นยำในระหว่างการยิงเลเซอร์ CentraLign® ช่วยจัดตำแหน่งการยิงเลเซอร์ให้ตรงกับจุดศูนย์กลางการมองเห็นจริง ไม่ใช่แค่ตำแหน่งรูม่านตา OcuLign® ช่วยชดเชยการหมุนของลูกตาแบบอัตโนมัติในระหว่างการรักษา ทำให้เลเซอร์ยิงได้ตรงตำแหน่งตลอดเวลา ขอบคุณภาพจากบริษัท Carl Zeiss Co., Ltd SMILE Pro 2.0 ต่างจากเทคโนโลยีเลสิกแผลเล็กแบบเดิมอย่างไร เทคโนโลยี ปีที่เปิดตัว เครื่องเลเซอร์ จุดเด่นสำคัญ ReLEx SMILE 2011 VisuMax 500 จุดเริ่มต้นเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก 2–3 มม. ไม่เปิดฝากระจกตา ใช้เวลา 23 วินาที/ข้าง SMILE Pro 2021 VisuMax 800 เลเซอร์ความเร็วสูง 2 MHz ใช้เวลาเพียง 8 วินาที / ข้าง พร้อมระบบจัดกึ่งกลางอัตโนมัติ SMILE Pro 2.0 2025 VisuMax 800 ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เชื่อมต่อข้อมูล Cloud + Big Data เพิ่มความแม่นยำสูงสุดด้วย CentraLign® และ OcuLign® SMILE Pro 2.0 คือก้าวสำคัญของเลสิกแผลเล็ก ที่ผสาน ความเร็ว ความแม่นยำ และ มีระบบอัจฉริยะ AI-driven planning เข้าด้วยกัน ทำไมหลายคนเลือกทำ SMILE Pro 2.0 ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital นอกจากเทคโนโลยีแล้ว ความเชี่ยวชาญของแพทย์และมาตรฐานของโรงพยาบาลก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital ทีมจักษุแพทย์มีประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประสบการณ์รักษาคนไข้ทางด้านสายตามากกว่า 28 ปี และโรงพยาบาลยังผ่านการรับรองมาตรฐาน AACI จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยและคุณภาพการรักษาในระดับสากล การผสานระหว่างประสบการณ์ทางการแพทย์และเทคโนโลยี SMILE Pro 2.0 ทำให้คนไข้มั่นใจได้ว่า การทำเลสิกไม่ได้จบแค่เห็นชัด แต่ต้องปลอดภัยและดูแลได้ในระยะยาว Q : SMILE Pro 2.0 เหมาะกับใคร?A : เหมาะกับผู้ที่มีสายตาสั้นหรือสายตาเอียง และต้องการเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก ฟื้นตัวไว Q : ทำ SMILE Pro 2.0 เจ็บไหม?A : ระหว่างทำจะมีการหยอดยาชา คนไข้ส่วนใหญ่รู้สึกเพียงแรงกดเล็กน้อย และใช้เวลาไม่นาน Q : หลังทำต้องพักฟื้นนานแค่ไหน?A : ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายใน 1–2 วัน รับชมวีดีโอ SMILE Pro 2.0 *หากวิดีโอไม่แสดงผล คลิก ที่นี่ ถ้าคุณกำลังมองหาเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็กในปี 2026 การตรวจประเมินสายตาอย่างละเอียดกับจักษุแพทย์ จะช่วยให้รู้ว่า SMILE Pro 2.0 เหมาะกับคุณหรือไม่ และช่วยให้คุณเลือกวิธีการทำเลสิกได้อย่างสบายใจที่สุด ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ 📞 Call Center : 02-511-2111 ADD LINE 🏥 โรงพยาบาลเปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น. บทความโดย รศ.นพ. อนันต์ วงศ์ทองศรี ประธานกรรมการบริหาร (CEO) และจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา (LASIK) ประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประวัติแพทย์ นัดหมายปรึกษา
อ่านเพิ่มเติม
ศูนย์เลสิกและรักษาสายตายาว (LASER VISION)

เลสิกปี 2026: SMILE Pro 2.0 ยิงเลเซอร์ 8 วินาที | โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ

สรุปสาระสำคัญ (KEY TAKEAWAYS) เทคโนโลยีเลสิกปี 2026 เปลี่ยนไปเยอะมาก โดยเฉพาะแนวคิด "แผลเล็ก ไม่ต้องเปิดฝาพับ" ซึ่งตอบโจทย์คนที่กังวลเรื่องการพักฟื้น หรือห่วงเรื่องโครงสร้างตาได้ดีกว่าแบบเดิมมาก SMILE Pro 2.0 คือเทคโนโลยีที่เราใช้กันอยู่ตอนนี้ ยิงเลเซอร์แค่ 8 วินาทีต่อข้าง แผลเล็กแค่ 2–4 มม. ส่วนใหญ่วันรุ่งขึ้นก็กลับไปใช้ชีวิตปกติได้แล้ว NanoRelex® เป็นอีกตัวเลือกที่น่าสนใจมากสำหรับคนสายตาสั้นร่วมกับเอียง เพราะมีระบบ AI กับ OCT ช่วย real-time ระหว่างทำ ความแม่นยำสูงขึ้นอีกระดับ เลสิกปี 2026: ในฐานะหมอตา ขอเล่าให้ฟังตรงๆ ว่าตอนนี้มันไปถึงไหนแล้ว มีคนไข้ถามเรื่องนี้บ่อยมาก โดยเฉพาะช่วงหลังที่ข่าว "เลสิก 8 วินาที" แพร่ออกไป บางคนก็สงสัยว่าจริงไหม บางคนก็กังวลว่าเร็วขนาดนี้ปลอดภัยหรือเปล่า เลยอยากนั่งเล่าให้ฟังแบบตรงๆ ในฐานะหมอที่ดูแลเรื่องนี้อยู่ทุกวัน ว่าเทคโนโลยีมันมาถึงจุดไหนแล้ว และอะไรที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจ ตัดประเด็นกังวลเดิมๆ ออกได้เลยนะครับ เรื่องใบมีด เรื่องพักฟื้นเป็นอาทิตย์ หรือเรื่องฝาพับกระจกตาเคลื่อน — เทคโนโลยีที่เราใช้อยู่ตอนนี้มันเดินหน้าไปไกลกว่านั้นแล้วมาก ปรึกษาปัญหาค่าสายตา หรือทำนัดหมาย Call Center : 02-511-2111 สอบถามผ่าน LINE 📅 นัดหมายออนไลน์ 📌 สารบัญเนื้อหา ▶ เลสิกแบบเดิม — ดีแต่มีข้อจำกัดอะไรบ้าง? ▶ SMILE Pro 2.0 คืออะไร และทำไมถึงน่าสนใจ ▶ NanoRelex® — ตัวเลือกที่ AI เข้ามาช่วยดูแลคุณระหว่างทำ ▶ แบบนี้เหมาะกับคุณไหม? เช็กเกณฑ์เบื้องต้นกัน ▶ โปรโมชั่นปี 2026 ที่มีอยู่ตอนนี้ ▶ คำถามที่คนไข้ถามบ่อย เลสิกแบบเดิม — ดีแต่มีข้อจำกัดอะไรบ้าง? ก่อนจะไปถึงเทคโนโลยีใหม่ ขอพูดถึงแบบเดิมก่อนนะครับ เพราะมันช่วยให้เห็นภาพว่าอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง เลสิกแบบดั้งเดิม (Traditional LASIK): ใช้ใบมีดจิ๋วที่เรียกว่า Microkeratome ในการเปิดชั้นกระจกตาให้กลายเป็น "ฝาพับ" แล้วยิงเลเซอร์เข้าไปปรับค่าสายตาข้างใน ได้ผลดีในแง่การมองเห็น แต่แผลค่อนข้างกว้าง เฟมโตเลสิก (FemtoLASIK): อัปเกรดสำคัญมากในยุคหนึ่ง เปลี่ยนจากใบมีดมาเป็นเลเซอร์ Femtosecond ในการแยกชั้นกระจกตา แม่นยำขึ้น ควบคุมได้ดีขึ้น ปลอดภัยกว่าแบบใบมีดอย่างชัดเจน ทั้งสองแบบนี้ยังต้องทำ "ฝาพับกระจกตา (Flap)" อยู่ ซึ่งไม่ได้อันตราย และผลลัพธ์ก็ดี แต่สิ่งที่คนไข้หลายคนบอกว่าเป็นเรื่องที่ต้องระวังคือ การมีฝาพับทำให้ต้องระวังการกระแทกมากกว่า อาการตาแห้งในช่วงแรกก็พบได้บ้าง และใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าเทคโนโลยีรุ่นใหม่หน่อย SMILE Pro 2.0 คืออะไร และทำไมถึงน่าสนใจ ตอนนี้สิ่งที่เราใช้กันและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ คือ SMILE Pro 2.0 ซึ่งทำงานบนเครื่อง Carl ZEISS VisuMax 800 รุ่นล่าสุด สิ่งที่ต่างออกไปชัดๆ คือมันเป็นแบบ "ไม่มีฝาพับ (No-flap)" เลย เลเซอร์จะเข้าไปสร้างชิ้นเนื้อเยื่อบางๆ ที่เรียกว่า "เลนติคูล" ซ่อนอยู่ภายในชั้นกระจกตาโดยตรง แล้วหมอจะดึงออกมาผ่านรอยเปิดเล็กๆ แค่ 2–4 มม. เท่านั้น สิ่งที่คนไข้ถามบ่อยแล้วชอบมาก: 8 วินาทีต่อข้าง — จริงครับ: ขั้นตอนยิงเลเซอร์เสร็จภายใน 8 วินาทีต่อข้าง เร็วกว่าเทคโนโลยีรุ่นก่อนประมาณ 3 เท่า หลายคนบอกว่ายังไม่ทันตื่นเต้นก็เสร็จแล้ว ความเกร็งระหว่างทำลดลงไปเยอะ โครงสร้างกระจกตายังแข็งแรง: เพราะไม่มีการเปิดฝาพับ ชั้นกระจกตาส่วนหน้าส่วนใหญ่ยังอยู่ครบ ตาแห้งหลังทำน้อยกว่าแบบเก่าอย่างเห็นได้ชัด และไม่ต้องกังวลว่าฝาพับจะเคลื่อน เหมาะกับคนที่ active: ถ้าคุณเล่นกีฬา ว่ายน้ำ หรือมีชีวิตที่เคลื่อนไหวเยอะ นี่คือตัวเลือกที่เราแนะนำมากกว่าแบบเดิม เพราะโครงสร้างตาแข็งแรงกว่า ฟื้นตัวเร็ว: ส่วนใหญ่วันถัดไปมองเห็นได้ดีขึ้นแล้ว หลายคนกลับทำงานได้ภายใน 1–2 วัน ในแวดวงจักษุวิทยาตอนนี้ถือว่า SMILE Pro 2.0 เป็นหนึ่งใน gold standard สำหรับสายตาสั้นและเอียง เพราะข้อมูลผลลัพธ์สะสมมาหลายปีแล้วว่าให้ค่าสายตาที่แม่นยำ ปลอดภัย และคนไข้พอใจสูงมาก NanoRelex® — ตัวเลือกที่ AI เข้ามาช่วยดูแลคุณระหว่างทำ อีกเทคโนโลยีหนึ่งที่อยากพูดถึงคือ NanoRelex® จากสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเน้นหนักไปที่ความแม่นยำเป็นพิเศษ จุดที่น่าสนใจคือมันนำ AI เข้ามาช่วยคำนวณและ monitor ระหว่างทำจริงๆ ไม่ใช่แค่วางแผนก่อนทำ พลังงานต่ำมาก ระดับนาโนจูล: ใช้พลังงานเลเซอร์ที่น้อยลงมากเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนๆ กระทบกระเทือนเนื้อเยื่อโดยรอบน้อยลง OCT แบบ real-time ระหว่างทำ: หมอสามารถมองเห็นชั้นกระจกตาแบบ real-time ว่าเลเซอร์ทำงานอยู่ในชั้นที่ถูกต้องหรือเปล่า เป็นสิ่งที่เทคโนโลยีรุ่นก่อนทำไม่ได้ ความปลอดภัยเพิ่มขึ้นชัดเจน ระบบ Eye-tracking ที่แม่นยำมาก: ติดตามการเคลื่อนไหวของดวงตาตลอดการทำ ถ้าตาขยับ เครื่องจะ compensate ได้เอง แผลเล็กเหมือนกัน: 2–3 มม. ไม่มีฝาพับ ฟื้นตัวเร็ว สรุปคือ NanoRelex® เหมาะโดยเฉพาะกับคนที่มีค่าสายตาสั้นร่วมกับเอียงสูง หรือคนที่กระจกตามีรูปร่างที่ต้องการความละเอียดในการคำนวณมากเป็นพิเศษ แบบนี้เหมาะกับคุณไหม? เช็กเกณฑ์เบื้องต้นกัน อยากให้ทำความเข้าใจก่อนนะครับว่าไม่มีใครบอกได้ว่าเหมาะหรือไม่เหมาะโดยไม่ตรวจ แต่เกณฑ์เบื้องต้นที่เราดูกันมีดังนี้: อายุ 18 ปีขึ้นไป ค่าสายตาคงที่มาอย่างน้อย 1 ปี ไม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ความหนากระจกตาเพียงพอสำหรับการเลเซอร์ (ตรวจได้ที่คลินิก) ไม่มีโรคตาที่เป็นข้อห้าม เช่น ต้อหินหรือต้อกระจก และไม่มีโรคประจำตัวที่กระทบการหายของแผล ถ้าคุณเข้าเกณฑ์เบื้องต้นเหล่านี้ ขั้นตอนต่อไปคือมาตรวจประเมินค่าตาจริงๆ ซึ่งใช้เวลาไม่นานและให้ข้อมูลชัดเจนมากกว่านั่งเดาเอง โปรโมชั่นปี 2026 ที่มีอยู่ตอนนี้ ถ้าคิดอยู่แล้วว่าอยากทำ ช่วงนี้มี โปรโมชั่นพิเศษปี 2026 สำหรับเทคโนโลยีเหล่านี้ สำหรับผู้ที่จองคิวภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2026 และค่าตรวจประเมินสภาพตาก่อนทำเลสิกก็มีราคาพิเศษด้วย — ถ้าตัดสินใจทำในวันเดียวกันก็ฟรีเลย นัดหมายเพื่อตรวจประเมินสายตาเบื้องต้น Call Center : 02-511-2111 สอบถามผ่าน LINE 📅 นัดหมายออนไลน์ คำถามที่คนไข้ถามบ่อย 8 วินาทีจริงๆ เหรอ? ไม่ได้โฆษณาเกินจริง? จริงครับ ตัวเลข 8 วินาทีต่อข้างนี้คือเวลาที่เครื่อง Carl ZEISS VisuMax 800 ของ SMILE Pro 2.0 ใช้ยิงเลเซอร์จริงๆ ไม่ใช่ตัวเลขโปรโมท เร็วกว่ารุ่นก่อนประมาณ 3 เท่า ซึ่งนอกจากจะสะดวกแล้ว ยังช่วยลดเวลาที่คนไข้ต้องจ้องอยู่นิ่งๆ ด้วย ลดความเกร็งได้เยอะ แล้ว SMILE Pro 2.0 กับเลสิกแบบเดิมต่างกันยังไงในทางปฏิบัติ? ข้อต่างที่คนไข้รู้สึกได้จริงๆ คือเรื่องการฟื้นตัวและตาแห้ง เลสิกแบบเดิมต้องเปิดฝาพับกว้าง SMILE Pro 2.0 แผลเล็กแค่ 2–4 มม. ไม่มีฝาพับ ตาแห้งหลังทำน้อยกว่ามาก และไม่ต้องกังวลเรื่องฝาพับเคลื่อน ถ้าคุณมีไลฟ์สไตล์แอคทีฟหรือเล่นกีฬา ความต่างนี้สำคัญมาก AI ใน NanoRelex® ต่างจากการใช้เลเซอร์ธรรมดายังไง? ตรงที่มันไม่ได้แค่วางแผนก่อนทำแล้วจบ แต่ NanoRelex® มีระบบสแกน OCT แบบ real-time ระหว่างผ่าตัดด้วย หมอมองเห็นชั้นกระจกตาขณะทำจริงๆ AI ช่วยคำนวณและ track การเคลื่อนไหวของตาตลอดเวลา สิ่งนี้ช่วยให้ความปลอดภัยและความแม่นยำขึ้นไปอีกระดับ โดยเฉพาะในเคสที่ซับซ้อน *หมายเหตุ: บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการตรวจและวินิจฉัยโดยแพทย์ได้ หากมีปัญหาสายตาหรืออยากรู้ว่าตัวเองเหมาะกับวิธีไหน แนะนำให้มาตรวจกับจักษุแพทย์โดยตรงจะได้คำตอบที่ชัดเจนและตรงกับสภาพตาของคุณมากที่สุด
ศูนย์เลสิกและรักษาสายตายาว (LASER VISION)

ทำเลสิกที่ไหนดี? วิธีเลือกศูนย์เลสิกให้ปลอดภัยและคุ้มค่า

สรุปสาระสำคัญ การทำเลสิก (LASIK) คือการผ่าตัดที่ใช้ Excimer Laser ปรับความโค้งของกระจกตา เพื่อแก้ไขสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง ให้กลับมามองเห็นชัดโดยไม่ต้องพึ่งแว่นหรือคอนแทคเลนส์ เทคโนโลยีเลสิกปีล่าสุดมีให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่ PRK, TransPRK, SBK LASIK, FemtoLASIK, SMILE Pro™ 2.0, NanoLASIK, NanoRelex® ไปจนถึง NanoPresby LASIK แต่ละแบบเหมาะกับสภาพกระจกตาและไลฟ์สไตล์ที่ต่างกัน เกณฑ์เลือกโรงพยาบาลทำเลสิก ได้แก่ ใบอนุญาตสถานพยาบาล มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ทีมจักษุแพทย์เฉพาะทาง เทคโนโลยีครบทุกวิธี รีวิวที่น่าเชื่อถือ การเดินทางสะดวก และราคาที่แจกแจงชัดเจน ราคาโปรโมชันที่ศูนย์เลสิก Laser Vision เริ่มต้น 36,000 บาท (PRK / SBK LASIK) ไปจนถึง 108,000 บาท (NanoLASIK / NanoRelex®) ผ่อน 0% นานสูงสุด 10 เดือน ทั้งนี้ควรเข้ารับการตรวจประเมินสภาพดวงตาโดยจักษุแพทย์ก่อนตัดสินใจเสมอ เป็นที่รู้กันดีว่า หากมีปัญหาสายตา ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง หรือปัญหาเหล่านี้ร่วมกัน การทำเลสิกเป็นวิธีรักษาที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากสามารถแก้ไขค่าสายตาให้กลับมาปกติ ช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาสายตากลับมามองเห็นได้ชัดเจน โดยไม่ต้องพึ่งพาแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์อีกต่อไป ส่งผลให้การใช้ชีวิตประจำวันสะดวกสบายมากขึ้น บทความนี้แนะนำวิธีเลือกโรงพยาบาลทำเลสิกที่ปลอดภัยและได้มาตรฐานปีล่าสุดกัน พร้อมเช็กลิสต์เทคนิคการทำเลสิกก่อนตัดสินใจว่าจะทำเลสิกที่ไหนดี   ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ โทร 02-511-2111 Line 📅 นัดหมายออนไลน์ 📌 สารบัญเนื้อหา ▶ รู้จักการทำเลสิก (LASIK) คืออะไร? ▶ เทคโนโลยีการทำเลสิกปีล่าสุด เลือกแบบไหนดี? ▶ ตารางเปรียบเทียบเทคโนโลยีเลสิก ▶ ทำเลสิกที่ไหนดี? รวมข้อควรรู้ก่อนเลือกโรงพยาบาล ▶ ทำเลสิกที่ศูนย์เลสิก Laser Vision ดีอย่างไร ▶ สรุป ▶ คำถามที่พบบ่อย (FAQ) รู้จักการทำเลสิก (LASIK) คืออะไร? การทำเลสิก (Laser In Situ Keratomileusis: LASIK) คือการผ่าตัดที่ใช้เลเซอร์เอ็กไซเมอร์ (Excimer Laser) ปรับความโค้งของกระจกตา เพื่อแก้ไขปัญหาสายตาผิดปกติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตาเอียง สายตายาวโดยกำเนิดหรือสายตายาวตามอายุ โดยใช้เทคโนโลยีการแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์เพื่อปรับความโค้งของกระจกตาตามค่าสายตาให้สามารถหักเหแสงไปตกยังจุดรับภาพได้พอดี ทำให้หลังการทำเลสิกสามารถมองเห็นภาพในระยะต่างๆ ได้ชัดเจนเป็นปกติ เทคโนโลยีการทำเลสิกปีล่าสุด เลือกแบบไหนดีให้เหมาะกับปัญหาสายตา? เทคโนโลยีรักษาด้วยวิธีการทำเลสิกปีล่าสุด มีทั้งเลสิกสายตาสั้นและเลสิกสายตายาว และเลสิกสายตาเอียง ขึ้นอยู่กับลักษณะความผิดปกติของสายตาที่ต้องการแก้ไข ดังนี้ PRK (สำหรับสายตาสั้น ยาว เอียง)   PRK (พีอาร์เค) เป็นเทคโนโลยีแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์วิธีแรก โดยใช้เทคนิคลอกผิวกระจกตาชั้นนอก (Epithelium) ออก ก่อนใช้ Excimer Laser ปรับความโค้งของกระจกตาตามค่าสายตา แล้วใส่คอนแทคเลนส์ชนิดพิเศษเพื่อช่วยให้แผลสมานตัว ข้อดีคือไม่มีการเปิดฝากระจกตา จึงลดความเสี่ยงของภาวะฝากระจกตาเคลื่อนในระยะยาว และมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างเข้าถึงได้ อย่างไรก็ตาม หลังทำอาจมีอาการปวด แสบตา หรือระคายเคืองในช่วง 5–7 วันแรก และใช้เวลาประมาณ 3–4 สัปดาห์กว่าการมองเห็นจะค่อยๆ คงที่ เหมาะสำหรับผู้ที่ประกอบอาชีพพิเศษหรือผู้ที่เล่นกีฬาที่มีโอกาสเกิดการกระแทกบริเวณดวงตา เช่น ตำรวจ ทหาร นักบิน นักกีฬารักบี้ TransPRK (สำหรับสายตาสั้น เอียง) TransPRK (ทรานส์พีอาร์เค) เป็นการพัฒนาต่อยอดจาก PRK โดยใช้ Excimer Laser ลอกผิวกระจกตาและปรับความโค้งของกระจกตาในขั้นตอนเดียว ไม่ต้องใช้เครื่องมือสัมผัสผิวกระจกตา จึงช่วยลดการกระทบต่อเนื้อเยื่อดวงตา แผลมีความเรียบสม่ำเสมอ อาการระคายเคืองน้อยกว่า PRK และการมองเห็นมักกลับมาชัดภายในประมาณ 2 สัปดาห์ แม้ยังอาจมีอาการปวดหรือแสบตาในช่วง 3–4 วันแรก และใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าเลสิกแบบเปิดฝากระจกตา เช่น FemtoLASIK หรือ SMILE Pro™ 2.0 เหมาะสำหรับผู้ที่มีสายตาสั้นหรือสายตาเอียง มีกระจกตาค่อนข้างบาง หรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการกระแทกบริเวณดวงตา SBK LASIK (สำหรับสายตาสั้น ยาว เอียง)   SBK LASIK (เอสบีเคเลสิก) เป็นการพัฒนาจากเลสิก (LASIK) แบบดั้งเดิม โดยใช้ใบมีด Microkeratome สร้างฝากระจกตาที่มีความบาง ก่อนใช้ Excimer Laser ปรับความโค้งของกระจกตา ทำให้ฟื้นตัวเร็วและมองเห็นชัดภายในประมาณ 1–2 วัน อีกทั้งยังใช้เนื้อกระจกตาน้อยกว่าเลสิกแบบดั้งเดิมและมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างเข้าถึงได้ อย่างไรก็ตาม เนื่องจากมีการเปิดฝากระจกตา จึงควรหลีกเลี่ยงการกระแทกรุนแรงหลังทำ และอาจมีอาการตาแห้งในช่วงแรก เหมาะสำหรับผู้ที่มีสายตาสั้นหรือสายตาเอียง มีกระจกตาหนาเพียงพอ ต้องการกลับมาใช้สายตาได้อย่างรวดเร็ว และไม่มีภาวะตาแห้งรุนแรง FemtoLASIK (สำหรับสายตาสั้น ยาว เอียง)   FemtoLASIK (เฟมโตเลสิก) เป็นเลสิกไร้ใบมีดที่ใช้ Femtosecond Laser เปิดฝากระจกตาแทนการใช้ใบมีด จากนั้นใช้ Excimer Laser ปรับความโค้งของกระจกตา จึงมีความแม่นยำและปลอดภัยสูงกว่า ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ใบมีด รวมถึงมีอาการปวดหรือระคายเคืองน้อยกว่า PRK และ SBK LASIK โดยยังเป็นเลสิกไร้ใบมีดที่มีค่าใช้จ่ายคุ้มค่าที่สุดในปัจจุบัน SMILE Pro™ 2.0 (สำหรับสายตาสั้น เอียง หรือสายตายาวตามอายุ) SMILE Pro™ 2.0 (สมายโปร 2.0) เป็นเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็กที่ใช้ Femtosecond Laser สร้างชิ้นเนื้อกระจกตา (Lenticule) แล้วนำออกผ่านแผลขนาดเพียง 2–4 มิลลิเมตร โดยไม่ต้องเปิดฝากระจกตา ใช้เวลายิงเลเซอร์ประมาณ 8 วินาทีต่อข้าง พร้อมระบบ CentraLign® และ OcuLign® ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรักษา จุดเด่นคือ แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว ช่วยคงความแข็งแรงของกระจกตา และลดโอกาสเกิดภาวะตาแห้งเมื่อเทียบกับเลสิกที่มีการเปิดฝากระจกตา เหมาะสำหรับผู้ที่มีสายตาสั้น สายตาเอียง หรือสายตายาวร่วมด้วย (Monovision) ที่ต้องการฟื้นตัวเร็วและลดโอกาสเกิดตาแห้งหลังทำ NanoLASIK (สำหรับสายตาสั้น เอียง หรือสายตายาวตามอายุ)   NanoLASIK (นาโนเลสิก) เป็นเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีดของศูนย์เลสิกและรักษาสายตายาว (LASER VISION) โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ ที่พัฒนาต่อยอดจาก FemtoLASIK โดยใช้ Ziemer Femto Z8 ซึ่งเป็น Femtosecond Laser พลังงานต่ำระดับนาโนจูล ร่วมกับระบบ Iris Registration และ Optimized Aspheric เพื่อเพิ่มความแม่นยำและช่วยลดแสงฟุ้งในเวลากลางคืน จุดเด่นคือใช้พลังงานเลเซอร์ต่ำ ลดการกระทบกระเทือนต่อดวงตา ฟื้นตัวเร็ว ประหยัดเนื้อกระจกตา จึงเหมาะกับผู้ที่มีค่าสายตาค่อนข้างสูงหรือกระจกตาค่อนข้างบาง ศูนย์เลสิกและรักษาสายตายาว (LASER VISION) โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ เป็นศูนย์รักษาสายตาเอกชนแห่งแรกของประเทศไทยที่ติดตั้งเครื่อง Femtosecond Laser และนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาใช้ในการรักษาคนไข้ สะท้อนถึงความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเลสิกและมาตรฐานการรักษาที่ทันสมัยต่อเนื่องจนมาถึงในปัจจุบัน NanoRelex® (สำหรับสายตาสั้นและเอียง) NanoRelex® (นาโนรีเลกส์) เป็นเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก บุกเบิกโดยศูนย์เลสิกและรักษาสายตายาว (LASER VISION) โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ โดยใช้ Femtosecond Laser พลังงานต่ำระดับนาโนจูลสร้างชิ้นเนื้อกระจกตา (Lenticule) ผ่านแผลขนาด 2–3 มิลลิเมตร พร้อมระบบ AI และ OCT Scan แบบ Real-time ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำและความปลอดภัยระหว่างการรักษา จุดเด่นคือแผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว กลับมาใช้สายตาได้ภายในประมาณ 1 วัน ช่วยคงความแข็งแรงของกระจกตา ลดโอกาสเกิดภาวะตาแห้ง และใช้เลเซอร์พลังงานต่ำเพื่อลดการกระทบกระเทือนต่อเนื้อเยื่อดวงตา NanoPresby LASIK / Presby LASIK (สำหรับสายตายาวตามอายุ) NanoPresby LASIK หรือ Presby LASIK (เพรสบี้เลสิก) เป็นเลสิกไร้ใบมีด สำหรับรักษาสายตายาวตามอายุ (Presbyopia) โดยพัฒนาจาก Monovision LASIK ด้วยการปรับรูปทรงกระจกตาให้สามารถโฟกัสได้หลายระยะ (Multifocal Vision) ช่วยให้มองเห็นได้ทั้งระยะใกล้ ระยะกลาง และระยะไกล ลดการพึ่งพาแว่นอ่านหนังสือ และสามารถกลับมาใช้สายตาได้ภายในประมาณ 1–2 วัน เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไปและเริ่มมีภาวะสายตายาวตามอายุ รวมถึงผู้ที่ต้องใช้สายตาหลายระยะในชีวิตประจำวันและต้องการลดการพึ่งพาแว่นอ่านหนังสือ ตารางเปรียบเทียบเทคโนโลยีเลสิก การเลือกเทคโนโลยีทำเลสิกขึ้นอยู่กับปัญหาสายตาและไลฟ์สไตล์ ตารางด้านล่างนี้ได้รวบรวมข้อมูลสรุปจุดเด่นของนวัตกรรมแต่ละประเภท เพื่อให้คุณเปรียบเทียบความแตกต่างได้อย่างรวดเร็วและเข้าใจง่ายก่อนตัดสินใจรับคำปรึกษากับจักษุแพทย์ เทคโนโลยี จุดเด่น / ข้อดี เหมาะกับใคร PRK (พีอาร์เค) ไม่เปิดฝากระจกตา ลอกผิวกระจกตาก่อนยิงเลเซอร์ เหมาะกับผู้ที่กระจกตาค่อนข้างบาง สายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง TransPRK (ทรานส์พีอาร์เค) ใช้เลเซอร์ลอกผิวและปรับกระจกตาในขั้นตอนเดียว ไม่สัมผัสดวงตา ลดการระคายเคือง สายตาสั้น และสายตาเอียง SBK LASIK (เอสบีเคเลสิก) เปิดฝากระจกตาด้วยใบมีดชนิดพิเศษที่มีความบาง ฟื้นตัวเร็ว ใช้เนื้อกระจกตาน้อยกว่า LASIK แบบเดิม สายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง FemtoLASIK (เฟมโตเลสิก) เลสิกไร้ใบมีด ใช้ Femtosecond Laser เปิดฝากระจกตา แม่นยำ ฟื้นตัวเร็ว สายตาสั้น สายตาเอียง และสายตายาว (Monovision) SMILE Pro™ 2.0 (สมายโปร 2.0) พัฒนาจาก ReLEx SMILE ยิงเลเซอร์เพียงประมาณ 8 วินาทีต่อข้าง พร้อมระบบจัดตำแหน่งดวงตาอัตโนมัติ สายตาสั้น สายตาเอียง และสายตายาว (Monovision) NanoLASIK (นาโนเลสิก) ใช้ Femtosecond Laser พลังงานต่ำระดับนาโนจูล ร่วมกับระบบ Iris Registration ช่วยลดแสงฟุ้งและประหยัดเนื้อกระจกตา สายตาสั้น สายตาเอียง และสายตายาว (Monovision) โดยเฉพาะผู้ที่กระจกตาบางหรือค่าสายตาสูง NanoRelex® (นาโนรีเลกส์) เลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก ใช้เลเซอร์พลังงานต่ำระดับนาโนจูล พร้อม AI และ OCT Scan แบบ Real-time สายตาสั้นและสายตาเอียง NanoPresby LASIK / Presby LASIK ออกแบบสำหรับสายตายาวตามอายุ ช่วยให้มองเห็นได้หลายระยะ ลดการพึ่งพาแว่นอ่านหนังสือ สายตายาวตามอายุ (Presbyopia) ทำเลสิกที่ไหนดี? รวมข้อควรรู้ก่อนเลือกโรงพยาบาล หลังจากรู้จักแต่ละเทคนิคการทำเลสิกไปแล้ว มาพิจารณาอย่างรอบคอบดูว่าควรทำเลสิกที่ไหนดี? การตัดสินใจเลือกโรงพยาบาลที่มีคุณภาพมีความสำคัญ เพราะดวงตาเป็นอวัยวะสำคัญในชีวิตประจำวัน หากเลือกไม่ดีอาจทำให้มีปัญหาที่แก้ไขได้ยาก เพื่อป้องกันการตัดสินใจผิดพลาดและปัญหาหลังการผ่าตัด บทความนี้ได้รวบรวมเทคนิคการเลือกโรงพยาบาลทำเลสิกที่มีคุณภาพ เพื่อให้พิจารณาก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการ โรงพยาบาลได้มาตรฐาน มีใบอนุญาต การมีเลขที่ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลเป็นสิ่งสำคัญที่การันตีว่าสถานพยาบาลนั้นได้จัดตั้งขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ผ่านการตรวจสอบทั้งด้านอาคาร สิ่งแวดล้อม เครื่องมือ และมีผู้ประกอบวิชาชีพที่มีคุณสมบัติตามกำหนด ดังนั้น เมื่อพิจารณาว่า “เลสิกที่ไหนดี” เลขที่ใบอนุญาตจึงเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ที่ควรตรวจสอบ โดยคุณสามารถดูได้จากที่สถานพยาบาลต้องติดแสดงไว้อย่างชัดเจน หรือตรวจสอบเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาลสะอาด มีมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล การเลือกสถานพยาบาลที่มีความสะอาดและได้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสากลเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะเมื่อเข้ารับบริการที่ศูนย์เลสิก เนื่องจากเป็นการผ่าตัดที่ต้องได้รับการดูแลอย่างพิถีพิถัน หากสถานที่ขาดความสะอาดหรือมาตรฐานความปลอดภัยที่เหมาะสม อาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนร้ายแรง เช่น การติดเชื้อที่ดวงตาหรือการสูญเสียการมองเห็น ซึ่งเป็นความเสี่ยงที่ไม่ควรประมาทเลย มีทีมแพทย์เฉพาะทางด้านการรักษาสายตา (เลสิก) หลายคนคงสงสัยว่าควรทำเลสิกที่ไหนดี และมีวิธีเลือกโรงพยาบาลที่ทำเลสิกเก่งๆ จากอะไร รวมไปถึงควรเลือกทำกับหมอศูนย์เลสิกคนไหนดี? เริ่มต้นง่ายๆ คุณควรพิจารณาจากจักษุแพทย์เฉพาะทางด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตาโดยตรง ซึ่งจะจบการศึกษาจากคณะแพทยศาสตร์ 6 ปี และเรียนต่อเฉพาะทางด้านจักษุวิทยาในหน่วยที่เกี่ยวข้องกับกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา พร้อมทั้งมีใบประกอบวิชาชีพที่ถูกต้อง หากคุณกำลังมองหาว่าที่ไหนมีจักษุแพทย์เฉพาะทางด้านเลสิกโดยตรงในไทย สามารถตรวจสอบรายชื่อแพทย์ได้จากฐานข้อมูลแพทยสภา อุปกรณ์ครบ เทคโนโลยีการรักษาทันสมัย การทำเลสิกเป็นการผ่าตัดที่สำคัญต่อดวงตาซึ่งจำเป็นต้องใช้เครื่องมือเฉพาะทาง ไม่ว่าจะเป็นใบมีดจากเครื่อง Microkeratome ในการทำเลสิกทั่วไป หรือเลเซอร์จากเครื่อง Femtosecond Laser สำหรับเฟมโตเลสิก สมายโปร นาโนเลสิก นาโนรีเลกส์ หรือเพรสบี้เลสิก ดังนั้น การเลือกสถานพยาบาลที่มีความพร้อมทั้งด้านเทคโนโลยีทันสมัยที่ได้มาตรฐานสากล รวมถึงบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญ พร้อมทั้งสิ่งอำนวยความสะดวกและสถานที่ที่เหมาะสมในการรองรับผู้ป่วยจำนวนมาก จึงเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาอย่างรอบคอบ มีเทคโนโลยีเลสิกให้เลือกครบทุกวิธี เลสิกสายตายาวที่ไหนดี? เลสิกสายตาเอียงที่ไหนดี? ปัญหาเหล่านี้จะหมดไป หากเลือกสถานพยาบาลที่มีทางเลือกในการทำเลสิกที่ครบทุกวิธี เช่น ศูนย์เลสิกและรักษาสายตายาว (LASER VISION) โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ เพราะเลสิกมีรูปแบบการแก้ไขปัญหาสายตาที่แตกต่างกัน โดยแต่ละประเภทมีเอกลักษณ์และข้อจำกัดเฉพาะตัว ซึ่งแต่ละคนก็เหมาะสมกับวิธีการที่แตกต่างกันไป ดังนั้น เมื่อต้องตัดสินใจว่า “เลสิกที่ไหนดี?” การเลือกศูนย์เลสิกที่มีตัวเลือกการรักษาหลากหลายจึงเป็นข้อได้เปรียบสำคัญ เพราะสามารถให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้เข้ารับบริการได้อย่างครอบคลุมทุกรูปแบบ มีรีวิวที่น่าเชื่อถือ ในการเลือกว่าจะทำเลสิกที่ไหนดี นอกจากการศึกษารายละเอียดต่างๆ แล้ว รีวิวจากผู้เคยรับการรักษามีความสำคัญอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ควรเลือกอ่านรีวิวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือและใช้วิจารณญาณพิจารณา เนื่องจากรีวิวเป็นความคิดเห็นส่วนตัวที่อาจมีทั้งจริงและปลอม การอ่านรีวิวที่เชื่อถือได้จะช่วยให้ทราบข้อมูลที่สถานพยาบาลอาจไม่ได้แจ้งไว้ และเป็นประสบการณ์ตรงที่หาไม่ได้จากแหล่งอื่น เดินทางสะดวกสบาย ตำแหน่งที่ตั้งของสถานพยาบาลเป็นเกณฑ์สำคัญในการพิจารณาว่าเลสิกที่ไหนดี เนื่องจากหลังทำเลสิก การมองเห็นจะไม่ชัดชั่วคราวและต้องกลับไปพักฟื้น อีกทั้งผู้ป่วยจำเป็นต้องกลับมาพบจักษุแพทย์เป็นระยะเพื่อติดตามผลหรือหากมีภาวะแทรกซ้อน ดังนั้น ควรเลือกสถานพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่พักหรือที่ทำงาน มีการเดินทางสะดวกทั้งรถส่วนตัว (มีที่จอดรถเพียงพอ) หรือรถสาธารณะที่มีหลากหลายเส้นทาง ราคาคุ้มค่า สมเหตุสมผล การเลือกโรงพยาบาลทำเลสิกที่เหมาะสมนั้นจำเป็นต้องพิจารณาทั้งด้านค่าใช้จ่ายและคุณภาพการบริการที่ได้รับ โดยสถานพยาบาลที่ดีควรมีการแจกแจงรายละเอียดค่าใช้จ่ายอย่างชัดเจนเพื่อป้องกันค่าใช้จ่ายบานปลาย ราคาการทำเลสิกในแต่ละสถานพยาบาลจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับประเภทการรักษาและรายละเอียดบริการ บางแห่งรวมค่าตรวจทั้งหมดแล้ว ขณะที่บางแห่งอาจคิดเฉพาะค่าผ่าตัดและมีค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มเติม ผู้สนใจจึงควรศึกษาเงื่อนไขอย่างละเอียดและเปรียบเทียบโปรโมชันระหว่างสถานพยาบาลต่างๆ โดยที่ศูนย์เลสิกและรักษาสายตายาว (LASER VISION) โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ มีบริการทำเลสิกหลายประเภท ดังนี้ ประเภทการรักษาและราคาโปรโมชัน (ผ่อนได้นาน 10 เดือนตามราคาที่โรงพยาบาลกำหนด) เทคโนโลยี ราคาโปรโมชัน สิทธิ์ผ่อนชำระ SMILE Pro™ 2.0 88,000 บาท 8,800 บาท/เดือน NanoReLEx® 108,000 บาท 10,800 บาท/เดือน NanoLASIK 108,000 บาท 10,800 บาท/เดือน NanoPresby / Presby LASIK เริ่มต้น 86,000 บาท เริ่มต้น 8,600 บาท/เดือน TransPRK 55,000 บาท 5,500 บาท/เดือน FemtoLASIK 49,990 บาท 4,999 บาท/เดือน SBK LASIK 36,000 บาท 3,600 บาท/เดือน PRK 36,000 บาท 3,600 บาท/เดือน   ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ค่าตรวจประเมินสภาพตาพร้อมปรึกษาจักษุแพทย์เฉพาะทาง ราคาโปรโมชัน 1,500 บาท (ฟรี! หากตรวจ-ทำเลสิกในวันเดียวกัน) ค่าบริการรวมค่ายาและเวชภัณฑ์ที่ใช้ในการผ่าตัด และค่าบริการตรวจติดตามผลหลังการผ่าตัด (ขึ้นอยู่กับวิธีการทำเลสิกในแต่ละเทคโนโลยี) *ราคาโปรโมชันอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามแคมเปญในแต่ละช่วงเวลา และยังไม่รวมค่าตรวจประเมินสภาพดวงตาก่อนผ่าตัด ตรวจสอบราคาล่าสุดได้ที่หน้าโปรโมชันของโรงพยาบาล *สิทธิ์ผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 10 เดือน จำกัดเฉพาะบัตรเครดิตที่ร่วมรายการเท่านั้น ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ โทร 02-511-2111 Line 📅 นัดหมายออนไลน์ ทำเลสิกที่ศูนย์เลสิกและรักษาสายตายาว (Laser Vision) โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ ดีอย่างไร อยากทำเลสิกกับโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านตาโดยตรงมีที่ไหนแนะนำบ้าง? สามารถปรึกษาและรักษาได้ที่ศูนย์เลสิกและรักษาสายตายาว (LASER VISION) โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ (Bangkok Eye Hospital) เป็นศูนย์รักษาสายตาผิดปกติที่มีเทคโนโลยีการรักษาสายตาครบทุกทางเลือก เน้นการรักษาที่มีประสิทธิภาพ และการบริการที่ประทับใจ ด้วยจักษุแพทย์ผู้มากความรู้เกี่ยวกับดวงตาและทีมงานที่มีประสบการณ์ โดยมีจุดเด่นดังนี้ มาตรฐานระดับสากล AACI พร้อมประสบการณ์กว่า 28 ปี ได้รับการรับรองมาตรฐาน AACI ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และมีประสบการณ์ด้านการรักษาดวงตามากกว่า 28 ปี พร้อมดูแลคนไข้มาแล้วกว่า 100,000 ดวงตา ทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง มากกว่า 14 ท่าน จากสถาบันการแพทย์ชั้นนำ นำทีมโดย รศ.นพ.อนันต์ วงศ์ทองศรี พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมในแต่ละบุคคล เทคโนโลยีเลสิกครบครัน มากกว่า 11 เทคนิค รองรับทั้งเคสทั่วไปและเคสยากซับซ้อน สามารถเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) สรุป การทำเลสิกเป็นการผ่าตัดด้วยเลเซอร์เอ็กไซเมอร์เพื่อปรับความโค้งของกระจกตา แก้ไขปัญหาสายตาผิดปกติทั้งสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง ทำให้สามารถมองเห็นได้ชัดเจนในระยะต่างๆ เมื่อต้องการเลือกว่าเลสิกที่ไหนดี? ควรพิจารณาปัจจัยสำคัญ เช่น ใบอนุญาตและมาตรฐานสถานพยาบาล ความเชี่ยวชาญของแพทย์ ความทันสมัยของเทคโนโลยีและอุปกรณ์ ทางเลือกในการรักษาที่หลากหลาย รีวิวที่น่าเชื่อถือ ความสะดวกในการเดินทาง และความคุ้มค่าของราคากับคุณภาพบริการที่ได้รับ หากใครสนใจทำเลสิก มาปรึกษาและรักษาได้ที่ศูนย์เลสิกและรักษาสายตายาว (LASER VISION) โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ โรงพยาบาลเฉพาะทางด้านดวงตาที่มีทีมแพทย์มากประสบการณ์ อุปกรณ์ที่ทันสมัย ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล มั่นใจได้ว่าการรักษาเป็นไปอย่างถูกต้อง แม่นยำ และปลอดภัย ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ โทร 02-511-2111 Line 📅 นัดหมายออนไลน์ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำเลสิก (FAQ) ก่อนตัดสินใจเข้ารับการผ่าตัดแก้ไขปัญหาสายตา หลายคนอาจยังมีความกังวลหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับขั้นตอน ผลลัพธ์ และการดูแลตัวเองหลังทำ เราจึงได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำเลสิกมาฝาก เพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นประกอบการตัดสินใจให้คุณคลายความกังวลและเตรียมความพร้อมได้อย่างมั่นใจมากยิ่งขึ้น ทำเลสิกเจ็บไหม และต้องใช้เวลาในการพักฟื้นนานแค่ไหน? การทำเลสิกเป็นการผ่าตัดที่ใช้เวลาเพียงสั้นๆ และแทบไม่รู้สึกเจ็บปวดเลย เนื่องจากก่อนการผ่าตัด จักษุแพทย์จะทำการหยอดยาชาเพื่อระงับความรู้สึกบริเวณดวงตา ผู้เข้ารับการรักษาอาจรู้สึกเพียงแรงกดเบาๆ หรือความตึงเครียดเล็กน้อยระหว่างที่เครื่องมือกำลังทำงาน หลังจากการผ่าตัดเสร็จสิ้น แผลจะมีขนาดเล็กมาก ทำให้ร่างกายสามารถฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว โดยทั่วไปผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันและมองเห็นได้ชัดเจนขึ้นภายใน 1-2 วันเท่านั้น ทําเลสิกอยู่ได้กี่ปี และค่าสายตาจะกลับมาสั้นอีกหรือไม่ในอนาคต? หลายคนมักมีคำถามว่าทําเลสิกอยู่ได้กี่ปี โดยทั่วไปผลลัพธ์ของการทำเลสิกจะอยู่ได้ในระยะยาว กระจกตาที่ถูกปรับแต่งแล้วจะไม่กลับคืนสภาพเดิม อย่างไรก็ตาม อาจมีโอกาสกลับมาสายตาสั้น หรือค่าสายตาอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามอายุที่เพิ่มขึ้น เช่น ภาวะสายตายาวตามวัย (Presbyopia) เกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น การตอบสนองของร่างกายในการซ่อมแซมเนื้อเยื่อกระจกตา พฤติกรรมการใช้สายตา หรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและอายุ หากได้รับการดูแลปกป้องดวงตาอย่างถูกวิธี พักผ่อนสายตาเป็นระยะ และตรวจสุขภาพตาเป็นประจำ ผลลัพธ์ที่ดีจากการทำเลสิกก็จะสามารถอยู่คู่กับคุณไปได้อย่างยาวนาน หากเป็นคนชอบดำน้ำลึก สามารถทำเลสิกได้ไหม และควรเลือกเทคนิคใด? สำหรับผู้ที่ชื่นชอบกีฬาเอ็กซ์ตรีมหรือกำลังมองหาศูนย์เลสิกสำหรับคนชอบดำน้ำลึก (Scuba Diving) การทำเลสิกสามารถทำได้ โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะแนะนำเทคนิคการผ่าตัดแบบแผลเล็ก เนื่องจากเทคนิคเหล่านี้จะช่วยรักษารูปทรงและโครงสร้างความแข็งแรงของกระจกตาไว้ได้มากที่สุด ทำให้ดวงตาสามารถทนทานต่อการเปลี่ยนแปลงของแรงดันน้ำใต้ทะเลได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ควรเว้นระยะพักฟื้นอย่างน้อย 1-3 เดือนก่อนลงดำน้ำ หรือตามที่แพทย์แนะนำ บทความโดย รศ.นพ. อนันต์ วงศ์ทองศรี แพทย์ชำนาญเฉพาะทางสาขาจักษุวิทยา มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา (LASIK/PRK/ReLEx SMILE/NanoReLEx) พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลรักษาปัญหาสายตาอย่างตรงจุด ประวัติแพทย์ นัดหมายปรึกษา *หมายเหตุ: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยทางการแพทย์ได้ หากท่านมีอาการผิดปกติกรุณาปรึกษาจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง  

ที่อยู่

ศูนย์เลสิกและรักษาสายตายาว เลเซอร์วิชั่น|รพ.จักษุกรุงเทพ

10/989 ซ.ประเสริฐมนูกิจ 33 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10230

ช่องทางติดต่อ

Line
calling
ติดต่อเรา : +662 511 2111