มีคนไข้ถามเรื่องนี้บ่อยมาก โดยเฉพาะช่วงหลังที่ข่าว "เลสิก 8 วินาที" แพร่ออกไป บางคนก็สงสัยว่าจริงไหม บางคนก็กังวลว่าเร็วขนาดนี้ปลอดภัยหรือเปล่า
เลยอยากนั่งเล่าให้ฟังแบบตรงๆ ในฐานะหมอที่ดูแลเรื่องนี้อยู่ทุกวัน ว่าเทคโนโลยีมันมาถึงจุดไหนแล้ว และอะไรที่คุณควรรู้ก่อนตัดสินใจ
ตัดประเด็นกังวลเดิมๆ ออกได้เลยนะครับ เรื่องใบมีด เรื่องพักฟื้นเป็นอาทิตย์ หรือเรื่องฝาพับกระจกตาเคลื่อน — เทคโนโลยีที่เราใช้อยู่ตอนนี้มันเดินหน้าไปไกลกว่านั้นแล้วมาก
📌 สารบัญเนื้อหา
ก่อนจะไปถึงเทคโนโลยีใหม่ ขอพูดถึงแบบเดิมก่อนนะครับ เพราะมันช่วยให้เห็นภาพว่าอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง
ทั้งสองแบบนี้ยังต้องทำ "ฝาพับกระจกตา (Flap)" อยู่ ซึ่งไม่ได้อันตราย และผลลัพธ์ก็ดี แต่สิ่งที่คนไข้หลายคนบอกว่าเป็นเรื่องที่ต้องระวังคือ การมีฝาพับทำให้ต้องระวังการกระแทกมากกว่า อาการตาแห้งในช่วงแรกก็พบได้บ้าง และใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าเทคโนโลยีรุ่นใหม่หน่อย
ตอนนี้สิ่งที่เราใช้กันและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ คือ SMILE Pro 2.0 ซึ่งทำงานบนเครื่อง Carl ZEISS VisuMax 800 รุ่นล่าสุด
สิ่งที่ต่างออกไปชัดๆ คือมันเป็นแบบ "ไม่มีฝาพับ (No-flap)" เลย เลเซอร์จะเข้าไปสร้างชิ้นเนื้อเยื่อบางๆ ที่เรียกว่า "เลนติคูล" ซ่อนอยู่ภายในชั้นกระจกตาโดยตรง แล้วหมอจะดึงออกมาผ่านรอยเปิดเล็กๆ แค่ 2–4 มม. เท่านั้น
ในแวดวงจักษุวิทยาตอนนี้ถือว่า SMILE Pro 2.0 เป็นหนึ่งใน gold standard สำหรับสายตาสั้นและเอียง เพราะข้อมูลผลลัพธ์สะสมมาหลายปีแล้วว่าให้ค่าสายตาที่แม่นยำ ปลอดภัย และคนไข้พอใจสูงมาก
อีกเทคโนโลยีหนึ่งที่อยากพูดถึงคือ NanoRelex® จากสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเน้นหนักไปที่ความแม่นยำเป็นพิเศษ
จุดที่น่าสนใจคือมันนำ AI เข้ามาช่วยคำนวณและ monitor ระหว่างทำจริงๆ ไม่ใช่แค่วางแผนก่อนทำ
สรุปคือ NanoRelex® เหมาะโดยเฉพาะกับคนที่มีค่าสายตาสั้นร่วมกับเอียงสูง หรือคนที่กระจกตามีรูปร่างที่ต้องการความละเอียดในการคำนวณมากเป็นพิเศษ
อยากให้ทำความเข้าใจก่อนนะครับว่าไม่มีใครบอกได้ว่าเหมาะหรือไม่เหมาะโดยไม่ตรวจ แต่เกณฑ์เบื้องต้นที่เราดูกันมีดังนี้:
ถ้าคุณเข้าเกณฑ์เบื้องต้นเหล่านี้ ขั้นตอนต่อไปคือมาตรวจประเมินค่าตาจริงๆ ซึ่งใช้เวลาไม่นานและให้ข้อมูลชัดเจนมากกว่านั่งเดาเอง
ถ้าคิดอยู่แล้วว่าอยากทำ ช่วงนี้มี โปรโมชั่นพิเศษปี 2026 สำหรับเทคโนโลยีเหล่านี้ สำหรับผู้ที่จองคิวภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2026 และค่าตรวจประเมินสภาพตาก่อนทำเลสิกก็มีราคาพิเศษด้วย — ถ้าตัดสินใจทำในวันเดียวกันก็ฟรีเลย
จริงครับ ตัวเลข 8 วินาทีต่อข้างนี้คือเวลาที่เครื่อง Carl ZEISS VisuMax 800 ของ SMILE Pro 2.0 ใช้ยิงเลเซอร์จริงๆ ไม่ใช่ตัวเลขโปรโมท เร็วกว่ารุ่นก่อนประมาณ 3 เท่า ซึ่งนอกจากจะสะดวกแล้ว ยังช่วยลดเวลาที่คนไข้ต้องจ้องอยู่นิ่งๆ ด้วย ลดความเกร็งได้เยอะ
ข้อต่างที่คนไข้รู้สึกได้จริงๆ คือเรื่องการฟื้นตัวและตาแห้ง เลสิกแบบเดิมต้องเปิดฝาพับกว้าง SMILE Pro 2.0 แผลเล็กแค่ 2–4 มม. ไม่มีฝาพับ ตาแห้งหลังทำน้อยกว่ามาก และไม่ต้องกังวลเรื่องฝาพับเคลื่อน ถ้าคุณมีไลฟ์สไตล์แอคทีฟหรือเล่นกีฬา ความต่างนี้สำคัญมาก
ตรงที่มันไม่ได้แค่วางแผนก่อนทำแล้วจบ แต่ NanoRelex® มีระบบสแกน OCT แบบ real-time ระหว่างผ่าตัดด้วย หมอมองเห็นชั้นกระจกตาขณะทำจริงๆ AI ช่วยคำนวณและ track การเคลื่อนไหวของตาตลอดเวลา สิ่งนี้ช่วยให้ความปลอดภัยและความแม่นยำขึ้นไปอีกระดับ โดยเฉพาะในเคสที่ซับซ้อน
*หมายเหตุ: บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อให้ข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการตรวจและวินิจฉัยโดยแพทย์ได้ หากมีปัญหาสายตาหรืออยากรู้ว่าตัวเองเหมาะกับวิธีไหน แนะนำให้มาตรวจกับจักษุแพทย์โดยตรงจะได้คำตอบที่ชัดเจนและตรงกับสภาพตาของคุณมากที่สุด
10/989 ซ.ประเสริฐมนูกิจ 33 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10230