มุมสุขภาพตา : #NanoRelex

เรียงตาม

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก แม่นยำด้วย AI (อัปเดตปี 2026)

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก | ศูนย์เลสิก Laser Vision การตัดสินใจทำเลสิก เป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคน ไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัดขึ้น แต่รวมถึงความกังวลเรื่องความปลอดภัย ความเจ็บ และผลลัพธ์ในระยะยาว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า เลสิกไร้ใบมีด ถูกค้นหามากขึ้นอย่างชัดเจน และชื่อที่มักถูกพูดถึงควบคู่กันก็คือ SMILE Pro SMILE Pro 2.0 คืออะไร? คำตอบของการทำเลสิกปี 2026 ที่คนค้นหามากที่สุด ในปี 2026 เทคโนโลยีนี้ได้พัฒนาไปอีกขั้นในชื่อ SMILE Pro 2.0 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดความคลาดเคลื่อน และทำให้ผลลัพธ์การมองเห็นเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมที่ Laser Vision เลือกนำเทคโนโลยี SMILE Pro มาใช้ในการแก้ไขปัญหาสายตาสั้นให้กับคนไข้ในปัจจุบัน การตัดสินในทำเลสิกเป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคนไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัด เลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) คืออะไร? SMILE Pro เป็นการทำเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) โดยใช้เลเซอร์ทุกขั้นตอน ไม่ต้องเปิดฝากระจกตาเหมือนเลสิกแบบเดิม แพทย์จะใช้เลเซอร์สร้างชิ้นเนื้อเลนส์เล็ก ๆ ภายในกระจกตา แล้วนำออกผ่านแผลขนาดประมาณ 2 มิลลิเมตร ด้วยแผลที่เล็กมาก ทำให้โครงสร้างกระจกตาถูกรบกวนน้อยลง หลายคนจึงรู้สึกฟื้นตัวเร็ว สบายตา และมีโอกาสเกิดอาการตาแห้งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการทำเลสิกแบบเปิดฝากระจกตา ทำไม SMILE Pro ถึงเป็นเลสิกที่หลายคนเลือก เหตุผลสำคัญที่ทำให้ SMILE Pro ได้รับความนิยม คือความรู้สึกสบายใจตั้งแต่ก่อนทำ เพราะเป็นเลสิกที่ไม่ใช้ใบมีด และไม่ต้องเปิดฝากระจกตา รวมถึงตัวเครื่อง (VisuMax 800) ถูกออกแบบมาให้เปิดโล่ง เหมาะกับคนขี้กลัว หรือกลัวที่แคบ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ใช้เวลายิงเลเซอร์ เพียงแค่ 8 วินาทีต่อข้าง เหมาะกับคนที่กลัวการทำเลสิก แผลเล็ก ช่วยให้กระจกตาแข็งแรงในระยะยาว ลดโอกาสเกิดอาการตาแห้ง หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างเร็ว SMILE Pro 2.0 ช่วยเพิ่มความแม่นยำได้อย่างไร หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ SMILE Pro 2.0 คือการออกแบบระบบให้ทุกขั้นตอนเชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่อง ลดความคลาดเคลื่อน และเพิ่มความแม่นยำในการรักษาแบบเลสิกไร้ใบมีดอย่างเห็นได้ชัด 1. ข้อมูลส่งตรง ลดความผิดพลาดจากมนุษย์ (Seamless Data Transfer) ข้อมูลสายตาที่ได้จากการตรวจวัด จะถูกส่งเข้าสู่เครื่องเลเซอร์โดยตรงผ่านระบบของ ZEISS โดยไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำ ลดโอกาสเกิดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูล ทำให้แผนการรักษาตรงกับค่าสายตาจริงมากขึ้น ผลลัพธ์มีความสม่ำเสมอในทุกเคส 2. วางแผนการรักษาอย่างแม่นยำ ด้วยข้อมูลระดับโลก (Integrated Planning) ระบบจะนำข้อมูลสายตาของคนไข้มาวิเคราะห์ร่วมกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่จากทั่วโลก ช่วยวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) เพิ่มความแม่นยำในการแก้ไขสายตาเอียง โดยเฉพาะเคสที่ซับซ้อน ช่วยให้ผลลัพธ์หลังทำเลสิกมีความเสถียรและคมชัดมากขึ้น 3. ระบบช่วยเพิ่มความคมชัดระหว่างการรักษา (Precision Systems) SMILE Pro 2.0 มาพร้อมระบบอัจฉริยะที่ช่วยควบคุมความแม่นยำในระหว่างการยิงเลเซอร์ CentraLign® ช่วยจัดตำแหน่งการยิงเลเซอร์ให้ตรงกับจุดศูนย์กลางการมองเห็นจริง ไม่ใช่แค่ตำแหน่งรูม่านตา OcuLign® ช่วยชดเชยการหมุนของลูกตาแบบอัตโนมัติในระหว่างการรักษา ทำให้เลเซอร์ยิงได้ตรงตำแหน่งตลอดเวลา ขอบคุณภาพจากบริษัท Carl Zeiss Co., Ltd SMILE Pro 2.0 ต่างจากเทคโนโลยีเลสิกแผลเล็กแบบเดิมอย่างไร เทคโนโลยี ปีที่เปิดตัว เครื่องเลเซอร์ จุดเด่นสำคัญ ReLEx SMILE 2011 VisuMax 500 จุดเริ่มต้นเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก 2–3 มม. ไม่เปิดฝากระจกตา ใช้เวลา 23 วินาที/ข้าง SMILE Pro 2021 VisuMax 800 เลเซอร์ความเร็วสูง 2 MHz ใช้เวลาเพียง 8 วินาที / ข้าง พร้อมระบบจัดกึ่งกลางอัตโนมัติ SMILE Pro 2.0 2025 VisuMax 800 ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เชื่อมต่อข้อมูล Cloud + Big Data เพิ่มความแม่นยำสูงสุดด้วย CentraLign® และ OcuLign® SMILE Pro 2.0 คือก้าวสำคัญของเลสิกแผลเล็ก ที่ผสาน ความเร็ว ความแม่นยำ และ มีระบบอัจฉริยะ AI-driven planning เข้าด้วยกัน ทำไมหลายคนเลือกทำ SMILE Pro 2.0 ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital นอกจากเทคโนโลยีแล้ว ความเชี่ยวชาญของแพทย์และมาตรฐานของโรงพยาบาลก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital ทีมจักษุแพทย์มีประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประสบการณ์รักษาคนไข้ทางด้านสายตามากกว่า 28 ปี และโรงพยาบาลยังผ่านการรับรองมาตรฐาน AACI จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยและคุณภาพการรักษาในระดับสากล การผสานระหว่างประสบการณ์ทางการแพทย์และเทคโนโลยี SMILE Pro 2.0 ทำให้คนไข้มั่นใจได้ว่า การทำเลสิกไม่ได้จบแค่เห็นชัด แต่ต้องปลอดภัยและดูแลได้ในระยะยาว Q : SMILE Pro 2.0 เหมาะกับใคร?A : เหมาะกับผู้ที่มีสายตาสั้นหรือสายตาเอียง และต้องการเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก ฟื้นตัวไว Q : ทำ SMILE Pro 2.0 เจ็บไหม?A : ระหว่างทำจะมีการหยอดยาชา คนไข้ส่วนใหญ่รู้สึกเพียงแรงกดเล็กน้อย และใช้เวลาไม่นาน Q : หลังทำต้องพักฟื้นนานแค่ไหน?A : ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายใน 1–2 วัน รับชมวีดีโอ SMILE Pro 2.0 *หากวิดีโอไม่แสดงผล คลิก ที่นี่ ถ้าคุณกำลังมองหาเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็กในปี 2026 การตรวจประเมินสายตาอย่างละเอียดกับจักษุแพทย์ จะช่วยให้รู้ว่า SMILE Pro 2.0 เหมาะกับคุณหรือไม่ และช่วยให้คุณเลือกวิธีการทำเลสิกได้อย่างสบายใจที่สุด ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ 📞 Call Center : 02-511-2111 ADD LINE: @bangkokeyehospital 🏥 โรงพยาบาลเปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น.
อ่านเพิ่มเติม
ศูนย์เลสิก LASER VISION

lasik-update-2025

  LASIK Update 2025: Is 8-Second Eye Surgery Finally Here? (Bangkok Eye Hospital Reveals All) Are you still relying on glasses or contact lenses in 2025? If you've been waiting for the perfect time for vision correction, that time is now. The world of LASIK has evolved far beyond the procedures you might have heard about. Forget the old fears of blades and long recoveries. The latest 2025 update in laser vision correction focuses on speed, precision, and "no-flap" technology. And yes, you read that right. 8-second surgery is no longer science fiction. What's Wrong With Old LASIK? For years, vision correction has been amazing, but it came with trade-offs. Traditional LASIK: Uses a microkeratome blade to create a "flap" in the cornea, which is lifted so a laser can reshape the tissue underneath. (Source: bangkokeyehospital.com) FemtoLASIK: This was a big step up, offering a "bladeless" option by using a femtosecond laser (instead of a blade) to create the flap. It provided more precision and safety. (Source: bangkokeyehospital.com) The keyword in both? "Flap." While effective, creating a flap carries minor risks and requires a longer healing period. But the 2025 update changes the entire game. The 2025 Breakthrough: SMILE Pro — Vision Correction in 8 Seconds This is the update you’ve been waiting for. The "latest innovation in bladeless LASIK" is SMILE Pro. (Source: bangkokeyehospital.com) Unlike previous methods, SMILE Pro is a "no-flap" procedure. It revolutionizes vision correction by minimizing trauma to the eye. How SMILE Pro Works: Unbelievable Speed: It uses the cutting-edge Carl ZEISS VisuMax 800 laser, which corrects your vision in just 8 seconds per eye. This is 3 times faster than previous procedures, reducing stress and anxiety. No Flap, Tiny Incision: Instead of creating a large flap, the laser creates a tiny "lenticule" (a small piece of tissue) inside the cornea. Gentle Removal: The surgeon removes this lenticule through a microscopic incision of only 2-4 mm. Incredible Benefits: Because there's no flap, the cornea's strength is maintained. This means a faster recovery, a lower risk of post-op dry eyes, and fewer complications. It's the perfect choice for active individuals, athletes, or anyone worried about flap-related wounds. (Source: bangkokeyehospital.com) SMILE Pro is the new gold standard for correcting nearsightedness (myopia) and astigmatism, offering safe, precise, and fast-healing results. The AI-Powered Future: NanoRelex® But the 2025 update doesn't stop there. Bangkok Eye Hospital's Laser Vision LASIK Center also introduces NanoRelex®, the "latest LASIK technology from Switzerland." This is precision vision correction, enhanced with Artificial Intelligence (AI). (Source: bangkokeyehospital.com) AI-Powered Precision: NanoRelex® uses low-energy "nanojoules" and an advanced eye-tracking system for unparalleled precision. Real-Time Safety: It features an intraoperative OCT scan, allowing the surgeon to monitor the procedure in real-time, ensuring it's operating on the correct layer of the cornea safely. Minimally Invasive: Like SMILE Pro, this is a "no-flap" procedure with a tiny 2-3 mm incision. It's described as an "extremely precise" and "safest option" for correcting nearsightedness and astigmatism, offering a quick recovery. (Source: bangkokeyehospital.com) Are You a Candidate for 2025 LASIK? These new technologies are life-changing, but you must be a good candidate. According to Bangkok Eye Hospital, you should: Be 18 years or older. Have had a stable vision prescription for at least one year. Have sufficient corneal thickness. Have no severe eye diseases (like glaucoma or cataracts) or uncontrolled medical conditions. (Source: bangkokeyehospital.com) Don't Wait: 2025 Promotions Are Here! Ready to see the world in high definition? Bangkok Eye Hospital's Laser Vision Center is offering special 2025 promotions for these advanced technologies, but only until November 30, 2025. You can even get a pre-LASIK Eye Evaluation for a promotional price (and it's free if you have the surgery on the same day). The future of vision is here. Stop waiting and find out if 8-second, AI-powered LASIK is right for you.
ศูนย์เลสิก LASER VISION

เทคโนโลยีเลสิคขั้นสูงล่าสุดของ Laser Vision เพื่อการมองเห็นที่คมชัด

Laser Vision ซึ่งเป็นผู้นำด้านการรักษาด้วยเลเซอร์สายตามากว่า 25 ปีในประเทศไทย ขณะนี้ได้ขยายบริการเปิดเป็น Bangkok Eye Hospital พร้อมนำเทคโนโลยี AI และ Robotic ล่าสุดมาใช้ในการตรวจวินิจฉัยและรักษาปัญหาสุขภาพตาแบบครบวงจรในที่เดียว ขั้นตอนการรักษาด้วยเลเซอร์สายตาที่ Laser Vision ประกอบด้วย Comprehensive Eye Examination: เนื่องจากดวงตาและกระจกตาของแต่ละบุคคลมีความแตกต่างกัน เราจึงใช้ AI และเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุด เพื่อตรวจวิเคราะห์สุขภาพตา สภาพกระจกตา และปัญหาสายตาที่ต้องแก้ไขโดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกตาและการหักเหแสงจะเป็นผู้ตรวจวินิจฉัยด้วยตนเอง และจะอนุญาตให้รักษาด้วยเลเซอร์เฉพาะในกรณีที่ดวงตาและกระจกตาอยู่ในสภาพที่ปลอดภัย หากพบว่าไม่เหมาะสมกับการรักษาด้วยเลเซอร์ เรามีทางเลือกการรักษาอื่นๆ ที่เหมาะสมกับสภาพดวงตา หรือในกรณีที่ตรวจพบปัญหาสุขภาพตาอื่นๆ ท่านสามารถรับการรักษาจากจักษุแพทย์เฉพาะทางสาขาอื่นๆ ได้ทันทีที่นี่ วิธีการรักษาสายตาด้วยเลเซอร์ ผลลัพธ์ของการรักษาด้วยเลเซอร์ขึ้นอยู่กับปัญหาสุขภาพตา วิธีการ และเทคโนโลยีที่ใช้ ที่ Laser Vision เรามีเทคโนโลยีการรักษาด้วยเลเซอร์ที่ทันสมัยที่สุด 2 ชนิด คือ NanoRelex และ NanoLASIK ซึ่งเป็นเทคนิคแบบ Bladeless Technique ที่ไม่ต้องใช้ใบมีด ท่านสามารถเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับสภาพกระจกตาและปัญหาสายตาได้ ✅NanoRelex: เป็นเทคนิค SMILE ที่ไม่ต้องเปิดแผลที่กระจกตา มีหลักการทำงานคล้ายกับ ReLExSMILE แต่ใช้เทคโนโลยีที่แตกต่าง ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่คมชัดยิ่งขึ้น ✅NanoLASIK: เหมาะสำหรับผู้ที่มีค่าสายตาสูง หรือกระจกตาบาง เป็นเทคนิคที่เปิดแผลที่กระจกตาเป็นรูปตัว C เพื่อรักษาด้วยเลเซอร์ ช่วยแก้ไขค่าสายตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีขั้นสูงใน NanoRelex และ NanoLASIK ทั้ง NanoRelex และ NanoLASIK ใช้ Ziemer FemtoLDV Platform จากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งมีข้อดีดังนี้ 👁️‍🗨️Nanojoules-powered Femtosecond Laser: ใช้พลังงานต่ำที่สุดในบรรดาเลเซอร์ Femtosecond 👁️‍🗨️AI Technology: ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรักษา และให้ผลลัพธ์ที่คมชัดยิ่งขึ้น 👁️‍🗨️Real-Time OCT Scan: ช่วยให้แพทย์เห็นข้อมูลสำคัญแบบเรียลไทม์ เพื่อปรับการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ลดโอกาสการเกิดแสงฟุ้งกระจายหลังผ่าตัด เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะตาแห้ง แสงฟุ้งกระจาย และช่วยให้แผลหายเร็วขึ้น ฟื้นตัวเร็วขึ้น AI ยังช่วยเพิ่มความแม่นยำและความรวดเร็วในการรักษา และให้ผลลัพธ์ที่คมชัดยิ่งขึ้น ทำไมต้องเลือก Bangkok Eye Hospital? ℹ️ก่อตั้งและบริหารงานโดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกตาและการหักเหแสง ที่มีประสบการณ์มากกว่า 26 ปีในประเทศไทย ให้บริการรักษาโรคตาแบบครบวงจร ทั้ง LASIK, ต้อกระจก, ต้อหิน, จอประสาทตา, ศัลยกรรมตกแต่งเปลือกตา และโรคทางระบบประสาทตา ℹ️มีประสบการณ์รักษาด้วยเลเซอร์มากกว่า 90,000 เคส รวมถึงเคสที่ซับซ้อน มั่นใจได้ในความปลอดภัย ℹ️ใช้เทคโนโลยี AI และ Robotic ล่าสุด ช่วยให้การตรวจวินิจฉัยรวดเร็ว แม่นยำ และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ℹ️มีที่ปรึกษาชาวเมียนมาร์คอยให้คำแนะนำ และดูแลตลอดการรักษา (โดยไม่มีค่าใช้จ่าย) เพื่อให้คนไข้ชาวเมียนมาร์ได้รับความสะดวกสบาย ℹ️ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีคนไข้ชาวเมียนมาร์กว่า 400 คน ที่เข้ารับการรักษาด้วย NanoRelex และ NanoLASIK และมีคนไข้จำนวนมากที่เข้ารับการรักษาโรคตาอื่นๆ "เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับการมองเห็น นัดหมายวันนี้" ติดต่อ 📲Viber, Whatsapp (In-House Myanmar Consultant): +66965426179 🗨️ส่งข้อความ: https://bit.ly/laservisionmyanmarofficialpage
ศูนย์เลสิก LASER VISION

NanoRelex และ LASIK วิธีรักษาภาวะสายตาผิดปกติทั้งสองวิธี มีความแตกต่างกันอย่างไร?

ในปัจจุบัน ทางเลือกในการรักษาภาวะสายตาผิดปกติด้วยการผ่าตัดในประเทศไทยมีด้วยกันหลายวิธี ซึ่งในแต่ละวิธีต่างมีความเหมาะสมต่อการรักษาปัญหาทางด้านสายตาของแต่ละบุคคลไม่เหมือนกัน อย่างไรก็ตาม วิธีการรักษาภาวะสายตาที่เป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมสูงก็คงหนีไม่พ้น การผ่าตัดแก้ปัญหาภาวะสายตาผิดปกติ ด้วยวิธีการทำ LASIK และวิธีการผ่าตัดรูปแบบใหม่ NanoRelex บางคนอาจจะเคยได้ยินผ่าน ๆ กันมาบ้างแล้ว แต่ในบทความนี้ Laser Vision จะช่วยอธิบายให้เข้าใจกันมากขึ้นเอง ภาวะสายตาผิดปกติ คืออะไรและมีกี่ประเภท? ก่อนที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิธีการรักษาภาวะสายตาผิดปกติยอดนิยม อย่างการทำ LASIK และวิธีการรักษาแบบใหม่ NanoRelex ทั้งสองวิธีมีความเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร เราอยากให้ทุกคนทราบกันเสียก่อนว่า อาการภาวะสายตาผิดปกติ คืออะไร? ภาวะสายตาผิดปกติ คือภาวะเกี่ยวกับปัญหาการมองเห็นทางสายตาที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน โดยปกติการมองเห็นของคนเรา เกิดจากการที่แสงไปตกกระทบที่บริเวณผิวกระจกตา แล้วเกิดการหักเหโฟกัสไปที่จอประสาทตาพอดี ภาพที่เห็นจึงมีความคมชัดทั้งในระยะใกล้และระยะไกล ถือเป็นภาวะสายตาทั่วไป แต่หากความโค้งของกระจกตา หรือความยาวของลูกตามากหรือน้อยจนเกินไป จะทำให้ภาพที่ได้ไม่คมชัด เรียกว่าภาวะสายตาผิดปกติ ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ประเภท ได้แก่ ภาวะสายตาสั้น ภาวะสายตายาว ภาวะสายตาเอียง และภาวะสายตายาวในผู้สูงอายุ LASIK คือวิธีการรักษาอย่างไร? การรักษาภาวะสายตาผิดปกติได้ทุกประเภท ด้วยการผ่าตัดโดยใช้ใบมีด Microkeratome แยกชั้นกระจกตาออกให้ได้ความหนาประมาณ 100 ถึง 120 ไมครอน เปิดกระจกตาทิ้งไว้ (ประมาณ 3 ถึง 5 นาที) จากนั้นจึงใช้ Excimer Laser ยิงไปลงบริเวณกระจกตา เพื่อช่วยในการปรับความโค้งกระจกตาให้เหมาะสม ให้ได้ค่าสายตาตามที่ต้องการแก้ไข แล้วจึงปิดกระจกตากลับเข้าที่เดิม ซึ่งไม่ต้องเย็บแผลปิด เพราะชั้นกระจกตาจะสมานเข้ากันเองตามธรรมชาติในภายหลัง NanoRelex คือวิธีการรักษาอย่างไร? NanoRelex คือทางเลือกใหม่ในการรักษาภาวะสายตาผิดปกติ ด้วยการใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของการทำเลสิก ได้แก่ Femtosecond Laser ที่มีความแม่นยำสูงในการปรับแต่งเนื้อเยื่อกระจกตา และนำเนื้อเยื่อกระจกตาส่วนเกินออกมาผ่านทางแผลขนาดเล็กเพียงแค่ 2 ถึง 3 มิลลิเมตร เพื่อปรับความโค้งกระจกตาให้เหมาะสม เนื่องจากวิธี NanoRelex นั้นเป็นการทำเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก ทำให้ผู้เข้ารับการผ่าตัดรู้สึกเบาสบายตาขณะผ่าตัด มีการรบกวนกระจกตาน้อย กระจกตาหลังผ่าตัดจึงมีความแข็งแรง เป็นวิธีการรักษาที่พัฒนาขึ้นมาใหม่จากการทำเลสิกอีกที เปรียบเทียบข้อแตกต่างของการทำ LASIK และ NanoRelex ให้เห็นภาพกันชัดเจนมากขึ้น การทำ LASIK ●       ใช้ใบมีด Microkeratome ที่มีความคมในการผ่าเปิดชั้นกระจกตา ขนาดแผลหลังผ่าตัดจะมีความยาวประมาณ 20 มิลลิเมตร ●       สามารถรักษาภาวะสายตาผิดปกติได้ทุกประเภท เพียงแต่มีข้อจำกัด คือคนที่มีกระจกตาบางหรือไม่สม่ำเสมอ จะไม่สามารถทำเลสิกได้ ●       มีโอกาสเกิดภาวะตาแห้งมากกว่าวิธีการรักษา NanoRelex ●       ค่าใช้จ่ายในการรักษาถูกกว่าวิธีการรักษา NanoRelex แต่ต้องใช้เวลาในการพักฟื้นนานกว่า ●       หลังทำ LASIK ต้องปิดฝาครอบตา 1 คืน เพื่อป้องกันการขยี้ตา ●       ต้องใช้เวลาในปรับค่าสายตาประมาณ 1 ถึง 4 สัปดาห์ ค่าสายตาจึงจะกลับมาเห็นได้ชัด การทำ NanoRelex ●       วิธีการทำเลสิกแบบใหม่ที่พัฒนามาจากการทำ LASIK ดั้งเดิม เป็นการทำเลสิกไร้ใบมีด ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ Femtosecond Laser ที่มีความแม่นยำสูง ขนาดแผลหลังทำจึงมีความยาวแค่ 3 ถึง 5 มิลลิเมตร ●       ไม่มีการแยกชั้นกระจกตาด้วยใบมีด จึงไม่มีความเสี่ยงในการเกิดปัญหากระจกตาเคลื่อนตามมาในภายหลัง ●       แทบไม่มีอาการเคืองตาหรือปวดตาหลังทำเลย ●       โอกาสเกิดภาวะตาแห้งน้อยมาก ●       สามารถใช้รักษาเพื่อลดภาวะแสงฟุ้งตอนกลางคืนได้ด้วย ●       ค่าใช้จ่ายในการรักษาสูงกว่าวิธีการทำ LASIK ●       NanoRelex มีข้อจำกัด สามารถใช้รักษาภาวะสายผิดปกติ ได้เฉพาะแค่ภาวะสายตาสั้น และสายตาเอียงเท่านั้น ●       ต้องใช้เวลาในปรับค่าสายตาประมาณ 1 ถึง 4 สัปดาห์ ค่าสายตาจึงจะกลับมาเห็นได้ชัด   วิธีการรักษาภาวะสายตาผิดปกติทั้งสองวิธีต่างมีข้อจำกัดที่แตกต่างกัน ตั้งแต่ภาวะค่าสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียงที่สามารถรักษาได้ ระยะเวลาในการพักฟื้น ค่าใช้จ่าย รวมถึงข้อจำกัดด้านสุขภาพตาของแต่ละบุคคลในการรักษา ดังนั้นก่อนตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาภาวะสายตาผิดปกติ ทุกคนจึงควรพบจักษุแพทย์ เพื่อเข้ารับการประเมินและรับคำแนะนำที่เหมาะสมสำหรับแนวทางในการรักษาที่เหมาะกับตัวคุณโดยเฉพาะ ภาวะสายตาผิดปกติ รักษาให้หายได้อย่างปลอดภัย ที่ Laser Vision   ทุกปัญหาภาวะสายตาผิดปกติสามารถรักษาให้ดีขึ้นได้ เพียงคุณปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการเข้ารับการรักษาที่ถูกต้อง เหมาะสมกับอาการของแต่ละบุคคล โดย Laser Vision International LASIK Center เป็นศูนย์รักษาสายตาอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 25 ปี พร้อมด้วยทีมแพทย์เฉพาะด้านและเครื่องมืออันทันสมัยได้มาตรฐานสากล สามารถดำเนินการรักษาภาวะสายตาผิดปกติได้ทุกประเภท เรามีความชำนาญในทุกแนวทางการรักษาปัญหาด้านสายตา ทั้งการทำ LASIK และการทำ NanoRelex อีกทั้งเรายังเป็นผู้บุกเบิกวิธีการรักษา NanoRelex แห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยอีกด้วย ปรึกษาเพิ่มเติม โทร 02-511-211
ศูนย์เลสิก LASER VISION

เตรียมตัวก่อนทำเลสิก NanoRelex ต้องทำอย่างไรบ้าง

เตรียมตัวก่อนทำเลสิก NanoRelex ต้องทำอย่างไรบ้าง ใครที่กำลังสนใจทำเลสิกด้วยเทคโนโลยี NanoRelex ของทาง Laser Vision อยู่ละก็ทางมาอ่านบทความนี้ได้เลย    เพราะ Laser Vision ได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดในการเตรียมตัวก่อนทำเลสิกมาให้คุณไว้แล้ว มาดูสิว่าต้องทำอย่างไรบ้าง   อย่างแรก เดินทางมาที่คลินิก Laser Vision เพื่อพบ และปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัยดวงตา สุขภาพตาว่ามีลักษณะแบบไหน ปัจจุบันสายตาคุณเป็นอย่างไร เพื่อรับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงจะได้สอบถามข้อมูลต่าง ๆ  และทำความเข้าใจถึงขั้นตอนการทำเลสิกทั้งหมดจากแพทย์ได้เลย   ต่อมาการเตรียมตัวก่อนวันมาทำเลสิก NanoRelex ที่เป็นส่วนที่สำคัญมาก ๆ เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพักผ่อนก่อนวันทำเลสิกที่ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ควรนอนอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงก่อนวันที่มาทำเลสิก เพื่อให้สายตาได้พักผ่อนเต็มที่ ต่อมางดใส่คอนแทคเลนส์อย่างน้อย 7 - 14 วันก่อนวันทำเลสิก งดดื่มแอลกอฮอล์ งดฉีดน้ำหอมและก็ไม่ควรแต่งหน้าในวันที่มาทำเลสิกด้วยนะ และอื่นๆ ตามคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ   อย่างที่สาม ไม่ควรขับรถยนต์มาเอง ควรพาคนในครอบครัว ญาติ เพื่อน ที่สามารถขับรถยนต์มาด้วย เนื่องจากหลังทำเลสิกเสร็จสายตาของคุณจะยังไม่พร้อมใช้งานได้ทันที ต้องมีการใส่ที่ครอบดวงตาเพื่อป้องกันเชื้อโรค ฝุ่น แสงแดด รวมถึงมือของเราที่อาจจะไปสัมผัสโดนบริเวณรอบดวงตานั้นเอง ดังนั้นจึงทำให้ไม่สามารถขับรถยนต์กลับบ้านเองได้     Laser Vision เชื่อว่าเพื่อนๆ เข้าใจเรื่องการเตรียมตัวก่อนทำเลสิกแบบ NanoRelex และบอกเลยว่าไม่ยาก ไม่วุ่นวายแน่นอน หากมีข้อมูล หรือคำถามตรงไหนสามารถโทรสอบถาม Laser Vision ได้เลยนะ      
ศูนย์เลสิก LASER VISION

ทำไมทุกคนถึงเลือก NanoRelex

ทำไมทุกคนถึงเลือก NanoRelex สำหรับคนที่กำลังมองหาการทำเลสิกอยู่ตอนนี้ มักจะเจอโพสต์เกี่ยวกับ NanoRelex ขึ้นมาในหน้า Facebook หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ อยู่บ่อย ๆ แน่เลย โดยเฉพาะ NanoRelex ของ Laser Vision    ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้คนมากมายไม่ว่าจะเป็นคนมีชื่อเสียง คนทั่วไป  จนหลายคนเกิดสงสัยว่า ทำไมทุกคนถึงทำเลสิกด้วยเทคโนโลยี NanoRelex ของ Laser Vision กันนะ วันนี้เราจะบอกทุกคนให้รู้เอง   1.NanoRelex นั้นมีประสิทธิภาพ และ คุณภาพสูง ซึ่งช่วยลดขั้นตอนการทำงานในการผ่าตัด เนื่องจากเทคโนโลยีตัวนี้มีความแม่นยำ และความปลอดภัยที่สูงมาก ลดระยะเวลาและช่วยให้คุณมองเห็นโลกที่สดใสขึ้นเพียงไม่กี่วินาที   2.การฟื้นฟูที่รวดเร็วหลังจากทำเลสิกด้วยเทคโนโลยี NanoRelex  ช่วยให้กระบวนการฟื้นตาจากการทำเลสิกเป็นเรื่องรวดเร็วมากขึ้นในระยะเวลาเพียง 1 วัน ซึ่งสามารถช่วยให้ผู้รับบริการสามารถทำกิจกรรมประจำวันได้เร็วขึ้นกว่าเดิม ทำให้การทำเลสิกแบบ NanoRelex ช่วยเรื่องของการประหยัดเวลาได้อย่างดีเยี่ยม   3.ความคุ้มค่าของสุขภาพตา ซึ่งที่ผ่านมาผู้รับบริการมองว่าการทำเลสิกด้วยเทคโนโลยี NanoRelex มีค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่า และสมเหตุสมผลมากๆ เมื่อเทียบกับการรักษาตาอื่น ๆ ในระยะยาว   4.สุดท้าย… ผู้ที่เข้ามารับบริการไม่ต้องใช้แว่นตาและคอนแทคเลนส์อีกต่อไป โดยข้อ นี้ถือเป็นเหตุผลหลักหลายคนเลือกการทำเลสิกด้วยเทคโนโลยี NanoRelex เพื่อกลับมามีสายตาที่ดีโดยไม่ต้องใช้แว่นตา และคอนแทคเลนส์อีกต่อไป   ดังนั้นหากใครกำลังพิจารณาเรื่องการทำเลสิกอยู่ตอนนี้ Laser Vision แนะนำว่าควรทำ! เพราะเรื่องสุขภาพตาเรานั้นเป็นสิ่งที่คุ้มค่าต่อการลงทุน  โดนเฉพาะ NanoRelex ของ Laser vision ที่มีเพียบพร้อมด้านเทคโนโลยีการทำเลสิก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การบริการที่ละเอียดรอบคอบ และใส่ใจทุกรายละเอียด  หากคุณต้องได้ลองมาสัมผัสด้วยตัวเองแล้ว รับรองว่าจะได้เห็นโลกชัดขึ้นต่างจากเดิมแน่นอน  
ศูนย์เลสิก LASER VISION

ใส่แว่นแล้วปวดตา เกิดจากสาเหตุอะไร

ใส่แว่นแล้วปวดตา เกิดจากสาเหตุอะไร เพื่อนๆ ที่ใส่แว่นตาแล้วมีอาการปวดตา จนถึงขั้นปวดหัวหนักกันเลยนั้น หลายคนคงคิดว่าเกิดจากการทำงานหนักนั้นก็เป็นหนึ่งปัจจัยที่ถูกส่วนหนึ่ง แต่เพื่อนๆ อาจจะมองข้ามสิ่งสำคัญ สิ่งนั้นก็คือ “แว่นตา”   วันนี้ Laser Vision จะมาบอกให้ว่าทำไมใส่แว่นตาแล้วรู้สึกปวดตา   1. สภาพของแว่นตา : แน่นอนว่าสภาพแว่นตามีผลกับการมองเห็นของคุณ บางคนคุณภาพแว่นไม่ได้ดีเหมือนเดิม หรือเสื่อมสภาพตามการใช้งาน ทำให้คุณภาพของเลนส์แว่นเสื่อมสภาพ รวมถึงกรอบแว่น ขาแว่นที่ใส่แล้วหลวม ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลกระทบต่อสายตาทำให้เวลาใส่แว่นตาแล้วรู้สึกปวดตา   2. นอกจากนี้การเลือกใช้เลนส์แว่นตาไม่เหมาะสมกับสายตาก็เป็นอีกสาเหตุ เช่น ใส่เลนส์แว่นที่น้อยกว่าค่าสายตา หรือมากกว่าค่าสาย รวมถึงคุณภาพของเลนส์ของแต่ละยี่ห้อก็สำคัญ การเลือกเลนส์ที่เหมาะสมและดีส่งผลต่อการมองเห็นและสุขภาพตาเต็มๆ   3. อีกสิ่งที่ลืมไม่ได้คือ อาการผิดปกติที่สายตา ดังนั้นคุณควรไปตรวจสุขภาพตาประจำปีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร หรือใช้งานผิดวิธีไหม และรับคำแนะนำมาเพื่อจะได้นำมาปรับใช้  แต่ถ้าไม่อยากปวดตาจากการใส่แว่นแล้วละก็ Laser Vision แนะนำการทำเลสิกด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุด NanoRelex ที่มาพร้อมความแม่นยำ และความปลอดภัยสูงสุด ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที โลกที่คุณมองเห็นจะดีขึ้นแน่นอน     4. แต่ที่สำคัญเลยมาก ๆ ก็คือ การตรวจสุขภาพตาประจำปี  โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีปัญหาเรื่องสายตาเช่น คนใส่แว่น สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง และอื่นๆ ที่ต้องตรวจสุขภาพตาสม่ำเสมอเพื่อให้เรารู้ว่าเป็นอย่างไร เราใช้งานหนักและผิดวิธีไหม เพราะสุขภาพตาเป็นเรื่องที่ไม่ควรเสี่ยง   ส่วนใครไม่อยากใส่แว่น หรือไม่อยากกังวลกับการใช้แว่นแล้วเกิดปัญหา Laser Vision มีทางออก อย่างการทำเลสิกด้วยเทคโนโลยี NanoRelex ที่ทันสมัยที่สุดในเวลานี้ ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที โลกคุณจะสดใสขึ้นกว่าเดิม

ที่อยู่

Laser Vision International LASIK Center

10/989 ซ.ประเสริฐมนูกิจ 33 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10230

ช่องทางติดต่อ

Line
calling
ติดต่อเรา :