มุมสุขภาพตา

เรียงตาม

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก แม่นยำด้วย AI (อัปเดตปี 2026)

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก | ศูนย์เลสิก Laser Vision การตัดสินใจทำเลสิก เป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคน ไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัดขึ้น แต่รวมถึงความกังวลเรื่องความปลอดภัย ความเจ็บ และผลลัพธ์ในระยะยาว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า เลสิกไร้ใบมีด ถูกค้นหามากขึ้นอย่างชัดเจน และชื่อที่มักถูกพูดถึงควบคู่กันก็คือ SMILE Pro SMILE Pro 2.0 คืออะไร? คำตอบของการทำเลสิกปี 2026 ที่คนค้นหามากที่สุด ในปี 2026 เทคโนโลยีนี้ได้พัฒนาไปอีกขั้นในชื่อ SMILE Pro 2.0 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดความคลาดเคลื่อน และทำให้ผลลัพธ์การมองเห็นเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมที่ Laser Vision เลือกนำเทคโนโลยี SMILE Pro มาใช้ในการแก้ไขปัญหาสายตาสั้นให้กับคนไข้ในปัจจุบัน การตัดสินในทำเลสิกเป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคนไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัด เลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) คืออะไร? SMILE Pro เป็นการทำเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) โดยใช้เลเซอร์ทุกขั้นตอน ไม่ต้องเปิดฝากระจกตาเหมือนเลสิกแบบเดิม แพทย์จะใช้เลเซอร์สร้างชิ้นเนื้อเลนส์เล็ก ๆ ภายในกระจกตา แล้วนำออกผ่านแผลขนาดประมาณ 2 มิลลิเมตร ด้วยแผลที่เล็กมาก ทำให้โครงสร้างกระจกตาถูกรบกวนน้อยลง หลายคนจึงรู้สึกฟื้นตัวเร็ว สบายตา และมีโอกาสเกิดอาการตาแห้งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการทำเลสิกแบบเปิดฝากระจกตา ทำไม SMILE Pro ถึงเป็นเลสิกที่หลายคนเลือก เหตุผลสำคัญที่ทำให้ SMILE Pro ได้รับความนิยม คือความรู้สึกสบายใจตั้งแต่ก่อนทำ เพราะเป็นเลสิกที่ไม่ใช้ใบมีด และไม่ต้องเปิดฝากระจกตา รวมถึงตัวเครื่อง (VisuMax 800) ถูกออกแบบมาให้เปิดโล่ง เหมาะกับคนขี้กลัว หรือกลัวที่แคบ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ใช้เวลายิงเลเซอร์ เพียงแค่ 8 วินาทีต่อข้าง เหมาะกับคนที่กลัวการทำเลสิก แผลเล็ก ช่วยให้กระจกตาแข็งแรงในระยะยาว ลดโอกาสเกิดอาการตาแห้ง หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างเร็ว SMILE Pro 2.0 ช่วยเพิ่มความแม่นยำได้อย่างไร หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ SMILE Pro 2.0 คือการออกแบบระบบให้ทุกขั้นตอนเชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่อง ลดความคลาดเคลื่อน และเพิ่มความแม่นยำในการรักษาแบบเลสิกไร้ใบมีดอย่างเห็นได้ชัด 1. ข้อมูลส่งตรง ลดความผิดพลาดจากมนุษย์ (Seamless Data Transfer) ข้อมูลสายตาที่ได้จากการตรวจวัด จะถูกส่งเข้าสู่เครื่องเลเซอร์โดยตรงผ่านระบบของ ZEISS โดยไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำ ลดโอกาสเกิดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูล ทำให้แผนการรักษาตรงกับค่าสายตาจริงมากขึ้น ผลลัพธ์มีความสม่ำเสมอในทุกเคส 2. วางแผนการรักษาอย่างแม่นยำ ด้วยข้อมูลระดับโลก (Integrated Planning) ระบบจะนำข้อมูลสายตาของคนไข้มาวิเคราะห์ร่วมกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่จากทั่วโลก ช่วยวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) เพิ่มความแม่นยำในการแก้ไขสายตาเอียง โดยเฉพาะเคสที่ซับซ้อน ช่วยให้ผลลัพธ์หลังทำเลสิกมีความเสถียรและคมชัดมากขึ้น 3. ระบบช่วยเพิ่มความคมชัดระหว่างการรักษา (Precision Systems) SMILE Pro 2.0 มาพร้อมระบบอัจฉริยะที่ช่วยควบคุมความแม่นยำในระหว่างการยิงเลเซอร์ CentraLign® ช่วยจัดตำแหน่งการยิงเลเซอร์ให้ตรงกับจุดศูนย์กลางการมองเห็นจริง ไม่ใช่แค่ตำแหน่งรูม่านตา OcuLign® ช่วยชดเชยการหมุนของลูกตาแบบอัตโนมัติในระหว่างการรักษา ทำให้เลเซอร์ยิงได้ตรงตำแหน่งตลอดเวลา ขอบคุณภาพจากบริษัท Carl Zeiss Co., Ltd SMILE Pro 2.0 ต่างจากเทคโนโลยีเลสิกแผลเล็กแบบเดิมอย่างไร เทคโนโลยี ปีที่เปิดตัว เครื่องเลเซอร์ จุดเด่นสำคัญ ReLEx SMILE 2011 VisuMax 500 จุดเริ่มต้นเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก 2–3 มม. ไม่เปิดฝากระจกตา ใช้เวลา 23 วินาที/ข้าง SMILE Pro 2021 VisuMax 800 เลเซอร์ความเร็วสูง 2 MHz ใช้เวลาเพียง 8 วินาที / ข้าง พร้อมระบบจัดกึ่งกลางอัตโนมัติ SMILE Pro 2.0 2025 VisuMax 800 ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เชื่อมต่อข้อมูล Cloud + Big Data เพิ่มความแม่นยำสูงสุดด้วย CentraLign® และ OcuLign® SMILE Pro 2.0 คือก้าวสำคัญของเลสิกแผลเล็ก ที่ผสาน ความเร็ว ความแม่นยำ และ มีระบบอัจฉริยะ AI-driven planning เข้าด้วยกัน ทำไมหลายคนเลือกทำ SMILE Pro 2.0 ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital นอกจากเทคโนโลยีแล้ว ความเชี่ยวชาญของแพทย์และมาตรฐานของโรงพยาบาลก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital ทีมจักษุแพทย์มีประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประสบการณ์รักษาคนไข้ทางด้านสายตามากกว่า 28 ปี และโรงพยาบาลยังผ่านการรับรองมาตรฐาน AACI จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยและคุณภาพการรักษาในระดับสากล การผสานระหว่างประสบการณ์ทางการแพทย์และเทคโนโลยี SMILE Pro 2.0 ทำให้คนไข้มั่นใจได้ว่า การทำเลสิกไม่ได้จบแค่เห็นชัด แต่ต้องปลอดภัยและดูแลได้ในระยะยาว Q : SMILE Pro 2.0 เหมาะกับใคร?A : เหมาะกับผู้ที่มีสายตาสั้นหรือสายตาเอียง และต้องการเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก ฟื้นตัวไว Q : ทำ SMILE Pro 2.0 เจ็บไหม?A : ระหว่างทำจะมีการหยอดยาชา คนไข้ส่วนใหญ่รู้สึกเพียงแรงกดเล็กน้อย และใช้เวลาไม่นาน Q : หลังทำต้องพักฟื้นนานแค่ไหน?A : ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายใน 1–2 วัน รับชมวีดีโอ SMILE Pro 2.0 *หากวิดีโอไม่แสดงผล คลิก ที่นี่ ถ้าคุณกำลังมองหาเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็กในปี 2026 การตรวจประเมินสายตาอย่างละเอียดกับจักษุแพทย์ จะช่วยให้รู้ว่า SMILE Pro 2.0 เหมาะกับคุณหรือไม่ และช่วยให้คุณเลือกวิธีการทำเลสิกได้อย่างสบายใจที่สุด ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ 📞 Call Center : 02-511-2111 ADD LINE 🏥 โรงพยาบาลเปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น. บทความโดย รศ.นพ. อนันต์ วงศ์ทองศรี ประธานกรรมการบริหาร (CEO) และจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา (LASIK) ประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประวัติแพทย์ นัดหมายปรึกษา
อ่านเพิ่มเติม
ศูนย์เลสิก LASER VISION

สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำเลสิกและขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนทำเลสิก

ข้อดีของเลสิก ได้แก่ การมองเห็นที่ชัดเจนถาวร ไม่ต้องพึ่งพาแว่นตาหรือคอนแท็กต์เลนส์ ชีวิตหลังเลสิกคล่องตัวมากขึ้น โอกาสลดการเกิดอุบัติเหตุจากการมองเห็นที่ดีขึ้น ข้อจำกัดของเลสิก ได้แก่ ไม่สามารถทำได้สำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีโรคเบาหวาน สะเก็ดเงิน หรือโรคต้อหิน ต้องงดใส่คอนแท็กต์เลนส์ก่อนการตรวจและผ่าตัด รวมถึงอาจมีอาการตาแห้งในบางกรณี การเตรียมตัวก่อนทำเลสิก ได้แก่ งดใส่คอนแท็กต์เลนส์ก่อนการตรวจและผ่าตัด งดน้ำหอมและเครื่องสำอางบริเวณรอบดวงตาก่อนวันผ่าตัด ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับยาที่ใช้เป็นประจำ จัดเตรียมแว่นกันแดดไว้ใส่หลังผ่าตัด ทำเลสิกที่Bangkok Eye Hospital (โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ)มีจักษุแพทย์และเทคโนโลยีล้ำสมัยในการดูแลรักษาสายตาอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย รวมถึงการบริการที่ครบวงจรและการดูแลหลังการผ่าตัดที่ดี   การทำเลสิกคือการผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาสายตา เช่น สายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง โดยใช้เลเซอร์ปรับรูปทรงกระจกตาให้แสงตกกระทบจุดรับภาพอย่างแม่นยำ ก่อนทำเลสิกควรเตรียมตัวให้พร้อมและตัดสินใจอย่างรอบคอบว่าจะทำเลสิกที่ไหนดี เพื่อผลลัพธ์การรักษาที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ     รู้จักกับการทำเลสิกก่อน เลสิก(LASIK) หรือ Laser in Situ Keratomileusis เป็นเทคโนโลยีการผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาสายตาที่ผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง โดยใช้เอ็กไซเมอร์เลเซอร์ (Excimer Laser) ซึ่งเป็นเลเซอร์ที่มีความยาวคลื่นสั้นในระดับอัลตราไวโอเลต มีคุณสมบัติเฉพาะที่ทำปฏิกิริยากับพื้นผิวที่สัมผัสโดยตรง โดยไม่กระจายออกด้านข้างหรือทะลุผ่านเข้าไปในลูกตา จึงมีความปลอดภัยและแม่นยำสูง หากคุณสงสัยว่าควรเตรียมตัวก่อนทำเลสิกอย่างไร และเลสิกมีกี่แบบ คำตอบคือเลสิกแบ่งออกเป็น 7 แบบ ดังนี้ Photorefractive Keratectomyวิธีนี้ไม่แยกชั้นกระจกตา แต่ลอกผิวกระจกตาชั้นนอกสุดออกก่อน จากนั้นใช้เอ็กไซเมอร์เลเซอร์ (Excimer Laser) ปรับความโค้งของกระจกตา และปิดกระจกตาด้วยคอนแท็กต์เลนส์เพื่อช่วยลดอาการระคายเคือง MicrokeratomeLASIKเทคนิคนี้ใช้ใบมีดขนาดเล็กเปิดฝากระจกตา จากนั้นใช้เอ็กไซเมอร์เลเซอร์ ปรับความโค้งของกระจกตาให้ได้ค่าสายตาที่ต้องการ แล้วปิดกระจกตากลับเข้าที่ Bladeless FemtoLASIKเทคนิคนี้ใช้เลเซอร์ Femtosecond Laser ในการเปิดฝากระจกตา และปรับความโค้งด้วยเอ็กไซเมอร์เลเซอร์โดยไม่ต้องใช้ใบมีด ทำให้การรักษามีความแม่นยำและปลอดภัยมากกว่าแบบใช้ใบมีด ReLEx SMILEเทคโนโลยีที่ใช้เลเซอร์ Femtosecond Laser ที่มีความแม่นยำสูง ไม่ต้องเปิดฝากระจกตา แต่ใช้เลเซอร์ตัดเนื้อกระจกตาเป็นชิ้นเลนส์ แล้วดึงออกผ่านแผลเล็กเพียง 2-4 มม. ซึ่งช่วยลดการรบกวนกระจกตา NanoLASIKเป็นการรักษาสายตาด้วยเลเซอร์ทุกขั้นตอน แยกชั้นกระจกตาด้วย Femtosecond Laser ไม่ใช้ใบมีด ปลอดภัย แม่นยำ เจ็บน้อย NanoRelexใช้ Femtosecond Laser สร้างแผลขนาด 2-3 มม. เพื่อนำชิ้นเนื้อ Lenticule ออก ใช้เวลาผ่าตัดน้อย หลังผ่าตัดช่วยลดอาการตาแห้ง แผลเล็กและกระจกตายังคงแข็งแรง SMILE Proคือเทคโนโลยี Femtosecond Laser รุ่นล่าสุด Visumax 800 โดยสร้างแผ่นเลนส์ติคูล (Lenticule) ใน 8-10 วินาที แล้วนำออกผ่านแผลขนาดเล็ก 2-4 มม. แล้วปรับรูปร่างกระจกตาให้แสงตกยังจอประสาทตาพอดี     การทำเลสิกเหมาะกับใครบ้าง ก่อนตัดสินใจทำเลสิก ควรทราบว่าไม่ใช่ทุกคนที่สามารถทำได้ ซึ่งผู้ที่เหมาะสมสำหรับการรักษาด้วยเลสิกควรมีอายุอย่างน้อย 18 ปี ค่าสายตาคงที่หรือไม่เปลี่ยนแปลงมากกว่า 50 (0.5D) อย่างน้อย 1 ปี รวมถึงควรเตรียมตัวก่อนทำเลสิก โดยมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการผ่าตัดแก้ไขสายตาผิดปกติด้วยเลเซอร์ จึงจะสามารถทำเลสิกได้อย่างเหมาะสม การทำเลสิกไม่เหมาะกับใคร กลุ่มคนที่ไม่เหมาะกับการทำเลสิก เพราะอาจส่งผลต่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ของการรักษา ได้แก่ ผู้ที่อายุน้อยกว่า 18 ปี ยกเว้นในกรณีที่ต้องการไปสอบเตรียมทหารหรือตำรวจ ซึ่งจะพิจารณาเป็นรายๆ ไป ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคกลุ่มรูมาตอยด์ โรคเอสแอลอี (SLE) สะเก็ดเงิน หรือ HIV ผู้ที่เป็นโรคทางจักษุ เช่น ต้อหิน ต้อกระจก ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์ ผู้ที่เป็นโรคจิตเวชหรือมีภาวะเจ็บป่วยทางจิตที่ยังอยู่ในการดูแลของแพทย์     ข้อดีของการผ่าทำเลสิก ข้อดีที่คนมีปัญหาทางสายตาควรพิจารณาผ่าตัดการทำเลสิก เพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ขณะทำการผ่าตัด มีเพียงการหยอดยาชาที่ตา ไม่มีการเย็บแผล จึงไม่รู้สึกเจ็บ ใช้เวลาในการผ่าตัดและการพักฟื้นน้อย แผลสามารถหายได้เร็ว หลังจากผ่าตัด สามารถกลับบ้านได้ทันที ไม่ต้องนอนค้างคืนที่โรงพยาบาล เลสิกสามารถแก้ไขปัญหาความผิดปกติของสายตาให้กลับมามองเห็นชัดเจนได้อย่างถาวร ชีวิตหลังทำเลสิกมองเห็นชัดเจนขึ้น ไม่ต้องใส่แว่นตาหรือคอนแท็กต์เลนส์ มีบุคลิกภาพที่ดีขึ้น ทำกิจกรรมต่างๆ งานอดิเรก และเล่นกีฬา โดยเฉพาะกีฬาทางน้ำและกีฬากลางแจ้ง ได้โดยไม่ต้องกังวล เมื่อความสามารถในการมองเห็นกลับมาชัดเจน โอกาสในการเกิดอุบัติเหตุหรืออันตรายต่างๆ จะลดลง ข้อจำกัดของการทำเลสิก ก่อนที่จะตัดสินใจทำเลสิก ควรรู้ข้อจำกัดต่างๆ ที่อาจมีผลต่อผลลัพธ์หลังผ่าตัด เพื่อให้สามารถเตรียมตัวได้อย่างเหมาะสมและเข้าใจในขอบเขตของการรักษา ดังนี้ ผลข้างเคียงจากการทำเลสิกที่อาจเกิดขึ้นได้ ราคาค่าทำเลสิกค่อนข้างสูง หลังทำเลสิก อาจมีอาการตาแห้งในบางราย จำเป็นต้องดูแลตามคำแนะนำของแพทย์     ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนทำเลสิก เพื่อให้การทำเลสิกเป็นไปได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ควรเตรียมตัวก่อนผ่าตัด ดังนี้ ศึกษาหาข้อมูลและปรึกษากับแพทย์ เริ่มต้นด้วยการหาข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่รองรับการทำเลสิกหลากหลายรูปแบบ เพื่อให้สามารถเลือกวิธีที่เหมาะสมกับความต้องการได้ รวมถึงพิจารณาถึงคุณภาพ มาตรฐาน และฝีมือของจักษุแพทย์ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกสถานที่เข้ารับบริการ   เมื่อเลือกสถานที่แล้ว ให้ทำการนัดหมายเพื่อเข้าพบแพทย์ เพื่อปรึกษาปัญหาที่เกิดขึ้น ตรวจวัดสายตาอย่างละเอียด และเลือกวิธีการทำเลสิกที่เหมาะสม รวมถึงวางแผนการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด เตรียมตัวให้พร้อมก่อนตรวจ ก่อนเข้ารับการตรวจเพื่อทำเลสิก ควรมีการเตรียมตัวเบื้องต้น ดังนี้ หากใส่คอนแท็กต์เลนส์ชนิดนิ่ม ควรถอดออกก่อนเข้ารับการตรวจอย่างน้อย 3 วัน และหากใส่คอนแท็กต์เลนส์ชนิดแข็ง ควรถอดออกก่อนอย่างน้อย 7 วัน หากใช้ยาใดๆ เป็นประจำ ควรแจ้งให้จักษุแพทย์ทราบ ในวันที่มีการตรวจสายตา ควรเตรียมแว่นกันแดดและพาผู้ดูแลมาด้วย เนื่องจากในวันนั้นจะมีการใช้ยาหยอดขยายม่านตา ซึ่งทำให้ตาพร่ามัวและไม่สามารถรับแสงได้ประมาณ 4-6 ชั่วโมง เตรียมตัวให้พร้อมก่อนผ่าตัดทำเลสิก การเตรียมตัวก่อนทำเลสิกเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ผู้เข้ารับบริการควรเตรียมตนเองให้พร้อม ดังนี้ งดใช้น้ำหอม เครื่องสำอาง ครีมบำรุงต่างๆ บริเวณรอบดวงตาก่อนวันผ่าตัด งดการทำผม เช่น การใส่น้ำมันบำรุงผม เจลใส่ผม หรือใช้เครื่องประดับใดๆ งดดื่มชาหรือกาแฟก่อนเข้ารับการผ่าตัด ดูแลและสังเกตร่างกายตนเอง หากพบความผิดปกติ เช่น ตาแดง ไม่สบาย เกิดการเจ็บป่วย เป็นต้น ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อปรึกษาเกี่ยวกับการผ่าตัด พกแว่นตากันแดดเพื่อป้องกันดวงตาจากแสงหลังการผ่าตัด     วิธีเลือกทำเลสิก ทำที่ไหนดี สิ่งที่สำคัญกว่าการเตรียมตัวก่อนทำเลสิก คือการเลือกว่าจะทำเลสิกที่ไหนดี? โดยวิธีเลือกโรงพยาบาลสำหรับทำเลสิก เพื่อให้ได้การรักษาที่มีคุณภาพและปลอดภัย ซึ่งควรพิจารณาจากปัจจัยต่อไปนี้ มีความเป็นมาตรฐาน สะอาด ปลอดภัย เพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหาการติดเชื้อหลังการผ่าตัด สถานที่ต้องมีความน่าเชื่อถือในแง่ของการประสานงานและดำเนินการต่างๆ โดยมีความเป็นมืออาชีพ อุปกรณ์ครบครันและทันสมัย โดยเฉพาะในด้านการใช้เทคโนโลยีในการดูแลรักษาและผ่าตัด จักษุแพทย์ควรมีประสบการณ์ และมีใบประกอบวิชาชีพที่ถูกต้อง มีบริการหลากหลายรูปแบบ เพื่อเป็นทางเลือกที่เหมาะสมกับผู้รับบริการ ได้รับคุณภาพและการบริการที่ดี คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป สรุป ก่อนทำเลสิกควรเตรียมตัวและรู้ข้อดี เช่น การมองเห็นที่ชัดเจนถาวร ลดการพึ่งพาแว่นตาหรือคอนแท็กต์เลนส์ ชีวิตหลังทำเลสิกจะมีความคล่องตัวมากขึ้นเวลาทำกิจกรรมต่างๆ ข้อจำกัดคือไม่สามารถทำได้สำหรับบางกลุ่ม เช่น ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี ผู้ที่มีโรคเบาหวาน สะเก็ดเงิน หรือโรคต้อหิน ควรงดใส่คอนแท็กต์เลนส์ก่อนการตรวจและผ่าตัด รวมถึงงดน้ำหอมและเครื่องสำอางก่อนวันผ่าตัด การเตรียมตัวต้องปรึกษาแพทย์ และเตรียมแว่นกันแดดไว้ใส่หลังผ่าตัด สำหรับคนที่ต้องการทำเลสิก สามารถมาได้ที่ศูนย์เลเซอร์วิชั่น Bangkok Eye Hospital (โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ)ซึ่งเป็นศูนย์รักษาสายตาผิดปกติที่มีทางเลือกครบครันในการรักษา และเน้นการบริการที่มีประสิทธิภาพ
ศูนย์เลสิก LASER VISION

วิธีดูแลดวงตาและข้อควรปฏิบัติหลังการทำเลสิก

วิธีดูแลดวงตาและข้อควรปฏิบัติหลังการทำเลสิก วิธีดูแลดวงตาและข้อควรปฏิบัติหลังการทำเลสิก      ภายหลังจากทำเลสิกเรียบร้อยแล้วต้องระมัดระวังในการกระทำกิจกรรมต่าง ๆ การดูแลรักษาดวงตาภายหลังการทำเลสิกเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยทำให้แผลที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัดหายได้เร็วยิ่งขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นต่อดวงตาหลังการผ่าตัด เลเซอร์วิชั่นขอแนะนำการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ดังต่อไปนี้   ข้อควรปฏิบัติหลังการผ่าตัดทำเลสิกในคืนแรก      อาการหลังการผ่าตัดเลสิก (LASIK) อาจจะเกิดอาการระคายเคืองดวงตา ราวกับมีเศษผงติดอยู่ในดวงตา บางท่านอาจมีอาการน้ำตาไหลประกอบด้วย ซึ่งมากหรือน้อยแตกต่างกันไปในคนไข้แต่ละท่าน โดยข้อควรปฏิบัติภายหลังการผ่าตัดทำเลสิก มีดังนี้ ภายหลังการผ่าตัด คนไข้จะได้รับการปิดฝาครอบตาเพื่อป้องกันการสัมผัสดวงตาโดยไม่ได้ตั้งใจ โดยฝาครอบตาจะมีรูเล็ก ๆ สามารถมองเห็นลอดผ่านได้ ห้ามคนไข้แกะฝาครอบตาออกเด็ดขาด คนไข้สามารถทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ ที่ไม่ได้ใช้สายตาอย่างหนักได้ตามปกติ และควรระวังไม่ให้น้ำเข้าตาโดยเด็ดขาด ไม่ควรล้างหน้า (ใช้ผ้าเช็ดหน้าแทน) สามารถอาบน้ำและแปรงฟันได้ตามปกติ คนไข้ส่วนใหญ่มักมีอาการน้ำตาไหลภายหลังการผ่าตัด และควรซับน้ำตานอกฝาครอบตาเท่านั้น หากฝาครอบตาไม่แน่น คนไข้ควรติดเทปไมโครพอร์เพิ่ม อย่างไรก็ตามคนไข้ควรนอนหลับและพักสายตาให้มากที่สุด และ ห้ามนำครอบตาออกโดยเด็ดขาดแม้ในเวลานอน ข้อควรปฏิบัติหลังการผ่าตัดทำเลสิกในช่วง 1 สัปดาห์แรก   เมื่อผ่านไป 1 วัน อาการระคายเคืองกับดวงตาและน้ำตาไหลจะลดลงการมองเห็นจะดีขึ้น โดยข้อควรปฏิบัติภายหลังการผ่าตัดทำเลสิกในช่วง 1 สัปดาห์แรก มีดังนี้ หยอดยาฆ่าเชื้อและน้ำตาเทียมทุกวันและเวลาตามที่แพทย์สั่ง ปิดฝาครอบตาก่อนนอนทุกคืนเพื่อป้องกันการเผลอขยี้ตา งดแต่งหน้า โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตา และระมัดระวังไม่ให้น้ำหรือฝุ่นละอองเข้าตา ควรใส่แว่นกันแดดเมื่อต้องอยู่ในบริเวณที่มีแสงจ้า เพื่อลดอาการเคืองตาและแสบตา ไม่ควรสระผมหรือล้างหน้าด้วยตัวเอง ควรสระผมที่ร้านสระผม และใช้สำลีชุบน้ำเกลือทำความสะอาดบริเวณรอบๆใบหน้าแทนการล้างหน้า งดการว่ายน้ำเป็นเวลา 2 สัปดาห์ และงดการดำน้ำในช่วง 1 เดือนแรกหลังทำเลสิก หากมีอาหารผิดปกติ เช่น มีการมองเห็นที่แย่ลงอย่างมาก ควรติดต่อเจ้าหน้าที่ทันที      โดยปกติ แพทย์จะนัดตรวจดูอาการอีกครั้งในวันรุ่งขึ้นภายหลังทำเลสิก และตรวจติดตามผลการรักษาตามเมื่อครบ 1 สัปดาห์, 1 เดือน, 3 เดือน, 1 ปี และ 2 ปี โดยจะมีการตรวจวัดค่าสายตา สอบถามอาการและผลข้างเคียงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ด้วยทีมแพทย์ที่มากประสบการณ์ ผ่านการทำเลสิกมาแล้วกว่า  25ปี ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ที่ Laser Vision สามารถนัดหมายและปรึกษาออนไลน์เกี่ยวกับการทำเลสิกได้ที่  02-511-2111 หรือ 02-939-6006
ศูนย์เลสิก LASER VISION

วิธีทำเลสิกเลือกด้วยตัวเองได้ไหม?

วิธีทำเลสิกเลือกด้วยตัวเองได้ไหม? วิธีทำเลสิกเลือกด้วยตัวเองได้ไหม?      หนึ่งในข้อสงสัยที่สอบถามกันเข้ามาอย่างมากมาย คือ ทำเลสิกแบบไหนดี? ฉันเลือกเองได้ไหม? หรือต้องให้หมอเลือก? ซึ่งในวันนี้ Laser Vision จะขอตอบให้เคลียร์ทุกคำถามเกี่ยวกับการทำเลสิกแต่ละวิธี และวิธีการทำเลสิกแบบไหนเป็นวิธีที่เหมาะสมกับคุณ? Laser Vision มีการให้บริการรักษาสายตาไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตาเอียง หรือสายตายาวทั้งหมด 4 รูปแบบด้วยกัน โดยแต่ละรูปแบบก็จะมีข้อจำกัดและขอบเขตในการรักษาที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้   PRK      PRK เป็นการรักษาที่เริ่มต้นมายาวนาน การรักษาสายตาด้วยวิธีนี้จะเริ่มจาก การลอกผิวกระจกตาชั้นนอกสุดก่อน จากนั้นจะใช้ Excimer Laser ทำการปรับผิวกระจกตาให้ได้ความโค้งที่พอดีกับค่าสายตา วิธีนี้จะไม่มีการแยกขั้นกระจกตา เหมาะกับการรักษาสายตาผิดปกติสำหรับผู้ที่มีสายตาสั้น สายตาเอียง หรือสายตายาวที่ไม่มากเกินไป ต้องอาศัยการพักฟื้นที่ยาวนานกว่า อย่างน้อยประมาณ 1 สัปดาห์ และอาจต้องมีการติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง   LASIK      LASIK หรือ Laser In Situ Keratomileusis เป็นการรักษาที่ได้รับการพัฒนาต่อมาจากการรักษาด้วยวิธี PRK และเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย โดยวิธีนี้จะมีขั้นตอนการแยกชั้นกระจกตาด้วยใบมีดขนาดเล็ก และเปิดชั้นกระจกตาออก จากนั้นจึงใช้ Excimer Laser ไปปรับความโค้งของผิวกระจกตาชั้นกลางเพื่อให้ได้ค่าความโค้งที่พอดี แล้วปิดกระจกตากลับเข้าตำแหน่งเดิม การรักษาด้วยวิธีเลสิกนี้ทำให้เพิ่มโอกาสในการรักษาสำหรับผู้ที่มีสายตาผิดปกติในระดับสูงได้ ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตาเอียง หรือสายตายาว และยังใช้เวลาในการพักฟื้นเพียง 1 วันก็กลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ   NanoLASIK      NanoLASIK เป็นวิธีการรักษาสายตาที่ทันสมัยมากขึ้น และได้รับความนิยมมากที่สุด วิธีนี้จะเป็นการรักษาโดยใช้แสงเลเซอร์ในทุกขั้นตอน โดยไม่จำเป็นต้องใช้ใบมีด (Bladeless) โดยขั้นตอนในการแยกชั้นกระจกตาจะใช้เลเซอร์ที่เรียกว่า Femtosecond Laser ที่มีพลังงานน้อยกว่า ในระดับนาโนจูล ในการแยกชั้นกระจกตาแทน แล้วค่อยใช้ Excimer Laser ทำการปรับผิวกระจกตาให้ได้ค่าสายตาตามต้องการ วิธีนี้สามารถเพิ่มโอกาสให้กับผู้ที่มีสายตาผิดปกติในระดับสูงได้มากขึ้น และยังช่วยลดอาการระคายเคืองได้   NanoRelex      NanoRelex ถือเป็นวิธีการรักษาสายตาที่ทันสมัยที่สุด โดยการใช้ Femtosecond Laser ยิงเข้าไปตัดแต่งเนื้อเยื่อในชั้นกระจกตาเพื่อปรับค่าสายตาให้เป็นปกติ จากนั้นนำกระจกตาส่วนเกินออกมาผ่านทางแผลขนาดเล็ก ๆ เพียง 2-3 มม. การรักษาสายตาด้วยวิธี NanoRelex นี้ จะไม่มีการแยกชั้นกระจกตา และแผลมีขนาดเล็กมาก ๆ จึงถือเป็นการรักษาที่มีความอ่อนโยนต่อดวงตามากที่สุด และยังรักษาความแข็งแรงให้กระจกตาได้ แต่วิธี NanoRelex นั้น จะเหมาะกับผู้ที่มีสายตาสั้น หรือสายตาเอียงเท่านั้น ยังไม่สามารถรักษาสายตายาวโดยกำเนิดได้      หลังจากทราบถึงความแตกต่างของการรักษาแต่ละวิธีแล้ว จะเห็นได้ว่า “ดวงตาของคุณ” จะเป็นผู้ให้คำตอบเองว่า คุณสามารถเข้ารับการรักษาสายตาด้วยวิธีใดได้บ้าง      และนอกเหนือจากข้อมูลด้านสภาพดวงตา และวิธีการรักษาสายตาแต่ละแบบแล้ว พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันของแต่ละบุคคลก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่ทีมแพทย์นำมาพิจารณาแนะนำวิธีการทำเลสิกที่เหมาะสมที่สุด การทำเลสิกแต่ละชนิดก็ยังมีข้อระวังเรื่องการดูแลหลังการรักษาและการพักฟื้นที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วย ดังนั้น การตัดสินใจว่าจะเลือกทำเลสิกวิธีใด จึงควรเป็นการตัดสินใจร่วมกันระหว่างคนไข้และแพทย์ เพื่อการมองเห็นที่ดีที่สุดของคุณ และขอให้วางใจใน Laser Vision เพราะจักษุแพทย์ของเราเป็นทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกตาและการรักษาสายตาผิดปกติโดยเฉพาะที่เปี่ยมด้วยประสบการณ์การรักษาที่ยาวนาน
ศูนย์เลสิก LASER VISION

หลังทำเลสิก ต้องดูแลตัวเองอย่างไร

หลังทำเลสิก ต้องดูแลตัวเองอย่างไร หลังทำเลสิก ต้องดูแลตัวเองอย่างไร      ภายหลังจากทำเลสิก ดวงตาของเราจะเปราะบางเป็นอย่างมาก ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากสวิซเซอร์แลนด์ NanoRelex และ NanoLASIK ที่มีการใช้เลเซอร์พลังงานต่ำ จึงทำให้อาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นภายหลังทำเลสิกลดลงอย่างเห็นได้ชัด นอกจากนี้ ด้วยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ทำเลสิกมากกว่า 26 ปี การทำเลสิกกับ Laser Vision จึงมีความละเอียดและปลอดภัยในทุกขั้นตอน ในการรักษาการมองเห็นที่สดใสของดวงตาคุณให้กลับคืนมา   อาการข้างเคียงเบื้องต้นหลังการทำเลสิก      อย่างไรก็ตามการทำเลสิกอาจจะทำให้เกิดอาการค้างเคียงภายหลังทำเลสิกให้กับคนไข้ ซึ่งอาจจะมีอาการแตกต่างกันไปแล้วแต่ละบุคคล ในระยะสั้น อาการที่พบบ่อย มีดังนี้ อาการระคายเคืองตา เป็นอาการที่พบได้ในช่วง 24 ช.ม.แรก ภายหลังทำเลสิก สามารถบรรเทาอาการได้ด้วยการพักผ่อนให้เพียงพอ ให้ใช้ทิชชู่ซับน้ำตารอบฝาครอบ หากมีน้ำตาไหลออกมา อาการนี้ส่วนใหญ่จะดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป 1 วัน สายตาไม่ชัด หรือมีอาการตาพร่ามัว อาการนี้มักเกิดขึ้นภายในสัปดาห์แรก ซึ่งเกิดมาจากอาการตาแห้งที่เกิดขึ้นจากการทำเลสิก เมื่อแผลสมานและหายดีแล้ว การมองเห็นก็จะชัดเจนดีขึ้นตามลำดับ การมองเห็นแสงไฟแตกกระจายในตอนกลางคืน อาการนี้มักพบใน 2 ลักษณะ คือ อาการมองเห็นแสงเป็นรูปแบบของแสงกระจาย (Glare) หรือ แสงรัศมีรอบดวงไฟ (Halo)  ซึ่งเกิดขึ้นจากผิวกระจกตาที่ไม่เรียบเพราะถูกแสงเลเซอร์เจียระไนปรับความโค้งของกระจกตา แต่เมื่อเวลาผ่านไป กระจกตาจะมีการปรับเนื้อเยื่อจนเรียบเนียนขึ้น แสงที่แตกก็จะหายไปเป็นปกติ ในบางท่านอาจส่งผลต่อการขับขี่ตอนกลางคืน ควรงดการขับขี่ยานพาหนะชั่วคราว อาการตาแห้ง ภายหลังจากการทำเลสิกอาจทำให้เกิดสภาวะต่อมน้ำตาผลิตน้ำตาน้อยลงกว่าปกติทำให้ตาแห้ง สามารถบรรเทาได้ด้วยการใช้น้ำตาเทียมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา ซึ่งอาการนี้ดีขึ้นและหายไปเมื่อเวลาผ่านไป   อาการข้างเคียงอื่น ๆ ที่อาจะเป็นกังวล ควรพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทันที      ถ้าหากคนไข้พบอาการในลักษณะดังกล่าวต่อไปนี้ ควรติดต่อแพทย์และปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทันที อาการปวดตา หรือเคืองตา ตาบวม หรือ ตาแดงมากขึ้น กว่าวันแรกหลังผ่าตัด พบว่า ตามัวลง และมีสีของขี้ตาผิดปกติ ได้รับอุบัติเหตุโดนกระแทกบริเวณตาข้างที่ทำผ่าตัด      ถึงแม้ว่าเทคโนโลยีสามารถช่วยให้อาการค้างเคียงที่เกิดขึ้นลดน้อยลง แต่อย่างไรก็ตามดวงตาภายหลังการทำเลสิกยังมีความเปราะบาง จำเป็นต้องใช้เวลาและดูแลรักษาอย่างอ่อนโยนเพื่อฟื้นฟูดวงตาให้กลับมาใช้งานได้อย่างเต็มที่ ดวงตาเป็นอวัยวะที่สำคัญ การเลือกทำเลสิกควรเลือกสถานที่ศูนย์เลสิกที่สะอาด มาตรฐาน มีประสบการณ์ดำเนินการโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาโดยตรง มีเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาได้อย่างละเอียดครบถ้วนทุกขั้นตอนตั้งแต่ก่อนทำเลสิก และหลังทำเลสิก
ศูนย์เลสิก LASER VISION

มารู้จักกับโรคตาแห้ง

มารู้จักกับโรคตาแห้ง มารู้จักกับโรคตาแห้ง      น้ำตา มีความสำคัญในการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา ช่วยให้เรามองเห็นภาพชัดเจนโดยทำให้แสงผ่านกระจกตาได้ดี และนำออกซิเจนมาเลี้ยงกระจกตา รวมทั้งช่วยป้องกันการติดเชื้อและสิ่งแปลกปลอม      ตาแห้ง พบได้บ่อย เกิดจากความผิดปกติของน้ำตา อาจมีปริมาณน้ำตาไม่เพียงพอหรือมีการระเหยของน้ำตาที่มากเกินไป ก่อให้เกิดการบาดเจ็บที่ผิวกระจกตาและเกิดอาการไม่สบายตา      อาการที่บอกว่า ตาเราเริ่มแห้ง อาจมีตั้งแต่แสบตา ระคายเคืองตา เหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในตา ตาแดง เจ็บ พร่ามัวลงแต่ดีขึ้นเมื่อกระพริบตา หรือรู้สึกฝืดๆ หนักๆตา ลืมตาลำบาก ล้าหรือมีอาการน้ำตาไหลมากก็เป็นได้      สาเหตุของการเกิดตาแห้งนั้นมีหลากหลาย ได้แก่ อายุที่เพิ่มมากขึ้น เพศหญิงพบได้บ่อยกว่า ยาบางชนิด เช่น ยารักษาภูมิแพ้ การเพ่งหรือใช้สายตาติดต่อกันนานๆ เช่นใช้คอมพิวเตอร์ การอยู่ในที่ๆมีฝุ่นละอองและควัน ลมแรงและแสงจ้า ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ หรือหลังทำเลสิกระยะแรก หรือจากโรคบางชนิด เช่น เบาหวาน ผิวตาเสื่อมจากสารเคมีหรือหลังการแพ้ยาแบบรุนแรง   วิธีการรักษาตาแห้งมีหลากหลาย ดังนี้ หลีกเลี่ยงภาวะที่ทำให้เกิดอาการ เช่น เลี่ยงการโดนลมแรง ฝุ่นควัน แสงจ้า ด้วยการใส่แว่นกันแดด กันลม หลีกเลี่ยงการใส่คอนแทคเลนส์เป็นเวลานานๆ พักสายตาหรือกระพริบตาบ่อยๆ หรือหลับตาพักเป็นระยะๆ อย่างน้อย 1 นาที ทุก ½-1 ชั่วโมง หากต้องใช้สายตาติดต่อกันนานๆ ใช้น้ำตาเทียม ซึ่งมีหลายชนิด มีทั้งชนิดน้ำ (ใช้กลางวัน) และชนิดขี้ผึ้งหรือเจล (ใช้กลางคืน) น้ำตาเทียมจะแยกเป็นชนิดที่มีสารกันเสีย (รูปแบบขวด) ไม่ควรหยอดเกิน 4-5 ครั้งต่อวัน หรือชนิดที่ไม่มีสารกันเสีย (แบบกระเปาะ)ซึ่งสามารถใช้ได้บ่อยๆ โดยการเลือกน้ำตาเทียมขึ้นอยู่กับความรุนแรงของอาการ เนื่องจากแต่ละชนิดมีคุณสมบัติแตกต่างกัน การใช้ยาหยอดบางชนิดเพื่อช่วยเพิ่มปริมาณน้ำตา เช่น cyclosporine หรือการใช้ยารักษาภาวะเปลือกตาอักเสบที่พบเป็นสาเหตุของน้ำตาระเหยเร็ว ร่วมกับการให้ประคบอุ่นทำความสะอาดขอบตา การอุดท่อระบายน้ำตาที่บริเวณหัวตา ทำให้น้ำตาอยู่ในดวงตาเพิ่มขึ้น มีทั้งแบบชั่วคราวและถาวร ใช้ในรายที่มีอาการตาแห้งรุนแรงหรือเรื้อรัง      โดยสรุป ตาแห้งเป็นโรคซึ่งไม่เป็นอันตรายไม่ถึงกับทำให้ตาบอด แต่จะน่ารำคาญ รบกวนการดำรงชีวิตประจำวันของผู้ป่วย แต่ก็มีวิธีหลากหลายวิธีที่ช่วยให้อาการดีขึ้น และสามารถดำรงชีวิตประจำวันได้อย่างมีความสุขขึ้น ช่วงนี้ลมหนาวใกล้มา อากาศมักจะแห้งมากขึ้น อย่าลืมดูแลรักษาสุขภาพตาให้ชุ่มชื้นด้วยนะคะ ถ้าสงสัยว่าตาเราแห้งหรือไม่ สามารถมาพบจักษุแพทย์เพื่อวินิจฉัยและให้การรักษาต่อไป
ศูนย์เลสิก LASER VISION

คลายข้อกังวลก่อนทำเลสิกกับทีมแพทย์ Laser Vision

คลายข้อกังวลก่อนทำเลสิกกับทีมแพทย์ Laser Vision คลายข้อกังวลก่อนทำเลสิกกับทีมแพทย์ Laser Vision      เมื่อปัญหาสายตาสร้างความรำคาญเกินแก้ การทำเลสิกก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการแก้ปัญหาสายตาแบบถาวร แต่หลายคนก็ยังคงเป็นกังวลถึงหลายปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการทำเลสิก วันนี้ทาง Laser vision จะมาเคลียร์ทุกปัญหาความกังวลของท่าน ทั้งก่อนทำและหลังทำให้ชัดเจนกันไปเลย   ทำเลสิกแล้วเจ็บไหม ?      คำถามนี้เป็นอีกหนึ่งคำถามที่พบบ่อยและถามเข้ามากันอย่างมากมาย แน่นอนว่าเมื่อพูดถึงคำว่า “ผ่าตัด” หลายคนก็คงนึกถึงภาพของแพทย์ที่รายล้อม ก่อนที่จะลงมือทำอะไรบางอย่างกับร่างกายของเรา ซึ่งแค่คิดก็เสียวแปล๊บขึ้นมาแล้ว แต่ต้องขอบอกเลยว่า การผ่าตัดสายตาหรือการทำเลสิกไม่มีอะไรแบบนั้นอย่างแน่นอน เทคโนโลยีเลสิกเกิดขึ้นมากว่า 30 ปีมาแล้ว ซึ่งในปัจจุบันบอกได้เลยว่า การทำเลสิกไม่มีเจ็บอย่างแน่นอน นอกจากนี้สำหรับใครที่กลัวใบมีด เรายังมีเทคโนโลยีแบบไร้ใบมีด ใช้เลเซอร์พลังงานต่ำทุกขั้นตอน อ่อนโยนกับดวงตาแบบสุด ๆ   ต้องใช้เวลาพักนานเท่าไหร่ ? มีอะไรที่ห้ามทำบ้าง ?      หลายคนอาจจะคงติดภาพหลังจากทำเลสิกเสร็จแล้วต้องใส่ที่ครอบตา (Eyes Shield) ผักผ่อนอยู่บ้านเป็นเวลานานเกือบสัปดาห์ แต่ความจริงแล้วการทำเลสิกในปัจจุบัน ใช้เวลาพักฟื้นเพียง 1 คืน ก็เพียงพอแล้ว และสามารถกลับไปใช้ชีวิตทำกิจกรรมแบบปกติได้ ยกเว้นแต่กิจกรรมที่เสี่ยงต่อการทำให้ฝุ่นเข้าตา กิจกรรมทางน้ำ และใช้ยาหยอดตาทุกครั้งตามที่จักษุแพทย์แนะนำ ส่วนที่ครอบตาก็ใส่แค่ช่วงก่อนนอน เพื่อกันการขยี้ตาแบบไม่รู้สึกตัวตอนหลับ จักษุแพทย์จะนัดมาเพื่อติดตามอาการเพื่อประเมินว่าสามารถล้างหน้าสระผมโดนน้ำได้แล้ว ประมาณ 1 สัปดาห์ เท่านั้นเอง ในส่วนของกิจกรรมเอ็กซ์ตรีม เมื่อครบ 1 เดือน จักษุแพทย์จะนัดมาเพื่อติดตามอาการเพื่อประเมินว่าสามารถทำกิจกรรมเอ็กซ์ตรีม และทางน้ำได้หรือไม่ ส่วนใหญ่แผลจากการทำเลสิกจะหายสนิทเมื่อเวลาผ่านไป 1 เดือน    เลสิกทำครั้งเดียวจบจริงหรือ ?      การทำเลสิกถูกออกแบบมาให้ทำครั้งเดียวจบ ด้วยการเข้าไปผ่าตัดกระจกตา และปรับการมองเห็นให้มามีสภาพปกติดังเดิม อย่างไรก็ตามเมื่ออายุมากขึ้น หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะมีปัญหาสายตาเกิดขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งปัญหาสายตาที่เกิดขึ้นตามอายุเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากกล้ามตาที่เสื่อมไปตามอายุ ทำให้ไม่สามารถโฟกัสการมองเห็นได้เหมือนเดิม ดังนั้นแล้วคำแนะนำจากแพทย์จึงแนะนำการทำเลสิกสำหรับผู้ที่อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป เนื่องจากจะมีค่าสายตาที่คงที่ อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากสายตาที่เสื่อมตามอายุแล้ว ควรระวังโรคเกี่ยวกับตาต่าง ๆ เช่น โรคตาแห้ง หรือ โรคต้อหิน หมั่นตรวจตากับจักษุแพทย์เป็นประจำทุกปี เพื่อสุขภาพตาที่ดีและยืนยาวของคุณ

ที่อยู่

Laser Vision International LASIK Center

10/989 ซ.ประเสริฐมนูกิจ 33 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10230

ช่องทางติดต่อ

Line
calling
ติดต่อเรา :