มุมสุขภาพตา

เรียงตาม

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก แม่นยำด้วย AI (อัปเดตปี 2026)

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก | ศูนย์เลสิก Laser Vision การตัดสินใจทำเลสิก เป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคน ไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัดขึ้น แต่รวมถึงความกังวลเรื่องความปลอดภัย ความเจ็บ และผลลัพธ์ในระยะยาว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า เลสิกไร้ใบมีด ถูกค้นหามากขึ้นอย่างชัดเจน และชื่อที่มักถูกพูดถึงควบคู่กันก็คือ SMILE Pro SMILE Pro 2.0 คืออะไร? คำตอบของการทำเลสิกปี 2026 ที่คนค้นหามากที่สุด ในปี 2026 เทคโนโลยีนี้ได้พัฒนาไปอีกขั้นในชื่อ SMILE Pro 2.0 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดความคลาดเคลื่อน และทำให้ผลลัพธ์การมองเห็นเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมที่ Laser Vision เลือกนำเทคโนโลยี SMILE Pro มาใช้ในการแก้ไขปัญหาสายตาสั้นให้กับคนไข้ในปัจจุบัน การตัดสินในทำเลสิกเป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคนไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัด เลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) คืออะไร? SMILE Pro เป็นการทำเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) โดยใช้เลเซอร์ทุกขั้นตอน ไม่ต้องเปิดฝากระจกตาเหมือนเลสิกแบบเดิม แพทย์จะใช้เลเซอร์สร้างชิ้นเนื้อเลนส์เล็ก ๆ ภายในกระจกตา แล้วนำออกผ่านแผลขนาดประมาณ 2 มิลลิเมตร ด้วยแผลที่เล็กมาก ทำให้โครงสร้างกระจกตาถูกรบกวนน้อยลง หลายคนจึงรู้สึกฟื้นตัวเร็ว สบายตา และมีโอกาสเกิดอาการตาแห้งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการทำเลสิกแบบเปิดฝากระจกตา ทำไม SMILE Pro ถึงเป็นเลสิกที่หลายคนเลือก เหตุผลสำคัญที่ทำให้ SMILE Pro ได้รับความนิยม คือความรู้สึกสบายใจตั้งแต่ก่อนทำ เพราะเป็นเลสิกที่ไม่ใช้ใบมีด และไม่ต้องเปิดฝากระจกตา รวมถึงตัวเครื่อง (VisuMax 800) ถูกออกแบบมาให้เปิดโล่ง เหมาะกับคนขี้กลัว หรือกลัวที่แคบ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ใช้เวลายิงเลเซอร์ เพียงแค่ 8 วินาทีต่อข้าง เหมาะกับคนที่กลัวการทำเลสิก แผลเล็ก ช่วยให้กระจกตาแข็งแรงในระยะยาว ลดโอกาสเกิดอาการตาแห้ง หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างเร็ว SMILE Pro 2.0 ช่วยเพิ่มความแม่นยำได้อย่างไร หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ SMILE Pro 2.0 คือการออกแบบระบบให้ทุกขั้นตอนเชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่อง ลดความคลาดเคลื่อน และเพิ่มความแม่นยำในการรักษาแบบเลสิกไร้ใบมีดอย่างเห็นได้ชัด 1. ข้อมูลส่งตรง ลดความผิดพลาดจากมนุษย์ (Seamless Data Transfer) ข้อมูลสายตาที่ได้จากการตรวจวัด จะถูกส่งเข้าสู่เครื่องเลเซอร์โดยตรงผ่านระบบของ ZEISS โดยไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำ ลดโอกาสเกิดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูล ทำให้แผนการรักษาตรงกับค่าสายตาจริงมากขึ้น ผลลัพธ์มีความสม่ำเสมอในทุกเคส 2. วางแผนการรักษาอย่างแม่นยำ ด้วยข้อมูลระดับโลก (Integrated Planning) ระบบจะนำข้อมูลสายตาของคนไข้มาวิเคราะห์ร่วมกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่จากทั่วโลก ช่วยวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) เพิ่มความแม่นยำในการแก้ไขสายตาเอียง โดยเฉพาะเคสที่ซับซ้อน ช่วยให้ผลลัพธ์หลังทำเลสิกมีความเสถียรและคมชัดมากขึ้น 3. ระบบช่วยเพิ่มความคมชัดระหว่างการรักษา (Precision Systems) SMILE Pro 2.0 มาพร้อมระบบอัจฉริยะที่ช่วยควบคุมความแม่นยำในระหว่างการยิงเลเซอร์ CentraLign® ช่วยจัดตำแหน่งการยิงเลเซอร์ให้ตรงกับจุดศูนย์กลางการมองเห็นจริง ไม่ใช่แค่ตำแหน่งรูม่านตา OcuLign® ช่วยชดเชยการหมุนของลูกตาแบบอัตโนมัติในระหว่างการรักษา ทำให้เลเซอร์ยิงได้ตรงตำแหน่งตลอดเวลา ขอบคุณภาพจากบริษัท Carl Zeiss Co., Ltd SMILE Pro 2.0 ต่างจากเทคโนโลยีเลสิกแผลเล็กแบบเดิมอย่างไร เทคโนโลยี ปีที่เปิดตัว เครื่องเลเซอร์ จุดเด่นสำคัญ ReLEx SMILE 2011 VisuMax 500 จุดเริ่มต้นเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก 2–3 มม. ไม่เปิดฝากระจกตา ใช้เวลา 23 วินาที/ข้าง SMILE Pro 2021 VisuMax 800 เลเซอร์ความเร็วสูง 2 MHz ใช้เวลาเพียง 8 วินาที / ข้าง พร้อมระบบจัดกึ่งกลางอัตโนมัติ SMILE Pro 2.0 2025 VisuMax 800 ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เชื่อมต่อข้อมูล Cloud + Big Data เพิ่มความแม่นยำสูงสุดด้วย CentraLign® และ OcuLign® SMILE Pro 2.0 คือก้าวสำคัญของเลสิกแผลเล็ก ที่ผสาน ความเร็ว ความแม่นยำ และ มีระบบอัจฉริยะ AI-driven planning เข้าด้วยกัน ทำไมหลายคนเลือกทำ SMILE Pro 2.0 ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital นอกจากเทคโนโลยีแล้ว ความเชี่ยวชาญของแพทย์และมาตรฐานของโรงพยาบาลก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital ทีมจักษุแพทย์มีประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประสบการณ์รักษาคนไข้ทางด้านสายตามากกว่า 28 ปี และโรงพยาบาลยังผ่านการรับรองมาตรฐาน AACI จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยและคุณภาพการรักษาในระดับสากล การผสานระหว่างประสบการณ์ทางการแพทย์และเทคโนโลยี SMILE Pro 2.0 ทำให้คนไข้มั่นใจได้ว่า การทำเลสิกไม่ได้จบแค่เห็นชัด แต่ต้องปลอดภัยและดูแลได้ในระยะยาว Q : SMILE Pro 2.0 เหมาะกับใคร?A : เหมาะกับผู้ที่มีสายตาสั้นหรือสายตาเอียง และต้องการเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก ฟื้นตัวไว Q : ทำ SMILE Pro 2.0 เจ็บไหม?A : ระหว่างทำจะมีการหยอดยาชา คนไข้ส่วนใหญ่รู้สึกเพียงแรงกดเล็กน้อย และใช้เวลาไม่นาน Q : หลังทำต้องพักฟื้นนานแค่ไหน?A : ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายใน 1–2 วัน รับชมวีดีโอ SMILE Pro 2.0 *หากวิดีโอไม่แสดงผล คลิก ที่นี่ ถ้าคุณกำลังมองหาเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็กในปี 2026 การตรวจประเมินสายตาอย่างละเอียดกับจักษุแพทย์ จะช่วยให้รู้ว่า SMILE Pro 2.0 เหมาะกับคุณหรือไม่ และช่วยให้คุณเลือกวิธีการทำเลสิกได้อย่างสบายใจที่สุด ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ 📞 Call Center : 02-511-2111 ADD LINE 🏥 โรงพยาบาลเปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น. บทความโดย รศ.นพ. อนันต์ วงศ์ทองศรี ประธานกรรมการบริหาร (CEO) และจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา (LASIK) ประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประวัติแพทย์ นัดหมายปรึกษา
อ่านเพิ่มเติม
ศูนย์เลสิก LASER VISION

How to ดูแลสุขภาพตาหลังทำงานเสร็จ

How to ดูแลสุขภาพตาหลังทำงานเสร็จ หลังจากทำงานเหน็ดเหนื่อยกันมาทั้งวันแล้ว หลายคนรู้สึกมีอาการสายตาล้า โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ต้องใช้สายตาเยอะๆ อย่างพนักงานออฟฟิศที่มีโอกาสประสบปัญหาเรื่องสุขภาพตา ไม่ว่าจะเป็น ตาแห้ง สายตาล้า อาการแพ้แสง และอื่นๆ วันนี้ Laser Vision จะมาแนะนำ วิธี ดูแลสุขภาพตาหลังทำงานเสร็จกัน   1. พักสายตา : หลังจากทำงานเสร็จแล้วเพื่อนๆ ควรพักสายตาจากจอคอม หรือโทรศัพท์อย่างน้อย 20-30 นาทีเพื่อให้สายตาไม่ต้องเจอแสงสว่างจากอุปกรณ์เหล่านั้นต่อเนื่องอีก โดยการออกไปเดินเล่นมองต้นไม้สีเขียวจะช่วยให้รู้สึกสบายตามากขึ้น   2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ช่วยบำรุงสายตา : การทานอาหารเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ง่าย ๆ เพื่อบำรุงสายตาของทุกคน ดังนั้นควรเลือกอาหารที่มีวิตามิน A, C, E และอื่นๆ เพื่อช่วยบำรุงสายตา ไม่ว่าจะเป็น ทูน่า แครอท ผักชนิดต่าง ๆ   3. ออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ : เป็นอีกหนึ่งข้อที่สำคัญไม่แพ้กัน เพราะการออกกำลังกายช่วยให้สุขภาพแข็งแรง แน่นอนว่ารวมถึงสุขภาพตาของด้วยนะ นอกจากนี้การพักผ่อนให้เพียงพอก็สำคัญเช่นเดียวกัน ยิ่งเราพักผ่อนเพียงพอ ดวงตาได้พักผ่อนเต็มที่  จากการทำงานช่วยให้สุขภาพตาดีขึ้นได้เป็นอย่างดีเลย   4. แต่ที่สำคัญเลยมาก ๆ ก็คือ การตรวจสุขภาพตาประจำปี  โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีปัญหาเรื่องสายตาเช่น คนใส่แว่น สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง และอื่นๆ ที่ต้องตรวจสุขภาพตาสม่ำเสมอเพื่อให้เรารู้ว่าเป็นอย่างไร เราใช้งานหนักและผิดวิธีไหม เพราะสุขภาพตาเป็นเรื่องที่ไม่ควรเสี่ยง   ส่วนใครไม่อยากใส่แว่น หรือไม่อยากกังวลกับการใช้แว่นแล้วเกิดปัญหา Laser Vision มีทางออก อย่างการทำเลสิกด้วยเทคโนโลยี NanoRelex ที่ทันสมัยที่สุดในเวลานี้ ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที โลกคุณจะสดใสขึ้นกว่าเดิม
ศูนย์เลสิก LASER VISION

ดูแลดวงตาง่าย ๆ กับ 5 เมนูอาหารบำรุงสายตา

ดูแลดวงตาง่าย ๆ กับ 5 เมนูอาหารบำรุงสายตา การดูแลสายตาให้มีสุขภาพที่ดี อยู่ตลอดนั้นมีอยู่หลายวิธี แต่วันนี้ Laser Vision จะเริ่มกับสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ง่าย และทำได้ทุกวันอย่างเรื่องการกิน   วันนี้เราขอรวบรวม 5 เมนูอาหารที่มีส่วนช่วยบำรุงสายตามาให้ รับรองนอกจากอร่อยแล้วยังได้สุขภาพอีกด้วย โดยหลังทำเลสิก 4 -5 ชั่วโมงแรกสายตาคุณจะอยู่ในช่วงปรับตัว อาจทำให้มองเห็นภาพแบบเบลอ หรือไม่ชัด แต่หลังจากการพักฟื้นเพียง 1 วัน สายตาคุณจะดีขึ้นแบบชัดเจน   1. ส้มตำ หลายคนเอะใจแน่นอน อาหารอย่างส้มตำช่วยบำรุงสายตาได้ด้วยหรอ? ในส้มตำที่มีส่วนผสมของแครอท โดยเบต้าแคโรทีน วิตามินเอ และลูทีน ที่อยู่ในแครอทมีฤทธิ์ในการดูแลสุขภาพดวงตาโดยตรง   2. แซนวิชโฮลวีททูน่า เป็นอาหารบำรุงสายตาชั้นเยี่ยมอีกหนึ่งเมนู โดยเฉพาะเป็นอาหารเช้าที่ไม่หนักท้อง และได้ประโยชน์เต็มๆ กับสุขภาพตา เพราะเนื้อทูน่านั้นอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่จะช่วยป้องกันความผิดปกติของดวงตา ไม่ว่าจะเป็น การเสื่อมสภาพของกระจกตก เป็นต้น   3. สลัดโรลแครอท อีกหนึ่งเมนูที่เหมาะกับการกินได้ทุกมื้อที่มาพร้อมส่วนผสมหลักอย่างแครอทที่ช่วยบำรุงสุขภาพตาโดยตรงอีกเช่นเคย และยังช่วยให้กระจกตาใสอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยป้องกันตาแห้ง และ โรคตาบอดกลางคืนได้ด้วย    4. ยำแซลม่อน แค่ได่ยินชื่อเมนูก็น่ากินแล้ว นอกจากความอร่อยแล้ว แซลม่อนยังอุดมไปด้วย DHA ที่เป็นกรดที่อยู่ในจอประสาทตา ที่จะช่วยไม่ให้คุณตาแห้ง แถมยังมีโอเมก้า 3 ที่ช่วยบำรุงสายตา ยิ่งกินยิ่งดี   5. ผัดผักรวมมิตร เมนูสุดคลาสิกที่เด็กทานได้ ผู้ใหญ่ทานดี ซึ่งในเมนูนี้มาพร้อมประโยชน์เรื่องสายตาแบบจัดเต็มเลย  ไม่ว่าจะเป็น แครอท คะน้า ผักบุ้ง และกะกล่ำดอก ที่อุดมไปด้วยวิตามินต่างๆ และสารอาหารที่ข่วยบำรุงสายตาได้แบบเต็มๆ เรียกได้ว่าเป็นเมนูบำรุงสายตาเลยก็ว่าได้    ใครที่อ่านจบแล้วอย่าลืมไปหาเมนูเหล่านี้มาทานกันด้วยนะ
ศูนย์เลสิก LASER VISION

ทำเลสิกด้วยเทคโนโลยี NanoRelex ใช้เวลากี่วันหายกันนะ

ทำเลสิกด้วยเทคโนโลยี NanoRelex ใช้เวลากี่วันหายกันนะ การทำเลสิกแบบ NanoRelex เทคโนโลยีขั้นสูงจาก Laser Vision    หลังเข้ารับการรักษาแล้ว สายตาของคุณจะเริ่มมองเห็นชัดกว่าเดิม และฟื้นฟูได้ถึง 75% ภายในวันเดียว  โดยหลังทำเลสิก 4 -5 ชั่วโมงแรกสายตาคุณจะอยู่ในช่วงปรับตัว อาจทำให้มองเห็นภาพแบบเบลอ หรือไม่ชัด แต่หลังจากการพักฟื้นเพียง 1 วัน สายตาคุณจะดีขึ้นแบบชัดเจน   1. สำหรับใครที่ต้องขับรถยนต์ไปทำธุระหรือไปทำงาน ควรพักสัก 1 วันก่อนขับรถ แต่ถ้าจะให้สายตาฟื้นตัวอย่างเต็มที่ ก็อาจจะต้องพัก 3 - 5 วันปลอดภัย และที่สำคัญใช้เวลารักษาและพักฟื้นไม่นาน 2. การออกกำลังกายที่ควรพัก 3 - 5 วัน ก่อนกลับไปออกกำลังกายเหมือนเดิม อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่หนักเกินไปในช่วงแรก และที่สำคัญต้องระวังมือของตัวเองไม่ให้ไปสัมผัสโดนดวงตาด้วย 3. สำหรับการขึ้นเครื่องบิน สามารถขึ้นเครื่องบินได้เลย ไม่มีปัญหา!   แต่การฟื้นฟูของสายตาของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย จึงควรมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยแนะนำอย่างใกล้ชิด เป็นอย่างไรบ้าง NanoRelex นอกจากใช้เวลาในการทำไม่นานแล้ว ยังให้ผลลัพธ์และมีประสิทธิภาพดี แผลเล็กมากจึงทำให้หายไวสุด ๆ  
ศูนย์เลสิก LASER VISION

ทำไมนักกีฬาระดับโลกถึงเลือกทำเลสิกแบบ NanoRelex

ทำไมนักกีฬาระดับโลกถึงเลือกทำเลสิกแบบ NanoRelex เพื่อน ๆ เคยสงสัยกันไหมว่า ทำไมนักกีฬาระดับโลก หรือนักกีฬามืออาชีพไม่ใส่แว่นสายตาและมีสายตาดีกันทุกคนเลยหรือเปล่านะ?    จริงๆแล้ว นักกีฬาหลายคนก็ไม่ได้มีค่าสายตาที่ดีตั้งแต่แรก แต่พวกเขาเลือกที่จะทำเลสิกเพื่อช่วยให้มีค่าสายตาที่ดีกว่าเดิม เพราะการมองเห็นที่ชัดเจนย่อมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเล่นกีฬา    และสำหรับ NanoRelex เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในเวลานี้ เป็นเทคโนโลยีการทำเลสิกที่ตอบโจทย์เหล่านักกีฬาทั้งหลายเป็นอย่างมาก เนื่องจาก เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่ แม่นยำ แผลเล็ก และปลอดภัย และที่สำคัญใช้เวลารักษาและพักฟื้นไม่นาน   อย่างที่รู้กันว่านักกีฬาบางคนมีทัวร์นาเมนต์แข่งขันเกือบตลอดทั้งปี ทำให้การทำเลสิกแบบนี้จึงช่วยตอบโจทย์เรื่องผลลัพธ์ และระยะเวลาการรักษา ช่วยให้สามารถกลับไปซ้อม หรือลงแข่งขันได้เร็วกว่าการทำเลสิกประเภทอื่น ๆ   
ศูนย์เลสิก LASER VISION

หลังทำ NanoRelex เสร็จแล้วต้องดูแลสุขภาพตาอย่างไร

หลังทำ NanoRelex เสร็จแล้วต้องดูแลสุขภาพตาอย่างไร หลังทำ NanoRelex เสร็จแล้วต้องดูแลสุขภาพตาอย่างไร   1. ควรใส่แว่นกันแดดหลังทำเลสิกเป็นเวลา 1 สัปดาห์ เพราะว่าอยู่ในช่วงที่ดวงตาของเรากำลังฟื้นฟูตัวเอง และยังไม่สามารถรับแสงUV หนักๆ ได้    2. งดการใส่คอนแทคเลนส์อย่างน้อยเป็นเวลา 1 เดือน เพื่อให้ดวงตาของคุณฟื้นฟูได้สมบูรณ์และดีที่สุด   3. งดการใช้โทรศัพท์ การอ่านหนังสือ และอื่น ๆ เป็นเวลานาน เพราะช่วงนี้ดวงตาต้องฟื้นฟู และควรพักสายตา เลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้สายตาหนัก ๆ ในช่วงอาทิตย์แรก   4. งดแต่งหน้าสัก 1 สัปดาห์ เพราะขณะที่ดวงตาฟื้นฟูนั้นไม่ควรให้มีสารเคมีหรือผงและเศษเครื่องสำอางค์เข้าตา อาจทำให้เราเผลอตัวเอามือไปขยี้ที่ดวงตาได้ด้วย   5. งดสูบบุหรี่ ควันที่เป็นพิษจากบุหรี่เมื่อลอยเข้าไปที่ดวงตาอาจทำให้เกิดอาการระคายเคือง และพิษจากควันบุหรี่อาจส่งผลทำให้ตาอักเสบได้เช่นกัน   เป็นอย่างไรบ้าง ดูแลดวงตาหลังทำเลสิกแบบ NanoRelex ไม่ยากอย่างที่คิดใช่ไหม?   อุ่นใจได้ในทุกขั้นตอนการบริการที่ Laser Vision เพราะนอกจากเทคโนโลยีที่ทันสมัยแล้วยังมีเจ้าหน้าที่และทีมแพทย์ผู้ชำนาญการที่จะคอยให้คำแนะนำตั้งแต่ก่อนทำจนหลังทำเลสิกเสร็จ    
ศูนย์เลสิก LASER VISION

อย่าเสี่ยง! ทำไมไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์ที่หมดอายุไปแล้ว

อย่าเสี่ยง! ทำไมไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์ที่หมดอายุไปแล้ว หลายคนอาจเห็นว่าคอนแทคเลนส์ที่หมดอายุแล้ว บางครั้งยังดูดีเหมือนว่าจะยังใส่ต่อไปได้อยู่ แต่จริงๆแล้ว อันตรายกว่าที่คิด บอกเลยว่าทางที่ดีไม่ควรเสี่ยง   เพราะอย่างแรกเลย คือ ผลกระทบต่อดวงตาของเราจากการที่เราใส่คอนแทคเลนส์ที่หมดอายุไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคุณภาพ และประสิทธิภาพของคอนแทคเลนส์ที่ไม่ดีเท่าเดิม หรือไม่ดีเลย อาจทำให้เยื่อตา หรือดวงตาของเราได้รับความเสียหาย อีกทั้งอาจมีเชื้อแบคทีเรียต่าง ๆ อยู่ที่คอนแทคเลนส์อีกด้วย ส่งผลให้เกิดอาการแพ้ มองเห็นไม่ชัด และดวงตาติดเชื้อได้ ต่อมาจะทำให้ดวงตาของคุณแห้งง่ายกว่าเดิมมากขึ้น หรือเร็วขึ้น ทำให้ต้องหยดน้ำตาเทียมบ่อย ๆ และเกิดอาการระคายเคืองที่ตา  ส่งผลต่อดวงตาของเราทั้งหมด ดังนั้นเราจึงไม่ควรใช้คอนแทคเลนส์หมดอายุเพราะจะส่งผลเสียในระยะยาวหากยังใส่อยู่บ่อย ๆ อย่าลืมเช็คให้ดีนะ ว่าคอนแทคเลนส์ที่ใส่อยู่ หมดอายุเมื่อไหร่? แน่นอนว่าเรื่องนี้สามารถป้องกันได้ เริ่มจากเราต้องเลือกซื้อคอนแทคเลนส์ที่เหมาะสมกับการใช้งาน และดูวันหมดอายุการใช้งานว่าหมดเมื่อไหร่ รวมถึงปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ Laser Vision เพื่อรับคำแนะนำต่าง ๆ ในการเลือกซื้อคอนแทคเลนส์    

ที่อยู่

Laser Vision International LASIK Center

10/989 ซ.ประเสริฐมนูกิจ 33 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10230

ช่องทางติดต่อ

Line
calling
ติดต่อเรา :