มุมสุขภาพตา

เรียงตาม

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก แม่นยำด้วย AI (อัปเดตปี 2026)

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก | ศูนย์เลสิก Laser Vision การตัดสินใจทำเลสิก เป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคน ไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัดขึ้น แต่รวมถึงความกังวลเรื่องความปลอดภัย ความเจ็บ และผลลัพธ์ในระยะยาว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า เลสิกไร้ใบมีด ถูกค้นหามากขึ้นอย่างชัดเจน และชื่อที่มักถูกพูดถึงควบคู่กันก็คือ SMILE Pro SMILE Pro 2.0 คืออะไร? คำตอบของการทำเลสิกปี 2026 ที่คนค้นหามากที่สุด ในปี 2026 เทคโนโลยีนี้ได้พัฒนาไปอีกขั้นในชื่อ SMILE Pro 2.0 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดความคลาดเคลื่อน และทำให้ผลลัพธ์การมองเห็นเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมที่ Laser Vision เลือกนำเทคโนโลยี SMILE Pro มาใช้ในการแก้ไขปัญหาสายตาสั้นให้กับคนไข้ในปัจจุบัน การตัดสินในทำเลสิกเป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคนไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัด เลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) คืออะไร? SMILE Pro เป็นการทำเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) โดยใช้เลเซอร์ทุกขั้นตอน ไม่ต้องเปิดฝากระจกตาเหมือนเลสิกแบบเดิม แพทย์จะใช้เลเซอร์สร้างชิ้นเนื้อเลนส์เล็ก ๆ ภายในกระจกตา แล้วนำออกผ่านแผลขนาดประมาณ 2 มิลลิเมตร ด้วยแผลที่เล็กมาก ทำให้โครงสร้างกระจกตาถูกรบกวนน้อยลง หลายคนจึงรู้สึกฟื้นตัวเร็ว สบายตา และมีโอกาสเกิดอาการตาแห้งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการทำเลสิกแบบเปิดฝากระจกตา ทำไม SMILE Pro ถึงเป็นเลสิกที่หลายคนเลือก เหตุผลสำคัญที่ทำให้ SMILE Pro ได้รับความนิยม คือความรู้สึกสบายใจตั้งแต่ก่อนทำ เพราะเป็นเลสิกที่ไม่ใช้ใบมีด และไม่ต้องเปิดฝากระจกตา รวมถึงตัวเครื่อง (VisuMax 800) ถูกออกแบบมาให้เปิดโล่ง เหมาะกับคนขี้กลัว หรือกลัวที่แคบ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ใช้เวลายิงเลเซอร์ เพียงแค่ 8 วินาทีต่อข้าง เหมาะกับคนที่กลัวการทำเลสิก แผลเล็ก ช่วยให้กระจกตาแข็งแรงในระยะยาว ลดโอกาสเกิดอาการตาแห้ง หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างเร็ว SMILE Pro 2.0 ช่วยเพิ่มความแม่นยำได้อย่างไร หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ SMILE Pro 2.0 คือการออกแบบระบบให้ทุกขั้นตอนเชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่อง ลดความคลาดเคลื่อน และเพิ่มความแม่นยำในการรักษาแบบเลสิกไร้ใบมีดอย่างเห็นได้ชัด 1. ข้อมูลส่งตรง ลดความผิดพลาดจากมนุษย์ (Seamless Data Transfer) ข้อมูลสายตาที่ได้จากการตรวจวัด จะถูกส่งเข้าสู่เครื่องเลเซอร์โดยตรงผ่านระบบของ ZEISS โดยไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำ ลดโอกาสเกิดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูล ทำให้แผนการรักษาตรงกับค่าสายตาจริงมากขึ้น ผลลัพธ์มีความสม่ำเสมอในทุกเคส 2. วางแผนการรักษาอย่างแม่นยำ ด้วยข้อมูลระดับโลก (Integrated Planning) ระบบจะนำข้อมูลสายตาของคนไข้มาวิเคราะห์ร่วมกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่จากทั่วโลก ช่วยวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) เพิ่มความแม่นยำในการแก้ไขสายตาเอียง โดยเฉพาะเคสที่ซับซ้อน ช่วยให้ผลลัพธ์หลังทำเลสิกมีความเสถียรและคมชัดมากขึ้น 3. ระบบช่วยเพิ่มความคมชัดระหว่างการรักษา (Precision Systems) SMILE Pro 2.0 มาพร้อมระบบอัจฉริยะที่ช่วยควบคุมความแม่นยำในระหว่างการยิงเลเซอร์ CentraLign® ช่วยจัดตำแหน่งการยิงเลเซอร์ให้ตรงกับจุดศูนย์กลางการมองเห็นจริง ไม่ใช่แค่ตำแหน่งรูม่านตา OcuLign® ช่วยชดเชยการหมุนของลูกตาแบบอัตโนมัติในระหว่างการรักษา ทำให้เลเซอร์ยิงได้ตรงตำแหน่งตลอดเวลา ขอบคุณภาพจากบริษัท Carl Zeiss Co., Ltd SMILE Pro 2.0 ต่างจากเทคโนโลยีเลสิกแผลเล็กแบบเดิมอย่างไร เทคโนโลยี ปีที่เปิดตัว เครื่องเลเซอร์ จุดเด่นสำคัญ ReLEx SMILE 2011 VisuMax 500 จุดเริ่มต้นเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก 2–3 มม. ไม่เปิดฝากระจกตา ใช้เวลา 23 วินาที/ข้าง SMILE Pro 2021 VisuMax 800 เลเซอร์ความเร็วสูง 2 MHz ใช้เวลาเพียง 8 วินาที / ข้าง พร้อมระบบจัดกึ่งกลางอัตโนมัติ SMILE Pro 2.0 2025 VisuMax 800 ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เชื่อมต่อข้อมูล Cloud + Big Data เพิ่มความแม่นยำสูงสุดด้วย CentraLign® และ OcuLign® SMILE Pro 2.0 คือก้าวสำคัญของเลสิกแผลเล็ก ที่ผสาน ความเร็ว ความแม่นยำ และ มีระบบอัจฉริยะ AI-driven planning เข้าด้วยกัน ทำไมหลายคนเลือกทำ SMILE Pro 2.0 ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital นอกจากเทคโนโลยีแล้ว ความเชี่ยวชาญของแพทย์และมาตรฐานของโรงพยาบาลก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital ทีมจักษุแพทย์มีประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประสบการณ์รักษาคนไข้ทางด้านสายตามากกว่า 28 ปี และโรงพยาบาลยังผ่านการรับรองมาตรฐาน AACI จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยและคุณภาพการรักษาในระดับสากล การผสานระหว่างประสบการณ์ทางการแพทย์และเทคโนโลยี SMILE Pro 2.0 ทำให้คนไข้มั่นใจได้ว่า การทำเลสิกไม่ได้จบแค่เห็นชัด แต่ต้องปลอดภัยและดูแลได้ในระยะยาว Q : SMILE Pro 2.0 เหมาะกับใคร?A : เหมาะกับผู้ที่มีสายตาสั้นหรือสายตาเอียง และต้องการเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก ฟื้นตัวไว Q : ทำ SMILE Pro 2.0 เจ็บไหม?A : ระหว่างทำจะมีการหยอดยาชา คนไข้ส่วนใหญ่รู้สึกเพียงแรงกดเล็กน้อย และใช้เวลาไม่นาน Q : หลังทำต้องพักฟื้นนานแค่ไหน?A : ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายใน 1–2 วัน รับชมวีดีโอ SMILE Pro 2.0 *หากวิดีโอไม่แสดงผล คลิก ที่นี่ ถ้าคุณกำลังมองหาเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็กในปี 2026 การตรวจประเมินสายตาอย่างละเอียดกับจักษุแพทย์ จะช่วยให้รู้ว่า SMILE Pro 2.0 เหมาะกับคุณหรือไม่ และช่วยให้คุณเลือกวิธีการทำเลสิกได้อย่างสบายใจที่สุด ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ 📞 Call Center : 02-511-2111 ADD LINE 🏥 โรงพยาบาลเปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น. บทความโดย รศ.นพ. อนันต์ วงศ์ทองศรี ประธานกรรมการบริหาร (CEO) และจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา (LASIK) ประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประวัติแพทย์ นัดหมายปรึกษา
อ่านเพิ่มเติม
ศูนย์เลสิก LASER VISION

3 ปัญหากระจกตาที่ยังทำเลสิกได้ !

3 ปัญหากระจกตาที่ยังทำเลสิกได้  มีคนจำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาเกี่ยวกับดวงตาและกังวลว่าตัวเองจะทำเลสิกไม่ได้ แต่สำหรับคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับตา 3 ปัญหานี้ ยังสามารถทำเลสิกได้ เพียงแค่ต้องเตรียมพร้อมสุขภาพตาสำหรับการผ่าตัดเท่านั้น ซึ่ง 3 ปัญหากระจกตาที่สามารถรักษาให้หายและทำเลสิกต่อได้ ได้แก่ 1.คนที่มีแผลเป็นที่กระจกตา แผลเป็นที่กระจกตาสามารถรักษาด้วยวิธีการขัดกระจกตาหรือการทำเลเซอร์เพื่อลดหรือขจัดแผลเป็นออก หลังจากการรักษาแผลเป็นแล้ว กระจกตาจะมีความพร้อมมากขึ้นสำหรับการทำเลสิก 2.คนที่ตาแห้งมาก ปัญหาตาแห้งเป็นปัญหาที่สามารถรักษาเบื้องต้นด้วยตัวเองได้ โดยเฉพาะคนที่ยังไม่ได้ประสบปัญหานี้รุนแรงมากนักด้วยการใช้ยาหยอดตาทั้งแบบน้ำและแบบเจลเพื่อช่วยเพิ่มตามชุ่มชื้นให้ดวงตา หรือปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อใช้ยาที่ช่วยกระตุ้นการผลิตน้ำตา เมื่ออาการตาแห้งได้รับการแก้ไขจนกลับมาเป็นปกติแล้ว คนไข้ก็สามารถทำเลสิกได้เหมือนคนทั่วไป อาจจะต้องเลือกเทคโนโลยีในการทำเลสิกที่ช่วยลดอาการตาแห้ง อย่างตัว NanoRelex ที่สร้างแผลขนาดเล็ก ทำให้ระคายเคืองน้อย ลดอาการตาแห้ง เหมาะกับคนที่มีปัญหาตาแห้ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในช่วงแรกๆหลังทำ ควรหยอดน้ำตาเทียมอย่างสม่ำเสมอ และค่อยๆหยุดใช้เมื่อแผลเริ่มหายดีแล้ว 3.คนที่มีความโค้งกระจกตาที่ยังไม่เหมาะสม ความโค้งของกระจกตาที่ไม่เหมาะสมสามารถรักษาได้ด้วยการใช้คอนแทคเลนส์แบบพิเศษหรือการทำ Collagen Cross-Linking เพื่อเสริมความแข็งแรงให้กระจกตา ซึ่งเป็นนวัตกรรมที่คิดขึ้นมาเพื่อรักษาผู้ป่วยที่มีความผิดปกติของกระจกตาโดยเฉพาะ และเมื่อหลังจากปรับความโค้งของกระจกตาให้เหมาะสมแล้ว สามารถทำเลสิกได้อย่างปลอดภัยนั่นเอง ทั้งนี้ทั้งนั้นควรปรึกษาจักษุแพทย์และได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดขณะรักษา การดูแลและให้คำปรึกษาจากจักษุแพทย์ สุดท้ายนี้ การทำเลสิกเป็นวิธีการรักษาค่าสายตาผิดปกติที่เหมาะกับคนส่วนใหญ่ เพราะเป็นวิธีที่รวดเร็วและรักษาค่าสายตาได้ถาวร แต่ก็มีข้อจำกัดสำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องตาบางคนที่อาจจะยังไม่สามารถทำเลสิกได้ทันที ต้องทำการรักษาให้หายดีก่อน ซึ่งควรจะได้รับการดูแลจากจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาสายตา หากไม่แน่ใจว่าสุขภาพตาของท่านพร้อมต่อการทำเลสิกหรือเปล่า สามารถติดต่อ Laser Vision เพื่อตรวจตาอย่างละเอียดก่อนได้ ติดต่อ 02-511-2111 หรือ 02-939-6006 Line ID : @LASERVISION (มี@นำหน้า)
ศูนย์เลสิก LASER VISION

ทำเลสิกต้องนอนโรงพยาบาลไหม?

หลายคนอาจสงสัยว่าหลังจากทำเลสิกแล้วจำเป็นต้องนอนโรงพยาบาลหรือไม่ เห็นบางคนก็สามารถกลับบ้านได้เลย แต่บางคนก็นอนพักฟื้น?  คำตอบคือ ไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล แต่ก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกของคนไข้เป็นหลัก ซึ่งบางสถานพยาบาลมีบริการห้องพักให้คนไข้นอนหลังทำเลสิก เพื่อ  1.เลี่ยงการเดินทาง: ลดความไม่สะดวกในการเดินทางกลับบ้านทันทีหลังผ่าตัด 2.สะดวกต่อการนัดพบแพทย์: ทำให้สามารถมาพบแพทย์ตามนัดในวันรุ่งขึ้นได้ง่ายขึ้น   ทั้งนี้ คนไข้สามารถเลือกไม่นอนพักค้างคืนที่โรงพยาบาลก็ได้ หากรู้สึกสบายใจที่จะกลับบ้านหลังทำเลสิก แต่หากอยากทำเลสิกแบบที่เวลาพักฟื้นน้อย ไม่ต้องนองโรงพยาบาล เพราะแผลเล็กมากทำให้วันรุ่งขึ้นก็สามารถเดินทางมาพบแพทย์ด้วยตัวเองได้ ควรจะเลือกการทำเลสิกที่ใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด อย่างตัวเทคโนโลยี NanoRelex ที่มีที่ Laser Vision เท่านั้น ซึ่งประโยชน์หนักๆของตัวนี้คือ  แผลเล็ก: ทำให้ฟื้นตัวเร็ว หายไว: ลดเวลาที่ต้องพักฟื้น ลดโอกาสติดเชื้อ: เนื่องจากแผลมีขนาดเล็ก โอกาสในการติดเชื้อจึงน้อยลง ไม่ต้องใส่ที่ครอบตานาน: เพิ่มความสะดวกสบายหลังการผ่าตัด สรุปแล้ว ในการทำเลสิกไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องนอนโรงพยาบาล เพราะเป็นการผ่าตัดเล็ก แต่ควรที่จะมีผู้ติดตามมาด้วยในการเข้าผ่าตัด เนื่องจากหลังผ่าตัดยังไม่สามารถใช้ตาได้เต็มที่ จะต้องมีการปิดฝาครอบไว้ จึงห้ามขับรถและอาจเดินทางด้วยรถสาธารณะได้ลำบาก แต่ทั้งนี้ คนไข้สามารถเลือกว่าจะนอนพัก 1 คืนได้ เพื่อความสะดวกในการเดินทางและมาพบแพทย์ในวันรุ่งขึ้น แต่หากทำเลสิกด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆอย่างเช่น NanoRelex ก็จะช่วยให้ฟื้นตัวเร็ว ง่ายต่อการดูแล และสามารถใช้สายตาใหม่ได้ไวขึ้นนั่นเอง สนใจสอบถามการทำเลสิกทุกรูปแบบกับทาง Laser Vision ติดต่อได้ที่ 02-511-2111 หรือ 02-939-6006 Line ID : @LASERVISION (มี@นำหน้า)
ศูนย์เลสิก LASER VISION

สายตาสั้นข้างยาวข้างเป็นยังไง รักษายังไงได้บ้าง?

สายตาสั้นข้างยาวข้าง (Anisometropia) เป็นภาวะที่ค่าสายตาของตาสองข้างไม่เท่ากัน ข้างหนึ่งอาจมีสายตาสั้น ในขณะที่อีกข้างมีสายตายาว ภาวะนี้ทำให้เกิดการมองเห็นที่ไม่สมดุลและอาจนำไปสู่ความเมื่อยล้าของดวงตา   สาเหตุของภาวะสายตาสั้นข้างยาวข้าง ความยาวของลูกตาไม่เท่ากัน: ลูกตาข้างหนึ่งยาวหรือสั้นกว่าปกติ ความโค้งของกระจกตา: กระจกตามีความโค้งที่ต่างกันในแต่ละข้าง ความผิดปกติของเลนส์ตา: เลนส์ตาข้างหนึ่งอาจมีความผิดปกติ กรรมพันธุ์: กรรมพันธุ์เป็นอีกส่วนสำคัญในการเกิดภาวะนี้ได้ พัฒนาการของตา: การพัฒนาของดวงตาในวัยเด็กอาจทำให้เกิดความแตกต่างของค่าสายตาในปัจจุบันได้เช่นกัน  การผ่าตัดหรืออุบัติเหตุ: การบาดเจ็บหรือการผ่าตัดที่ดวงตาอาจเป็นสาเหตุ   อาการและผลกระทบ การมองเห็นไม่สมดุล: การมองเห็นไม่ชัดเจนหรือมองเห็นภาพสองภาพ (double vision) ความเมื่อยล้าของดวงตา: ถือเป็นอาการที่พบได้บ่อย เนื่องจากดวงตาทำงานหนักเกินไปเพื่อปรับการมองเห็น ปวดหัว: อาจเกิดจากความพยายามในการเพ่งเพื่อให้มองเห็นได้ชัดเจนขึ้น จนเกิดอาการตึงของกล้ามเนื้อจนปวดหัวได้   การรักษา แว่นตา: แว่นตาที่มีเลนส์ที่ปรับค่าสายตาให้เหมาะสมสำหรับตาแต่ละข้าง คอนแทคเลนส์: คอนแทคเลนส์ที่ปรับค่าสายตาแยกต่างหากสำหรับตาแต่ละข้าง การทำเลสิก (LASIK): การทำเลสิกสามารถแก้ไขภาวะสายตาสั้นข้างยาวข้างได้ โดยการปรับโครงสร้างของกระจกตาให้เหมาะสมกับค่าสายตาของแต่ละข้าง   การเลือกการรักษาที่เหมาะสม การรักษาที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับอาการและความต้องการของผู้ป่วย ควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อรับคำแนะนำเพิ่มเติม โดยแพทย์จะทำการตรวจวินิจฉัยและแนะนำวิธีการรักษาที่ดีที่สุดสำหรับภาวะสายตาสั้นข้างยาวข้าง หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีอาการดังกล่าว ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการประเมินและรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการมองเห็นในระยะยาว  สำหรับใครที่มีปัญหาสายตาสั้นข้างยาวข้างและอยากจบปัญหานี้อย่างถาวร การทำเลสิกถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด สามารถเข้ามาปรึกษาอาการและตรวจสุขภาพก่อนได้ที่ Laser Vision ติดต่อ02-511-2111 หรือ 02-939-6006 Line ID : @LASERVISION (มี@นำหน้า)  
ศูนย์เลสิก LASER VISION

รูปบอลลูนที่เห็นในเครื่องวัดสายตา บอกค่าสายตาเราได้ยังไง?

เชื่อว่าคนที่ตรวจสายตาเป็นประจำคงจะคุ้นเคยกับภาพรูปบอลลูน หรือรูปบ้านที่เห็นจากเครื่องวัดสายตา แล้วก็มักจะเกิดคำถามตามมาว่าภาพเหล่านี้มันช่วยวัดสายตาได้ยังไงกันนะ?   ภาพทั้งสองภาพนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการตรวจวัดสายตาด้วยเครื่อง Autorefractor เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยประมาณค่าสายตาโดยอัตโนมัติ เป็นเครื่องที่ทุกร้านตัดแว่นจะต้องใช้ในการวัดค่าสายตา โดยกระบวนการทำงานของเครื่อง Autorefractor มีขั้นตอนดังนี้: การฉายลำแสง: เครื่องจะฉายลำแสงเข้าไปในดวงตาผ่านรูม่านตาและกระจกตา การสะท้อนแสง: ลำแสงจะสะท้อนกลับมาจากส่วนหลังของลูกตา (เรตินา) การวิเคราะห์แสง: เครื่องจะวิเคราะห์แสงที่สะท้อนกลับมา โดยใช้ข้อมูลการหักเหของแสงที่ผ่านกระจกตาและเลนส์ตาเพื่อตรวจสอบว่ามีการปรับโฟกัสอย่างไร การแสดงผล: เครื่องจะประมวลผลข้อมูลและแสดงผลลัพธ์เป็นค่าของค่าสายตาที่แสดงว่าคุณมีสายตาสั้น (myopia), สายตายาว (hyperopia), หรือสายตาเอียง (astigmatism) รูปบอลลูนที่เห็นในเครื่องวัดสายตาเป็นจุดโฟกัสที่เครื่องใช้เพื่อทำให้ตาของคุณพยายามมองเห็นภาพให้ชัดเจน การทำให้สายตาโฟกัสที่ภาพนั้นช่วยให้เครื่องสามารถวัดค่าการหักเหของแสงได้แม่นยำมากขึ้น   ขั้นตอนการวัดสายตาด้วย Autorefractor: นั่งลงหน้าจอของเครื่อง Autorefractor มองไปที่ภาพบอลลูนหรือภาพบ้านที่อยู่ในระยะไกล เครื่องจะปรับแสงและโฟกัสอัตโนมัติและบันทึกข้อมูลการหักเหของแสง ผลลัพธ์จะถูกแสดงออกมาเป็นค่าของสายตาที่แพทย์สามารถใช้เพื่อวินิจฉัยและจัดทำแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ที่เหมาะสม การใช้เครื่อง Autorefractor เป็นขั้นตอนแรกในการวัดสายตา และมักจะตามมาด้วยการวัดสายตาแบบแมนนวลโดยนักทัศนมาตรหรือจักษุแพทย์เพื่อยืนยันและปรับปรุงความแม่นยำของผลลัพธ์   ประโยชน์ของการใช้เครื่อง Autorefractor: ความสะดวกสบาย: การวัดสายตาทำได้รวดเร็วและไม่เจ็บปวด ความแม่นยำ: เครื่องสามารถประมาณค่าสายตาได้อย่างแม่นยำในระยะเวลาสั้นๆ การใช้งานง่าย: ไม่ต้องใช้ความร่วมมือจากผู้ป่วยมากนัก การวัดสายตาด้วยเครื่อง Autorefractor เป็นวิธีที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพในการประเมินค่าสายตาเบื้องต้นและสามารถช่วยให้แพทย์สามารถจัดการรักษาและแนะนำการดูแลสายตาได้อย่างเหมาะสม ซึ่งเครื่องนี้ก็จะนำมาใช้กับการตรวจสายตาก่อนทำเลสิกด้วยเหมือนกัน แต่ที่ Laser Vision เราไม่ได้ใช้แค่เครื่อง Autorefractor อย่างเดียว แต่เราให้ความสำคัญกับการตรวจตาอย่างละเอียด ดังนั้นเราจึงมีกระบวนหลายขั้นตอนซึ่งใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมง  ทั้งก่อนขยายม่านตาและหลังขยายม่านตาก่อนที่จะให้คำแนะนำการทำเลสิก เพื่อความแม่นยำและปลอดภัยอย่างสูงสุดของคนไข้  หากใครสนใจทำเลสิก สามารถปรึกษาเบื้องต้นกับที่ Laser Vision ได้ สามารถติดต่อได้ที่ 02-511-2111 หรือ 02-939-6006 Line ID : @LASERVISION (มี@นำหน้า)
ศูนย์เลสิก LASER VISION

ค่าสายตาเปลี่ยนเร็ว อาจเป็นโรคกระจกตาโป่ง!

หากคุณพบว่าค่าสายตาเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสายตาสั้นหรือสายตาเอียงที่เพิ่มขึ้น คุณอาจกำลังเผชิญกับภาวะกระจกตาโป่ง (Keratoconus) อยู่ก็เป็นได้ การที่สายตาเราเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หลายคนอาจเข้าใจผิดว่ามาจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ใช้สายตาเยอะเกินไปหรือเล่นโทรศัพท์มือถือในที่มืด  แต่ในความเป็นจริงอาจมาจากอาการของกระจกตาที่ผิดปกติอยู่ อย่างเช่นกระจกตาโป่ง    อาการของกระจกตาโป่ง ค่าสายตาสั้นหรือเอียงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว: การเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของสายตานี้ถือว่าไม่ปกติและอาจบ่งบอกถึงการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างของกระจกตา สายตาพร่ามัว: มองเห็นภาพซ้อนหรือไม่ชัดเจน การมองเห็นไม่ชัดในที่มืด: การขับรถในเวลากลางคืนหรือการอยู่ในสภาวะที่มีแสงน้อยอาจเป็นเรื่องยาก ความไวต่อแสง: รู้สึกไม่สบายตาเมื่อต้องเผชิญกับแสงจ้า   สาเหตุของกระจกตาโป่ง กระจกตาโป่งเกิดจากการที่กระจกตาบางและโป่งออกมาเป็นรูปกรวย อาจมีสาเหตุมาจากพันธุกรรมหรือการถูตาอย่างรุนแรง   การตรวจและวินิจฉัย การวัดความหนาของกระจกตา (Pachymetry): เพื่อตรวจสอบว่ากระจกตาบางหรือไม่ การทำแผนภาพของกระจกตา (Topography): เพื่อดูรูปทรงของกระจกตา   การรักษากระจกตาโป่ง การใช้คอนแทคเลนส์พิเศษ: เช่น คอนแทคเลนส์แบบแข็ง (Rigid Gas Permeable Lenses) การทำ Collagen Cross-Linking: วิธีการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กระจกตาเพื่อหยุดการโป่งออก การปลูกถ่ายกระจกตา: ในกรณีที่รุนแรง   คำเตือนสำหรับการทำเลสิก หากคุณสงสัยว่ามีกระจกตาโป่ง อย่าด่วนตัดสินใจทำเลสิก เพราะอาจทำเลสิกไม่ได้ เนื่องจากการทำเลสิกจะทำให้กระจกตาบางลงและอาจทำให้อาการแย่ลง ควรได้รับการประเมินจากจักษุแพทย์ก่อนเพื่อหาวิธีการรักษาที่เหมาะสม หากมีอาการที่กล่าวมาข้างต้น ควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและการตรวจวินิจฉัยที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถรักษาได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย  
ศูนย์เลสิก LASER VISION

สิ่งแปลกปลอมเข้าตาหลังทำเลสิกมาต้องทำยังไง?

การดูแลตาหลังการทำเลสิกเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากช่วงนี้ตาจะมีความเซนซิทีฟมาก ควรดูแลตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามคำแนะนำของแพทย์จะช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อหรือการอักเสบเพิ่มเติมได้ และสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงนั้นคือ อาจมีเศษฝุ่นหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าตาหลังจากเปิดที่ครอบตาซึ่งถือว่ายังอยู่ในช่วงที่ดวงตายังไม่หายดี ไม่ควรที่จะขยี้ตาหรือใช้วิธีเดิมๆเหมือนก่อนผ่าตัด ควรปฏิบัติตามดังนี้:   ห้ามขยี้ตา: เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตา ปฏิกิริยาอัตโนมัติของใครหลายคนคือรีบขยี้ตา ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำในช่วงนี้ การขยี้ตาอาจทำให้เกิดการระคายเคืองหรือติดเชื้อเพิ่มเติมได้ ใช้น้ำตาเทียม: เนื่องจากยังไม่ควรใช้มือสัมผัสตาโดยตรง การใช้น้ำตาเทียมจะช่วยไล่สิ่งแปลกปลอมออกจากตาได้ กะพริบตาถี่ๆ: หากในตอนนั้นไม่มีน้ำตาเทียม ให้กะพริบตาถี่ๆ เพื่อช่วยนำสิ่งแปลกปลอมออกจากตา หลีกเลี่ยงการลืมตาในน้ำก๊อก: ก่อนหน้านี้เมื่อมีอะไรเข้าตา หลายคนคงเคยลืมตาในน้ำก๊อกกันมาแล้ว แต่ในความเป็นจริงน้ำก๊อกอาจมีสิ่งสกปรกหรือเชื้อโรคที่สามารถทำให้ตาติดเชื้อได้ ติดต่อแพทย์ผู้ดูแล: หากทำตามขั้นตอนข้างต้นแล้วยังรู้สึกระคายเคืองต่อเนื่องเป็นเวลานาน ควรติดต่อแพทย์ทันที   ประโยชน์ของการทำเลสิก ถึงแม้ในช่วงแรกหลังการทำเลสิกจะต้องมีการดูแลดวงตาอย่างใกล้ชิด แต่นั่นก็เป็นเพียงไม่กี่วันเท่านั้น เนื่องจากการทำเลสิกมีแผลขนาดเล็ก ช่วยให้เราสามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้ในเร็ววัน โดยเฉพาะการทำเลสิกด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น NanoRelex ที่แผลเล็กมาก ไม่ต้องเปิดกระจกตา ทำให้แผลหายไว ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ช่วยให้คนไข้มีความกังวลเกี่ยวกับการใช้ชีวิตในช่วงรอแผลหายสนิทน้อยลง การดูแลตัวเองหลังการทำเลสิกเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดและลดความเสี่ยงของปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และให้ความสำคัญกับการดูแลตาอย่างเคร่งครัด หากสนใจทำเลสิกแบบแผลเล็ก หายไวอย่าง  NanoRelex สามารถปรึกษาได้ที่ Laser Vision  ติดต่อ 02-511-2111 หรือ 02-939-6006 Line ID : @LASERVISION (มี@นำหน้า)  

ที่อยู่

Laser Vision International LASIK Center

10/989 ซ.ประเสริฐมนูกิจ 33 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10230

ช่องทางติดต่อ

Line
calling
ติดต่อเรา :