มุมสุขภาพตา

เรียงตาม

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก แม่นยำด้วย AI (อัปเดตปี 2026)

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก | ศูนย์เลสิก Laser Vision การตัดสินใจทำเลสิก เป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคน ไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัดขึ้น แต่รวมถึงความกังวลเรื่องความปลอดภัย ความเจ็บ และผลลัพธ์ในระยะยาว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า เลสิกไร้ใบมีด ถูกค้นหามากขึ้นอย่างชัดเจน และชื่อที่มักถูกพูดถึงควบคู่กันก็คือ SMILE Pro SMILE Pro 2.0 คืออะไร? คำตอบของการทำเลสิกปี 2026 ที่คนค้นหามากที่สุด ในปี 2026 เทคโนโลยีนี้ได้พัฒนาไปอีกขั้นในชื่อ SMILE Pro 2.0 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดความคลาดเคลื่อน และทำให้ผลลัพธ์การมองเห็นเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมที่ Laser Vision เลือกนำเทคโนโลยี SMILE Pro มาใช้ในการแก้ไขปัญหาสายตาสั้นให้กับคนไข้ในปัจจุบัน การตัดสินในทำเลสิกเป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคนไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัด เลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) คืออะไร? SMILE Pro เป็นการทำเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) โดยใช้เลเซอร์ทุกขั้นตอน ไม่ต้องเปิดฝากระจกตาเหมือนเลสิกแบบเดิม แพทย์จะใช้เลเซอร์สร้างชิ้นเนื้อเลนส์เล็ก ๆ ภายในกระจกตา แล้วนำออกผ่านแผลขนาดประมาณ 2 มิลลิเมตร ด้วยแผลที่เล็กมาก ทำให้โครงสร้างกระจกตาถูกรบกวนน้อยลง หลายคนจึงรู้สึกฟื้นตัวเร็ว สบายตา และมีโอกาสเกิดอาการตาแห้งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการทำเลสิกแบบเปิดฝากระจกตา ทำไม SMILE Pro ถึงเป็นเลสิกที่หลายคนเลือก เหตุผลสำคัญที่ทำให้ SMILE Pro ได้รับความนิยม คือความรู้สึกสบายใจตั้งแต่ก่อนทำ เพราะเป็นเลสิกที่ไม่ใช้ใบมีด และไม่ต้องเปิดฝากระจกตา รวมถึงตัวเครื่อง (VisuMax 800) ถูกออกแบบมาให้เปิดโล่ง เหมาะกับคนขี้กลัว หรือกลัวที่แคบ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ใช้เวลายิงเลเซอร์ เพียงแค่ 8 วินาทีต่อข้าง เหมาะกับคนที่กลัวการทำเลสิก แผลเล็ก ช่วยให้กระจกตาแข็งแรงในระยะยาว ลดโอกาสเกิดอาการตาแห้ง หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างเร็ว SMILE Pro 2.0 ช่วยเพิ่มความแม่นยำได้อย่างไร หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ SMILE Pro 2.0 คือการออกแบบระบบให้ทุกขั้นตอนเชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่อง ลดความคลาดเคลื่อน และเพิ่มความแม่นยำในการรักษาแบบเลสิกไร้ใบมีดอย่างเห็นได้ชัด 1. ข้อมูลส่งตรง ลดความผิดพลาดจากมนุษย์ (Seamless Data Transfer) ข้อมูลสายตาที่ได้จากการตรวจวัด จะถูกส่งเข้าสู่เครื่องเลเซอร์โดยตรงผ่านระบบของ ZEISS โดยไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำ ลดโอกาสเกิดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูล ทำให้แผนการรักษาตรงกับค่าสายตาจริงมากขึ้น ผลลัพธ์มีความสม่ำเสมอในทุกเคส 2. วางแผนการรักษาอย่างแม่นยำ ด้วยข้อมูลระดับโลก (Integrated Planning) ระบบจะนำข้อมูลสายตาของคนไข้มาวิเคราะห์ร่วมกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่จากทั่วโลก ช่วยวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) เพิ่มความแม่นยำในการแก้ไขสายตาเอียง โดยเฉพาะเคสที่ซับซ้อน ช่วยให้ผลลัพธ์หลังทำเลสิกมีความเสถียรและคมชัดมากขึ้น 3. ระบบช่วยเพิ่มความคมชัดระหว่างการรักษา (Precision Systems) SMILE Pro 2.0 มาพร้อมระบบอัจฉริยะที่ช่วยควบคุมความแม่นยำในระหว่างการยิงเลเซอร์ CentraLign® ช่วยจัดตำแหน่งการยิงเลเซอร์ให้ตรงกับจุดศูนย์กลางการมองเห็นจริง ไม่ใช่แค่ตำแหน่งรูม่านตา OcuLign® ช่วยชดเชยการหมุนของลูกตาแบบอัตโนมัติในระหว่างการรักษา ทำให้เลเซอร์ยิงได้ตรงตำแหน่งตลอดเวลา ขอบคุณภาพจากบริษัท Carl Zeiss Co., Ltd SMILE Pro 2.0 ต่างจากเทคโนโลยีเลสิกแผลเล็กแบบเดิมอย่างไร เทคโนโลยี ปีที่เปิดตัว เครื่องเลเซอร์ จุดเด่นสำคัญ ReLEx SMILE 2011 VisuMax 500 จุดเริ่มต้นเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก 2–3 มม. ไม่เปิดฝากระจกตา ใช้เวลา 23 วินาที/ข้าง SMILE Pro 2021 VisuMax 800 เลเซอร์ความเร็วสูง 2 MHz ใช้เวลาเพียง 8 วินาที / ข้าง พร้อมระบบจัดกึ่งกลางอัตโนมัติ SMILE Pro 2.0 2025 VisuMax 800 ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เชื่อมต่อข้อมูล Cloud + Big Data เพิ่มความแม่นยำสูงสุดด้วย CentraLign® และ OcuLign® SMILE Pro 2.0 คือก้าวสำคัญของเลสิกแผลเล็ก ที่ผสาน ความเร็ว ความแม่นยำ และ มีระบบอัจฉริยะ AI-driven planning เข้าด้วยกัน ทำไมหลายคนเลือกทำ SMILE Pro 2.0 ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital นอกจากเทคโนโลยีแล้ว ความเชี่ยวชาญของแพทย์และมาตรฐานของโรงพยาบาลก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital ทีมจักษุแพทย์มีประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประสบการณ์รักษาคนไข้ทางด้านสายตามากกว่า 28 ปี และโรงพยาบาลยังผ่านการรับรองมาตรฐาน AACI จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยและคุณภาพการรักษาในระดับสากล การผสานระหว่างประสบการณ์ทางการแพทย์และเทคโนโลยี SMILE Pro 2.0 ทำให้คนไข้มั่นใจได้ว่า การทำเลสิกไม่ได้จบแค่เห็นชัด แต่ต้องปลอดภัยและดูแลได้ในระยะยาว Q : SMILE Pro 2.0 เหมาะกับใคร?A : เหมาะกับผู้ที่มีสายตาสั้นหรือสายตาเอียง และต้องการเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก ฟื้นตัวไว Q : ทำ SMILE Pro 2.0 เจ็บไหม?A : ระหว่างทำจะมีการหยอดยาชา คนไข้ส่วนใหญ่รู้สึกเพียงแรงกดเล็กน้อย และใช้เวลาไม่นาน Q : หลังทำต้องพักฟื้นนานแค่ไหน?A : ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายใน 1–2 วัน รับชมวีดีโอ SMILE Pro 2.0 *หากวิดีโอไม่แสดงผล คลิก ที่นี่ ถ้าคุณกำลังมองหาเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็กในปี 2026 การตรวจประเมินสายตาอย่างละเอียดกับจักษุแพทย์ จะช่วยให้รู้ว่า SMILE Pro 2.0 เหมาะกับคุณหรือไม่ และช่วยให้คุณเลือกวิธีการทำเลสิกได้อย่างสบายใจที่สุด ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ 📞 Call Center : 02-511-2111 ADD LINE 🏥 โรงพยาบาลเปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น. บทความโดย รศ.นพ. อนันต์ วงศ์ทองศรี ประธานกรรมการบริหาร (CEO) และจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา (LASIK) ประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประวัติแพทย์ นัดหมายปรึกษา
อ่านเพิ่มเติม
ศูนย์เลสิก LASER VISION

ตัดสินใจทำ PRK แต่กลัวผลข้างเคียง? นี่คือสิ่งที่คุณควรรู้

ตัดสินใจทำ PRK แต่กลัวผลข้างเคียง? นี่คือสิ่งที่คุณควรรู้ การทำ PRK (Photorefractive Keratectomy) เป็นการตัดสินใจที่สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาสายตา เช่น สายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง แต่ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับผลข้างเคียงและการฟื้นตัว การทราบเกี่ยวกับการทำ PRK จึงช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นและเตรียมพร้อมก่อนทำ PRK ได้อย่างมั่นใจ ก่อนทำ PRK ควรรู้อะไรบ้าง เตรียมตัวอย่างไร มีความเสี่ยงไหม?? PRK ไม่เหมือนกับการทำ LASIK PRK (Photorefractive Keratectomy) คือการผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วยการลอกเซลล์บนผิวกระจกตาออกก่อนที่จะเลเซอร์เพื่อปรับรูปทรงของกระจกตาเพื่อแก้ไขปัญหาสายตา ไม่ใช่การผ่าตัดด้วยการเปิดฝากระจกตาเหมือนการทำ LASIK ควรปรึกษาแพทย์ก่อนทำ เพื่อให้จักษุแพทย์ตรวจวัดสายตาและวินิจฉัยเพื่อให้คำแนะนำในการรักษา เพราะแต่ละคนมีปัญหาทางสายตาไม่เหมือนกัน ผู้ที่สายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียงสามารถทำได้ PRK ไม่เสี่ยงต่อภาวะแผลเปิด เพราะไม่ได้เป็นการผ่าตัดเปิดฝากระจกตาจึงไม่ทำให้เกิดแผลเปิด ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อลงได้ ทำ PRK ใช้เวลาฟื้นตัวไม่นาน โดยทั่วไปแล้วจะใช้เวลาพักฟื้นอยู่ที่ 5 – 7 วันจึงจะสามารถถอดคอนแทคเลนส์หรือเลนส์สัมผัสที่ใช้ปิดผิวกระจกตาในระหว่างที่รอให้เยื่อหุ้มกระจกตาสร้างใหม่ขึ้นจึงจะสามารถถอดออกได้ จะเริ่มมองเห็นได้ดีในช่วงสัปดาห์ที่ 2 และสามารถแต่งหน้าหรือทำกิจกรรมทางน้ำได้หลังจาก 1 เดือน PRK เห็นผลได้ในระยะยาว ส่วนมากแล้วผู้ที่ทำไปไม่ได้มีปัญหาทางสายตาและไม่ต้องกลับมาแก้ไขค่าสายตา ผลข้างเคียงสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ปกติ เช่น อาการระคายเคืองตา คันตา ปวดตา ตาสู้แสงไม่ได้ มีน้ำตาไหล มองภาพไม่ชัด ตาแห้ง และอื่น ๆ ซึ่งต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวและอาการเหล่านี้จะหายไปเอง อย่ามองข้ามการเตรียมตัวก่อนทำ PRK เพราะเป็นสิ่งที่เกี่ยวกับความปลอดภัยและความสะอาด เช่น การงดใส่คอนแทคเลนส์ก่อนทำ 3 – 7 วัน งดแต่งหน้า ทำผม ใส่น้ำมันเส้นผม ใส่น้ำผม หรืออื่น ๆ ก่อนทำ การดูแลตัวเองหลังผ่าตัดเป็นเรื่องจำเป็น เพราะหากดูแลดวงตาได้ดีและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ได้อย่างเคร่งครัดก็จะช่วยให้ดวงตาฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ประสิทธิภาพในการมองเห็นดีขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล เช่น บางรายอาจค่าสายตาเปลี่ยนแปลงและต้องกลับมารับการแก้ไขเมื่อเวลาผ่านไป หลังทำควรไปพบแพทย์ตามนัด เพื่อให้แพทย์ติดตามอาการอย่างใกล้ชิดและป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น การทำ PRK ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เพราะไม่ได้เป็นการผ่าตัดเปิดฝากระจกตา ใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน มีผลข้างเคียงน้อยเมื่อเทียบกับการแก้ไขค่าสายตาด้วยการ LASIK แต่ให้ผลดีได้ในระยะยาว ผู้ที่มีปัญหาตาแห้งหรือผิวกระจกตาบางสามารถทำได้  
ศูนย์เลสิก LASER VISION

การดูแลดวงตาหลังทำ เลสิก ทำอย่างไรให้ผลการรักษาอยู่ได้นาน สายตาไม่เปลี่ยน

การดูแลดวงตาหลังทำ เลสิก ทำอย่างไรให้ผลการรักษาอยู่ได้นาน สายตาไม่เปลี่ยน แม้ว่าการทำเลสิก (LASIK) จะเห็นผลได้ในระยะยาวแต่ขั้นตอนการดูแลดวงตาหลังทำเลสิกก็ถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญเพราะหากดูแลดวงตาได้ดีก็จะช่วยให้ฟื้นตัวได้เร็ว ช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อหรือเกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ และช่วยให้ผลลัพธ์หลังทำดีขึ้นได้แม้ในระยะยาว วันนี้จึงมีวิธีการดูแลตัวเองหลังทำเลสิกมาบอกกัน การดูแลดวงตาหลังทำเลสิก (LASIK) ให้ได้ผลการรักษาอยู่ได้นาน สายตาไม่เปลี่ยน ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด หลังการทำเลสิก (LASIK) แพทย์จะให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลดวงตาตามการรักษาของแต่ละเคส เช่น การใช้ยาหยอดตาเพื่อป้องกันการติดเชื้อและลดการอักเสบ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดและไม่ควรหยุดใช้ยาก่อนที่แพทย์สั่ง ไม่ขยี้ตา อาการระคายเคืองเป็นอาการปกติที่พบได้หลังการทำเลสิก แม้จะทำให้รู้สึกไม่สบายตาแต่ก็ไม่ควรเกาหรือขยี้ ป้องกันไม่ให้โดนน้ำ เพราะอาจทำให้แผลติดเชื้อได้ ไปพบแพทย์ตามนัดหลังผ่าตัด เพื่อติดตามอาการว่ามีอาการผิดปกติหรือไม่ เช่น เห็นภาพไม่ชัดเจน มีอาการปวดตา หลีกเลี่ยงการใช้สายตาอย่างหนัก ในช่วง 24 - 48 ชั่วโมงแรก หลังการทำเลสิกควรหลีกเลี่ยงการอ่านหนังสือ การใช้คอมพิวเตอร์ หรือการจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน ควรพักผ่อนมาก ๆ เพื่อพักสายตา ควรสวมแว่นกันแดดก่อนออกแดด หลังการผ่าตัดกระจกตา ตาจะไวต่อแสงมากขึ้นควรสวมแว่นกันแดดเมื่อต้องออกไปข้างนอกเพื่อป้องกันแสงแดด ฝุ่นละออง และลมที่อาจทำให้ดวงตาระคายเคือง ควรหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องสำอางรอบดวงตา ในช่วงสัปดาห์แรกเพื่อป้องกันการระคายเคืองและการติดเชื้อ รักษาความชุ่มชื้นให้ดวงตา หลังการทำเลสิกบางคนอาจมีอาการตาแห้ง ควรใช้ยาหยอดตาหรือน้ำตาเทียมเพื่อรักษาความชุ่มชื้นและลดการระคายเคือง เพราะการใช้น้ำตาเทียมจะช่วยให้ดวงตาฟื้นตัวได้ดีขึ้น หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจทำให้ดวงตาบาดเจ็บ ในช่วงแรกหลังการทำเลสิกควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่อาจทำให้ดวงตาได้รับบาดเจ็บ เช่น การว่ายน้ำ การเล่นกีฬา หรือการทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงที่จะกระแทกต่อดวงตา รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อดวงตา เพื่อรักษาสุขภาพตาในระยะยาว เพราะการดูแลดวงตาไม่ได้จบลงหลังจากการฟื้นตัวในช่วงแรกเท่านั้น แต่ควรดูแลสุขภาพตาในระยะยาวด้วยการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อดวงตา เช่น ผักผลไม้ที่มีวิตามิน A นอกจากนี้ยังควรหลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่หรือการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเพราะอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพตาในระยะยาวได้ การดูแลดวงตาหลังทำเลสิก (LASIK) เป็นขั้นตอนสำคัญเพราะเป็นช่วงพักฟื้นของดวงตา หากมีการพักสายตาและดูแลดวงตาอย่างดีก็จะช่วยป้องกันการระคายเคือง ลดการอักเสบหรือติดเชื้อ และช่วยให้ดวงตาฟื้นตัวได้เร็ว นอกจากนี้ยังควรรักษาสุขภาพดวงตาเพื่อผลการรักษาอยู่ได้ในระยะยาวของการทำเลสิก และช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ  
ศูนย์เลสิก LASER VISION

ข้อควรระวังและการเตรียมตัวก่อนตัดสินใจทำ Lasik ต้องรู้อะไรบ้าง?

ข้อควรระวังและการเตรียมตัวก่อนตัดสินใจทำ Lasik ต้องรู้อะไรบ้าง? การทำ Lasik เป็นการแก้ไขสายตาที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน แต่ทราบหรือไม่ว่าการทำเลสิกนั้นมีข้อควรระวังและข้อจำกัดหลายอย่าง ใช่ว่าใครก็สามารถทำได้ เพราะหากไม่ปรึกษาแพทย์ก่อนทำหรือให้ข้อมูลแพทย์ไม่ครบอาจทำให้เกิดผลข้างเคียงและเป็นอันตรายต่อดวงตาได้เช่นกัน จึงควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนตัดสินใจทำ รวมถึงศึกษาข้อควรระวังที่ควรรู้ต่าง ๆ การเตรียมตัวก่อนทำ Lasik ทำอย่างไร? ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการทำ Lasik เพื่อทราบเกี่ยวกับขั้นตอนการรักษาต่าง ๆ การดูแลตัวเองก่อนและหลังทำ ผลลัพธ์ ข้อควรระวัง รวมถึงความเสี่ยงหรือโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ ตรวจสอบค่าสายตา เพื่อตรวจวัดค่าสายตาก่อน ให้แพทย์ประเมินอาการว่าเหมาะสำหรับการรักษาด้วยวิธีไหน เพราะผู้ป่วยบางรายไม่สามารถรักษาด้วยการทำเลสิกได้ เช่น ผู้ป่วยโรคต้อกระจก ตาแห้ง เลือกสถานพยาบาลและแพทย์ที่มีประสบการณ์ น่าเชื่อถือ เพื่อให้มั่นใจว่าแพทย์จะทำการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ งดใส่คอนแทคเลนส์ 3 - 7 วันก่อนทำ เพื่อลดการระคายเคือง โดยคอนแทคเลนส์แบบนิ่ม ควรงดอย่างน้อย 3 วัน และคอนแทคเลนส์แบบแข็ง ควรงดอย่างน้อย 7 วัน หลีกเลี่ยงการใช้สายตาเยอะในช่วงก่อนทำ เช่น การขี่มอเตอร์ไซค์ทางไกลหรือขี่ติดต่อกันหลายชั่วโมง การนั่งทำงานหน้าจอเป็นเวลานาน งดฉีดสเปรย์และน้ำหอมทุกชนิด เพราะส่งผลต่อการทำงานของเครื่องเลเซอร์ งดแต่งหน้าหรือใส่น้ำมันที่ผม เพื่อป้องกันการติดเชื้อ สระผมก่อนผ่าตัด 1 วัน เพื่อความสะอาดของเส้นผม ลดการติดเชื้อ เพราะหลังจากทำแล้วไม่ควรให้ตาโดนน้ำ สวมเสื้อผ้าที่ถอดง่าย เช่น เสื้อที่มีกระดุมหน้า เพื่อป้องกันคอเสื้อถูกตา ควรมีญาติมาด้วย เพราะหลังทำจะมีที่ครอบตาปิดไว้ เดินไม่สะดวก ผู้ที่มีโรคประจำตัวควรแจ้งแพทย์ให้ทราบก่อน เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายได้ เช่น โรคลมชัก ที่อาจมีอาการชักระหว่างการเลเซอร์ได้ ข้อควรระวังในการ Lasik ที่ควรรู้ ควรพักสายตาหลังทำ Lasik อย่างน้อย 2 – 3 ชั่วโมง เพื่อลดการใช้สายตาและช่วยให้ร่างกายได้พักผ่อน ควรนอนหลับเพื่อพักสายตา ไม่ควรแกะฝาครอบตาออก เพื่อป้องกันการติดเชื้อและป้องกันมือไปโดนหรือวัตถุมากระแทกดวงตา หยอดยาป้องกันการติดเชื้อหรือน้ำตาเทียม สามารถหยอดได้เมื่อมีอาการ หลังหยอดแล้วควรปิดที่ครอบตาให้สนิท ไม่ขยี้ตา เพราะจะทำให้ดวงตาอักเสบและติดเชื้อได้ ระวังไม่ให้ตาโดนน้ำหรือฝุ่นละออง จนกว่าแพทย์จะสั่งให้ถอดที่ครอบตาออกได้ สวมแว่นกันแดดเมื่อต้องออกแดด เพื่อลดอาการเคืองตา งดแต่งหน้าบริเวณใกล้ดวงตา เพราะเครื่องสำอางอาจทำให้เกิดการระคายเคืองรอบดวงตาได้ การเตรียมตัวก่อนทำ Lasik เป็นขั้นตอนสำคัญที่ไม่มองข้าม เพราะหากเตรียมตัวได้ดีก็จะช่วยให้การรักษาเป็นไปได้ง่ายขึ้น เกิดผลข้างเคียงน้อย และสามารถดูแลตัวเองหลังการทำเลสิกได้ดี รวมถึงการศึกษาข้อควรระวังต่าง ๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อหรือการอักเสบหลังทำ    
ศูนย์เลสิก LASER VISION

NanoLasik เทคโนโลยีใหม่ในการแก้ไขสายตา เหมาะกับใครและมีข้อดีอะไรบ้าง

NanoLasik เทคโนโลยีใหม่ในการแก้ไขสายตา เหมาะกับใครและมีข้อดีอะไรบ้าง NanoLasik เป็นเทคโนโลยีการรักษาสายตาโดยใช้แสงเลเซอร์ที่มีความละเอียดสูงและมีความแม่นยำในระดับนาโน เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการแก้ปัญหาสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียงที่มีประสิทธิภาพ เห็นผลเร็ว และใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน แต่ทราบหรือไม่ว่าการทำนาโนเลสิกนั้นเหมาะสำหรับใครและมีข้อดีอะไรบ้าง ทำไมหลายคนถึงเลือกทำ? NanoLasik เหมาะสำหรับใคร ใครที่ทำได้บ้าง? ผู้ที่มีปัญหาทางสายตา NanoLasik เป็นเทคโนโลยีการรักษาสายตาที่ช่วยปรับค่าสายตาด้วยวิธีการเลเซอร์ เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง เพื่อให้สามารถมองเห็นได้โดยไม่ต้องใช้แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ ผู้ที่อายุ 18 ปีขึ้นไป เนื่องจากสายตาของคนเราจะเปลี่ยนแปลงไปตามอายุ การรักษาด้วยวิธีนาโนเลสิกจึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงที่ค่าสายตามีแนวโน้มที่จะคงที่แล้วหากไม่มีการเปลี่ยนแปลงของค่าสายตาในช่วง 1 ปีที่ผ่านมาก็สามารถทำได้ ผู้ที่ไม่มีปัญหาโรคตา เช่น โรคต้อหิน โรคจอประสาทตา โรค SLE เพราะโรคเหล่านี้ไม่สามารถทำเลสิกได้เพราะอาจส่งผลต่อการรักษา ผู้ที่ใช้สายตาเยอะ เช่น วัยเรียน วัยทำงาน นักกีฬา ที่มีความจำเป็นต้องใช้สายตาในการเรียน การทำงาน หรือการแข่งขันต่าง ๆ ผู้ที่ต้องการลดการใช้งานแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ เพราะการใส่แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์อาจทำให้ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ไม่สะดวก เช่น นักกีฬาว่ายน้ำ ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์เพื่อการทำงาน เพราะการใส่แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์นั้นส่งผลต่อการทำงานหรือภาพลักษณ์ได้เช่นกัน เช่น อาชีพนักแสดง นักเต้น อาชีพนักกีฬา ผู้ที่ไม่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ หากเป็นผู้ที่อยู่ระหว่างการตั้งครรภ์ควรปรึกษาแพทย์ก่อน ข้อดีของการทำ NanoLasik ทำแล้วดีอย่างไร? ช่วยแก้ปัญหาสายตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ NanoLasik  เป็นเทคโนโลยีการรักษาที่ความละเอียดสูงและใช้พลังงานต่ำ มีระบบสแกนลายม่านตาจึงมีความแม่นยำสูง ช่วยแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด ผลข้างเคียงน้อย เป็นวิธีการรักษาที่มีผลข้างน้อยเพราะแผลไม่ใหญ่และฟื้นตัวเร็ว ไม่มีแผลเปิดที่กระจกตา เป็นการรักษาสายตาโดยใช้เลเซอร์ทุกขั้นตอน แยกขั้นกระจกตาด้วยเลเซอร์โดยไม่ใช้ใบมีด ทำให้ไม่เจ็บและไม่มีแผลใหญ่หรือแผลเปิดที่กระจกตา เห็นผลเร็ว เป็นวิธีการรักษาที่เห็นผลได้เร็วกว่าวิธีอื่น ใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน บางรายใช้เวลาพักฟื้นเพียง 1 – 2 วันก็สามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ ขึ้นอยู่กับการรักษาของแต่ละคน ทำแล้วไม่ต้องนอนโรงพยาบาลสามารถกลับบ้านได้เลย ช่วยแก้ปัญหาสายตาได้ในระยะยาว ผู้ที่ได้รับการรักษาส่วนใหญ่จะสามารถมองเห็นได้ชัดเจนตลอดชีวิตโดยไม่ต้องกลับมาแก้ไขเพิ่มเติม จะเห็นว่าการทำ NanoLasik นั้นมีประโยชน์หลายอย่าง ช่วยแก้ปัญหาสายตาอย่างได้ผลในระยะยาว ไม่ว่าคุณจะมีปัญหาสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ก็สามารถบอกลาแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์และกลับมามองเห็นได้ตามปกติ ช่วยให้คุณทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างคล่องตัว  
ศูนย์เลสิก LASER VISION

ใส่คอนแทคเลนส์แบบนี้ อาจทำร้ายดวงตาโดยไม่รู้ตัว!

แน่นอนว่าการใส่คอนแทคเลนส์มีข้อดีอยู่มากมาย ทั้งช่วยให้มองเห็นแบบชัดเจนโดยไม่ต้องใส่แว่นให้รำคาญใจ ใช้ชีวิตได้สะดวกขึ้น และยังช่วยเพิ่มมิติ ความสวยความให้กับดวงตาด้วย แต่ทั้งนี้ การใส่คอนแทคเลนส์อาจทำร้ายดวงตาหากใช้งานไม่ถูกต้อง ดังนั้น การใส่คอนแทคเลนส์อย่างถูกวิธีจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นกับดวงตาของเราอย่างร้ายแรงได้   การใช้งานคอนแทคเลนส์ที่ผิดวิธี 1. ใส่คอนแทคเลนส์นานเกิน 8 ชั่วโมง  การใส่คอนแทคเลนส์นานเกิน 8 ชั่วโมงจะทำให้ดวงตาไม่ได้รับออกซิเจนเพียงพอ อาจเกิดอาการแห้ง เคืองตา หรือเกิดการติดเชื้อ 2. ใส่คอนแทคเลนส์เกินวันหมดอายุ  คอนแทคเลนส์มีหลายรูปแบบ ทั้งรายวันและรายเดือน หากคอนแทคเลนส์หมดอายุแล้วแต่ยังนำมาใส่อยู่จะเกิดโทษกับดวงตาได้ เพราะคอนแทคเลนส์ที่หมดอายุจะสูญเสียความยืดหยุ่นของเลนส์ และอาจมีสิ่งสกปรกสะสม ส่งผลให้เกิดการระคายเคือง และเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อที่ดวงตาได้ 3.ใส่คอนแทคเลนส์นอน  ปัญหานี้เป็นปัญหายอดฮิตที่หลายคนทำ และไม่รู้ตัวว่าเป็นอันตราย การใส่คอนแทคเลนส์นอนถือว่าเป็นภัยใกล้ตัวอย่างมาก เพราะในขณะที่เราหลับและยังมีคอนแทคเลนส์ค้างอยู่ในตา จะทำให้ดวงตาไม่ได้พักผ่อน และไม่สามารถรับออกซิเจนได้เพียงพอจนทำให้เกิดการอักเสบและเพิ่มโอกาสติดเชื้อได้ หรือในบางกรณี คอนแทคเลนส์อาจเคลื่อนไปอยู่ในตำแหน่งอื่นของดวงตาที่ไม่สามารถมองเห็นได้ หรือที่หลายคนตื่นมาแล้วคอนแทคเลนส์หายไปนั่นเอง ซึ่งถือว่าอันตรายและควรระวังเป็นอย่างมาก 4.ใช้น้ำยาล้างคอนแทคเลนส์เกินวันหมดอายุ น้ำยาคอนแทคเลน์ที่หมดอายุจะสูญเสียความสามารถในการฆ่าเชื้อโรค ทำให้คอนแทคเลนส์ไม่สะอาดและเสี่ยงต่อการติดเชื้อที่ดวงตาได้   วิธีการใช้งานคอนแทคเลนส์อย่างปลอดภัย - ใส่คอนแทคเลนส์ตามเวลาที่กำหนด ควรถอดคอนแทคเลนส์หลังจากใส่นานไม่เกิน 8 ชั่วโมง - เปลี่ยนคอนแทคเลนส์ตามระยะเวลา เช่น คอนแทคเลนส์รายวัน รายสัปดาห์ หรือรายเดือน - ถอดคอนแทคเลนส์ก่อนนอนทุกครั้ง เพื่อให้ดวงตาได้พักผ่อนและรับออกซิเจนอย่างเพียงพอ - ควรใช้น้ำยาคอนแทคเลนส์ที่ไม่หมดอายุและเปลี่ยนน้ำยาใหม่ทุกครั้งหลังใช้งาน   จบปัญหาจากคอนแทคเลนส์ด้วยการทำเลสิก  การใช้งานคอนแทคเลนส์อย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญเพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพดวงตา แต่การทำเลสิกเป็นทางเลือกที่ดีกว่าในระยะยาวเนื่องจากความสะดวกสบาย ลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ ประสิทธิภาพในการมองเห็นที่ดีขึ้น และประหยัดค่าใช้จ่ายในระยะยาว ที่ Laser Vision เรามีวิธีการทำเลสิกหลายแบบตามความเหมาะสมและงบประมาณของผู้ที่อยากมารักษาค่าสายตาให้กลับมาเป็นปกติ อีกทั้งยังมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย ที่จะช่วยให้การทำเลสิกเป็นเรื่องง่ายและไม่น่ากังวลอีกต่อไป มาพร้อมทีมแพทย์มากประสบการณ์ที่รักษามาแล้วนับพันเคส จึงวางใจได้ว่าคุณจะได้รับการรักษาอย่างมืออาชีพ และปลอดภัยอย่างแน่นอน หากอยากเลิกใส่คอนแทคเลนส์และหันมาทำเลสิกแทน สามารถติดต่อ Laser Vision เพื่อรับคำปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่  02-511-2111 หรือ 02-939-6006 Line ID : @LASERVISION (มี@นำหน้า)
ศูนย์เลสิก LASER VISION

ถ้าตอนนี้สายตาสั้น พออายุมากขึ้นสายตาจะกลับมาเป็นปกติไหม?

ความจริงเกี่ยวกับสายตาสั้นและการเปลี่ยนแปลงเมื่ออายุมากขึ้น มีความเชื่อที่ว่าสายตาสั้นจะหายไปเมื่ออายุมากขึ้น เพราะเราจะสายตายาวขึ้นเมื่ออายุเริ่มเยอะขึ้น และสุดท้ายค่าสายตาจะกลับมาเป้นปกตินั่นเอง แต่ความเป็นจริงแล้ว สายตาสั้นจะไม่หายไปเองตามอายุ แม้ว่าการมองเห็นระยะใกล้หรือไกลอาจเปลี่ยนแปลงไปเมื่ออายุมากขึ้น แต่ค่าสายตาสั้นจะยังคงอยู่เหมือนเดิม   การเปลี่ยนแปลงของสายตาเมื่ออายุมากขึ้น เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น สายตาก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปด้วย ซึ่งสิ่งที่สามารถเกิดได้เมื่อเราอายุเยอะขึ้น คือ  สายตายาวตามอายุ (Presbyopia) เกิดขึ้นเมื่ออายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป เกิดจากเลนส์ตาเสื่อมสภาพและมีความยืดหยุ่นลดลง ทำให้มองเห็นระยะใกล้ยากขึ้น สายตาสั้นที่ลดลง ในบางกรณี สายตาสั้นอาจดูเหมือนลดลง เพราะการเปลี่ยนแปลงของเลนส์ตา แต่อย่างไรก็ตามค่าสายตาสั้นยังคงอยู่เหมือนเดิม ไม่ได้เป็นการหายขาดอย่างที่หลายคนเข้าใจ สายตาสั้นเป็นสิ่งที่ควรรักษาและอย่าปล่อยไว้ให้หายตามธรรมชาติ ถึงแม้วว่าสายตาอาจเปลี่ยนแปลงไปตามอายุ ค่าสายตาสั้นจะไม่หายไปเอง ดังนั้น ใครที่คิดว่ารอให้อายุเยอะขึ้นแล้วสายตาจะกลับมาเหมือนเดิม ควรเปลี่ยนความคิดและมารักษาค่าสายตาด้วยการใส่แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์เพื่อทำให้มองเห็นชัดโดยที่ไม่ต้องเพ่ง หรือเลือกรักษาด้วยวิธีการทำเลสิก แก้ไขสายตาถาวรโดยที่ไม่ต้องพึ่งแว่นตา คอนแทคเลนส์ให้กวนใจ   ทำเลสิกที่ Laser Vision  Laser Vision เป็นศูนย์รักษาค่าสายตาผิดปกติที่ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศในเรื่องของความพร้อมรอบด้าน ทั้งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมถึงการบริการอย่างมืออาชีพ แพทย์ที่ Laser Vision ได้รับการฝึกอบรมจากสถาบันชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ มีประสบการณ์ในการทำเลสิกมาหลายพันเคส ทำให้มั่นใจในความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดี การทำเลสิกที่ Laser Vision จึงเป็นอีกทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาสายตาคุณจะสามารถกลับมามองเห็นชัดเจนและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นได้อย่างรวดเร็ว หากสนใจทำเลสิก สามารถติดต่อเพื่อรับคำปรึกษาและประเมินสภาพตาอย่างละเอียดจากจักษุแพทย์ได้ที่  02-511-2111 หรือ 02-939-6006 Line ID : @LASERVISION (มี@นำหน้า)

ที่อยู่

Laser Vision International LASIK Center

10/989 ซ.ประเสริฐมนูกิจ 33 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10230

ช่องทางติดต่อ

Line
calling
ติดต่อเรา :