มุมสุขภาพตา

เรียงตาม

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก แม่นยำด้วย AI (อัปเดตปี 2026)

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก | ศูนย์เลสิก Laser Vision การตัดสินใจทำเลสิก เป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคน ไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัดขึ้น แต่รวมถึงความกังวลเรื่องความปลอดภัย ความเจ็บ และผลลัพธ์ในระยะยาว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า เลสิกไร้ใบมีด ถูกค้นหามากขึ้นอย่างชัดเจน และชื่อที่มักถูกพูดถึงควบคู่กันก็คือ SMILE Pro SMILE Pro 2.0 คืออะไร? คำตอบของการทำเลสิกปี 2026 ที่คนค้นหามากที่สุด ในปี 2026 เทคโนโลยีนี้ได้พัฒนาไปอีกขั้นในชื่อ SMILE Pro 2.0 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดความคลาดเคลื่อน และทำให้ผลลัพธ์การมองเห็นเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมที่ Laser Vision เลือกนำเทคโนโลยี SMILE Pro มาใช้ในการแก้ไขปัญหาสายตาสั้นให้กับคนไข้ในปัจจุบัน การตัดสินในทำเลสิกเป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคนไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัด เลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) คืออะไร? SMILE Pro เป็นการทำเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) โดยใช้เลเซอร์ทุกขั้นตอน ไม่ต้องเปิดฝากระจกตาเหมือนเลสิกแบบเดิม แพทย์จะใช้เลเซอร์สร้างชิ้นเนื้อเลนส์เล็ก ๆ ภายในกระจกตา แล้วนำออกผ่านแผลขนาดประมาณ 2 มิลลิเมตร ด้วยแผลที่เล็กมาก ทำให้โครงสร้างกระจกตาถูกรบกวนน้อยลง หลายคนจึงรู้สึกฟื้นตัวเร็ว สบายตา และมีโอกาสเกิดอาการตาแห้งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการทำเลสิกแบบเปิดฝากระจกตา ทำไม SMILE Pro ถึงเป็นเลสิกที่หลายคนเลือก เหตุผลสำคัญที่ทำให้ SMILE Pro ได้รับความนิยม คือความรู้สึกสบายใจตั้งแต่ก่อนทำ เพราะเป็นเลสิกที่ไม่ใช้ใบมีด และไม่ต้องเปิดฝากระจกตา รวมถึงตัวเครื่อง (VisuMax 800) ถูกออกแบบมาให้เปิดโล่ง เหมาะกับคนขี้กลัว หรือกลัวที่แคบ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ใช้เวลายิงเลเซอร์ เพียงแค่ 8 วินาทีต่อข้าง เหมาะกับคนที่กลัวการทำเลสิก แผลเล็ก ช่วยให้กระจกตาแข็งแรงในระยะยาว ลดโอกาสเกิดอาการตาแห้ง หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างเร็ว SMILE Pro 2.0 ช่วยเพิ่มความแม่นยำได้อย่างไร หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ SMILE Pro 2.0 คือการออกแบบระบบให้ทุกขั้นตอนเชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่อง ลดความคลาดเคลื่อน และเพิ่มความแม่นยำในการรักษาแบบเลสิกไร้ใบมีดอย่างเห็นได้ชัด 1. ข้อมูลส่งตรง ลดความผิดพลาดจากมนุษย์ (Seamless Data Transfer) ข้อมูลสายตาที่ได้จากการตรวจวัด จะถูกส่งเข้าสู่เครื่องเลเซอร์โดยตรงผ่านระบบของ ZEISS โดยไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำ ลดโอกาสเกิดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูล ทำให้แผนการรักษาตรงกับค่าสายตาจริงมากขึ้น ผลลัพธ์มีความสม่ำเสมอในทุกเคส 2. วางแผนการรักษาอย่างแม่นยำ ด้วยข้อมูลระดับโลก (Integrated Planning) ระบบจะนำข้อมูลสายตาของคนไข้มาวิเคราะห์ร่วมกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่จากทั่วโลก ช่วยวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) เพิ่มความแม่นยำในการแก้ไขสายตาเอียง โดยเฉพาะเคสที่ซับซ้อน ช่วยให้ผลลัพธ์หลังทำเลสิกมีความเสถียรและคมชัดมากขึ้น 3. ระบบช่วยเพิ่มความคมชัดระหว่างการรักษา (Precision Systems) SMILE Pro 2.0 มาพร้อมระบบอัจฉริยะที่ช่วยควบคุมความแม่นยำในระหว่างการยิงเลเซอร์ CentraLign® ช่วยจัดตำแหน่งการยิงเลเซอร์ให้ตรงกับจุดศูนย์กลางการมองเห็นจริง ไม่ใช่แค่ตำแหน่งรูม่านตา OcuLign® ช่วยชดเชยการหมุนของลูกตาแบบอัตโนมัติในระหว่างการรักษา ทำให้เลเซอร์ยิงได้ตรงตำแหน่งตลอดเวลา ขอบคุณภาพจากบริษัท Carl Zeiss Co., Ltd SMILE Pro 2.0 ต่างจากเทคโนโลยีเลสิกแผลเล็กแบบเดิมอย่างไร เทคโนโลยี ปีที่เปิดตัว เครื่องเลเซอร์ จุดเด่นสำคัญ ReLEx SMILE 2011 VisuMax 500 จุดเริ่มต้นเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก 2–3 มม. ไม่เปิดฝากระจกตา ใช้เวลา 23 วินาที/ข้าง SMILE Pro 2021 VisuMax 800 เลเซอร์ความเร็วสูง 2 MHz ใช้เวลาเพียง 8 วินาที / ข้าง พร้อมระบบจัดกึ่งกลางอัตโนมัติ SMILE Pro 2.0 2025 VisuMax 800 ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เชื่อมต่อข้อมูล Cloud + Big Data เพิ่มความแม่นยำสูงสุดด้วย CentraLign® และ OcuLign® SMILE Pro 2.0 คือก้าวสำคัญของเลสิกแผลเล็ก ที่ผสาน ความเร็ว ความแม่นยำ และ มีระบบอัจฉริยะ AI-driven planning เข้าด้วยกัน ทำไมหลายคนเลือกทำ SMILE Pro 2.0 ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital นอกจากเทคโนโลยีแล้ว ความเชี่ยวชาญของแพทย์และมาตรฐานของโรงพยาบาลก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital ทีมจักษุแพทย์มีประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประสบการณ์รักษาคนไข้ทางด้านสายตามากกว่า 28 ปี และโรงพยาบาลยังผ่านการรับรองมาตรฐาน AACI จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยและคุณภาพการรักษาในระดับสากล การผสานระหว่างประสบการณ์ทางการแพทย์และเทคโนโลยี SMILE Pro 2.0 ทำให้คนไข้มั่นใจได้ว่า การทำเลสิกไม่ได้จบแค่เห็นชัด แต่ต้องปลอดภัยและดูแลได้ในระยะยาว Q : SMILE Pro 2.0 เหมาะกับใคร?A : เหมาะกับผู้ที่มีสายตาสั้นหรือสายตาเอียง และต้องการเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก ฟื้นตัวไว Q : ทำ SMILE Pro 2.0 เจ็บไหม?A : ระหว่างทำจะมีการหยอดยาชา คนไข้ส่วนใหญ่รู้สึกเพียงแรงกดเล็กน้อย และใช้เวลาไม่นาน Q : หลังทำต้องพักฟื้นนานแค่ไหน?A : ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายใน 1–2 วัน รับชมวีดีโอ SMILE Pro 2.0 *หากวิดีโอไม่แสดงผล คลิก ที่นี่ ถ้าคุณกำลังมองหาเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็กในปี 2026 การตรวจประเมินสายตาอย่างละเอียดกับจักษุแพทย์ จะช่วยให้รู้ว่า SMILE Pro 2.0 เหมาะกับคุณหรือไม่ และช่วยให้คุณเลือกวิธีการทำเลสิกได้อย่างสบายใจที่สุด ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ 📞 Call Center : 02-511-2111 ADD LINE 🏥 โรงพยาบาลเปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น. บทความโดย รศ.นพ. อนันต์ วงศ์ทองศรี ประธานกรรมการบริหาร (CEO) และจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา (LASIK) ประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประวัติแพทย์ นัดหมายปรึกษา
อ่านเพิ่มเติม
ศูนย์เลสิก LASER VISION

เตรียมตัวก่อนทำเลสิก NanoRelex ต้องทำอย่างไรบ้าง

เตรียมตัวก่อนทำเลสิก NanoRelex ต้องทำอย่างไรบ้าง ใครที่กำลังสนใจทำเลสิกด้วยเทคโนโลยี NanoRelex ของทาง Laser Vision อยู่ละก็ทางมาอ่านบทความนี้ได้เลย    เพราะ Laser Vision ได้รวบรวมข้อมูลทั้งหมดในการเตรียมตัวก่อนทำเลสิกมาให้คุณไว้แล้ว มาดูสิว่าต้องทำอย่างไรบ้าง   อย่างแรก เดินทางมาที่คลินิก Laser Vision เพื่อพบ และปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อวินิจฉัยดวงตา สุขภาพตาว่ามีลักษณะแบบไหน ปัจจุบันสายตาคุณเป็นอย่างไร เพื่อรับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงจะได้สอบถามข้อมูลต่าง ๆ  และทำความเข้าใจถึงขั้นตอนการทำเลสิกทั้งหมดจากแพทย์ได้เลย   ต่อมาการเตรียมตัวก่อนวันมาทำเลสิก NanoRelex ที่เป็นส่วนที่สำคัญมาก ๆ เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพักผ่อนก่อนวันทำเลสิกที่ต้องพักผ่อนให้เพียงพอ ควรนอนอย่างน้อย 6-8 ชั่วโมงก่อนวันที่มาทำเลสิก เพื่อให้สายตาได้พักผ่อนเต็มที่ ต่อมางดใส่คอนแทคเลนส์อย่างน้อย 7 - 14 วันก่อนวันทำเลสิก งดดื่มแอลกอฮอล์ งดฉีดน้ำหอมและก็ไม่ควรแต่งหน้าในวันที่มาทำเลสิกด้วยนะ และอื่นๆ ตามคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ   อย่างที่สาม ไม่ควรขับรถยนต์มาเอง ควรพาคนในครอบครัว ญาติ เพื่อน ที่สามารถขับรถยนต์มาด้วย เนื่องจากหลังทำเลสิกเสร็จสายตาของคุณจะยังไม่พร้อมใช้งานได้ทันที ต้องมีการใส่ที่ครอบดวงตาเพื่อป้องกันเชื้อโรค ฝุ่น แสงแดด รวมถึงมือของเราที่อาจจะไปสัมผัสโดนบริเวณรอบดวงตานั้นเอง ดังนั้นจึงทำให้ไม่สามารถขับรถยนต์กลับบ้านเองได้     Laser Vision เชื่อว่าเพื่อนๆ เข้าใจเรื่องการเตรียมตัวก่อนทำเลสิกแบบ NanoRelex และบอกเลยว่าไม่ยาก ไม่วุ่นวายแน่นอน หากมีข้อมูล หรือคำถามตรงไหนสามารถโทรสอบถาม Laser Vision ได้เลยนะ      
ศูนย์เลสิก LASER VISION

NanoRelex เทคโนโลยีเลสิกที่เหมาะกับคนพิถีพิถันและช่างเลือก

NanoRelex เทคโนโลยีเลสิกที่เหมาะกับคนพิถีพิถันและช่างเลือก หลายคนที่กำลังหาข้อมูลการทำเลสิกอยู่ อาจจะคิดไม่ตกว่าจะทำเลสิกแบบไหนดี เพราะยังไม่เข้าใจว่าแต่ละเทคโนโลยีมีขั้นตอน คุณภาพ และเรื่องอื่นๆ ต่างกันอย่างไร   Laser Vision เข้าใจคนที่พิถีพิถันเช่นคุณดี เพราะดวงตาคนเรามีเพียงคู่เดียว สุขภาพตาจึงเป็นสิ่งสำคัญ จะเลือกทำเลสิกทั้งทีก็อยากจะเลือกให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพที่สุด เมื่อคุณได้อ่านบทความนี้ทั้งหมดแล้ว คุณจะเข้าใจว่าทำไม NanoRelex จึงเป็นเทคโนโลยีเลสิกที่เหมาะกับคนช่างเลือกอย่างคุณ   อย่างแรก NanoRelex คือ อีกขั้นของการทำเลสิกที่ใช้เทคโนโลยีขั้นสูงของ Femtosecond Laser ที่มีความแม่นยำสูง และเป็นเทคโนโลยีการทำเลสิกที่ทันสมัยที่สุดในเวลานี้ ทำให้คุณมั่นในได้ในเรื่องคุณภาพ, ประสิทธิภาพ, และความปลอดภัยสูงสุด เมื่อทำเลสิกแล้วจะเกิดแผลขนาดเล็กมากๆ เพียง 2-4 มิลลิเมตรเท่านั้น และนอกจากนั้นในการทำเลสิกด้วยเทคโนโลยี NanoRelex จะใช้เวลาทำสั้นมากเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น นอกจากนี้การทำเลสิกแบบ NanoRelex ที่ Laser Vision จะมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ด้านนี้ที่เป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทยคอยดูแล ให้คำปรึกษาตั้งแต่ก่อนทำ ระหว่างทำ และหลังทำ Laser Vision จะทำให้คุณมั่นใจว่าคุณจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดเรื่องของสุขภาพตา   ทั้งหมดของ NanoRelex เทคโนโลยีเลสิกที่ดีสุดในตอนนี้จาก Laser Vision จะมอบความคุ้มค่า ประสบการณ์ที่ดี และสุขภาพตาของคุณที่ดีขึ้นเพียงในเวลาไม่กี่วินาที โลกที่คุณมองเห็นจะสดใสขึ้นกว่า    
ศูนย์เลสิก LASER VISION

ทำไมทุกคนถึงเลือก NanoRelex

ทำไมทุกคนถึงเลือก NanoRelex สำหรับคนที่กำลังมองหาการทำเลสิกอยู่ตอนนี้ มักจะเจอโพสต์เกี่ยวกับ NanoRelex ขึ้นมาในหน้า Facebook หรือช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ อยู่บ่อย ๆ แน่เลย โดยเฉพาะ NanoRelex ของ Laser Vision    ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้คนมากมายไม่ว่าจะเป็นคนมีชื่อเสียง คนทั่วไป  จนหลายคนเกิดสงสัยว่า ทำไมทุกคนถึงทำเลสิกด้วยเทคโนโลยี NanoRelex ของ Laser Vision กันนะ วันนี้เราจะบอกทุกคนให้รู้เอง   1.NanoRelex นั้นมีประสิทธิภาพ และ คุณภาพสูง ซึ่งช่วยลดขั้นตอนการทำงานในการผ่าตัด เนื่องจากเทคโนโลยีตัวนี้มีความแม่นยำ และความปลอดภัยที่สูงมาก ลดระยะเวลาและช่วยให้คุณมองเห็นโลกที่สดใสขึ้นเพียงไม่กี่วินาที   2.การฟื้นฟูที่รวดเร็วหลังจากทำเลสิกด้วยเทคโนโลยี NanoRelex  ช่วยให้กระบวนการฟื้นตาจากการทำเลสิกเป็นเรื่องรวดเร็วมากขึ้นในระยะเวลาเพียง 1 วัน ซึ่งสามารถช่วยให้ผู้รับบริการสามารถทำกิจกรรมประจำวันได้เร็วขึ้นกว่าเดิม ทำให้การทำเลสิกแบบ NanoRelex ช่วยเรื่องของการประหยัดเวลาได้อย่างดีเยี่ยม   3.ความคุ้มค่าของสุขภาพตา ซึ่งที่ผ่านมาผู้รับบริการมองว่าการทำเลสิกด้วยเทคโนโลยี NanoRelex มีค่าใช้จ่ายที่คุ้มค่า และสมเหตุสมผลมากๆ เมื่อเทียบกับการรักษาตาอื่น ๆ ในระยะยาว   4.สุดท้าย… ผู้ที่เข้ามารับบริการไม่ต้องใช้แว่นตาและคอนแทคเลนส์อีกต่อไป โดยข้อ นี้ถือเป็นเหตุผลหลักหลายคนเลือกการทำเลสิกด้วยเทคโนโลยี NanoRelex เพื่อกลับมามีสายตาที่ดีโดยไม่ต้องใช้แว่นตา และคอนแทคเลนส์อีกต่อไป   ดังนั้นหากใครกำลังพิจารณาเรื่องการทำเลสิกอยู่ตอนนี้ Laser Vision แนะนำว่าควรทำ! เพราะเรื่องสุขภาพตาเรานั้นเป็นสิ่งที่คุ้มค่าต่อการลงทุน  โดนเฉพาะ NanoRelex ของ Laser vision ที่มีเพียบพร้อมด้านเทคโนโลยีการทำเลสิก แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การบริการที่ละเอียดรอบคอบ และใส่ใจทุกรายละเอียด  หากคุณต้องได้ลองมาสัมผัสด้วยตัวเองแล้ว รับรองว่าจะได้เห็นโลกชัดขึ้นต่างจากเดิมแน่นอน  
ศูนย์เลสิก LASER VISION

ใส่แว่นแล้วปวดตา เกิดจากสาเหตุอะไร

ใส่แว่นแล้วปวดตา เกิดจากสาเหตุอะไร เพื่อนๆ ที่ใส่แว่นตาแล้วมีอาการปวดตา จนถึงขั้นปวดหัวหนักกันเลยนั้น หลายคนคงคิดว่าเกิดจากการทำงานหนักนั้นก็เป็นหนึ่งปัจจัยที่ถูกส่วนหนึ่ง แต่เพื่อนๆ อาจจะมองข้ามสิ่งสำคัญ สิ่งนั้นก็คือ “แว่นตา”   วันนี้ Laser Vision จะมาบอกให้ว่าทำไมใส่แว่นตาแล้วรู้สึกปวดตา   1. สภาพของแว่นตา : แน่นอนว่าสภาพแว่นตามีผลกับการมองเห็นของคุณ บางคนคุณภาพแว่นไม่ได้ดีเหมือนเดิม หรือเสื่อมสภาพตามการใช้งาน ทำให้คุณภาพของเลนส์แว่นเสื่อมสภาพ รวมถึงกรอบแว่น ขาแว่นที่ใส่แล้วหลวม ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลกระทบต่อสายตาทำให้เวลาใส่แว่นตาแล้วรู้สึกปวดตา   2. นอกจากนี้การเลือกใช้เลนส์แว่นตาไม่เหมาะสมกับสายตาก็เป็นอีกสาเหตุ เช่น ใส่เลนส์แว่นที่น้อยกว่าค่าสายตา หรือมากกว่าค่าสาย รวมถึงคุณภาพของเลนส์ของแต่ละยี่ห้อก็สำคัญ การเลือกเลนส์ที่เหมาะสมและดีส่งผลต่อการมองเห็นและสุขภาพตาเต็มๆ   3. อีกสิ่งที่ลืมไม่ได้คือ อาการผิดปกติที่สายตา ดังนั้นคุณควรไปตรวจสุขภาพตาประจำปีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แพทย์วินิจฉัยว่ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร หรือใช้งานผิดวิธีไหม และรับคำแนะนำมาเพื่อจะได้นำมาปรับใช้  แต่ถ้าไม่อยากปวดตาจากการใส่แว่นแล้วละก็ Laser Vision แนะนำการทำเลสิกด้วยเทคโนโลยีที่ดีที่สุด NanoRelex ที่มาพร้อมความแม่นยำ และความปลอดภัยสูงสุด ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที โลกที่คุณมองเห็นจะดีขึ้นแน่นอน     4. แต่ที่สำคัญเลยมาก ๆ ก็คือ การตรวจสุขภาพตาประจำปี  โดยเฉพาะกลุ่มคนที่มีปัญหาเรื่องสายตาเช่น คนใส่แว่น สายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียง และอื่นๆ ที่ต้องตรวจสุขภาพตาสม่ำเสมอเพื่อให้เรารู้ว่าเป็นอย่างไร เราใช้งานหนักและผิดวิธีไหม เพราะสุขภาพตาเป็นเรื่องที่ไม่ควรเสี่ยง   ส่วนใครไม่อยากใส่แว่น หรือไม่อยากกังวลกับการใช้แว่นแล้วเกิดปัญหา Laser Vision มีทางออก อย่างการทำเลสิกด้วยเทคโนโลยี NanoRelex ที่ทันสมัยที่สุดในเวลานี้ ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที โลกคุณจะสดใสขึ้นกว่าเดิม
ศูนย์เลสิก LASER VISION

ลงทุนสุขภาพตาสักครั้ง ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นด้วย NanoRelex

ลงทุนสุขภาพตาสักครั้ง ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นด้วย NanoRelex หลายคนที่กำลังลังเล และตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำเลสิกดีไหม? Laser Vision อยากบอกว่าเรื่องสุขภาพของดวงตาทุกคนคุ้มค่าต่อการลงทุนอย่างแน่นอน      โดยเฉพาะการทำเลสิกด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดในเวลานี้อย่าง NanoRelex มาดูกันว่าทำไมการทำเลสิกแบบ NanoRelex ถุงทำให้คุณรู้สึกว่าคุ้มค่าต่อการลงทุนเรื่องสุขภาพตากัน เห็นผลลัพธ์ทันที หลังจากการทำเลสิก ผู้รับบริการทุกคนสามารถเห็นผลลัพธ์ทันที และสามารถกลับไปทำกิจกรรมประจำวันได้ทันทีโดยไม่ต้องรอนาน ที่สำคัญแผลหายได้ในเวลาเพียง 1 วัน   1. ไม่ต้องใช้แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์อีกต่อไป ซึ่งเลสิกช่วยปรับปรุงสายตาในรูปแบบที่ไม่ต้องใช้แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์อีกต่อไป ซึ่งช่วยให้คุณไม่ต้องกังวลเรื่องหาแว่นตาตอนหาไม่เจอ หรือดูแลคอนแทคเลนส์ทุกครั้ง หรือต้องยอดน้ำตาเทียมบ่อยๆ   2. ประหยัดเวลาและคุ้มค่าทุกการใช้จ่าย การทำเลสิกช่วยประหยัดเวลาในการดูแลสายตาและลดค่าใช้จ่ายในการซื้อแว่นตาใหม่ทุก ๆ ปี หรือ 2 ปี หรือคอนแทคเลนส์ในระยะยาว   นอกจากนี้ยังส่งผลต่อสุขภาพใจ ทำให้รู้สึกมีความมั่นใจ สามารถออกไปใช้ชีวิตได้ไร้กังวล ไม่ว่าจะเป็น การออกกำลังกาย เล่นฟุตบอลกับเพื่อนโดยที่ไม่ต้องถอดแว่นเล่น    แน่นอนว่าทั้งหมดนี้คุณอาจไม่เข้าใจทั้งหมด ดังนั้น Laser Vision อยากให้ทุกคนมาพบกับสิ่งที่คุ้มค่าต่อการลงทุนอย่างการทำเลสิกด้วยเทคโนโลยี NanoRelex ที่ล้ำหน้า และทันสมัยที่สุดในตอนนี้ เพื่อช่วยให้คุณมองเห็นโลกที่สดใส และมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าที่เคยเป็น  
ศูนย์รักษาต้อกระจก
ศูนย์เลสิก LASER VISION
ศูนย์รักษากระจกตา

โรคเกี่ยวกับดวงตาที่มีโอกาสเกิดกับพนักงานออฟฟิศ

โรคเกี่ยวกับดวงตาที่มีโอกาสเกิดกับพนักงานออฟฟิศ ไหนใครบ้างที่ทำงานอยู่หน้าจอคอมนานๆ บ้าง Laser Vision เชื่อว่ามีเยอะแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน ๆ ที่เป็น Graphic Designer , Developer, Editor และอาชีพอื่นๆ ปัญหาที่มักจะเกิดตามมาก็คือสายตาล้า อ่อนเพลีย และบางคนก็คิดว่าไม่เป็นไร นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ โรคเกี่ยวกับดวงตา ดังนั้น Laser Vision จะมาบอกให้ฟังเองว่าโรคเกี่ยวกับดวงตาที่อาจเกิดขึ้นกับพนักงานออฟฟิศมีโรคอะไรบ้าง   1. โรคตาสัมผัส หรือตาแห้ง เกิดจากการใช้สายตาติดต่อกันเป็นเวลานานๆ อย่างเช่น นั่งทำงานอยู่หน้าจอคอม ส่งผลให้เรารู้สึกคัน ระคายตาเหมือนมีอะไรติดอยู่ และเริ่มมีอาการแพ้แสง และลม บางครั้งมีอาการตามัวด้วย   2. ต้อกระจกตาเป็นพิษ ปกติจะพบได้กลุ่มผู้สูงวัย แต่กลุ่มพนักงานออฟฟิศก็สามารถเกิดได้เช่นกัน ช่วงแรกจะรู้สึกตาพร่ามัว มองเห็นภาพซ้อน ตอนขับรถเวลากลางคืนเห็นแสงกระจาย และอื่นๆ   3. โรคจอประสาทเสื่อม โรคนี้มักพบได้ง่ายในกลุ่มผู้สูงอายุ แต่แน่นว่าพนักงานออฟฟิศก็มีโอกาสเช่นกัน เพราะเกิดจากการใช้สายตาหนัก และเกิดจากการสูบบุหรี่ ช่วงแรกของอาการอาจไม่รู้เลยด้วยซ้ำ ดังนั้นควรหมั่นตรวจสุขภาพตาเป็นประจำทุกปี   4. โรคซีวีเอส หรือชื่อเต็มๆ ก็คือ คอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม เป็นโรคที่พบได้ง่ายในกลุ่มที่ใช้งานคอมพิวเตอร์นานๆ แต่ละคนก็จะแสดงอาการมากน้อยแต่ต่างกันออกไป ช่วงแรกจะเริ่มมีอาการแพ้แสง ปวดกระบอกตา ตาแห้ง หรือตาพร่ามัว   ทั้งหมดนี้ก็เป็นโรคที่มีโอกาสเกิดขึ้นกับกลุ่มเพื่อนๆ ที่เป็นพนักงานออฟฟิศ ดังนั้นอย่าลืมดูแลสุขภาพตา พักสายตาระหว่างทำงานทุกๆ ชั่วโมง ไม่ใช้โทรศัพท์ให้ห้องมืดๆ ออกกำลังกาย ทานของที่มีประโยชน์ก็ช่วยให้สุขภาพตาเราดีได้นะ    

ที่อยู่

Laser Vision International LASIK Center

10/989 ซ.ประเสริฐมนูกิจ 33 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10230

ช่องทางติดต่อ

Line
calling
ติดต่อเรา :