มุมสุขภาพตา

เรียงตาม

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก แม่นยำด้วย AI (อัปเดตปี 2026)

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก | ศูนย์เลสิก Laser Vision การตัดสินใจทำเลสิก เป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคน ไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัดขึ้น แต่รวมถึงความกังวลเรื่องความปลอดภัย ความเจ็บ และผลลัพธ์ในระยะยาว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า เลสิกไร้ใบมีด ถูกค้นหามากขึ้นอย่างชัดเจน และชื่อที่มักถูกพูดถึงควบคู่กันก็คือ SMILE Pro SMILE Pro 2.0 คืออะไร? คำตอบของการทำเลสิกปี 2026 ที่คนค้นหามากที่สุด ในปี 2026 เทคโนโลยีนี้ได้พัฒนาไปอีกขั้นในชื่อ SMILE Pro 2.0 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดความคลาดเคลื่อน และทำให้ผลลัพธ์การมองเห็นเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมที่ Laser Vision เลือกนำเทคโนโลยี SMILE Pro มาใช้ในการแก้ไขปัญหาสายตาสั้นให้กับคนไข้ในปัจจุบัน การตัดสินในทำเลสิกเป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคนไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัด เลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) คืออะไร? SMILE Pro เป็นการทำเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) โดยใช้เลเซอร์ทุกขั้นตอน ไม่ต้องเปิดฝากระจกตาเหมือนเลสิกแบบเดิม แพทย์จะใช้เลเซอร์สร้างชิ้นเนื้อเลนส์เล็ก ๆ ภายในกระจกตา แล้วนำออกผ่านแผลขนาดประมาณ 2 มิลลิเมตร ด้วยแผลที่เล็กมาก ทำให้โครงสร้างกระจกตาถูกรบกวนน้อยลง หลายคนจึงรู้สึกฟื้นตัวเร็ว สบายตา และมีโอกาสเกิดอาการตาแห้งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการทำเลสิกแบบเปิดฝากระจกตา ทำไม SMILE Pro ถึงเป็นเลสิกที่หลายคนเลือก เหตุผลสำคัญที่ทำให้ SMILE Pro ได้รับความนิยม คือความรู้สึกสบายใจตั้งแต่ก่อนทำ เพราะเป็นเลสิกที่ไม่ใช้ใบมีด และไม่ต้องเปิดฝากระจกตา รวมถึงตัวเครื่อง (VisuMax 800) ถูกออกแบบมาให้เปิดโล่ง เหมาะกับคนขี้กลัว หรือกลัวที่แคบ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ใช้เวลายิงเลเซอร์ เพียงแค่ 8 วินาทีต่อข้าง เหมาะกับคนที่กลัวการทำเลสิก แผลเล็ก ช่วยให้กระจกตาแข็งแรงในระยะยาว ลดโอกาสเกิดอาการตาแห้ง หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างเร็ว SMILE Pro 2.0 ช่วยเพิ่มความแม่นยำได้อย่างไร หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ SMILE Pro 2.0 คือการออกแบบระบบให้ทุกขั้นตอนเชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่อง ลดความคลาดเคลื่อน และเพิ่มความแม่นยำในการรักษาแบบเลสิกไร้ใบมีดอย่างเห็นได้ชัด 1. ข้อมูลส่งตรง ลดความผิดพลาดจากมนุษย์ (Seamless Data Transfer) ข้อมูลสายตาที่ได้จากการตรวจวัด จะถูกส่งเข้าสู่เครื่องเลเซอร์โดยตรงผ่านระบบของ ZEISS โดยไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำ ลดโอกาสเกิดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูล ทำให้แผนการรักษาตรงกับค่าสายตาจริงมากขึ้น ผลลัพธ์มีความสม่ำเสมอในทุกเคส 2. วางแผนการรักษาอย่างแม่นยำ ด้วยข้อมูลระดับโลก (Integrated Planning) ระบบจะนำข้อมูลสายตาของคนไข้มาวิเคราะห์ร่วมกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่จากทั่วโลก ช่วยวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) เพิ่มความแม่นยำในการแก้ไขสายตาเอียง โดยเฉพาะเคสที่ซับซ้อน ช่วยให้ผลลัพธ์หลังทำเลสิกมีความเสถียรและคมชัดมากขึ้น 3. ระบบช่วยเพิ่มความคมชัดระหว่างการรักษา (Precision Systems) SMILE Pro 2.0 มาพร้อมระบบอัจฉริยะที่ช่วยควบคุมความแม่นยำในระหว่างการยิงเลเซอร์ CentraLign® ช่วยจัดตำแหน่งการยิงเลเซอร์ให้ตรงกับจุดศูนย์กลางการมองเห็นจริง ไม่ใช่แค่ตำแหน่งรูม่านตา OcuLign® ช่วยชดเชยการหมุนของลูกตาแบบอัตโนมัติในระหว่างการรักษา ทำให้เลเซอร์ยิงได้ตรงตำแหน่งตลอดเวลา ขอบคุณภาพจากบริษัท Carl Zeiss Co., Ltd SMILE Pro 2.0 ต่างจากเทคโนโลยีเลสิกแผลเล็กแบบเดิมอย่างไร เทคโนโลยี ปีที่เปิดตัว เครื่องเลเซอร์ จุดเด่นสำคัญ ReLEx SMILE 2011 VisuMax 500 จุดเริ่มต้นเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก 2–3 มม. ไม่เปิดฝากระจกตา ใช้เวลา 23 วินาที/ข้าง SMILE Pro 2021 VisuMax 800 เลเซอร์ความเร็วสูง 2 MHz ใช้เวลาเพียง 8 วินาที / ข้าง พร้อมระบบจัดกึ่งกลางอัตโนมัติ SMILE Pro 2.0 2025 VisuMax 800 ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เชื่อมต่อข้อมูล Cloud + Big Data เพิ่มความแม่นยำสูงสุดด้วย CentraLign® และ OcuLign® SMILE Pro 2.0 คือก้าวสำคัญของเลสิกแผลเล็ก ที่ผสาน ความเร็ว ความแม่นยำ และ มีระบบอัจฉริยะ AI-driven planning เข้าด้วยกัน ทำไมหลายคนเลือกทำ SMILE Pro 2.0 ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital นอกจากเทคโนโลยีแล้ว ความเชี่ยวชาญของแพทย์และมาตรฐานของโรงพยาบาลก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital ทีมจักษุแพทย์มีประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประสบการณ์รักษาคนไข้ทางด้านสายตามากกว่า 28 ปี และโรงพยาบาลยังผ่านการรับรองมาตรฐาน AACI จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยและคุณภาพการรักษาในระดับสากล การผสานระหว่างประสบการณ์ทางการแพทย์และเทคโนโลยี SMILE Pro 2.0 ทำให้คนไข้มั่นใจได้ว่า การทำเลสิกไม่ได้จบแค่เห็นชัด แต่ต้องปลอดภัยและดูแลได้ในระยะยาว Q : SMILE Pro 2.0 เหมาะกับใคร?A : เหมาะกับผู้ที่มีสายตาสั้นหรือสายตาเอียง และต้องการเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก ฟื้นตัวไว Q : ทำ SMILE Pro 2.0 เจ็บไหม?A : ระหว่างทำจะมีการหยอดยาชา คนไข้ส่วนใหญ่รู้สึกเพียงแรงกดเล็กน้อย และใช้เวลาไม่นาน Q : หลังทำต้องพักฟื้นนานแค่ไหน?A : ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายใน 1–2 วัน รับชมวีดีโอ SMILE Pro 2.0 *หากวิดีโอไม่แสดงผล คลิก ที่นี่ ถ้าคุณกำลังมองหาเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็กในปี 2026 การตรวจประเมินสายตาอย่างละเอียดกับจักษุแพทย์ จะช่วยให้รู้ว่า SMILE Pro 2.0 เหมาะกับคุณหรือไม่ และช่วยให้คุณเลือกวิธีการทำเลสิกได้อย่างสบายใจที่สุด ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ 📞 Call Center : 02-511-2111 ADD LINE 🏥 โรงพยาบาลเปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น. บทความโดย รศ.นพ. อนันต์ วงศ์ทองศรี ประธานกรรมการบริหาร (CEO) และจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา (LASIK) ประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประวัติแพทย์ นัดหมายปรึกษา
อ่านเพิ่มเติม
ศูนย์เลสิก LASER VISION

สายตาเอียง ไม่ได้เป็นเพราะนอนตะแคง!

ภาวะสายตาเอียง ถ้าไม่ได้เกิดจากการนอนตะแคงแล้วเกิดจากอะไร?    ภาวะสายตาเอียงไมได้มาจากการนอนตะแคง หรือการเอียงคอมองอะไรเป็นเวลานาน ความจริงแล้ว สายตาเอียงเกิดจากความโค้งของกระจกตาไม่เท่ากันในแต่ละแกน ทำให้เกิดจุดโฟกัสหลายจุด ไม่รวมเป็นภาพเดียวกัน ซึ่งสาเหตุอาจมาจากกรรมพันธุ์ อุบัติเหตุหรือการบาดเจ็บที่ตา ขยี้ตาบ่อย ๆ หรือเกิดขึ้นหลังจากการผ่าตัดตาได้    สายตาเอียงทำให้เรามองเห็นภาพยังไง? ผลของสายตาเอียงจะทำให้เรามองภาพได้ไม่คม เกิดภาพซ้อนบิดเบี้ยว มีอาการตาล้า ปวดศีรษะ มองภาพไม่ชัดไม่คม โดยเฉพาะในเวลาตอนกลางคืนทำให้ต้องหรี่ตามองตลอดเวลา ซึ่งคนที่มีสายตาเอียงมากๆก็จะอันตรายต่อการขับรถตอนกลางคืนนั่นเอง   การรักษาสายตาเอียงทำยังไงได้บ้าง?  วิธีการรักษาสายตาเอียงก็เหมือนกับการรักษาสายตาสั้นหรือยาว นั่นก็คือใส่แว่น ใส่คอนแทคเลนส์ หรือสามารถรักษาด้วยการทำเลสิกได้เช่นกัน หากใครมีปัญหาสายตาสั้นหรือยาว ร่วมกับสายตาเอียง การทำเลสิกก็ถือว่าตอบโจทย์ในการรักษา เพราะช่วยรักษาค่าสายตาผิดปกติแบบถาวร ทำให้มองเห็นคมชัดโดยที่ไม่ต้องยุ่งยากในการตัดแว่นหรือหาคอนแทคเลนส์อีกต่อไป หากใครสนใจรักษาค่าสายตาผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็น สั้น ยาว หรือเอียง สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้แล้ววันนี้ที่ Laser Vision ปรึกษาเพิ่มเติม โทร 02-511-2111  
ศูนย์เลสิก LASER VISION

Experience the Best in Vision Correction with NanoLASIK & NanoRelex at Bangkok Eye Hospital

Experience the Best in Vision Correction with NanoLASIK & NanoRelex at Bangkok Eye Hospital! 💯 👓🤞 Say goodbye to your glasses with our advanced LASIK technology. Our procedures are designed to gently treat the refractive errors, maximizing precision and minimizing recovery time, so you can enjoy clearer vision faster. At Bangkok Eye Hospital, previously known as Laser Vision, we offer: 🔵 NanoRelex®️: The latest in small incision technique, known for its precision and minimal recovery time. Ideal for those interested in cutting-edge methods without the need for corneal flaps. 🔵 NanoLASIK: Perfect for those seeking quick vision recovery or dealing with complex prescriptions. This technology ensures a faster, clearer, and more precise correction than traditional LASIK methods. These advanced techniques use the top-rated technology available today, ensuring the most realistic and effective vision correction results. In addition to these state-of-the-art technologies, we offer:🌐 Over 25 years of LASIK expertise.👁️‍🗨️ Experience with over 90,000 surgeries, including challenging cases.🩺 A team of 10 corneal and refractive surgery specialists, led by seasoned corneal specialists with over 20 years of experience. 💸 Special Offer: This month, enjoy up to 30,000 THB off the original treatment price of 138,000 THB, depending on your prescription. Don’t miss this opportunity to save on the best vision correction available. Choose Wisely, See Confidently! For appointments and more information:🏥 Bangkok Eye Hospital 💬 Messenger:📱 Telegram (Khmer Consultant): 📍 Address: Bangkok Eye Hospital, 10/989, 33 Prasertmanukit Road, Nuanchan Subdistrict, Bueng Kum District, Bangkok 10240 Map   #BangkokEyeHospital #SmartEyeHospital #LaserVision #NanoLASIK #NanoRelex
ศูนย์เลสิก LASER VISION

สายตาสั้นแต่อยากไปดำน้ำ ทำอย่างไรได้บ้าง?

คนสายตาสั้น ดำน้ำอย่างไร?   อย่างที่เรารู้กันดีว่าคนสายตาสั้นจะต้องใส่แว่นหรือคอนแทคเลนส์ตลอด ดังนั้นเมื่อพูดถึงการไปเที่ยวทะเลหรือดำน้ำ ก็จะมีคำถามตามมาหลายครั้งว่าคนสายตาสั้นจะดำน้ำยังไง ที่แน่ ๆ คือไม่สามารถใส่แว่นสายตาลงไปได้แน่นอน แล้วจะมีวิธีไหนละที่จะทำให้คนสายตาสั้นสามารถดำน้ำได้เหมือนคนอื่น?   ปัจจุบันมีตัวช่วยที่ทำให้คนสายตาสั้นก็สามารถดำน้ำได้ ดังนี้ 1. ใช้หน้ากากดำน้ำแบบมีเลนส์สายตา  ปัจจุบันแว่นวายน้ำ หรือหน้ากากดำน้ำสามารถเลือกตัดตามค่าสายตาของแต่ละคนได้แล้ว เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ที่อยากดำน้ำแต่มีปัญหาเรื่องค่าสายตา ซึ่งหน้ากากดำน้ำแบบนี้จะมีราคาค่อนข้างสูง และเมื่อค่าสายตาเปลี่ยน ก็จะต้องคอยเปลี่ยนแว่นสำหรับใช้ในการดำน้ำด้วยเช่นกัน 2. ใส่คอนแทคเลนส์ดำน้ำ แต่จะต้องเป็นคอนแทคเลนส์แบบนุ่มที่ใช้แล้วทิ้ง ไม่นำกลับมาใส่ซ้ำเด็ดขาดเพราะอาจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ ที่สำคัญคือต้องรักษาความสะอาดอย่างมาก 3. ทำเลสิก เป็นวิธีที่ปลอดภัยและยั่งยืนที่สุด เพราะไม่ต้องเสี่ยงติดเชื้อและไม่ต้องไปคอยตัดแว่นตามค่าสายตาอีกแล้ว และยังเป็นการรักษาสายตาสั้นและรักษาสายตายาวแบบถาวรอีกด้วย รับรองว่าได้เห็นโลกใต้ทะเลและโลกบนบกชัดขึ้นอย่างแน่นอน   เปลี่ยนค่าสายตาให้กลับมามองเห็นชัดเหมือนเดิมทั้งบนบกและโลกใต้ทะเล  สำหรับใครที่มีแพลนดำน้ำเร็วๆนี้และอยากทำเลสิก แต่กังวลว่าแผลจะหายช้าไหม? ไม่ต้องกังวลเลย เพราะที่ Laser Vision มีการทำเลสิกแแบบที่เรียกว่า NanoRelex เป็นเทคโนโลยีการเลสิกแบบใหม่ล่าสุดที่ไม่ต้องเปิดกระจกตา ทำให้แผลเล็กมากๆและใช้เวลาพักฟื้นน้อย แผลหายไวด้วย หากใครสนใจอยากทำเลสิกแบบ NanoRelex สามารถติดต่อเพื่อปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมโทร 02-511-2111  
ศูนย์เลสิก LASER VISION

ภาวะสายตาสั้นตอนกลางคืน สายตาพร่ามัวเมื่ออยู่ในที่มืดหรือตอนกลางคืน

เคยเป็นกันหรือไม่ที่รู้สึกว่าสายตาของเราสั้นแค่เฉพาะตอนกลางคืนหรือตอนอยู่ในที่มืด ๆ อยากจะบอกว่าอาการเหล่านี้มีอยู่จริง ซึ่งเป็นอาการของภาวะสายตาสั้นตอนกลางคืน (Night Myopia) อาการเหล่านี้เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงอะไร มีความอันตรายหรือไม่ Laser Vision จะช่วยอธิบายเคลียร์ชัดให้คุณเอง   ภาวะสายตาสั้นตอนกลางคืน (Night Myopia) คืออะไร? ภาวะสายตาสั้นตอนกลางคืน คืออาการที่ดวงตามองเห็นวัตถุในระยะกลางและระยะไกลได้ไม่ชัดเจนในช่วงเวลากลางคืนหรือในสภาวะที่มีแสงสว่างน้อย อาจมองเห็นแสงไฟในระยะไกลเป็นแสงฟุ้ง ทำให้ต้องฝืนเพ่งตามองเป็นพิเศษ เพื่อให้ภาพมองเห็นชัดขึ้น จนทำให้ตาอ่อนล้าได้ง่ายเร็วขึ้น ซึ่งภาวะสายตาสั้นตอนกลางคืนจะกระทบกับบุคคลที่ชื่นชอบการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในเวลากลางคืน ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่รถยนต์ หรือการทำงานในช่วงเวลากลางคืน หลายคนอาจจะคิดว่าภาวะสายตาสั้นตอนกลางคืนอาจมีอาการร้ายแรงหรือต้องรับการรักษาด้วยวิธีพิเศษ แตกต่างจากการรักษาอาการสายตาสั้นทั่วไป แต่แท้จริงแล้ว เชื่อไหมว่าอาการสายตาสั้นตอนกลางคืน สายตาพร่าเมื่ออยู่ในที่มืด เป็นเพียงสัญญาณบ่งบอกถึงภาวะสายตาสั้นตามปกติทั่วไป ซึ่งท่านสามารถรักษาได้ง่าย ๆ ด้วยการสวมใส่แว่นสายตาหรือการผ่าตัดทำเลสิกที่เหมาะสมเท่านั้น   ภาวะสายตาสั้นตอนกลางคืน เกิดขึ้นได้อย่างไร?   ●       การขยายของรูม่านตา ในภาวะที่แสงสว่างมีน้อย รูม่านตาของคนเราจะทำการขยายมากขึ้นเป็นอัตโนมัติ เพื่อเพิ่มปริมาณของแสงเข้าสู่ดวงตาให้เห็นภาพชัดขึ้น แต่การขยายของรูม่านตาเช่นนี้กลับมีข้อเสียเช่นเดียวกัน โดยมันจะส่งผลกับสิ่งที่เรียกว่า Spherical aberration หรือก็คือการมองเห็นภาพเบลอมากยิ่งขึ้นเมื่อรูม่านตาของเราขยาย จึงไม่แปลกที่ใครหลายคนอาจจะเห็นภาพเบลอในช่วงเวลากลางคืน ●       Spherical aberration ภาพเบลอที่เกิดจากรูม่านตาขยาย มีสาเหตุมาจากการที่ผลของแสงเดินทางผ่านความโค้งของกระจกตาในขณะที่รูม่านตาเปิดกว้างขยายขึ้น ทำให้แสงมีการหักเหห่างจากจอรับภาพมากกว่าปกติ ยิ่งหากมากเท่าไร สมองของคนเราก็จะได้รับภาพเบลอมากขึ้นตามไปด้วย ●       เซลล์รับภาพมีความไวต่อแสงที่มีความยาวคลื่นแตกต่างกัน ขณะที่เซลล์แสงรับภาพในคนเราจะมีความต่อแสงที่ 555 นาโนเมตร และเมื่อไม่มีแสงเซลล์รับภาพจะมีความไวต่อแสงที่ 510 นาโนเมตร ซึ่งปริมาณของแสงที่แตกต่างกันนี้ สามารถทำให้ภาพที่เกิดขึ้นในสมองคนเราเบลอขึ้นได้ ●       Chromatic aberration โดยปกติแล้วเมื่อแสงเดินทางผ่านกระจกตา แสงจะแยกออกเรียงตามลำดับความยาวของคลื่นโดยเรียงการตกโฟกัสก่อนไปหลัง และจากคลื่นสั้นไปคลื่นยาว แต่ในตอนกลางคืน เซลล์รับภาพจะเปลี่ยนจากการรับคลื่นแสงสีเหลืองในตอนกลางวัน มาเป็นการรับคลื่นแสงสีน้ำเงินที่มีความถี่สูงขึ้นในตอนกลางคืนแทน ทำให้คนเราสามารถเกิดสายตาสั้นได้ประมาณ -0.50D เพราะแสงสีน้ำเงินจะตกก่อนจอรับภาพ   ภาวะสายตาสั้นตอนกลางคืน ไม่เป็นอะไรแล้วจริงหรือ? คนที่มีภาวะสายตาสั้นตอนกลางคืน หรือแม้แต่คนสายตาสั้นมาก บางรายอาจมีการเสื่อมของ Rod ที่ทำงานตอนกลางคืนร่วมด้วย ส่งผลให้เกิดการขาดสารอาหารอย่างรุนแรง โดยเฉพาะวิตามิน A ซึ่งเป็นวิตามินที่ช่วยในการมองเห็น อาการรุนแรงขึ้นจนกลายเป็นโรคตาบอดกลางคืนได้ แม้ว่าจะมีอาการไม่เป็นอันตรายถึงชีวิต แต่ก็อาจส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันได้เหมือนกัน เช่น อาจทำให้การขับรถในช่วงเวลากลางคืนลำบากและเสี่ยงอันตรายมากกว่าเดิม รวมถึงการขึ้นลงบันไดในพื้นที่มืด เป็นต้น   คืนความคมชัดยาม่ํคาคืน ด้วยการรักษาที่ทันสมัยจาก Laser Vision ทุกปัญหาด้านสายตาสามารถรักษาให้ดีขึ้นด้วย เพียงคุณปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการเข้ารับการรักษาที่ถูกต้อง เหมาะสมกับอาการของแต่ละบุคคล โดย Laser Vision International LASIK Center เป็นศูนย์รักษาสายตาอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 25 ปี พร้อมด้วยทีมแพทย์เฉพาะด้านและเครื่องมืออันทันสมัยได้มาตรฐานสากล สามารถดำเนินการรักษาภาวะสายตาสั้นตอนกลางคืน และอาการตาบอดกลางคืนได้ หรือในเคสที่รุนแรงมีสาเหตุจากต้อกระจกตา ทางเราก็มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถผ่าตัดได้อย่างปลอดภัย ปรึกษาเพิ่มเติม โทร 02-511-2111
ศูนย์เลสิก LASER VISION

จริงหรือไม่? ที่สภาพอากาศมีผลต่อสุขภาพของดวงตา

ประเทศไทยขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่มีสภาพอากาศ 3 ฤดู ได้แก่ ฤดูร้อน ฤดูหนาว และฤดูฝน ซึ่งทั้งสามฤดูกาลล้วนแล้วแต่สามารถส่งผลต่อสุขภาพของดวงตาเราได้ ไม่แพ้ปัจจัยทางมลพิษอื่น ๆ จำพวกฝุ่นละอองหรือควันเลยทีเดียว เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลมักมาพร้อมกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงไป ยิ่งในช่วงฤดูร้อนจัด และฤดูหนาวจัด นั้นจะส่งผลต่อดวงตาของเราเป็นอย่างมาก   ฤดูร้อนมีผลต่อสุขภาพดวงตาของเราอย่างไร? ฤดูร้อน เป็นฤดูที่มีอุณหภูมิสูงและมีแสงแดดร้อนแรงกว่าฤดูอื่น ที่สำคัญยังมีช่วงระยะเวลาที่ยาวนานหลายเดือนอีกด้วย ทุกคนควรหมั่นดูแลรักษาสุขภาพดวงตาของตนเองให้ดี เนื่องจากดวงตาเป็นอวัยวะที่มีความเปราะบางสูง มีเพียงแค่เปลือกตาเท่านั้นที่คอยปกป้องจากแสงแดดและคลื่นอุณหภูมิความร้อน หากปล่อยให้ดวงตาสัมผัสกับอากาศแห้งและแสงแดดก็จะให้ดวงตาแห้งได้ง่าย หากดวงตาแห้งมาก ๆ ก็จะส่งผลกระทบอื่น ๆ ตามมา เช่น อาการตาบวม หรืออาการคันบริเวณดวงตาจากโรคภูมิแพ้ ภาวะตาแห้งจากการออกแดดมากเกินไป รวมถึงดวงตาแห้งยังมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคได้ง่ายอีกด้วย   วิธีการดูแลและป้องกันดวงตาในฤดูร้อนที่ถูกต้อง คือการสวมใส่แว่นตากันแดดหรือแว่นสายตาที่มีเลนส์ช่วยย้อมสีก็ได้ ควรดื่มน้ำวันละอย่างน้อย 8 ถึง 10 แก้ว และควรดื่มน้ำอย่างน้อย 1 ถึง 2 แก้ว หากมีเหตุต้องออกไปเผชิญกับแสงแดด เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา รวมถึงการทาครีมกันแดดสำหรับใบหน้าบริเวณรอบดวงตา และการหยอดน้ำตาเทียมก็สามารถช่วยลดอาการดวงตาแห้งได้เช่นกัน   ฤดูหนาวมีผลต่อสุขภาพดวงตาอย่างไร? หลายคนอาจจะคิดว่ามีแค่ฤดูร้อนเท่านั้นที่ทำให้เกิดอาการดวงตาแห้ง แต่ความจริงแล้วฤดูหนาวก็สามารถทำให้เกิดภาวะตาแห้งได้เหมือนกัน เนื่องจากอากาศในช่วงฤดูหนาวจะมีสภาพอากาศที่แห้งและมีความเย็น (แม้ว่าจะไม่มีคลื่นความร้อนเหมือนฤดูร้อน) แต่เมื่ออากาศแห้งและเย็นมาสัมผัสกับดวงตาจะทำให้น้ำหล่อเลี้ยงกระจกตานั้นระเหยมามากกว่าปกติ ส่งผลให้เกิดอาการตาแห้งตามมาในภายหลัง หากใครที่มีอาการรุนแรงอาจมีอาการตาแดง แสบตา หรือมีอาการอักเสบ ทำให้เกิดอาการระคายเคืองตาอย่างรุนแรงได้   วิธีการดูแลและป้องกันดวงตาในฤดูร้อนที่ถูกต้อง คือการดื่มน้ำให้เพียงพอ วันละอย่างน้อย 8 ถึง 10 แก้ว เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา และสร้างน้ำหล่อเลี้ยงตาให้เพียงพอ กรณีที่เคืองตาให้กะพริบตาหรือหลับตาสัก 5 วินาที จะทำให้น้ำหล่อเลี้ยงตากลับฉาบลูกตาอีกครั้ง ถ้าไม่ดีขึ้นให้หยอดน้ำตาเทียม (แบบไม่มีสารกันเสีย) ช่วยลดอาการตาแห้ง หรือถ้าให้ดีที่สุดพยายามหลีกเลี่ยงการอยู่ในบริเวณที่มีลมพัดแรงหรือบริเวณที่มีอากาศแห้งจัดเย็นจัดจะช่วยได้มาก   ฤดูฝนมีผลต่อสุขภาพดวงตาอย่างไร? ฤดูฝนแตกต่างกับฤดูร้อนและฤดูหนาวเสียหน่อย ตรงที่ปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพดวงตาที่พบบ่อยจะไม่ใช่อาการตาแห้ง แต่จะเป็นอาการเกี่ยวกับโรคตาแดง ภูมิแพ้อากาศขึ้นตา เยื่อบุอักเสบ และการติดเชื้อบริเวณดวงตา เนื่องจากในช่วงฤดูฝนสภาพอากาศจะมีความอับชื้นและเย็น ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่ต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรค ยิ่งหากน้ำฝนไปชะล้างฝุ่นละอองในอากาศและกระเด็นเข้าสู่ดวงตาก็จะทำให้เกิดการติดเชื้อและอักเสบได้อย่างรวดเร็ว   วิธีการดูแลและป้องกันดวงตาในฤดูฝนที่ดีที่สุด คือพยายามหลีกเลี่ยงอย่าให้ดวงตาสัมผัสกับหน้าฝนเด็ดขาด เพราะน้ำฝนเต็มไปด้วยเชื้อโรคและแบคทีเรียอันเป็นสาเหตุของอาการต่าง ๆ หากดวงตาสัมผัสกับน้ำฝน ให้ลืมตาในน้ำสะอาดเพื่อล้างทำความสะอาด ล้างมือให้สะอาดและหลีกเลี่ยงการเอามือไปสัมผัสดวงตา หากใครที่มีอาการอักเสบ ตาบวม ตาแดง หรืออาการอื่น ๆ ให้รีบพบจักษุแพทย์โดยทันที   ทุกปัญหาด้านสุขภาพตา รักษาได้ที่ Laser Vision Laser Vision International LASIK Center ศูนย์เลสิกเปิดให้บริการดูแลรักษาโรคเกี่ยวกับดวงตาทุกชนิดแบบครบวงจร ด้วยประสบการณ์มานานกว่า 25 ปี ทางศูนย์รักษาสายเลเซอร์วิชั่นมีจักษุแพทย์เฉพาะด้านมากประสบการณ์ เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีที่มีความทันสมัยได้มาตรฐานสากล ดีที่สุดเป็นอันดับ 1 ของภูมิภาคเอเชีย ไม่ว่าคุณจะมีปัญหาด้านสุขภาพตาอะไร จักษุแพทย์ของเราก็พร้อมให้คำปรึกษา วินิจฉัย และแนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสมในแต่ละบุคคลได้ เชื่อมั่น เชื่อใจ โรคเกี่ยวกับดวงตารักษาให้หายได้ ที่ศูนย์รักษาสายตาเลเซอร์วิชั่น สนใจสอบถามเพิ่มเติม โทร 02-511-2111
ศูนย์เลสิก LASER VISION

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำ LASIK ที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้

การทำ LASIK นับเป็นหนึ่งทางเลือกฟื้นฟูสายตาให้กลับมามีความคมชัด มองเห็นชัดเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ต้องเสียเวลาใส่คอนแทคเลนส์ให้วุ่นวาย แต่เชื่อว่าหลายคนคงยังมีความกังวลใจอยู่ไม่น้อยเกี่ยวกับการทำ LASIK เนื่องจากความกลัวและความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทำเลสิกที่เคยได้รับรู้กันมา บทความนี้ Laser Vision จึงจะมาช่วยอธิบายเคลียร์ชัดในทุกประเด็น เพื่อเป็นความรู้ให้กับใครที่กำลังพิจารณา กล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะทำเลสิกกันอยู่   ●       ทุกคนสามารถทำ LASIK เพื่อรักษาภาวะสายตาผิดปกติได้ หลายคนอาจจะคิดว่า ใคร ๆ ก็สามารถทำ LASIK เพื่อแก้ไขความผิดปกติของค่าสายตาได้ทั้งนั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถจะทำ LASIK ได้ เนื่องจากการทำ LASIK จะต้องมีอายุมากกว่า 18 ปีขึ้นไป และมีค่าสายตาที่คงที่มาตลอด 1 ปี ไม่เปลี่ยนแปลงเกิน 100 จึงจะสามารถทำ LASIK ได้ มิเช่นนั้นอาจเกิดปัญหาสายตาคลาดเคลื่อนในอนาคตได้ง่าย อีกทั้งผู้ป่วยในกลุ่มโรคบางโรคก็ไม่สามารถทำเลสิกได้เช่นกัน อาทิ ผู้ป่วยโรคหัวใจ โรคมะเร็ง ผู้ป่วยจิตเวชหรือมีปัญหาทางจิตใจ ผู้ป่วยโรค SLE โรคข้ออักเสบมารูตอยด์ และอื่น ๆ อีกมากมาย ดังนั้นก่อนการทำเลสิกทุกครั้ง ผู้เข้ารับการรักษาจึงต้องตรวจวัดค่าสายตาที่แน่นอน รวมถึงเข้าพบจักษุแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยก่อนเสมอ ●       การทำ LASIK ใช้ใบมีดจริง ๆ ในการแยกชั้นกระจกตา การทำ LASIK แบบดั้งเดิมจะใช้ใบมีด Microkeratome ซึ่งเป็นใบมีดขนาดเล็กที่ออกแบบมาให้มีความโค้งเข้ากับลูกตาของคนเรา แต่ในปัจจุบัน วิธีการทำ LASIK ได้มีการพัฒนาขึ้นมามากมายหลายวิธี โดยวิธีการทำ LASIK ใหม่ ๆ จะเป็นแบบการทำเลสิกแบบไร้ใบมีด จะใช้เลเซอร์พลังงานสูงช่วยในการแยกชั้นสายตาแทนการใช้ใบมีดแบบเก่า มีความแม่นยำสูง รวดเร็วและก่อให้เกิดอาการระคายเคืองกับดวงตาน้อยลง เหมาะสำหรับผู้ที่กลัวการรักษาด้วยใบมีด ●       การทำ LASIK สามารถรักษาอาการตาบอดสีได้ เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินกันมาบ้างว่า ผู้ที่มีอาการตาบอดสีสามารถเข้ารับการทำ LASIK ได้ จนทำให้ใครหลายคนอาจมีความเชื่อผิด ๆ ว่าการทำเลสิกสามารถใช้รักษาอาการตาบอดสีได้เหมือนกัน ซึ่งถือเป็นสิ่งที่ผิด เพราะการทำเลสิกเป็นเพียงการรักษาค่าสายตาที่ผิดปกติ อย่างภาวะสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียงเท่านั้น ไม่สามารถรักษาอาการตาบอดสีได้ เพราะเป็นคนละส่วนกัน ●       ทุกค่าสายตาสั้น สามารถทำ LASIK ได้หมด อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น ไม่ใช่ทุกคนสามารถทำ LASIK ได้ และไม่ใช่ทุกค่าสายตาผิดปกติจะสามารถรักษาด้วยการทำเลสิกได้เหมือนกัน โดยปัจจุบัน การ LASIK มีหลายวิธี แต่ละวิธีต่างมีความเหมาะสมในการใช้รักษาระดับค่าสายตาได้ไม่เท่ากัน ดังนี้ การทำ LASIK ดั้งเดิม (ใช้ใบมีด Microkeratome) สามารถใช้รักษาค่าสายตาผิดปกติ ได้ทั้งกรณีสายตาสั้นไม่เกิน -1000 สายตายาวไม่เกิน -500 และสายตาเอียงไม่เกิน -600 การทำ PRK รักษาค่าสายตาผิดปกติ ได้ทั้งกรณีสายตาสั้นไม่เกิน -600 สายตายาวไม่เกิน -500 และสายตาเอียงไม่เกิน -600 การทำ FemtoLASIK รักษาค่าสายตาผิดปกติ ได้ทั้งกรณีสายตาสั้นไม่เกิน -1000 สายตายาวไม่เกิน -500 และสายตาเอียงไม่เกิน -600 และการทำ NanoRelex รักษาได้เฉพาะผู้ที่มีสายตาสั้นตั้งแต่ -50 ถึง -1000 และสายตาเอียงไม่เกิน -600 ทั้งนี้นี่เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นเท่านั้น ควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อเข้ารับการวินิจฉัยเพิ่มเติม ●       เมื่อทำ LASIK แล้วสายตาจะดีตลอดไปเลย สิ่งหนึ่งที่ใครหลายคนมักเข้าใจผิดกันอยู่เสมอ คือการทำ LASIK เป็นการแก้ไขความผิดปกติของสายตาสั้น สายตายาว สายตาเอียงแบบถาวร ซึ่งข้อบอกว่าเป็นความเชื่อที่ผิด เนื่องจากเมื่อรักษาด้วยการทำ LASIK แล้วค่าสายตาของเราจะกลับไปเหมือนสายตาของคนทั่วไป คือจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาไปตามช่วงอายุของชีวิต เหมือนอวัยวะอื่น ๆ ของร่างกายที่เสื่อมไปตามกาลเวลาเช่นกัน สามารถเกิดภาวะสายตาสั้น ภาวะสายตายาว ภาวะสายตาเอียง เกิดขึ้นได้ในอนาคตเหมือนเดิม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้สายตา และการดูแลรักษาบำรุงสายตาด้วย   ฟื้นฟูการมองเห็นให้คมชัด ปลอดภัยได้อย่างไร้กังวล ด้วยการรักษาที่ทันสมัยจาก Laser Vision การทำเลสิกเพื่อฟื้นฟูสายตาให้กลับมามองเห็นชัดแจ๋วและมีความปลอดภัย จำเป็นต้องมีจักษุแพทย์คอยให้คำแนะนำและดูแลอย่างใกล้ชิด โดย Laser Vision International LASIK Center เป็นศูนย์รักษาสายตาอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย ด้วยประสบการณ์ยาวนานกว่า 25 ปี มีทีมแพทย์เฉพาะด้านและเครื่องมืออันทันสมัยได้มาตรฐานสากล สามารถให้การช่วยเหลือในการรักษาภาวะสายตาผิดปกติได้หมด ทั้งสายตาสั้น สายตาเอียง สายตายาว และสายตายาวตามอายุ รวมถึงปัญหาเกี่ยวกับดวงตาทุกประเภท ทางเราก็มีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสามารถช่วยดูแลรักษาได้อย่างปลอดภัย รับรองว่าคุณหมอจะช่วยอธิบายถึงแผนการทำเลสิกหรือแนวทางการรักษาที่เหมาะสมในแต่ละบุคคล พร้อมเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับคุณนั่นเอง ปรึกษาเพิ่มเติม โทร 02-511-2111

ที่อยู่

Laser Vision International LASIK Center

10/989 ซ.ประเสริฐมนูกิจ 33 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10230

ช่องทางติดต่อ

Line
calling
ติดต่อเรา :