ជ្រុងនៃសុខភាពភ្នែក : #Lasik

តម្រៀប

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก แม่นยำด้วย AI (อัปเดตปี 2026)

  SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก | ศูนย์เลสิก Laser Vision การตัดสินใจทำเลสิก เป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคน ไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัดขึ้น แต่รวมถึงความกังวลเรื่องความปลอดภัย ความเจ็บ และผลลัพธ์ในระยะยาว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า เลสิกไร้ใบมีด ถูกค้นหามากขึ้นอย่างชัดเจน และชื่อที่มักถูกพูดถึงควบคู่กันก็คือ SMILE Pro SMILE Pro 2.0 คืออะไร? คำตอบของการทำเลสิกปี 2026 ที่คนค้นหามากที่สุด ในปี 2026 เทคโนโลยีนี้ได้พัฒนาไปอีกขั้นในชื่อ SMILE Pro 2.0 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดความคลาดเคลื่อน และทำให้ผลลัพธ์การมองเห็นเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมที่ Laser Vision เลือกนำเทคโนโลยี SMILE Pro มาใช้ในการแก้ไขปัญหาสายตาสั้นให้กับคนไข้ในปัจจุบัน เลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) คืออะไร? SMILE Pro เป็นการทำเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) โดยใช้เลเซอร์ทุกขั้นตอน ไม่ต้องเปิดฝากระจกตาเหมือนเลสิกแบบเดิม แพทย์จะใช้เลเซอร์สร้างชิ้นเนื้อเลนส์เล็ก ๆ ภายในกระจกตา แล้วนำออกผ่านแผลขนาดประมาณ 2 มิลลิเมตร ด้วยแผลที่เล็กมาก ทำให้โครงสร้างกระจกตาถูกรบกวนน้อยลง หลายคนจึงรู้สึกฟื้นตัวเร็ว สบายตา และมีโอกาสเกิดอาการตาแห้งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการทำเลสิกแบบเปิดฝากระจกตา      
អាន​បន្ថែម
Laser Vision LASIK Centre

FemtoLASIK คืออะไร รู้จักเทคโนโลยีล้ำสมัย การผ่าตัดสายตาที่แม่นยำ

สรุปสาระสำคัญ ●FemtoLASIK หรือเฟมโตเลสิก คือเลสิกไร้ใบมีดที่ใช้ Femtosecond Laser สร้างฝากระจกตาแทนใบมีด ก่อนใช้ Excimer Laser ปรับความโค้งของกระจกตา ช่วยแก้ไขสายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด และสายตาเอียงได้อย่างแม่นยำ ●จุดเด่นคือควบคุมความหนาและขนาดของฝากระจกตาได้แม่นยำ แผลเรียบสม่ำเสมอ ฟื้นตัวเร็ว และลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนเมื่อเทียบกับเลสิกแบบใช้ใบมีด ●ราคาโปรโมชันที่ศูนย์เลสิก Laser Vision (Black Friday Campaign) อยู่ที่ 49,990 บาท (2 ตา) หรือผ่อน 0% นาน 6 เดือน เดือนละ 8,332 บาท ทั้งนี้ควรได้รับการตรวจประเมินสภาพดวงตาอย่างละเอียดโดยจักษุแพทย์ก่อนตัดสินใจเสมอ FemtoLASIK หรือเฟมโตเลสิก เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีการแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ที่ได้รับการพัฒนาให้มีความแม่นยำและปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยใช้ Femtosecond Laser ในการสร้างฝากระจกตา (Corneal Flap) แทนการใช้ใบมีดแบบดั้งเดิม หรือที่เรียกว่า “เลสิกไร้ใบมีด” ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้ FemtoLASIK ไม่เพียงตอบโจทย์ด้านความแม่นยำและความปลอดภัย แต่ยังเป็นทางเลือกที่สามารถเข้าถึงได้มากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตาอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้มาตรฐานการรักษาที่เชื่อถือได้ ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ โทร 02-511-2111 Line 📅 นัดหมายออนไลน์ 📌 สารบัญเนื้อหา ▶ เลสิกไร้ใบมีด FemtoLASIK คืออะไร? ▶ ข้อดีของการทำ FemtoLASIK ▶ ข้อจำกัดของการทำ FemtoLASIK ▶ วิธีเตรียมตัวก่อนทำ FemtoLASIK ▶ ขั้นตอนการทำ FemtoLASIK ▶ การดูแลตัวเองหลังทำ FemtoLASIK ▶ ทำ FemtoLASIK ราคาเท่าไร? ▶ ใครเหมาะกับการทำ FemtoLASIK ▶ ใครไม่เหมาะกับการทำ FemtoLASIK ▶ หลังผ่าตัด FemtoLASIK ต้องพักฟื้นไหม? ▶ FemtoLASIK แก้ไขปัญหาสายตาได้ถาวรหรือไม่? ▶ ทำ FemtoLASIK ที่ศูนย์เลสิก Laser Vision ดีอย่างไร ▶ สรุป ▶ คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เลสิกไร้ใบมีด FemtoLASIK คืออะไร? FemtoLASIK เป็นการผ่าตัดแก้ไขสายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด และสายตาเอียง โดยใช้ Femtosecond Laser แยกชั้นกระจกตาอย่างละเอียด ก่อนใช้ Excimer Laser ปรับความโค้งของกระจกตาให้เหมาะสมกับค่าสายตา จุดเด่นสำคัญของเทคโนโลยีนี้คือความสามารถในการควบคุมความหนาและขนาดของฝากระจกตาได้อย่างแม่นยำ ลดการกระทบต่อเนื้อเยื่อโดยรอบ ช่วยให้แผลมีความเรียบสม่ำเสมอ ฟื้นตัวได้รวดเร็ว และลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนเมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบใช้ใบมีด ข้อดีของการทำ FemtoLASIK เป็นเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด ช่วยลดความคลาดเคลื่อนจากเครื่องมือเชิงกล ความแม่นยำสูง ส่งผลต่อคุณภาพการมองเห็นที่ดีและสม่ำเสมอ แผลมีขนาดเล็กและเรียบ ช่วยให้ฟื้นตัวได้รวดเร็ว ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อ ญรมอ flap เคลื่อน เป็นทางเลือกที่มีความคุ้มค่า และเข้าถึงได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีขั้นสูงบางประเภท ข้อจำกัดของการทำ FemtoLASIK ยังมีการสร้างฝากระจกตา จึงควรหลีกเลี่ยงการกระแทกดวงตาในช่วงพักฟื้น อาจมีอาการตาแห้ง แสงกระจาย หรือการมองเห็นไม่คงที่ในระยะแรก ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีกระจกตาบางมาก หรือมีความผิดปกติของกระจกตา จำเป็นต้องได้รับการตรวจประเมินโดยจักษุแพทย์อย่างละเอียดก่อนการรักษา วิธีเตรียมตัวก่อนทำ FemtoLASIK การเตรียมความพร้อมก่อนการทำ FemtoLASIK มีบทบาทสำคัญต่อความแม่นยำของการรักษาและผลลัพธ์การมองเห็นในระยะยาว ผู้เข้ารับการรักษาควรปฏิบัติตามคำแนะนำทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด ดังนี้ เข้ารับการตรวจวิเคราะห์ดวงตาอย่างละเอียด เพื่อประเมินค่าสายตา ความหนาและความโค้งของกระจกตา คุณภาพน้ำตา รวมถึงสุขภาพจอประสาทตา งดใส่คอนแทคเลนส์ก่อนการตรวจและผ่าตัด เนื่องจากคอนแทคเลนส์อาจทำให้รูปทรงกระจกตาเปลี่ยนแปลงชั่วคราว ควรงดตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ แจ้งประวัติสุขภาพและการใช้ยาอย่างครบถ้วน รวมถึงโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ หรือประวัติการรักษาทางตาในอดีต หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางและสารระเหยบริเวณรอบดวงตา เช่น เครื่องสำอาง น้ำหอม หรือสเปรย์จัดแต่งทรงผม งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนวันผ่าตัด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการอักเสบ เตรียมผู้ติดตามในวันผ่าตัด เนื่องจากหลังทำอาจมีอาการตามัว หรือไวต่อแสงชั่วคราว ซึ่งไม่เหมาะต่อการขับรถ ขั้นตอนการทำ FemtoLASIK FemtoLASIK เป็นหัตถการที่ใช้ระยะเวลาไม่นาน โดยมีขั้นตอนการรักษาโดยทั่วไป ดังนี้ การเตรียมดวงตาก่อนผ่าตัด จักษุแพทย์จะทำความสะอาดบริเวณรอบดวงตา และหยอดยาชาเฉพาะที่ การสร้างฝากระจกตาด้วย Femtosecond Laser ใช้เลเซอร์ความแม่นยำสูงแยกชั้นกระจกตาในระดับไมครอน การปรับค่าสายตาด้วย Excimer Laser ปรับความโค้งของกระจกตาอย่างละเอียด เพื่อให้แสงโฟกัสบนจอประสาทตาได้ถูกต้อง การปิดฝากระจกตา วางฝากระจกตากลับเข้าที่เดิมอย่างแนบสนิท โดยไม่ต้องเย็บ การดูแลหลังผ่าตัดทันที ตรวจสอบความเรียบร้อย และอาจใส่อุปกรณ์ป้องกันดวงตา การดูแลตัวเองหลังทำ FemtoLASIK การดูแลดวงตาหลังการผ่าตัด มีความสำคัญต่อกระบวนการสมานตัวของกระจกตา ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้ หลีกเลี่ยงการขยี้ตาโดยเด็ดขาด การขยี้ตาอาจส่งผลต่อการยึดตัวของฝากระจกตา หยอดยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดการอักเสบ และป้องกันการติดเชื้อ ป้องกันไม่ให้น้ำหรือสิ่งสกปรกเข้าตาในระยะแรก โดยเฉพาะในช่วง 5–7 วันแรก งดแต่งหน้าบริเวณรอบดวงตา อย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการกระแทกดวงตา ในช่วง 2–4 สัปดาห์แรก พักสายตาและลดการใช้หน้าจอในช่วงแรก เพื่อลดอาการตาแห้งและตาล้า สวมแว่นกันแดดเมื่อออกกลางแจ้ง เพื่อป้องกันแสงแดด ฼ล และฝุ่นละออง เข้ารับการตรวจติดตามตามนัดอย่างสม่ำเสมอ ทำ FemtoLASIK ราคาเท่าไร? รายละเอียดราคาโปรโมชัน Black FridayCampaign ราคาโปรโมชัน (ร฾วิว)เงินสด/โอนเต็มจำนวน ราคาโปรโมชัน (ร฾วิว)ผ่อนชำระ 0% 6 เดือน ราคาโปรโมชัน (ปกติ)เงินสด/โอนเต็มจำนวน FemtoLASIK 49,990 บาท (2ตา) 8,332 บาท (ต่อเดือน) 78,000 บาท (2ตา) ราคาโปรโมชันรวม ตรวจประเมินสภาพดวงตาและพบจักษุแพทย์ก่อนทำเลสิก (หากตรวจ-ผ่าตัดในวันเดียวกัน) ตรวจติดตามผลหลังทำเลสิก 3 ครั้ง (หลังผ่าตัด 1 วัน, 7 วัน, 1 เดือน) ค่ายาและเวชภัณฑ์ที่ใช้ในวันผ่าตัดและกลับบ้าน (อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับสภาพดวงตาของแต่ละท่าน) *ราคาโปรโมชันไม่รวมค่าตรวจ HIV ก่อนทำเลสิกราคา 300 บาท *ราคาโปรโมชัน 78,000 บาท (2ตา) ไม่มีบริการผ่อนชำระ ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ โทร 02-511-2111 Line 📅 นัดหมายออนไลน์ ใครเหมาะกับการทำ FemtoLASIK FemtoLASIK เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาสายตาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยควรมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป และค่าสายตาคงที่อย่างน้อย 1 ปี มีสายตาสั้น สายตาเอียง หรือสายตายาวร่วมกับสายตาสั้นและเอียงในระดับที่สามารถรักษาได้ มีสุขภาพดวงตาโดยรวมดี และมีกระจกตาที่มีความหนาและความแข็งแรงเหมาะสม ไม่มีโรคตาที่เป็นข้อห้าม เช่น กระจกตาโก่ง หรือติดเชื้อบริเวณดวงตา ต้องการลดการพึ่งพาแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ เพื่อความสะดวกในการใช้ชีวิตหรือการทำงาน ใครไม่เหมาะกับการทำ FemtoLASIK แม้ FemtoLASIK จะเป็นเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยสูง แต่ผู้ที่มีภาวะดังต่อไปนี้อาจไม่เหมาะสมต่อการรักษา ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ควบคุมไม่ได้ เช่น เบาหวาน หรือโรคที่มีผลต่อการสมานแผล ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน หรืออยู่ระหว่างการใช้ยากดภูมิคุ้มกัน สตรีตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร เนื่องจากฮอร์โมนอาจส่งผลต่อค่าสายตา ผู้ที่มีกระจกตาบางผิดปกติ หรือมีโรคของกระจกตา ผู้ที่มีโรคตาอื่นๆ ที่ต้องได้รับการรักษาก่อน เช่น ต้อหิน หรือภาวะอักเสบของดวงตา หลังผ่าตัด FemtoLASIK ต้องพักฟื้นไหม? หลังการผ่าตัด FemtoLASIK ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายในระยะเวลาอันสั้น โดยอาจมีอาการระคายเคือง เคืองตา หรือน้ำตาไหลในช่วง 1–2 วันแรก ซึ่งเป็นอาการปกติในกระบวนการฟื้นตัว โดยทั่วไป แนะนำให้พักผ่อนสายตาในช่วง 2–3 วันแรก และหลีกเลี่ยงการใช้สายตาหนัก เพื่อให้กระจกตาสมานตัวได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ระยะเวลาฟื้นตัวอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล FemtoLASIK แก้ไขปัญหาสายตาได้ถาวรหรือไม่? FemtoLASIK เป็นการแก้ไขค่าสายตาที่มีอยู่ในขณะเข้ารับการรักษา โดยช่วยให้การมองเห็นกลับมาชัดเจนได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การรักษานี้ไม่สามารถป้องกันการเปลี่ยนแปลงของสายตาที่เกิดจากอายุหรือปัจจัยทางร่างกายในอนาคตได้ เช่น สายตายาวตามวัย ดังนั้น ผู้เข้ารับการรักษาควรมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลลัพธ์ และการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง ทำ FemtoLASIK ที่ศูนย์เลสิก Laser Vision โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ ดีอย่างไร ศูนย์เลเซอร์วิชั่น Bangkok Eye Hospital (โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ) เป็นศูนย์เฉพาะทางด้านจักษุวิทยาที่มีความพร้อมทั้งด้านทีมแพทย์ เทคโนโลยี และมาตรฐานการรักษา โดยมีจุดเด่นดังนี้ มาตรฐานระดับสากล AACI พร้อมประสบการณ์กว่า 28 ปี ได้รับการรับรองมาตรฐาน AACI ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และมีประสบการณ์ด้านการรักษาดวงตามากกว่า 28 ปี ทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง มากกว่า 14 ท่าน จากสถาบันการแพทย์ชั้นนำ พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมในแต่ละบุคคล เทคโนโลยีเลสิกครบครัน มากกว่า 11 เทคนิค รองรับทั้งเคสทั่วไปและเคสยากซับซ้อน สามารถเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) ตรวจวินิจฉัยแม่นยำ ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญ โดยทีมนักทัศนมาตรและบุคลากรทางการแพทย์ประสบการณ์สูง สรุป FemtoLASIK เป็นเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีดที่มีความแม่นยำสูง ช่วยแก้ไขปัญหาสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีจุดเด่นในด้านความปลอดภัย แผลขนาดเล็ก และระยะฟื้นตัวที่รวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมควรอาศัยการตรวจวิเคราะห์ดวงตาอย่างละเอียด และการประเมินโดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในระยะยาว ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ โทร 02-511-2111 Line 📅 นัดหมายออนไลน์ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ FemtoLASIK (FAQ) FemtoLASIK VS SBK LASIK ต่างกันอย่างไร? FemtoLASIK และ SBK LASIK ต่างกันที่เทคโนโลยีการเปิดชั้นกระจกตา โดย FemtoLASIK ใช้เลเซอร์เฟมโตเซคอนด์ในการแยกชั้นแทนใบมีด ทำให้มีความแม่นยำสูง แผลเรียบเนียน และลดความคลาดเคลื่อนได้ ส่วน SBK LASIK ใช้ใบมีดชนิดพิเศษที่ถูกออกแบบให้ตัดฝากระจกตาได้บางเป็นพิเศษ เพื่อถนอมเนื้อเยื่อกระจกตาให้ได้มากที่สุด FemtoLASIK แตกต่างจากการทำเลสิกแบบดั้งเดิมอย่างไร? ข้อแตกต่างหลักคือกระบวนการเปิดฝากระจกตา เลสิกแบบดั้งเดิมจะใช้ใบมีดขนาดเล็ก (Microkeratome) ในการตัดแยกชั้นกระจกตา ในขณะที่ FemtoLASIK ใช้เลเซอร์ Femtosecond ที่มีความแม่นยำสูงในการแยกชั้นกระจกตาแทน ซึ่งช่วยให้ได้ฝากระจกตาที่มีความหนาสม่ำเสมอกว่า ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับฝากระจกตา และแผลสมานตัวได้เร็วกว่า การทำ FemtoLASIK เจ็บหรือไม่ และใช้เวลาผ่าตัดนานแค่ไหน? ระหว่างการผ่าตัดจะไม่รู้สึกเจ็บปวด เพราะแพทย์จะหยอดยาชาให้ก่อนเริ่มกระบวนการ อาจมีความรู้สึกตึงๆ หรือถูกกดที่ดวงตาบ้างเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนระยะเวลาการผ่าตัดจริงนั้นสั้นมาก มักใช้เวลาเพียงข้างละประมาณ 15–20 นาที โดยเป็นเวลาที่ใช้เลเซอร์ในการปรับแต่งกระจกตาเพียงไม่กี่วินาทีต่อข้างเท่านั้น สามารถว่ายน้ำหรือออกกำลังกายหลังทำ FemtoLASIK ได้เมื่อไหร่? ในช่วง 1–2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักและการว่ายน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เหงื่อ น้ำ หรือสิ่งสกปรกเข้าตา ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อได้ โดยทั่วไปแพทย์จะแนะนำให้งดการว่ายน้ำหรือดำน้ำประมาณ 1 เดือนหลังผ่าตัด เพื่อให้มั่นใจว่าฝากระจกตาสมานตัวสนิทและปลอดภัยเต็มที่ บทความโดย พญ. สาริศา ตั้งคุณชัยแสง แพทย์ชำนาญเฉพาะทางสาขาจักษุวิทยา มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา (LASIK) พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลรักษาปัญหาสายตาอย่างตรงจุด ประวัติแพทย์ นัดหมายปรึกษา *หมายเหตุ: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยทางการแพทย์ได้ หากท่านมีอาการผิดปกติกรุณาปรึกษาจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
Laser Vision LASIK Centre

lasik-update-2025

  LASIK Update 2025: Is 8-Second Eye Surgery Finally Here? (Bangkok Eye Hospital Reveals All) Are you still relying on glasses or contact lenses in 2025? If you've been waiting for the perfect time for vision correction, that time is now. The world of LASIK has evolved far beyond the procedures you might have heard about. Forget the old fears of blades and long recoveries. The latest 2025 update in laser vision correction focuses on speed, precision, and "no-flap" technology. And yes, you read that right. 8-second surgery is no longer science fiction. What's Wrong With Old LASIK? For years, vision correction has been amazing, but it came with trade-offs. Traditional LASIK: Uses a microkeratome blade to create a "flap" in the cornea, which is lifted so a laser can reshape the tissue underneath. (Source: bangkokeyehospital.com) FemtoLASIK: This was a big step up, offering a "bladeless" option by using a femtosecond laser (instead of a blade) to create the flap. It provided more precision and safety. (Source: bangkokeyehospital.com) The keyword in both? "Flap." While effective, creating a flap carries minor risks and requires a longer healing period. But the 2025 update changes the entire game. The 2025 Breakthrough: SMILE Pro — Vision Correction in 8 Seconds This is the update you’ve been waiting for. The "latest innovation in bladeless LASIK" is SMILE Pro. (Source: bangkokeyehospital.com) Unlike previous methods, SMILE Pro is a "no-flap" procedure. It revolutionizes vision correction by minimizing trauma to the eye. How SMILE Pro Works: Unbelievable Speed: It uses the cutting-edge Carl ZEISS VisuMax 800 laser, which corrects your vision in just 8 seconds per eye. This is 3 times faster than previous procedures, reducing stress and anxiety. No Flap, Tiny Incision: Instead of creating a large flap, the laser creates a tiny "lenticule" (a small piece of tissue) inside the cornea. Gentle Removal: The surgeon removes this lenticule through a microscopic incision of only 2-4 mm. Incredible Benefits: Because there's no flap, the cornea's strength is maintained. This means a faster recovery, a lower risk of post-op dry eyes, and fewer complications. It's the perfect choice for active individuals, athletes, or anyone worried about flap-related wounds. (Source: bangkokeyehospital.com) SMILE Pro is the new gold standard for correcting nearsightedness (myopia) and astigmatism, offering safe, precise, and fast-healing results. The AI-Powered Future: NanoRelex® But the 2025 update doesn't stop there. Bangkok Eye Hospital's Laser Vision LASIK Center also introduces NanoRelex®, the "latest LASIK technology from Switzerland." This is precision vision correction, enhanced with Artificial Intelligence (AI). (Source: bangkokeyehospital.com) AI-Powered Precision: NanoRelex® uses low-energy "nanojoules" and an advanced eye-tracking system for unparalleled precision. Real-Time Safety: It features an intraoperative OCT scan, allowing the surgeon to monitor the procedure in real-time, ensuring it's operating on the correct layer of the cornea safely. Minimally Invasive: Like SMILE Pro, this is a "no-flap" procedure with a tiny 2-3 mm incision. It's described as an "extremely precise" and "safest option" for correcting nearsightedness and astigmatism, offering a quick recovery. (Source: bangkokeyehospital.com) Are You a Candidate for 2025 LASIK? These new technologies are life-changing, but you must be a good candidate. According to Bangkok Eye Hospital, you should: Be 18 years or older. Have had a stable vision prescription for at least one year. Have sufficient corneal thickness. Have no severe eye diseases (like glaucoma or cataracts) or uncontrolled medical conditions. (Source: bangkokeyehospital.com) Don't Wait: 2025 Promotions Are Here! Ready to see the world in high definition? Bangkok Eye Hospital's Laser Vision Center is offering special 2025 promotions for these advanced technologies, but only until November 30, 2025. You can even get a pre-LASIK Eye Evaluation for a promotional price (and it's free if you have the surgery on the same day). The future of vision is here. Stop waiting and find out if 8-second, AI-powered LASIK is right for you.
Laser Vision LASIK Centre

Astigmatism: Causes, Diagnosis, and Treatment Options at Bangkok Eye Hospital

What Is Astigmatism? Astigmatism is a common refractive error that affects how your eye focuses light. Unlike perfect vision, where light enters the eye and focuses evenly on the retina, astigmatism occurs when the cornea or lens is irregularly shaped. This irregular curvature causes light to scatter unevenly, leading to blurred or distorted vision at all distances. Astigmatism often occurs in combination with myopia (nearsightedness) or hyperopia (farsightedness) and can vary in degree. While it is not a disease, it can significantly impact daily activities such as reading, driving, and using digital devices if left uncorrected. What Causes Astigmatism? The primary cause of astigmatism is the abnormal shape of the cornea or lens. A healthy cornea has a smooth, spherical curve like a basketball. In astigmatism, the cornea is shaped more like a rugby ball—steeper in one direction and flatter in another—resulting in uneven refraction of light. Contributing factors include: Genetics: Astigmatism often runs in families and can be present from birth. Eye injuries or surgeries: Trauma or surgical procedures can alter the corneal shape. Keratoconus: A progressive condition that thins and bulges the cornea. Eyelid pressure: Chronic pressure on the cornea, such as from sleeping habits or frequent eye rubbing. Symptoms of Astigmatism People with mild astigmatism may not notice symptoms. As the condition progresses, the following signs may appear: Blurry or distorted vision at near and far distances Eyestrain or discomfort after reading or screen time Headaches, particularly in the forehead or brow area Squinting to see clearly Difficulty seeing at night Astigmatism can affect one or both eyes and may be symmetrical or more pronounced in one eye. Types of Astigmatism Corneal Astigmatism Caused by an irregular curvature of the cornea, which affects how light enters the eye. Lenticular Astigmatism Results from imperfections in the shape of the eye’s lens rather than the cornea. Regular vs. Irregular Astigmatism Regular: The principal meridians are perpendicular; most common and correctable with glasses or contact lenses. Irregular: Often due to injury or keratoconus and may require specialty lenses or surgical correction. Diagnosing Astigmatism at Bangkok Eye Hospital At Bangkok Eye Hospital, we offer precise and comprehensive diagnostic services to determine the presence and severity of astigmatism. These include: Visual acuity tests to measure clarity of vision Refraction testing to determine the corrective lens power needed Keratometry to measure the curvature of the cornea Corneal topography to create a detailed map of corneal shape Wavefront analysis for surgical planning These evaluations are essential before recommending glasses, contact lenses, or refractive surgery like LASIK. Treatment Options for Astigmatism Astigmatism can be effectively corrected with various methods, depending on the degree and type of refractive error: Eyeglasses The simplest and most common form of correction Use cylindrical lenses to compensate for uneven refraction Available in single vision or progressive lens designs Contact Lenses Toric contact lenses designed specifically for astigmatism Provide more natural vision correction by sitting directly on the cornea Available in soft, rigid gas permeable (RGP), or hybrid lens options Orthokeratology (Ortho-K) Special rigid lenses worn overnight to temporarily reshape the cornea Ideal for low to moderate astigmatism LASIK Surgery A popular long-term solution that reshapes the cornea using a laser Particularly effective for regular corneal astigmatism Fast recovery and minimal discomfort Learn more: LASIK for Astigmatism: What You Need to Know PRK (Photorefractive Keratectomy) An alternative for those with thin corneas or who are not LASIK candidates Reshapes the cornea without creating a flap Refractive Lens Exchange (RLE) Suitable for patients over 40 with significant astigmatism and presbyopia Replaces the eye’s natural lens with an artificial intraocular lens (IOL) Can Astigmatism Be Cured? While glasses and contact lenses offer temporary correction, refractive surgery such as LASIK or PRK provides permanent reshaping of the cornea. However, changes in eye shape may occur over time, and regular follow-ups are recommended to maintain optimal vision. Related Services at Bangkok Eye Hospital To ensure complete and individualized care for patients with astigmatism, we offer: Refractive Surgery CenterIncludes LASIK, PRK, and advanced imaging for surgical planning Comprehensive Eye ExamsDetect and monitor astigmatism and other vision problems Corneal Topography and Wavefront AnalysisFor precise diagnosis and custom treatment Contact Lens ClinicExpert fitting for toric lenses and specialty contacts Dry Eye and Ocular Surface ClinicAssists patients whose astigmatism affects or is affected by dry eye Frequently Asked Questions (FAQs) Is astigmatism genetic?Yes, it often runs in families and can be present from birth. Can astigmatism worsen over time?It can change slightly with age, eye strain, or other eye conditions. Regular checkups are recommended. Is LASIK safe for astigmatism?Yes. LASIK is considered safe and effective for correcting most types of regular astigmatism when performed by experienced surgeons. Can children have astigmatism?Yes. Early screening is important, especially if they exhibit symptoms like squinting or poor academic performance.   Do all contact lenses correct astigmatism?No. Only toric lenses or RGP lenses are designed for astigmatism. A professional fitting is essential.
Laser Vision LASIK Centre

PRK: What Are They? Procedure, Benefits, and Post-Operative Care

ในปัจจุบันประชากรทั่วโลกประสบปัญหาสายตาเพิ่มขึ้น ทั้งสายตาสั้นและสายตาเอียงที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในทุกเพศทุกวัย สาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมการใช้สายตาที่มากเกินความจำเป็น วิธีการใช้สายตาที่ไม่ถูกต้อง รวมถึงปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้มีความต้องการในการรักษาค่าสายตาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้แว่นตา คอนแท็กต์เลนส์ หรือแม้กระทั่งการผ่าตัดแก้ไขสายตา สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพตาอย่างถูกวิธีในยุคนี้ PRK คือการผ่าตัดแก้ไขสายตาที่ต่างจาก LASIK ทั่วไป บทความนี้พามาดูว่า แล้ว PRK กับ LASIK ต่างกันอย่างไร? พร้อมอธิบายขั้นตอนการรักษา ข้อดี-ข้อเสีย และการพักฟื้นให้เห็นแบบชัดๆ กัน   PRK และ LASIK คือการผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ แต่มีขั้นตอนที่แตกต่างกัน โดย PRK ไม่มีการเปิดกระจกตาในขณะที่ LASIK มีการเปิดและปิดกระจกตาหลังจากเลเซอร์ยิงแก้ไขสายตา PRK มีระยะเวลาฟื้นตัวนานกว่า LASIK เนื่องจากไม่มีการปิดกระจกตากลับเหมือน LASIK แต่มีความปลอดภัยสูงกว่าในระยะยาวสำหรับบางอาชีพหรือผู้ที่มีสายตาสั้นมาก PRK เหมาะกับผู้ที่มีกระจกตาบางหรือมีความเสี่ยงจากกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมาก ส่วน LASIK เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นตัวเร็วและไม่ต้องทนต่ออาการระคายเคืองนาน Bangkok Eye Hospital มีแพทย์เฉพาะทางและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ให้บริการทั้ง PRK และ LASIK พร้อมคำแนะนำที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล     นวัตกรรมผ่าตัดสายตา PRK คืออะไร? PRK (Photorefractive Keratectomy) คือวิธีรักษาสายตาที่ปรับแก้กระจกตาคล้ายเลสิก แต่เลสิกมีผลข้างเคียงน้อยกว่า PRK และต่างกันที่วิธีผ่าตัด โดย PRK มีมาตั้งแต่ทศวรรษ 1980 ก่อนหน้าเลสิก และยังได้รับความนิยมอยู่เนื่องจากให้ผลถาวร PRK เป็นทางเลือกที่ดีในการแก้ปัญหาสายตาสั้น สายตาสั้นข้างเดียว และสายตาเอียง โดยสามารถแก้ไขสายตาสั้นได้ถึง 500 (5.00 Diopters) และสายตาเอียงไม่เกิน 200 (2.00 Diopters) วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีกระจกตาบางหรือมีอาการตาแห้งซึ่งไม่สามารถทำเลสิกได้ เนื่องจากเลสิกต้องตัดกระจกตาชั้นบนออกชั่วคราว ทำให้อาการตาแห้งอาจรุนแรงขึ้น สำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดเหล่านี้ PRK จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากกว่าในการแก้ไขปัญหาสายตา กระบวนการนี้ใช้เวลาในการหายประมาณ 5- 7 วัน และอาจมีอาการระคายตาบ้าง ข้อดี-ข้อเสียของการทำ PRK รู้จักนวัตกรรมการทำ PRK ญรมอ Photorefractive Keratectomy กันไปแล้ว มาเช็กข้อดีและข้อเสียของการทำ PRK กันว่ามีอะไรบ้าง ข้อดีของการทำ PRK ข้อดีของการทำ PRK คือเป็นวิธีรักษาสายตาที่ให้ผลลัพธ์ถาวรและมีผลข้างเคียงน้อยกว่าการทำเลสิก ขั้นตอนการรักษาสะดวกสบาย เพียงหยอดยาชาโดยไม่ต้องฉีดยา ไม่เจ็บระหว่างทำ และไม่ต้องเย็บแผล ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ทันทีหลังผ่าตัด PRK มีข้อจำกัดน้อยกว่าเลสิก เหมาะสำหรับผู้ที่มีกระจกตาบาง ตาแห้ง หรือเป็นโรคที่ทำเลสิกไม่ได้ และไม่มีความเสี่ยงกระจกตาเปิดเหมือนการทำเลสิก นอกจากนี้ ยังเพิ่มโอกาสในการทำงานสำหรับอาชีพนักบิน ทหาร ตำรวจ และช่วยให้ใช้ชีวิตประจำวันสะดวกขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพาแว่นตาอีกต่อไป ผลข้างเคียงของการทำ PRK ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นในช่วงแรกหลังผ่าตัด PRK   อาการปวดและไม่สบายตาในช่วง 2 - 3 วันแรกอาจมีอาการปวดตา แสบตา และรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในตา โดยอาการนี้จะค่อยๆ บรรเทาลงตามระยะเวลา อาการตาแห้งอาจคงอยู่นานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ผู้ป่วยอาจรู้สึกถึงความแห้งในดวงตา ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยน้ำตาเทียมและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด มองเห็นภาพไม่ชัดในช่วงแรกหลังผ่าตัด การมองเห็นอาจยังไม่ชัดและต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว โดยอาจต้องใช้ระยะเวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์กว่าสายตาจะปรับตัวและมองเห็นได้อย่างชัดเจน ไวต่อแสงผู้ป่วยจะรู้สึกมีความไวต่อแสงเป็นพิเศษในช่วงระยะแรกหลังผ่าตัด ซึ่งอาจทำให้ต้องสวมแว่นกันแดดหรือหลีกเลี่ยงแสงจ้าเพื่อความสบายและป้องกันความระคายเคืองของดวงตา   ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาวหลังผ่าตัด PRK   กระจกตาเป็นฝ้า (Corneal haze)ในบางกรณีอาจเกิดฝ้าที่กระจกตาหลังผ่าตัด PRK แต่โดยทั่วไปแล้วอาการนี้จะดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป การมองเห็นแสงกระจาย (Glare) หรือแสงฟุ้ง (Halos)โดยเฉพาะในสภาวะแสงน้อยหรือเวลากลางคืน ผู้ป่วยจะรับรู้ถึงแสงที่กระจายหรือมีวงแหวนรอบแหล่งกำเนิดแสง อาการเหล่านี้จะค่อยๆ ดีขึ้น แต่ในบางกรณีอาจเป็นถาวร การมองเห็นไม่คงที่ (Fluctuating Vision)โดยเฉพาะในช่วงระยะแรกฟื้นตัว การมองเห็นอาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลาของวัน โดยทั่วไปอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นและคงที่ขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป การแก้ไขสายตาไม่สมบูรณ์อาจมีการแก้ไขสายตาน้อยเกินไป (Under-correction) หรือมากเกินไป (Over-correction) ทำให้ผู้ป่วยยังต้องพึ่งแว่นตาหรือคอนแท็กต์เลนส์ในบางระดับ ในกรณีนี้ แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเสริมหรือแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกับเป้าหมายมากที่สุด การกลับมาของสายตาผิดปกติ (Regression)สายตาอาจกลับมาสั้น ยาว หรือเอียงอีกครั้ง อัตราการเกิดจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับบางปัจจัย อายุ และสภาพร่างกายของผู้ป่วย การทำ PRK เหมาะกับใครบ้าง ผู้ที่เหมาะสมกับการทำ PRK ต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป โดยค่าสายตาจะต้องคงที่ไม่น้อยกว่า 1 ปี กระจกตาต้องแข็งแรงไม่มีประวัติกระจกตาถลอกหรือหลุดลอก และไม่มีโรคอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการผ่าตัด เช่น เบาหวาน วิธีนี้เหมาะกับสายตาสั้นหรือเอียงในระดับที่รักษาได้ รวมถึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีกระจกตาบางกว่าปกติ ตาแห้งแบบรักษายาก หรือกระจกตาโค้งผิดรูป ผู้ที่เป็นต้อหินอาจทำได้ในบางกรณีแต่ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน นอกจากนี้ยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพที่ต้องการสายตาดี เช่น นักบิน ตำรวจ หรือทหาร เป็นต้น     ขั้นตอนการทำ PRK หยดแอลกอฮอล์ลงบนผิวตาเพื่อละลายเยื่อหุ้มกระจกตาออก ใช้เครื่องมือผ่าตัดปรับผิวกระจกตาให้เรียบ ใช้ Excimer Laser ปรับรูปทรงกระจกตาใหม่ให้พอดีกับค่าสายตา ปิดแผลด้วยคอนแท็กต์เลนส์พิเศษเป็นเวลา 5 - 7 วัน เพื่อรอให้เยื่อหุ้มกระจกตาสร้างใหม่ ไม่จำเป็นต้องเย็บแผลผ่าตัดหลังจากนำคอนแท็กต์เลนส์ออก     เทคนิคการผ่าตัดสายตา LASIK คืออะไร? เลสิก (LASIK)คือวิธีผ่าตัดแก้ไขปัญหาสายตาผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด หรือสายตาเอียง โดยใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ปรับเปลี่ยนความโค้งของกระจกตาอย่างแม่นยำตามค่าสายตาที่คำนวณไว้ ทำให้แสงที่สะท้อนเข้าสู่ดวงตาหักเหไปรวมกันที่เรตินาได้พอดี ส่งผลให้ผู้รับการรักษากลับมามองเห็นได้ชัดเจนอีกครั้ง การรักษาด้วยเลสิกมีจุดเริ่มต้นในปี ค.ศ. 1949 โดย Dr.Jose I. Barraquer จักษุแพทย์ผู้คิดค้นวิธีการผ่าตัดแบบแยกชั้นกระจกตา (Keratomileusis) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่นำไปสู่การพัฒนาเทคนิคเลสิกที่ใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ข้อดี-ข้อเสียของการทำ LASIK แม้การทำ LASIK จะเป็นการผ่าตัดแก้ไขปัญหาสายตาผิดปกติที่เคยได้ยินกันมานาน แต่หลายคนก็ยังไม่เคยทราบถึงข้อดีและข้อเสียของการทำ LASIK เลย ซึ่งข้อดีและข้อเสียของการทำเลสิกมีดังนี้ ข้อดีของการทำ LASIK LASIK เป็นเทคโนโลยีการแก้ไขสายตาชั้นสูงที่ใช้ Femtosecond Laser และ Excimer Laser ปรับความโค้งของกระจกตาได้อย่างแม่นยำ แก้ไขสายตาสั้น ยาว เอียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ การผ่าตัดทำได้รวดเร็ว ไม่เจ็บ ไม่ต้องเย็บแผล และใช้เวลาพักฟื้นสั้นมาก สามารถใช้สายตาได้ภายใน 1 วันและเห็นชัดขึ้นใน 2 - 3 วัน ผลลัพธ์คงทนในระยะยาว ช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ลดข้อจำกัดในการทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งการเล่นกีฬา การอ่านหนังสือ การใช้อุปกรณ์สื่อสาร หรือการขับรถได้อย่างอิสระ ผลข้างเคียงของการทำ LASIK การทำ LASIK มีข้อเสียที่ควรพิจารณาทั้งในด้านผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นและค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดสำหรับผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับตา สตรีตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ทำให้ไม่สามารถทำได้ทุกคน ภายหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยบางรายอาจประสบปัญหาตาแห้ง จึงจำเป็นต้องดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างราบรื่น การทำ LASIK เหมาะกับใคร การทำ LASIK เหมาะกับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป มีค่าสายตาที่คงที่ไม่เปลี่ยนแปลงในรอบ 1 ปี และมีสุขภาพดวงตาที่แข็งแรงสมบูรณ์ โดยมีความหนาของกระจกตาที่เพียงพอสำหรับการรักษา นอกจากนี้ ยังต้องไม่มีโรคเกี่ยวกับกระจกตาหรือโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อดวงตา เช่น โรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องต่างๆ     ขั้นตอนการทำ LASIK แยกชั้นกระจกตาด้วยเครื่องไมโครเครราโตม (Microkeratome) หรือใช้ใบมีดเพื่อสร้างชั้นกระจกตา (Flap) สำหรับเข้าถึงพื้นที่การรักษา ยกชั้นกระจกตาขึ้นเพื่อเตรียมพื้นที่ชั้นกลางของกระจกตา ทำให้พร้อมสำหรับการปรับความโค้งด้วยเลเซอร์ในขั้นตอนต่อไป ใช้ Excimer Laser ยิงไปที่ชั้นกลางของกระจกตา เพื่อปรับเปลี่ยนความโค้งให้ได้ตามการคำนวณที่ได้ออกแบบไว้ ปิดชั้นกระจกตา (Flap) กลับคืนตำแหน่งเดิม โดยกระจกตาจะสมานตัวเองได้โดยอัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องเย็บแผลใดๆ ทั้งสิ้น     PRK VS. LASIK เปรียบเทียบให้ชัดต่างกันอย่างไร? การทำ PRK และ LASIK เจ็บไหม? ระหว่างการทำจะไม่รู้สึกเจ็บเพราะมีการใช้ยาชาหยอดตา อย่างไรก็ตาม การทำ PRK อาจมีอาการระคายตาในช่วงฟื้นตัวมากกว่าการทำ LASIK ค่ารักษาของการทำ PRK และ LASIK ต่างกันไหม? โดยทั่วไป การทำ PRK และ LASIK มีค่าใช้จ่ายใกล้เคียงกัน แต่ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลและเทคโนโลยีที่ใช้ด้วย การแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์สามารถทำซ้ำได้ไหม? สามารถทำซ้ำได้หากมีการเปลี่ยนแปลงของสายตาในอนาคต แต่ต้องรอให้สายตาคงที่ก่อน ทำ PRK และ LASIK ที่ ศูนย์เลเซอร์วิชั่น Bangkok Eye Hospital ดีอย่างไร หากต้องการแก้ไขปัญหาสายตา มาปรึกษาและรักษาได้ที่ Bangkok Eye Hospital (โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ) เพื่อการรักษาอาการผิดปกติเกี่ยวกับดวงตา ด้วยจักษุแพทย์ผู้มากความรู้เกี่ยวกับดวงตาและทีมงานที่มีประสบการณ์ และจุดเด่นดังนี้   โรงพยาบาลมีจักษุแพทย์มากประสบการณ์ พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับอาการผิดปกติ และแนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสม เทคโนโลยีสำหรับการรักษาดวงตาสมัยใหม่ เครื่องมือได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อการรักษาดวงตาอย่างแม่นยำและปลอดภัย พร้อมให้การรักษาอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวินิจฉัย การรูกชา ไปจนถึงการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ ใส่ใจในการบริการ พร้อมบรรยากาศของโรงพยาบาลที่เป็นกันเอง สรุป PRK และ LASIK คือวิธีผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ที่แตกต่างกันตรงที่การทำ PRK ไม่มีการเปิดกระจกตา ขณะที่การทำ LASIK มีการเปิดและปิดกระจกตาหลังการยิงเลเซอร์ ทำให้การทำ PRK มีระยะเวลาฟื้นตัวนานกว่าแต่มีความปลอดภัยสูงในระยะยาวสำหรับบางอาชีพหรือผู้ที่มีสายตาสั้นมาก การทำ PRK จึงเหมาะกับผู้ที่มีกระจกตาบางหรือมีความเสี่ยงจากกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมาก ส่วนการทำ LASIK เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นตัวเร็วและไม่ต้องทนต่ออาการระคายเคืองเป็นเวลานาน หากมีความผิดปกติของดวงตา มาเช็กสุขภาพตาอย่างละเอียดที่ ศูนย์เลเซอร์วิชั่น Bangkok Eye Hospital โรงพยาบาลเฉพาะทางที่มีทีมแพทย์มากประสบการณ์ อุปกรณ์ที่ทันสมัย ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล มั่นใจได้ว่าการรักษาเป็นไปอย่างถูกต้อง แม่นยำ และปลอดภัย
Laser Vision LASIK Centre

Where is the Best Place for LASIK? A Guide to Choosing the Right Hospitals

Laser Vision LASIK Centre

เทคนิคการเลือกแว่นตาหลังทำเลสิก

เทคนิคการเลือกแว่นตาหลังทำเลสิก หลังจากที่ทำเลสิกแล้วเพื่อให้แผลหายเร็วและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การรักษาความสะอาดคือการหลีกเลี่ยงแสงแดด การใส่แว่นกันแดดเป็นสิ่งหนึ่งที่คุณสามารถทำเพื่อดูแลดวงตาของคุณหลังการผ่าตัดได้ โดยมีเทคนิคการเลือกแว่นกันแดดดังนี้   🌞 เลือกเลนส์ที่สามารถป้องกันแสง UV ได้ 99-100% แสงอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์สามารถทำอันตรายต่อดวงตาได้ แม้ว่าจะทำเลสิกแล้วก็ตาม การใส่แว่นกันแดดที่มีเลนส์ป้องกัน UV จึงเป็นสิ่งสำคัญ 🌞 ถ้าอยู่ในที่ ๆ มีแสงสะท้อนเยอะ ควรเลือกเลนส์โพลาไรซ์ซึ่งช่วยตัดแสงสะท้อนจะทำให้สบายตามากขึ้น 🌞 เลือกสีให้เหมาะกับการใช้งาน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสีดำมืดก็ได้ 🌞 เลือกขนาดที่เหมาะกับใบหน้า เลนส์ควรมีความกว้างเท่ากับใบหน้าของคุณ สันจมูกควรสวมได้พอดีโดยไม่รัดแน่นเกินไป และขาแว่นควรสวมได้พอดีโดยไม่กดทับใบหน้า   สามารถมาเลือกแว่นตากันแดดแบรนด์ชั้นนำได้ที่ร้าน WALTZ ในโรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ Bangkok Eye Hospital ชั้น 3 เปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 10.00 -19.00 น.  

អាសយដ្ឋាន

Laser Vision International LASIK Center

10/989 Soi Prasertmanukij 33 Nuanchan Buengkum District Bangkok 10230

ទំនាក់ទំនង

Telegram
calling
ទំនាក់ទំនងមកយើងខ្ញុំ : +662 511 2111