ជ្រុងនៃសុខភាពភ្នែក

តម្រៀប

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก แม่นยำด้วย AI (อัปเดตปี 2026)

  SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก | ศูนย์เลสิก Laser Vision การตัดสินใจทำเลสิก เป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคน ไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัดขึ้น แต่รวมถึงความกังวลเรื่องความปลอดภัย ความเจ็บ และผลลัพธ์ในระยะยาว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า เลสิกไร้ใบมีด ถูกค้นหามากขึ้นอย่างชัดเจน และชื่อที่มักถูกพูดถึงควบคู่กันก็คือ SMILE Pro SMILE Pro 2.0 คืออะไร? คำตอบของการทำเลสิกปี 2026 ที่คนค้นหามากที่สุด ในปี 2026 เทคโนโลยีนี้ได้พัฒนาไปอีกขั้นในชื่อ SMILE Pro 2.0 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดความคลาดเคลื่อน และทำให้ผลลัพธ์การมองเห็นเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมที่ Laser Vision เลือกนำเทคโนโลยี SMILE Pro มาใช้ในการแก้ไขปัญหาสายตาสั้นให้กับคนไข้ในปัจจุบัน เลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) คืออะไร? SMILE Pro เป็นการทำเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) โดยใช้เลเซอร์ทุกขั้นตอน ไม่ต้องเปิดฝากระจกตาเหมือนเลสิกแบบเดิม แพทย์จะใช้เลเซอร์สร้างชิ้นเนื้อเลนส์เล็ก ๆ ภายในกระจกตา แล้วนำออกผ่านแผลขนาดประมาณ 2 มิลลิเมตร ด้วยแผลที่เล็กมาก ทำให้โครงสร้างกระจกตาถูกรบกวนน้อยลง หลายคนจึงรู้สึกฟื้นตัวเร็ว สบายตา และมีโอกาสเกิดอาการตาแห้งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการทำเลสิกแบบเปิดฝากระจกตา      
អាន​បន្ថែម
Laser Vision LASIK Centre

លាហើយវ៉ែនតា៖ បទពិសោធន៍នាអនាគតនៃការកែចក្ខុវិស័យជាមួយនឹងបច្ចេកវិទ្យា Nano Laser នៅ Laser Vision

លាហើយវ៉ែនតា៖ បទពិសោធន៍នាអនាគតនៃការកែចក្ខុវិស័យជាមួយនឹងបច្ចេកវិទ្យា Nano Laser នៅ Laser Vision   ក្នុងរយៈពេលប៉ុន្មានឆ្នាំចុងក្រោយនេះ ភាពជឿនលឿននៃបច្ចេកវិទ្យាឡាស៊ែរបានធ្វើបដិវត្តលើវិស័យកែចក្ខុ ដោយនាំមកនូវការព្យាបាលប្រកបដោយប្រសិទ្ធភាពដល់អ្នកដែលចង់បានសេរីភាពពីវ៉ែនតារបស់ពួកគេ។ មនុស្សជាច្រើនបានទទួលយកការច្នៃប្រឌិតទាំងនេះរួចហើយ ដោយកំពុងឆ្លងកាត់នីតិវិធីប្រកបដោយទំនុកចិត្ត ដែលសន្យានាអនាគតកាន់តែច្បាស់។ ទីក្រុងបាងកកបានក្លាយជាគោលដៅឈានមុខគេសម្រាប់ការកែចក្ខុវិស័យ ហើយ Laser Vision ឈរនៅជួរមុខ ដោយផ្តល់ជូននូវការព្យាបាលចុងក្រោយបំផុតសម្រាប់អ្នកដែលស្វែងរកសេរីភាពពីវ៉ែនតា។   ការព្យាបាលដោយមានបច្ចេកវិទ្យាខ្ពស់៖ NanoRelex និង NanoLASIK Laser Vision Bangkok ផ្តល់ជូនដោយមោទនភាពនូវ NanoRelex និង NanoLASIK ដែលជាបច្ចេកវិទ្យាទំនើបបំផុតនៅក្នុងវិស័យនេះ។ ការព្យាបាលបែបទំនើបទាំងនេះធានានូវគុណភាពខ្ពស់បំផុតនៃលទ្ធផលចក្ខុវិស័យសម្រាប់អ្នកជំងឺគ្រប់ៗរូប។ ក្នុងនាមជាមន្ទីរពេទ្យភ្នែកឈានមុខគេក្នុងទីក្រុងបាងកក Laser Vision រួមបញ្ចូលគ្នានូវភាពជឿនលឿនចុងក្រោយបំផុតរួមទាំងបច្ចេកវិទ្យា AI ដ៏ទំនើប ដើម្បីធានាសុវត្ថិភាពនិងប្រសិទ្ធភាពនៃនីតិវិធីរបស់វា។   ជំនាញនិងឧត្តមភាព នៅ Laser Vision Bangkok ការព្យាបាលត្រូវបានអនុវត្តដោយអ្នកឯកទេសផ្នែកភ្នែកដែលមានបទពិសោធន៍ខ្ពស់ដែលលះបង់ជំនាញរបស់ពួកគេចំពោះការវះកាត់ឡាស៊ែរជារៀងរាល់ថ្ងៃ។ ជំនាញនិងភាពជាក់លាក់របស់ពួកគេធានាថាអ្នកជំងឺគ្រប់រូបទទួលបានការថែទាំ និងលទ្ធផលល្អបំផុត។   អនាគតភ្លឺច្បាស់កំពុងរង់ចាំអ្នក ជាមួយនឹងវិធីសាស្រ្តដ៏ទូលំទូលាយនិងល្អិតល្អន់ក្នុងការកែតម្រូវការមើលឃើញ Laser Vision Bangkok ផ្តល់នូវបទពិសោធន៍យ៉ាងរលូននិងធានានូវសុវត្ថិភាព។ និយាយលាទៅវ៉ែនតា ហើយរីករាយនឹងការមើលច្បាស់ល្អនិងភាពច្បាស់នៃចក្ខុវិស័យ ដែលបច្ចេកវិទ្យាឡាស៊ែរទំនើបអាចផ្តល់បាន។   ទាក់ទង Laser Vision Bangkok ថ្ងៃនេះ ដើម្បីកក់ការណាត់ជួបរបស់អ្នក និងឈានជើងទៅអនាគតជាមួយនឹងចក្ខុវិស័យច្បាស់លាស់និងភ្លឺច្បាស់ល្អ។ អាស័យដ្ឋាន៖ Bangkok Eye Hospital, 10/989, 33 Prasertmanukit Road, Nuanchan, Bueng Kum, Bangkok 10240 ផែនទី៖ https://bit.ly/Bangkok-Eye-Hospital-Map-2024 ស្វែងយល់បន្ថែម៖ https://bit.ly/nanorelex-bangkok-eye-hospital-laser-vision      Promotion: bit.ly/AugustPromotion2024LaserVision   Telegram (KH Consultant): +66(0) 84 979 2594   #BangkokEyeHospital #SmartEyeHospital #LaserVision #NanoLASIK #NanoRelex
Cataract Center
Retina Center
Laser Vision LASIK Centre
Glaucoma Center
Cornea Center
Children's Eye Center
Oculoplastic
Neuroophthalmology

How to Keep Your Eyes Safe During Sports | Essential Eye Health Tips

  Whether you're an elite athlete or enjoy sports as a weekend hobby, your eyes are one of your most valuable assets. Good vision enhances your performance, while eye injuries can not only sideline you from the game but also affect your daily life. At Bangkok Eye Hospital, we’re dedicated to helping everyone—professional athletes and casual players alike—understand the importance of eye health in sports. This blog provides essential tips to keep your eyes safe and your vision sharp, no matter your level of activity.   Why Eye Health Matters in Sports: Performance Enhancement: Clear and precise vision is key to success in sports, from accurately judging distances to reacting quickly to fast-moving objects. Prevention from Injury: Protecting your eyes can prevent serious injuries that may not only impact your performance but also your overall quality of life. Long-Term Vision Safety: Taking care of your eyes today can prevent vision problems later in life, ensuring you can continue enjoying sports and other activities.   Common Sports-Related Eye Injuries: Blunt Trauma: Sports like basketball, football, and baseball can lead to injuries from impact, which can cause anything from minor bruising to serious conditions like retinal detachment. Serious Injuries: In contact sports like boxing, karate, or taekwondo, direct hits or accidental jabs from opponents can result in severe and dangerous injuries, including cuts, fractures, or even eye injuries that require immediate medical attention. UV Damage: Prolonged exposure to the sun during outdoor sports can lead to harmful effects on the eyes, increasing the risk of cataracts and other conditions. Tips for Keeping Your Eyes Healthy: Stay Hydrated: Proper hydration is important to keep your eyes moist and comfortable, reducing the risk of dry eyes during and after sports. Balanced Diet: Eating a diet rich in vitamins A, C, and E, along with Omega-3 fatty acids, supports eye health and can improve your visual performance. Avoid Touching Your Eyes: During sports, your hands can pick up dirt and bacteria, which can lead to eye infections if you rub your eyes. Always wash your hands thoroughly before touching your eyes.   Need Expert Eye Care? We are here for you. Comprehensive Eye Exams: Our specialists and well-trained medical teams offer detailed eye examinations tailored to your specific needs, whether you’re an athlete or enjoy sports recreationally. Personalized Vision Solutions: From prescription sports eyewear to LASIK surgery, we offer a range of treatment services designed to enhance your visual performance and protect your eyes. Innovative Eye Care Technologies: We operate on a cutting-edge smart hospital concept, integrating AI and advanced technologies to ensure the highest effectiveness in our treatment programs. Our commitment to innovation drives us to take patient care to the next level, providing you with the most advanced and personalized eye care available.   Your Eyes Deserve Expert Care — Call Now to Schedule Your Examination! Whatsapp: +66982255691 Email: info@bangkokeyehospital.com
Laser Vision LASIK Centre

เว้นระยะจากจอเท่าไหร่ ถึงจะดีต่อสุขภาพดวงตา

ในโลกดิจิทัลปัจจุบัน ดวงตาของเราแทบจะอยู่ติดกับหน้าจอตลอดเวลาตั้งแต่ตื่นนอน จนหลับไป และดวงตาก็เป็นอวัยวะที่มีบทบาทและความสำคัญอย่างมากต่อการดำรงชีวิตของคนเรา เราได้รับรู้เกี่ยวกับภาพ แสง และสีต่าง ๆ ที่อยู่รอบตาก็เพราะมีดวงตาที่ทำให้เรามองเห็นสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน แต่ในปัจจุบันการใช้สายตาจดจ้องไปที่เครื่องมือสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ที่มีแสงสีฟ้า ซึ่งเป็นคลื่นแสงที่เป็นอันตรายต่อดวงตา แทบตลอดเวลา กำลังบั่นทอนการทำงานของสุขภาพดวงตาของเราลงเรื่อย ๆ โดยที่เราอาจจะไม่รู้ตัว แต่หากมีการใช้งานดวงตาอย่างระมัดระวัง เช่น การเว้นระยะห่างจากหน้าจออย่างเหมาะสม หรือการสวมอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันดวงตาจากแสงสีฟ้า เพียงเท่านี้ ก็จะช่วยถนอมดวงตาที่มีเพียงแค่คู่เดียวของเราให้มีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ อันตรายของ “แสงสีฟ้า” ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ แสงสีฟ้า (Blue Light) คือ คลื่นพลังงานที่เกิดได้จากแสงธรรมชาติและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เป็นคลื่นแสงที่มีพลังงานสูงใกล้เคียงกับรังสีอัลตราไวโอเลต (UV) สามารถทะลุผ่านเลนส์ตาไปยังจอประสาทตาได้โดยตรง และก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพดวงตาในระยะยาว เกิดอาการตาแห้ง: แสงสีฟ้าทำให้เรากะพริบตาน้อยลง ส่งผลให้ดวงตาแห้งและระคายเคือง สายตาพร่ามัว: การสัมผัสแสงสีฟ้าเป็นเวลานานอาจทำให้กล้ามเนื้อตาทำงานหนักเกินไป เกิดอาการสายตาพร่ามัวและปวดตา เพิ่มความเสี่ยงโรคจอประสาทตาเสื่อม: แสงสีฟ้าที่มีพลังงานสูงอาจทำลายเซลล์ในจอประสาทตา ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคจอประสาทตาเสื่อมในระยะยาว รบกวนการนอนหลับ: แสงสีฟ้าจะไปยับยั้งการหลั่งฮอร์โมนเมลาโทนิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมการนอนหลับ ทำให้หลับยากและนอนไม่หลับ เพิ่มความเสี่ยงโรคต้อกระจก: การได้รับแสงสีฟ้าสะสมในระยะยาวอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดโรคต้อกระจก   การเว้นระยะห่างระหว่างดวงตาและหน้าที่เหมาะสม คือเท่าไหร่? ระยะห่างจากจอที่เหมาะสมต่อสุขภาพดวงตา ขึ้นอยู่กับขนาดหน้าจอและการใช้งาน ดังนี้   สำหรับคอมพิวเตอร์: ขนาดหน้าจอ 15-17 นิ้ว: ควรวางจอห่างจากตาประมาณ 50-70 ซม. ขนาดหน้าจอ 18-24 นิ้ว: ควรวางจอห่างจากตาประมาณ 70-90 ซม. ขนาดหน้าจอ 27 นิ้วขึ้นไป: ควรวางจอห่างจากตาประมาณ 80-100 ซม.   สำหรับโทรศัพท์มือถือ: ควรวางโทรศัพท์ห่างจากตาประมาณ 30-40 ซม.   คำแนะนำเพิ่มเติมเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายของแสงสีฟ้า นอกจากระยะห่างที่เหมาะสมแล้ว พฤติกรรมอื่น ๆ ก็มีส่วนช่วยที่จะถนอมการใช้งานดวงตาของคุณได้มากขึ้น และช่วยหลีกเลี่ยงอันตรายจากแสงสีฟ้าต่อดวงตาของคุณได้ด้วยเหมือนกัน เช่น การวางหน้าจอให้อยู่ระดับสายตาหรือต่ำกว่าเล็กน้อย ปรับความสว่างของหน้าจอให้เหมาะสม ไม่สว่างจ้าหรือมืดเกินไป หลีกเลี่ยงการใช้งานหน้าจอในที่แสงสว่างน้อย รวมถึงการพักสายตาจากหน้าจอเป็นระยะ ทุกๆ 20 นาที ควรพักสายตา 20 วินาที โดยมองไปยังวัตถุที่อยู่ไกลๆ และควรปรับขนาดตัวอักษรและรูปภาพให้เหมาะสม ให้มองเห็นชัดเจนโดยไม่ต้องเพ่ง ที่สำคัญคุณควรกะพริบตาบ่อยๆ เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตาของคุณ   ศูนย์เลสิก Laservision ดูแล ห่วงใย เพื่อสุขภาพสายตาที่ดีของทุกคน เพราะเรารู้ดีว่าดวงตาที่มีเพียงแค่หนึ่งคู่สำคัญกับคุณขนาดไหน ศูนย์รักษาสายตานานาชาติ เลเซอร์วิชั่น จึงเป็นศูนย์สำหรับทำเลสิกที่พร้อมมอบการบริการที่สุดแสนจะประทับใจให้ทุกคนอยู่เสมอ ด้วยบริการที่น่าประทับใจ รวมไปถึงการรักษาปัญหาทางสายตาด้วยเทคโนโลยีด้านเลเซอร์ที่แสนจะทันสมัย สิ่งเรารับประกันได้คือ ความปลอดภัยที่คุณจะได้รับหลังจากใช้บริการกับเรา รวมไปถึงการรักษาที่มีประสิทธิภาพแก้ไขปัญหาให้คุณได้อย่างตรงจุด และด้วยนวัตกรรม NanoRelex® ที่ Laservision ถือเป็นผู้บุกเบิก NanoRelex แห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย ซึ่งนับเป็นนิวเจเนอเรชั่นของรีเล็กซ์ ซึ่งคิดค้นขึ้นมาเพื่อรักษาสายตาสั้น เอียง และสายตายาว โดยมีจุดเด่นคือใช้ระยะเวลาผ่าตัดน้อย แผลมีขนาดเล็ก นอกจากนี้ ยังมีการนำระบบ AI เข้ามาใช้เพื่อวิเคราะห์การรักษา วิเคราะห์ปัญหาสายตา โดยเพิ่มความปลอดภัยของคนไข้ด้วยกล้อง OCT Scan ระหว่างการผ่าตัดทำให้ศัลยแพทย์สามารถเห็นชั้นกระจกตาได้แบบ Real-time สนใจปรึกษาและสอบถามปัญหาต่างที่คุณสงสัยได้เลยที่เบอร์ 062-511-2111 หรือช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ
Laser Vision LASIK Centre

มองไม่ชัด เห็นภาพเบลอ มีสาเหตุจากอะไรได้บ้าง

หลายคนเมื่อเกิดอาการมองไม่ชัด หรือเห็นภาพเบลอ ก็ตีความไปเลยว่าเกิดจากการใช้สายตามากเกินไป แต่แท้จริงแล้วสาเหตุของอาการตามัว ตาพร่าเบลอ มองเห็นไม่ชัดยังมีที่มาได้จากหลาย ๆ สาเหตุ และบางสาเหตุอาจเป็นสัญญาณว่ากำลังเกิดอันตรายต่อร่างกายของคุณ   อาการตามัว เห็นภาพเบลอ คือ? อาการตามัว คือ สภาวะที่ดวงตามีวิสัยทัศน์ในการดูสภาพแวดล้อมรอบ ๆ ได้ไม่ชัดเจน มองเห็นภาพเบลอ ภาพทับซ้อนกัน และมองเห็นแบบเลือนราง ทำให้การประสิทธิภาพของการมองเห็นพร่ามัว สูญเสียความคมชัดในช่วงของการโฟกัสชั่วขณะ โดยอาการเหล่านี้อาจเกิดขึ้นกับตาข้างใดข้างหนึ่ง หรือทั้งสองข้างก็ได้   สาเหตุของอาการตาพร่ามัว มองเห็นไม่ชัด การเกิดตาพร่ามัว มองเห็นภาพเบลอ มองเห็นไม่ชัดสามารถเกิดได้กับทุกคน ทุกเพศทุกวัย โดยที่สาเหตุของการเกิดตาพร่ามัวนั้นมาจากหลากหลายสาเหตุ และสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 เหตุหลัก ๆ ดังนี้ สาเหตุจากค่าสายตามีปัญหา สายตาสั้น: เป็นภาวะที่มองเห็นวัตถุที่อยู่ในระยะไกลได้ไม่ชัด จากการที่ลูกตามีขนาดยาวกว่าปกติ หรือกระจกตามีความโค้งมากกว่าปกติ ทำให้จุดโฟกัสลงที่ด้านหน้าก่อนถึงจอประสาทตา ต้องเพ่งหรือจ้องวัตถุใกล้ ๆ เพื่อให้มองเห็นชัดเจนขึ้น สายตายาว: เป็นภาวะที่มองเห็นวัตถุในระยะใกล้ไม่ชัดเจน แต่สามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ไกลได้อย่างคมชัด เกิดจากกระจกตาแบนเกินไป หรือขนาดของดวงตาสั้นเกินไปเมื่อเทียบกับความยาวของลูกตา เพราะจุดโฟกัสลงที่ด้านหลังจอประสาทตา หรืออาจเกิดภาวะสายตายาวตามวัย ที่มาจากอายุที่มากขึ้น ทำให้เลนส์ในตาแข็งตัว กระจกตาและวุ้นในตาเสื่อม  ทัศนวิสัยจึงลดลง สายตาเอียง: เป็นภาวะที่กระจกตามีความโค้งหรือมีรูปร่างที่ผิดปกติ ทำให้จุดโฟกัสไม่สามารถลงไปที่จอประสาทตาได้อย่างถูกต้อง ซึ่งจะทำให้มองสิ่งที่อยู่ไกลไม่ชัดเจน ร่วมกับการเกิดภาพซ้อน และมักเกิดร่วมกับภาวะสายตาสั้น สาเหตุจากโรคต่าง โรคทางสายตา  เช่น โรคจอประสาทตาลอก: ภาวะที่เกิดการแยกหรือลอกตัวของจอประสาทตาออกจากตำแหน่งเดิม ทำให้มองเห็นแสงวาบคล้ายฟ้าแลบหรือแสงแฟลชถ่ายรูป และหรือมีอาการมองเห็นจุดดำหรือเส้นสีดำๆ คล้ายเงาหยากไย่ลอยไปลอยมา ร่วมกับมีอาการตามัว ซึ่งโรคนี้สามารถพบได้ในทุกช่วงอายุ โรคต้อกระจก: ภาวะที่เลนส์ในตามัวลง ทำให้แสงไม่สามารถผ่านเข้าไปในตาได้ตามปกติและทำให้ภาพที่เข้าสู่ตาไม่ชัดเจน เกิดเป็นภาพเบลอ พบมากในผู้สูงอายุ โรคเยื่อบุตาอักเสบ: ภาวะที่เยื่อบุตาเกิดการอักเสบจากการติดเชื้อของไวรัส แบคทีเรีย หรือสารเคมีและธรรมชาติที่ก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ ทำให้เมือกขาวในบริเวณเปลือกตาหลั่งออกมา ซึ่งทำให้เกิดตาแดง ตามัว ตาแฉะ ขี้ตาสีเหลือง และเยื่อบุในดวงตาอักเสบ ภาวะกล้ามเนื้อตาอ่อนแรง: ภาวะที่ทำให้ไม่สามารถลืมตาได้เต็มที่ เนื่องจากมีแรงยกเปลือกตาไม่เพียงพอ จนหนังตาหย่อนบดบังตาดำ ส่งผลให้แสงตกกระทบบนกระจกตาได้น้อยลง เกิดภาพเบลอ ภาพซ้อน หรือตาพร่ามัว โรคอื่น ๆ เช่น ไซนัสอักเสบ: ผลข้างเคียงของไซนัสอักเสบอาจลามไปยังบริเวณดวงตา (Ethmoid sinus)ได้ เนื่องจากเยื่อบุในดวงตาเกิดอาการระคายเคืองหรือขั้นอักเสบ ซึ่งเป็นที่มาของอาการมองเห็นภาพเบลอ รวมถึง อาการปวดตา และตาแดงด้วยเช่นกัน และหากปล่อยไว้ไม่รักษาอาจอันตรายถึงขั้นตาบอดได้เลย ไมเกรน: อาการที่พบได้บ่อย ๆ ในปัจจุบันเกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศ ทุกวัย แต่มักเป็นในเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โดยจากภาวะหลอดเลือดแดงในส่วนของสมองคลายตัวอย่างฉับพลัน ทำให้ผู้ป่วยปวดศีรษะรุนแรง และลามไปถึงส่วนของบริเวณดวงตา โดยผลข้างเคียงของอาการที่เห็นได้ชัดคือ ตามัว มองเห็นแสงเป็นทอดและเห็นภาพเป็นระยิบระยับ โรคเบาหวาน: เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “เบาหวานขึ้นตา” ซึ่งเป็นหนึ่งอาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน โดยเบาหวานขึ้นตา หรือ Diabetic Retinopathy เกิดจากภาวะระดับน้ำตาลในเลือดมีความดันสูงจนมากกว่าระดับปกติ ส่งผลให้จอตาบวมและ macula ในเส้นขาดเลือด เกิดอาการตามัว มองไม่เห็นชั่วคราว แต่หากปล่อยไว้และไม่รีบทำการรักษาอาจทำให้ตาบอดได้ สาเหตุจากพฤติกรรมการใช้งานดวงตา อาการตาแห้ง: ภาวะของตาที่มีปริมาณน้ำตาที่ให้ความชุ่มชื้นกับตาและกระจกตาไม่เพียงพอ ทำให้เกิดอาการ แสบตา เคืองตา อาจมีภาวะตาแดง และน้ำตาไหล เป็นสาเหตุหนึ่งของการมองภาพไม่ชัด ความเมื่อยล้าของดวงตา: แน่นอนว่าการใช้งานตาอย่างหนัก เช่น การจ้องหน้าจอมือถือ หรือหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานานก็เป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดตาพร่ามัวเช่นเดียวกัน ผลข้างเคียงของยาบางชนิด: ยาบางชนิดอาจทำให้เกิดอาการมองเห็นภาพเบลอ เป็นผลข้างเคียง ทางที่ดีควรสอบถามแพทย์หรือเภสัชกรเกี่ยวกับผลข้างเคียงของยาก่อนรับประทานทุกครั้ง   หากมองเห็นไม่ชัด เห็นภาพเบลอควรทำอย่างไร? พักสายตาบ่อยๆ โดยหากคุณทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ควรพักสายตาเป็นระยะๆ ทุกๆ 20 นาที โดยมองไปยังวัตถุที่อยู่ไกลๆ ไม่ควรขยี้ตาเพราะการขยี้ตาอาจทำให้ตาอักเสบ และทำให้อาการแย่ลง ดื่มน้ำให้เพียงพอ เพราะการดื่มน้ำที่เพียงพอก็ช่วยให้ดวงตาชุ่มชื้นได้เช่นกัน รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะอาหารที่มีวิตามินเอ ซี และอี ช่วยบำรุงสายตา หลีกเลี่ยงแสงจ้า เพราะแสงจ้าอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ตาเมื่อยล้าได้ หรือหากมีอาการผิดปกติ เช่น ปวดตามากๆ ตาแดง มีขี้ตามาก น้ำตาไหลตลอดเวลา หรือเห็นจุดดำ ๆ ขาว ๆ ในการมองเห็น ควรรีบไปพบจักษุแพทย์โดยทันที เพื่อวินิจฉัยอาการที่เป็นและรีบทำการรักษา เพราะคุณไม่รู้เลยว่าหากปล่อยไว้จะทำให้สูญเสียการมองเห็นไปตลอดกาลเลยหรือเปล่า   หากใครมีปัญหาเกี่ยวกับค่าสายตาที่ผิดปกติ และต้องการแก้ไขค่าสายตาให้ถูกต้อง เพื่อกลับมามีการมองเห็นที่สดใสและชัดเจนอีกครั้ง ต้องที่ Laser Vision International LASIK Center ศูนย์รักษาสายตานานาชาติ เลเซอร์วิชั่น ที่มีเทคโนโลยีด้านการผ่าตัดรักษาดวงตาด้วยเลเซอร์ และการรักษาอื่น ๆ ที่ทันสมัย รวมไปถึงมีทีมจักษุแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ และมีประสบการณ์โดยตรงในด้านการทำเลสิกมาอย่างยาวนาน ช่วยให้คุณมั่นใจได้ทั้งในเรื่องของประสิทธิภาพและความปลอดภัยในการรักษา
Laser Vision LASIK Centre
Neuroophthalmology

ตากุ้งยิงเกิดจากอะไร ทำยังไงไม่ให้กลับมาเป็นซ้ำอีก

หากใครที่มีอาการตากุ้งยิง (Hordeolum/Stye/Sty) สามารถสังเกตได้ง่าย ๆ คือ อาการแรกเริ่มจะมีอาการคัน ระคายเคืองบริเวณเปลือกตา หลังจากนั้นจะเริ่มบวมแดง ตรงกลางคล้ายมีหนองอยู่ข้างใน ซึ่งอาการนี้สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งกับเปลือกตาด้านนอก (External Hordeolum) และเปลือกตาด้านใน (Internal Hordeolum) โดยสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งบริเวณเปลือกตาบนและเปลือกตาล่าง ทำให้เกิดความรู้สึกเจ็บ ระคายเคือง บางครั้งอาจทำให้รู้สึกรำคาญหากเปลือกตาบวมมากจนบดบังทัศนียภาพการมองเห็น   ตากุ้งยิงเกิดจากอะไร? สาเหตุของตากุ้งยิง เกิดจากการอักเสบของต่อมไขมันบริเวณเปลือกตา ซึ่งโดยปกติแล้วตาของคนเราจะมีต่อมไขมันมากมายอยู่บริเวณใต้ผิวหนังที่เปลือกตา ซึ่งสามารถระบายไขมันออกมาได้โดยผ่านทางรูระบายเล็ก ๆ ใกล้กับขนตา แต่หากมีสิ่งอุดตัน เช่น ฝุ่น คราบเครื่องสำอาง หรืออื่น ๆ จะทำให้ไขมันไม่สามารถระบายออกได้ และจะทำให้เกิดการอุดตัน จนกลายเป็นก้อนขึ้นที่บริเวณเปลือกตา และในขณะเดียวกันหากมีเชื้อแบคทีเรียเข้าไปสะสมอยู่ด้วย ก็จะทำให้เกิดการอักเสบ รู้สึกเจ็บ เป็นหนอง และบวมแดงรอบบริเวณดวงตา   โดยสาเหตุหรือพฤติกรรมที่อาจทำให้เกิดการอุดตันของสิ่งสกปรกบริเวณรอบดวงตา เช่น ล้างเครื่องสำอางไม่สะอาด ใช้เครื่องสำอางที่ไม่สะอาดหรือไม่มีคุณภาพ ไม่รักษาความสะอาดขณะสวมใส่คอนแทคเลนส์ ใช้มือขยี้ตาบ่อย ๆ โรคเปลือกตาอักเสบ ภูมิคุ้มของร่างกายตกจากโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน เคยเป็นตากุ้งยิงมาก่อนหน้านี้   อาการของตากุ้งยิง รู้สึกเจ็บหรือคันบริเวณรอบดวงตา มีอาการบวมแดงบริเวณเปลือกตาบนหรือล่าง มีฝีหัวหนองบริเวณเปลือกตา 4-5 วันหลังจากนั้นหนองอาจจะแตก ซึ่งหากกำจัดหนองออกไม่หมดก็จะกลายเป็นไตแข็ง ๆ อยู่ที่เปลือกตา หากปล่อยไว้อาจเกิดการอักเสบหรือกลับมาเป็นตากุ้งยิงซ้ำได้อีก   ชนิดของตากุ้งยิง ตากุ้งยิงแบ่งอาการออกได้เป็น 2 ชนิด คือ ตากุ้งยิงแบบไม่ติดเชื้อ (Chalazion) เป็นชนิดที่ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ แต่เกิดจากฝุ่นหรือสิ่งสกปรกที่เข้าไปอุดตันในรูขุมขนบริเวณเปลือกตาหรือขนตา เกิดขึ้นได้กับทั้งเปลือกตาบนและล่าง ทำให้ไขมันจากต่อมไขมันที่เปลือกตา (Meibomian Gland) ไม่สามารถระบายออกมาได้ โดยบริเวณที่เกิดตากุ้งยิงชนิดไม่ติดเชื้ออาจจะเกิดอาการบวมแดงแต่ไม่ค่อยมีอาการปวด ตากุ้งยิงแบบติดเชื้อ (Hordeolum) เป็นตากุ้งยิงที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย บริเวณต่อมไขมันที่อยู่ในรูขุมขนบนเปลือกตาหรือรูขนตา ทำให้เปลือกตาบวมแดงและรู้สึกเจ็บ ซึ่งแบ่งได้อีกเป็น 2 แบบ คือ ตากุ้งยิงชนิดด้านนอก (External Hordeolum) โดยอาการคือ มีตุ่มหนองบริเวณเปลือกตาหรือตรงแนวขนตาสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ตากุ้งยิงชนิดด้านใน (Internal Hordeolum) โดยอาการคือ มีตุ่มหนองบริเวณด้านในที่สัมผัสกับดวงตา มองเห็นได้ยากกว่า   การรักษาอาการตากุ้งยิง หากมีอาการคล้ายกับอาการของตากุ้งยิงที่กล่าวไปเบื้องต้น ให้รีบเข้าพบจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยว่าเป็นตากุ้งยิงจริงหรือไม่ โดยหากได้รับการยืนยันโดยแพทย์แล้ว ก็สามารถที่จะเริ่มเข้าสู่กระบวนการรักษาได้ โดยสามารถแบ่งการรักษาออกได้เป็นสองกรณี คือในกรณีที่มีฝีหัวหนองและไม่มีฝีหัวหนอง สำหรับการเป็นตากุ้งยิงระยะแรก สามารถรักษาได้โดยการใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบวันละ 3-4 ครั้ง ครั้งละประมาณ 15-20 นาที เพื่อกระตุ้นให้ต่อมไขมันบริเวณเปลือกตาเปิด และระบายไขมันที่อุดตันอยู่ โดยระหว่างที่ประคบควรจะหลับตาไว้ ทั้งนี้แพทย์จะทำการตรวจและสั่งยาให้ด้วย อาจเป็นยาหยอดตา ยาป้ายตา หรือบางรายอาจต้องรับประทานยาปฏิชีวนะร่วมด้วย ส่วนกรณีที่เริ่มมีหนอง แพทย์จะต้องทำการเจาะและขูดหนองออก และให้ยาปฏิชีวนะต่อไปอีก 3-5 วัน หรือจนกว่าอาการอักเสบจะหายดี ซึ่งถ้าหากเจาะหนองออกไม่หมดหรืออาการอักเสบยังไม่หายดีอาจเกิดเป็นตากุ้งยิงซ้ำได้อีก   การรักษาความสะอาดของดวงตา เป็นเรื่องที่ทุกคนควรให้ความสำคัญเพราะเราต่างมีดวงตากันเพียงแค่คู่เดียว โดยการป้องกันที่ดีที่สุด คือ หลีกเลี่ยงการใช้มือสัมผัสบริเวณดวงตาหากไม่จำเป็น แต่สำหรับผู้มีภาวะทางสายตา เช่น สายตาสั้น สายตายาว ที่ต้องสวมใส่คอนแทคเลนส์เป็นประจำ ก็คงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับดวงตาได้ จึงจำเป็นที่จะต้องรักษาความสะอาดของอุปกรณ์และล้างมือให้สะอาดทุกครั้งก่อนสัมผัสกับดวงตา แต่ถ้าหากใครไม่อยากสวมใส่คอนแทคเลนส์หรือแว่นตาไปตลอดชีวิต การแก้ปัญหาด้วยเลสิกคือทางออกของคุณ สนใจปรึกษาเกี่ยวกับการทำเลสิก เพื่อคืนการมองเห็นที่สดใสให้กับดวงตาของคุณได้ที่ Laservision ศูนย์รักษาสายตานานาชาติ ที่มีครบทุกทางเลือก มุ่งเน้นการรักษาที่มีประสิทธิภาพ และการบริการที่ประทับใจ
Laser Vision LASIK Centre

ภูมิแพ้ขึ้นตาทำเลสิกได้ไหม?

ภูมิแพ้ขึ้นตาคืออะไร? ภูมิแพ้ขึ้นตา (Allergic Conjunctivitis) คืออาการที่เยื่อบุตาเกิดการตอบสนองต่อสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ เช่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ เกสรดอกไม้ เป็นต้น ซึ่งถือว่าเป็นโรคที่พบได้บ่อยในทุกช่วงวัย  ภูมิแพ้จะมีทั้งตามฤดูกาล คือ อาการจะรุนแรงในช่วงเวลาที่มีสารก่อภูมิแพ้มาก เช่น ในฤดูหนาวที่อากาศแห้งและมีฝุ่นเยอะ หรือภูมิแพ้ตลอดปี บางคนอาจมีอาการคันตา ตาบวมแดงได้ตลอดปีเนื่องจากเจอสิ่งกระตุ้นในชีวิตประจำวัน   อาการที่พบ คันตา ตาแดง น้ำตาไหล ตาบวม รวมถึงมีอาการร่วมอื่นๆอย่างการจาม น้ำมูกไหล หอบ หรือมีผื่นขึ้นตามตัวเป็นต้น ในกรณีที่มีภาวะแทรกซ้อน อาจรุนแรงถึงกระจกตาอักเสบหรือติดเชื้อได้ น้ำตาไหล: น้ำตาไหลออกมาเป็นจำนวนมาก   สาเหตุ - กรรมพันธุ์ ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นภูมิแพ้อาจมีความเสี่ยงมากขึ้น - ระบบภูมิคุ้มกัน: เมื่อระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองต่อสารกระตุ้นมากเกินไป จะหลั่งสารต่างๆ ออกมาจนทำให้เกิดอาการภูมิแพ้   วิธีรักษา 1.หลีกเลี่ยงการขยี้ตา: การขยี้ตาอาจทำให้สิ่งสกปรกเข้าสู่ตาและเกิดการอักเสบได้ 2.ประคบเย็น: ช่วยทุเลาอาการคันและบวม 3.ใช้น้ำตาเทียม: ช่วยบรรเทาอาการตาแห้งและคัน 4.ยาหยอดตาสำหรับภูมิแพ้: ใช้ยาหยอดตาที่มีส่วนผสมของยาแก้แพ้หรือยาลดการอักเสบ 5.ปรึกษาจักษุแพทย์: ก่อนใช้ยาหยอดตา ควรปรึกษาแพทย์เพื่อความปลอดภัย   เป็นภูมิแพ้ขึ้นตา ยังทำเลสิกได้ไหม? คำตอบคือทำได้ แต่ต้องมีการประเมินความพร้อมของตาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตามข้อควรพิจารณา ดังนี้ - สุขภาพตา: ต้องมีสุขภาพตาที่แข็งแรง กระจกตาไม่บางจนเกินไป - ค่าสายตา: ค่าสายตาต้องไม่เกินกำหนดสำหรับการทำเลสิก - การดูแลหลังผ่าตัด: ระวังอาการภูมิแพ้กำเริบหลังทำเลสิก ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการคันตา ในช่วงแรกหลังการผ่าตัดไม่ควรขยี้ตา - อาการตาแห้ง: หลังทำเลสิกอาจมีอาการตาแห้งมากขึ้น ควรใช้น้ำตาเทียมช่วย เพื่อลดอาการตาแห้ง   Laser Vision: บริการครบวงจรเพื่อการมองเห็นที่ชัดเจนแม้มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับดวงตา Laser Vision เป็นศูนย์เลสิกชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญและเทคโนโลยีทันสมัยที่สุดในการแก้ไขปัญหาสายตา รวมถึงการให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิดสำหรับผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ขึ้นตาแต่อยากทำเลสิก  เรามีทีมแพทย์และบุคลากรที่พร้อมให้บริการและคำปรึกษาอย่างครบวงจร เพื่อให้คุณได้รับการดูแลที่ดีที่สุด ไม่ว่าคุณจะมีปัญหาสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง เราพร้อมจะช่วยให้คุณมองเห็นโลกได้ชัดเจนขึ้น นัดหมายและปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่ Laser Vision หรือโทร02-511-2111  

អាសយដ្ឋាន

ទំនាក់ទំនង

calling
ទំនាក់ទំនងមកយើងខ្ញុំ :