การรักษาโรคจอประสาทตาด้วยเลเซอร์นับเป็นความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยที่เผชิญกับภาวะคุกคามการมองเห็น เทคโนโลยีเลเซอร์จอประสาทตาเปรียบเสมือนเครื่องมืออันแม่นยำที่เข้ามาช่วยซ่อมแซมและปกป้อง จอประสาทตาของเราจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น เพื่อรักษาการมองเห็นที่เหลืออยู่ไม่ให้แย่ลงไปกว่าเดิม หากคุณกำลังพิจารณาการรักษาด้วยวิธีนี้ การทำความเข้าใจขั้นตอน ข้อดี และความปลอดภัยจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ

การเลเซอร์จอประสาทตาเป็นการยิงลำแสงเลเซอร์เข้มข้นไปยังจุดที่ต้องการบนจอประสาทตา พลังงานจากเลเซอร์จะทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นแข็งตัวเล็กน้อย ช่วยหยุดความเสียหายและป้องกันไม่ให้โรคดำเนินไปมากขึ้น อีกทั้งยังสร้างแผลเป็นบนผิวจอประสาทตาเพื่อลดการงอกของเส้นเลือดใหม่ จึงเป็นทางเลือกสำคัญในการรักษาภาวะเส้นเลือดในตาแตกหรืออุดตัน เช่น ผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะแทรกซ้อนเบาหวานขึ้นจอประสาทตา

เลเซอร์จอประสาทตาเป็นการรักษาที่ใช้แก้ไขโรคและความผิดปกติของจอประสาทตาหลายประเภท ซึ่งพบบ่อยและส่งผลต่อการมองเห็น เช่น
โรคแทรกซ้อนจากเบาหวานสามารถทำให้หลอดเลือดในจอประสาทตาผิดปกติ เกิดหลอดเลือดงอกใหม่ที่เปราะและแตกง่าย หรือเกิดจุดบวมที่รับภาพชัด (Macular Edema) การรักษาด้วยเลเซอร์จอประสาทตาบางส่วนช่วยผนึกหลอดเลือดที่รั่วซึม และยับยั้งการเจริญเติบโตของหลอดเลือดใหม่ที่ผิดปกติ ทำให้ลดอาการบวมและป้องกันการตกเลือดในตาได้
เมื่อจอประสาทตามีรอยฉีกขาด น้ำจากวุ้นตาอาจซึมผ่านเข้าไปด้านใต้ ทำให้เกิดภาวะจอประสาทตาเป็นรูหรือหลุดลอก (Retinal Detachment) ซึ่งอาจร้ายแรงถึงขั้นตาบอดถาวร การยิงเลเซอร์จอประสาทตาจะเปรียบเสมือนการเชื่อม (Welding) หรือเย็บขอบรอยฉีกให้ติดแน่นกับเนื้อเยื่อใต้จอประสาทตา ป้องกันไม่ให้น้ำไหลผ่านเข้าไป เพิ่มความปลอดภัยให้ดวงตา
เมื่อเส้นเลือดดำในจอประสาทตาเกิดการอุดตัน เลือดและน้ำจะรั่วเข้าสู่จอประสาทตา ทำให้เกิดอาการบวมและสายตาพร่ามัว การรักษาด้วยเลเซอร์จอประสาทตาจะช่วยลดการบวม ลดการรั่วซึมของของเหลว และป้องกันความเสียหายถาวรต่อจอประสาทตา ทำให้สายตาชัดขึ้นและลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็น

หลายคนอาจกังวลเรื่องความเจ็บหรือความเสี่ยง แต่จริงๆ แล้วเลเซอร์จอประสาทตาปลอดภัย ใช้เวลา 10-20 นาทีต่อครั้ง และไม่ต้องนอนโรงพยาบาล โดยมีขั้นตอนในการรักษาคือ
การรักษาด้วยเลเซอร์จอประสาทตาช่วยแก้ไขปัญหาจอประสาทตาได้ตรงจุด ปลอดภัย และเห็นผลเร็ว จึงทำให้ผู้เข้ารับการรักษามั่นใจในประสิทธิภาพและความสะดวกสบาย พร้อมทั้งมีข้อดีหลายประการดังนี้
หลังจากทำเลเซอร์จอประสาทตา การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมมีความสำคัญต่อการฟื้นฟูสายตาและป้องกันภาวะแทรกซ้อน เพื่อให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด มีข้อควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

หลังการยิงเลเซอร์จอประสาทตาในช่วง 1-2 วันแรก ผู้ป่วยอาจมีอาการตามัว เห็นแสงวาบ หรือมีตาแดงเล็กน้อยจากยาขยายม่านตา ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปเอง สำหรับระยะยาว สิ่งสำคัญคือการรักษาดวงตาที่เหลืออยู่และป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเพิ่ม การมองเห็นอาจไม่ดีขึ้นทันที และในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนกว่าจะเห็นผลชัดเจน
ค่าใช้จ่ายในการรักษาด้วยเลเซอร์จอประสาทตาจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของโรค จำนวนครั้งที่ต้องทำเลเซอร์ และประเภทของเครื่องมือที่ใช้ โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายจะครอบคลุมทั้งค่าธรรมเนียมแพทย์ ค่าอุปกรณ์ และค่ายา
เพื่อให้เข้าใจถึงประสิทธิภาพการรักษาที่เป็นเลิศของโรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ เราสามารถแยกประเภทของเลเซอร์ตามลักษณะการใช้งานได้ดังนี้ครับ
นี่คือเลเซอร์พื้นฐานที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุด มีลักษณะเป็นแสงสีเขียวที่มีพลังงานความร้อนสูง แพทย์จะใช้เลเซอร์ชนิดนี้ในการจี้ เพื่อให้เกิดรอยไหม้เล็กๆ บนจอตา
ใช้สำหรับปิดรอยฉีกขาดของจอประสาทตา (Retinal Break) เพื่อป้องกันจอประสาทตาลอก หรือใช้ยิงกระจัดกระจายทั่วจอตา (PRP) ในคนไข้เบาหวานขึ้นตา เพื่อยับยั้งการสร้างเส้นเลือดผิดปกติ
เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์สมัยใหม่ที่ปรับปรุงมาจากเลเซอร์ความร้อน โดยจะปล่อยพลังงานเป็นจังหวะสั้นๆ (Pulse) ทำให้เกิดการรักษาโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียงและไม่เกิดรอยไหม้ที่มองเห็นได้
ใช้สำหรับรักษาอาการจุดรับภาพชัดบวมน้ำ (Macular Edema) หรือภาวะน้ำขังใต้จอประสาทตา โดยเน้นการกระตุ้นเซลล์จอประสาทตาให้กลับมาทำงานปกติโดยไม่เกิดแผลเป็น
ดังที่กล่าวไปข้างต้น เลเซอร์ชนิดนี้จะถูกใช้งานผ่านระบบของเครื่อง Constellation ในระหว่างการผ่าตัด โดยความร้อนจากปลายโพรบจะส่งตรงไปยังตำแหน่งที่ต้องการรักษาอย่างแม่นยำที่สุด
ใช้สำหรับเคสจอประสาทตาลอกที่ซับซ้อน หรือกรณีที่มีเลือดออกในวุ้นตาจนไม่สามารถยิงเลเซอร์จากภายนอกได้
มักถูกใช้ในการรักษาต้อหินหรือถุงหุ้มเลนส์ตาขุ่น แต่ในบางกรณีจักษุแพทย์อาจใช้เพื่อจัดการกับพังผืดหรือตะกอนบางอย่างในตาที่ส่งผลกระทบต่อจอประสาทตาในมุมที่เฉพาะเจาะจง

เลเซอร์จอประสาทตาเป็นวิธีรักษาที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ ช่วยป้องกันความเสียหายของจอประสาทตาและรักษาการมองเห็นให้คงที่ Bangkok Eye Hospital มุ่งมั่นให้บริการด้วยเทคโนโลยีทันสมัยและประสบการณ์ของจักษุแพทย์เฉพาะทางจากศูนย์โรคจอประสาทตา เพื่อดูแลดวงตาคู่สำคัญของคุณ โดยสิ่งที่ผู้เข้ารับบริการจะได้รับ ได้แก่
เลเซอร์จอประสาทตาเป็นวิธีรักษาโรคและความผิดปกติของจอประสาทตาอย่างตรงจุด ช่วยป้องกันการฉีกขาดหรือหลุดลอกของจอประสาทตา และเสริมประสิทธิภาพการมองเห็นได้รวดเร็ว ปลอดภัย และไม่ต้องพักฟื้นนาน เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา จอประสาทตาบวม หรือเส้นเลือดดำอุดตันในตา การรักษาจะใช้ลำแสงเลเซอร์เข้มข้นยิงไปยังจุดที่ต้องการ เพื่อผนึกหลอดเลือดที่รั่วซึมและป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม หลังยิงเลเซอร์อาจมีอาการตามัวเล็กน้อย แต่จะดีขึ้นเองและไม่ต้องนอนโรงพยาบาล การรักษาแต่ละครั้งใช้เวลาเพียง 10-20 นาที และสามารถติดตามผลการมองเห็นได้อย่างใกล้ชิด มาตรวจเพื่อหาความเสี่ยงหรือรักษาได้ที่ Bangkok Eye Hospital (โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ)
เพื่อให้เข้าใจวิธีการทำ ผลลัพธ์ และการดูแลหลังทำเลเซอร์จอประสาทตา เราได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเลเซอร์จอประสาทตามาอธิบายอย่างเข้าใจง่ายในส่วนนี้
หลังทำเลเซอร์จอประสาทตา ผู้ป่วยอาจมีอาการตามัวเล็กน้อย รู้สึกเหมือนเห็นแสงวาบ หรือมีตาแดงจากยาขยายม่านตา อาการเหล่านี้มักค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปเองภายใน 1-2 วัน ส่วนการมองเห็นที่ชัดเจนขึ้นอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพจอประสาทตาและโรคที่รักษา
ผลข้างเคียงของการทำเลเซอร์จอประสาทตาโดยทั่วไปมักไม่รุนแรง อาจพบอาการตามัวชั่วคราว แสบตา แสงจ้า หรือตาแดงเล็กน้อย ส่วนผลข้างเคียงรุนแรงเกิดได้น้อยมาก เช่น การมองเห็นจุดดำเพิ่มขึ้นหรือจอประสาทตาเสียหาย แพทย์จะให้คำแนะนำและติดตามผลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน
จำนวนครั้งในการทำเลเซอร์จอประสาทตาขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของโรค รวมถึงตำแหน่งและขอบเขตของจุดที่ต้องรักษา โดยทั่วไปบางรายอาจทำครั้งเดียวก็เพียงพอ แต่บางรายอาจต้องทำหลายครั้งตามดุลยพินิจของแพทย์เพื่อให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด