ត្រឡប់មកវិញ
เปรียบเทียบ ReLEx SMILE และ SMILE Pro แตกต่างกันอย่างไร?
  • SMILE Pro คือการผ่าตัดแก้ไขสายตาสั้นและสายตาเอียงด้วยเลเซอร์แบบไม่เปิดฝากระจกตา มีแผลขนาดเพียง 2-4 มิลลิเมตร ทำให้ดวงตาฟื้นตัวเร็วและมีโอกาสเกิดภาวะตาแห้งน้อยกว่าเลสิกทั่วไป
  • SMILE Pro แตกต่างจากเลสิกทั่วไปตรงที่เป็นการผ่าตัดแบบไม่สร้างฝากระจกตา ทำให้กระจกตายังคงแข็งแรงกว่าเลสิกทั่วไป ที่ต้องสร้างและเปิดฝากระจกตาขนาดใหญ่ก่อนการยิงเลเซอร์
  • หลังทำ SMILE Pro ดวงตาจะฟื้นตัวและมองเห็นได้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยผู้รับการรักษาส่วนใหญ่จะกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายใน 1-2 วัน

ถ้าคุณกำลังมองหาวิธีแก้สายตาสั้นหรือเอียงแบบถาวร แต่กังวลเรื่องการผ่าตัดเปิดแผลใหญ่แบบเลสิกเดิมๆ SMILE Pro อาจเป็นคำตอบที่คุณตามหา เทคโนโลยีเลสิกรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ช่วยให้คุณมองเห็นชัดขึ้น โดยใช้แผลขนาดเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว และปลอดภัยกว่าเดิม

ในบทความนี้เราจะพาไปรู้จักกับ SMILE Pro อย่างละเอียด ว่าคืออะไร ทำงานอย่างไร และเหมาะกับใครบ้าง

 

เลสิกวิธี SMILE Pro คืออะไร

SMILE Pro เป็นเทคโนโลยีเลสิกรุ่นใหม่จาก ZEISS ประเทศเยอรมนี ที่รวมความแม่นยำสูงเข้ากับความอ่อนโยนต่อดวงตา เป็นการทำเลสิกแบบไม่ใช้ใบมีด ช่วยลดความเจ็บและย่นระยะเวลาพักฟื้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ปลอดภัยและฟื้นตัวเร็ว

 

เลสิกแบบ ReLEx Smile คืออะไร?

ReLEx Smile คือเทคโนโลยีแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ที่ต่างจากเลสิกทั่วไป โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การไม่สร้างฝากระจกตา เปลี่ยนมาใช้เลเซอร์แทนการใช้ใบมีด ทำให้แผลมีขนาดเล็กเพียง 2-4 มิลลิเมตร

 

ความต่างของ ReLEx Smile กับ SMILE Pro

 

ความต่างของ ReLEx Smile กับ SMILE Pro

ReLEx SMILE ใช้เทคโนโลยี Femtosecond Laser ซึ่งต่างจากเลสิกทั่วไปตรงที่ไม่ต้องเปิดฝากระจกตาขนาดใหญ่ แพทย์จะยิงเลเซอร์สร้างชิ้นเนื้อกระจกตาขนาดเล็ก (เรียกว่า Lenticule) ภายในเนื้อกระจกตาชั้นกลาง แล้วดึงชิ้นเนื้อดังกล่าวออกผ่านแผลเล็กเพียง 2–4 มิลลิเมตรบริเวณขอบกระจกตา 

ส่วน SMILE Pro พัฒนาขึ้นจาก ReLEx SMILE โดยใช้เลเซอร์รุ่นใหม่ ทำให้เวลาผ่าตัดต่อข้างลดลงเหลือเพียง 8‑10 วินาที เทียบกับ ReLEx SMILE ที่ใช้เวลาประมาณ 25‑30 วินาที ด้วยความเร็วและประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น SMILE Pro มีความแม่นยำสูงกว่า ลดแรงกดและความเสี่ยงจากการเคลื่อนของดวงตาระหว่างผ่าตัด ถึงแม้ทั้งสองวิธีจะเป็นแบบไม่สร้างแผ่นกระจกตาเหมือนกัน แต่ SMILE Pro มีข้อได้เปรียบในเรื่องความเร็ว ความแม่นยำ และความสบายต่อดวงตา 

 

 ใครที่เหมาะกับ SMILE Pro

 

ใครที่เหมาะกับ SMILE Pro

SMILE Pro เหมาะที่สุดสำหรับคนที่มีปัญหาสายตาสั้นกับสายตาเอียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มดังต่อไปนี้

  • ผู้ที่มีไลฟ์สไตล์แอ็กทิฟ เช่น นักกีฬาหรือผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง เพราะการไม่มีฝากระจกตาทำให้หมดกังวลเรื่องการกระทบกระเทือนดวงตา
  • ผู้ที่กังวลเรื่องฝากระจกตา ผู้ที่ไม่ต้องการให้มีการเปิดฝากระจกตาแบบเลสิกทั่วไป
  • ผู้ที่มีความเสี่ยงตาแห้ง การทำ SMILE Pro มีโอกาสเกิดภาวะตาแห้งหลังการรักษาน้อยกว่าเลสิกแบบอื่น
  • ผู้ที่ต้องการพักฟื้นเร็ว สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้จนเกือบปกติภายใน 1-2 วัน

สำหรับ SMILE Pro เหมาะกับ ผู้ที่มีสายตาสั้นหรือสายตาเอียง ซึ่งค่าสายตาคงที่เป็นเวลานาน มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และมีสุขภาพดวงตาที่ดี ไม่มีโรคกระจกตา หรือโรคอื่นๆ ที่อาจกระทบการผ่าตัด  โดยเฉพาะผู้ที่อยากพักฟื้นเร็ว และกังวลเรื่องแผล

 

ข้อดีของการทำ SMILE Pro

 

ข้อดีของการทำ SMILE Pro

ดูว่าทำไม SMILE Pro ถึงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมเจาะลึกข้อดีที่ทำให้ใครหลายคนตัดสินใจเลือกวิธีนี้

  • ไร้ฝากระจกตา (Flapless) ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากฝากระจกตา เช่น ฝาเคลื่อน หรือติดเชื้อ
  • แผลเล็กที่สุด การผ่าตัดด้วยแผลขนาดเล็กเพียง 2-4 มม. ทำให้ดวงตาฟื้นตัวได้เร็ว
  • ตาแห้งน้อยกว่า เนื่องจากการผ่าตัดมีแผลเล็ก ทำให้มีการตัดเส้นประสาทที่ผิวกระจกตาน้อยกว่าเลสิกแบบทั่วไป จึงลดโอกาสการเกิดภาวะตาแห้งหลังการรักษาได้ดี
  • รักษาความแข็งแรงของกระจกตาได้ดี โครงสร้างของกระจกตาจะถูกรบกวนน้อยที่สุด ทำให้ความแข็งแรงของกระจกตาหลังการรักษายังคงดีอยู่
  • SMILE Pro เป็นเทคนิคที่มีความแม่นยำสูง ใช้เลเซอร์ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ในการปรับค่าสายตา และใช้เวลาในการผ่าตัดน้อยกว่าวิธีเลสิกแบบดั้งเดิม
  • สามารถรักษาสายตาสั้นได้สูงสุดถึง -10.00 D (1,000) และสายตาเอียงได้ถึง -5.00 D (500)

 

ข้อจำกัดของการทำ ReLEx Smile

แม้ ReLEx SMILE จะเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยและปลอดภัยแต่ก็ยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น ขอบเขตในการรักษาที่ยังจำกัดเฉพาะผู้ที่มีปัญหาสายตาสั้นและสายตาเอียงเท่านั้น ปัจจุบันยังไม่สามารถใช้วิธีนี้ในการแก้ไขสายตายาวได้ นอกจากนี้การผ่าตัด ทั้ง ReLEx SMILE กับ Smile Pro ยังต้องใช้เครื่อง Femtosecond Laser รุ่นเฉพาะ ซึ่งมีให้บริการเฉพาะในคลินิกหรือโรงพยาบาลบางแห่งที่มีอุปกรณ์ครบครันและผ่านการรับรองเท่านั้น

ในขณะที่ ReLEx SMILE มีข้อจำกัดเรื่องการจำกัดบางประการ แต่ SMILE Pro มีข้อดีเหนือกว่าด้วยการใช้เวลาผ่าตัดเพียง 8 วินาทีต่อข้าง แผลเล็กเพียง 3‑4 มม. ไม่ต้องเปิดฝากระจกตา ทำให้กระจกตาแข็งแรงกว่า มีความแม่นยำสูงด้วยเลเซอร์รุ่นใหม่ ZEISS VISUMAX® 800 และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด

 

การประเมินสภาพสายตาก่อนเข้ารับการทำ SMILE Pro

ก่อนเข้ารับการรักษาด้วย SMILE Pro จำเป็นต้องตรวจวัดสายตาอย่างละเอียดโดยจักษุแพทย์ เพื่อเก็บข้อมูลที่ใช้ในการคำนวณและวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล โดยทั่วไปจะใช้เวลาประเมินประมาณ 3 ชั่วโมง ซึ่งประกอบด้วยการตรวจหลายรายการ ได้แก่

  • การวัดค่าสายตา ด้วยคอมพิวเตอร์เป็นการตรวจเบื้องต้นที่สะดวกและรวดเร็ว โดยอาศัยหลักการสะท้อนของแสง เพื่อประเมินค่าสายตาสั้น ยาว เอียง รวมถึงองศาของสายตา
  • การวัดความดันลูกตา เป็นการตรวจระดับความดันภายในดวงตา เพื่อประเมินว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ พร้อมทั้งช่วยตรวจคัดกรองความเสี่ยงของโรคทางตาต่างๆ เช่น ต้อหิน
  • การตรวจวัดสายตา โดยจักษุแพทย์จะมีการประเมินเพิ่มเติม เช่น ตรวจความโค้งของกระจกตา การหักเหของแสง และการตอบสนองต่างๆ ของดวงตา เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนในการวางแผนการรักษา
  • การถ่ายภาพพื้นผิวและวัดความหนาของกระจกตา ขั้นตอนนี้ช่วยเก็บข้อมูลรูปร่างและความบางของกระจกตา เพื่อวางแผนรักษาและประเมินภาวะสายตาเอียงอย่างแม่นยำ
  • การหยอดยาขยายม่านตาช่วยให้รูม่านตากว้างขึ้น ทำให้จักษุแพทย์ตรวจภายในลูกตาอย่างละเอียด ทั้งแก้วตา น้ำวุ้นตา และจอตา รวมถึงช่วยให้การวัดค่าสายตามีความแม่นยำมากขึ้น เพราะลดการเพ่งของตาที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวในบางราย
  • หลังหยอดยาขยายม่านตา จักษุแพทย์จะตรวจจอประสาทตา เส้นประสาทตา จุดรับภาพ ความหนาของชั้นจอประสาทตา และความผิดปกติอื่นๆ อย่างละเอียด เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และวางแผนการรักษาต่อไป

 

การเตรียมตัวก่อนทำ SMILE Pro

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด SMILE Pro เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่น และช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนต่างๆ โดยวิธีเตรียมตัวง่ายๆ ที่ควรรู้ก่อนเข้ารับการผ่าตัด มีดังนี้

  • ควรมาถึงก่อนเวลานัดอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อทำการหยอดตาเตรียมความพร้อม
  • ควรสระผมก่อนมา งดฉีดน้ำหอม แต่งหน้า หรือจัดแต่งทรงผม
  • งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อนผ่าตัด
  • แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สวมใส่ง่าย เช่น เสื้อผ่าหน้าหรือมีกระดุม
  • เตรียมแว่นตากันแดดและค่าใช้จ่ายให้พร้อม
  • ควรมีผู้ดูแลมาด้วย เนื่องจากหลังผ่าตัดต้องใส่ที่ครอบตา 1 วัน และไม่ควรขับรถเอง
  • ระยะเวลาการผ่าตัดประมาณ 30 นาที ไม่ต้องพักค้างคืนที่โรงพยาบาล

 

ขั้นตอนการผ่าตัดแบบ SMILE Pro

 

ขั้นตอนการผ่าตัดแบบ SMILE Pro

  1. แพทย์จะหยอดยาชาที่ดวงตาเพื่อให้รู้สึกชาและไม่เจ็บขณะผ่าตัด
  2. เมื่อตัวยาชาออกฤทธิ์ แพทย์จะใช้เลเซอร์ Femtosecond Laser สร้างเลนส์เนื้อกระจกตา (Lenticule) ตามค่าที่คำนวณไว้ โดยไม่ต้องเปิดฝากระจกตา
  3. แพทย์จะเปิดแผลขนาดเล็กประมาณ 2-4 มิลลิเมตรที่กระจกตา แล้วใช้เครื่องมือดึงเลนส์ที่สร้างไว้ภายในออกมา
  4. เมื่อนำเลนส์ออก กระจกตาจะปรับความโค้ง ทำให้การมองเห็นชัดเจนขึ้น
  5. หลังผ่าตัด แพทย์จะปิดที่ครอบตาให้ และผู้รับการผ่าตัดสามารถกลับบ้านได้ทันที

 

การดูแลตัวเองหลังผ่าตัด SMILE Pro

หลังจากผ่านการผ่าตัด SMILE Pro การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ดวงตาฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ในส่วนนี้จึงมาแนะนำวิธีปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดที่คุณควรรู้

  • หลีกเลี่ยงการบีบหรือขยี้ตาแรงๆ
  • ใส่ที่ครอบตาเวลานอนอย่างน้อย 3 วัน เพื่อป้องกันการขยี้ตาโดยไม่รู้ตัว
  • ระวังไม่ให้น้ำเข้าตาเป็นเวลา 1 สัปดาห์ และทำความสะอาดตามคำแนะนำของจักษุแพทย์
  • ใช้ยาหยอดตาให้ครบถ้วนตามแพทย์สั่ง
  • หากรู้สึกตาแห้ง ให้หยอดน้ำตาเทียมช่วยบรรเทา
  • งดใช้สายตาจ้องนานเกินไป เช่น อ่านหนังสือ เพ่งหน้าจอโทรศัพท์ หรือใช้คอมพิวเตอร์
  • พักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เสี่ยงให้ฝุ่นหรือเหงื่อเข้าตา
  • งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หลังผ่าตัด
  • หากต้องออกข้างนอก ควรสวมแว่นตากันแดดทุกครั้ง
  • มาตรวจติดตามผลตามนัดหมายของจักษุแพทย์อย่างเคร่งครัด

 

การฟื้นตัวและการมองเห็นหลังทำ SMILE Pro

การฟื้นตัวหลังทำ SMILE Pro นั้นค่อนข้างรวดเร็ว โดยผู้รับการรักษาส่วนใหญ่จะสามารถมองเห็นได้ดีขึ้นอย่างรวดเร็วและสามารถกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันเบาๆ ได้ภายใน 1-2 วัน หลังผ่าตัดอาจรู้สึกตาพร่ามัวเล็กน้อยในช่วง 2-3 ชั่วโมงแรก แต่จะดีขึ้นอย่างชัดเจนในวันรุ่งขึ้น และการมองเห็นจะคงที่เต็มที่ภายใน 1-2 สัปดาห์ นอกจากนี้ ข้อดีที่สำคัญของเทคนิคนี้คือมีโอกาสเกิดภาวะตาแห้งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการทำเลสิกแบบมีฝากระจกตาอีกด้วย

 

สรุป

SMILE Pro คือเทคโนโลยีเลสิกแก้ไขสายตาสั้นและสายตาเอียงแบบไม่ต้องเปิดแผลใหญ่ ใช้เลเซอร์ Femtosecond สร้างชิ้นเนื้อกระจกตาขนาดเล็กภายใน แล้วนำออกผ่านแผลเล็ก ช่วยลดความเจ็บปวด ฟื้นตัวเร็ว และแม่นยำ เหมาะกับผู้ที่ต้องการทางเลือกที่ปลอดภัยและทันสมัย แม้ว่าจะมีข้อจำกัดบางประการ เช่น ช่วงค่าสายตาที่รักษาได้ และต้องเข้ารับการตรวจประเมินโดยจักษุแพทย์ก่อน ก่อนผ่าตัดควรเตรียมตัวและดูแลตัวเองหลังผ่าตัดอย่างเคร่งครัดเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด หากคุณสนใจสามารถเข้ารับการตรวจประเมินและปรึกษาเพื่อเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมได้ที่โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ (Bangkok Eye Hospital)

 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ SMILE Pro (FAQ)

สำหรับใครที่กำลังสนใจหรือเตรียมตัวเข้ารับการรักษาด้วย ReLEx Smile อาจมีหลายคำถามที่สงสัย เพื่อให้เข้าใจและมั่นใจก่อนตัดสินใจ เราจึงรวบรวมคำถามที่พบบ่อย พร้อมคำตอบที่ชัดเจนและตรงประเด็นมาให้แล้วในส่วนนี้

 

ทำ SMILE Pro ที่ไหนดี

ทำ SMILE Pro ที่ Bangkok Eye Hospital เพราะมีทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยีทันสมัย และบริการครบวงจร ในราคาที่คุ้มค่า เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ดีที่สุด

 

สายตายาวตามอายุ รักษาด้วย SMILE Pro ได้ไหม

สายตายาวตามอายุยังไม่สามารถรักษาได้ด้วย SMILE Pro

 

สายตาสั้นและสายตาเอียงมากแค่ไหนถึงทำ SMILE Pro ได้

SMILE Pro เหมาะสำหรับการแก้ไขสายตาสั้นและสายตาเอียงในค่าที่กำหนด โดยทั่วไปจะสามารถแก้ไขสายตาสั้นได้ตั้งแต่ประมาณ -1.00 ถึง -10.00 และสายตาเอียงไม่เกิน -5.00 แต่ทั้งนี้ จักษุแพทย์จะต้องทำการตรวจประเมินความหนาและความโค้งของกระจกตาอย่างละเอียดก่อน เพื่อยืนยันว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถทำได้

calling
ទំនាក់ទំនងមកយើងខ្ញុំ : +662 511 2111