การมองเห็นที่ดีไม่ได้เริ่มต้นจากการรักษาเพียงอย่างเดียว แต่เริ่มตั้งแต่การตรวจให้รู้ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นมาจากค่าสายตา การใช้งานดวงตา หรืออาจมีความผิดปกติอื่นที่ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม
หนึ่งในบุคลากรที่มีบทบาทสำคัญในขั้นตอนนี้คือ นักทัศนมาตร (Optometrist) ผู้ทำหน้าที่ตรวจวัดสายตา ประเมินการมองเห็น และคัดกรองความผิดปกติเบื้องต้น เพื่อให้ข้อมูลที่ได้สามารถนำไปใช้ประกอบการวางแผนดูแลร่วมกับจักษุแพทย์ได้อย่างเหมาะสม
ทำความรู้จัก “นักทัศนมาตร” ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจวัดสายตา
นักทัศนมาตรเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจวัดสายตาและการมองเห็น มีบทบาทตั้งแต่การหาค่าสายตาสำหรับแว่นตา การประเมินปัญหาการเพ่งและการใช้สายตา ไปจนถึงการตรวจประกอบการรักษาหรือการผ่าตัดแก้ไขสายตา
ในบางกรณี อาการมองไม่ชัดอาจไม่ได้เกิดจากค่าสายตาเพียงอย่างเดียว นักทัศนมาตรจึงมีส่วนช่วยคัดกรองเบื้องต้นว่า ผู้เข้ารับบริการควรได้รับการตรวจเพิ่มเติมจากจักษุแพทย์หรือไม่
การตรวจของนักทัศนมาตรจึงไม่ได้มีเป้าหมายเพียงเพื่อบอกว่า “สายตาสั้น ยาว หรือเอียงเท่าไร” แต่ช่วยให้เข้าใจลักษณะการมองเห็นของแต่ละคนได้ละเอียดขึ้น

มองไม่ชัด ไม่ได้แปลว่าแค่ค่าสายตาเปลี่ยน
อาการอย่าง ตามัว มองไม่ชัด ปวดตา ตาล้า หรือเพ่งแล้วไม่สบายตา เป็นปัญหาที่พบได้บ่อย และอาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ
บางคนมีปัญหาจากค่าสายตาที่เปลี่ยนไป ขณะที่บางคนอาจมีความผิดปกติด้านการเพ่ง การทำงานร่วมกันของดวงตา หรือมีโรคตาที่ต้องได้รับการประเมินเพิ่มเติม
ด้วยเหตุนี้ การตรวจสายตาจึงไม่ควรจบเพียงการลองเลนส์ว่าอันไหนชัดที่สุด แต่ควรดูร่วมกันทั้งอาการ พฤติกรรมการใช้สายตา และผลการตรวจ เพื่อช่วยแยกว่าอะไรคือสาเหตุที่แท้จริงของปัญหา
แม้ในผู้ที่ยังรู้สึกว่ามองเห็นได้ดี ก็สามารถเข้ารับการตรวจสุขภาพตาได้ เพราะความผิดปกติบางอย่างอาจยังไม่แสดงอาการชัดเจนในระยะแรก
ปัญหาการมองเห็นเปลี่ยนไปตามแต่ละช่วงวัย
ความต้องการในการใช้สายตาแตกต่างกันในแต่ละช่วงชีวิต ปัญหาที่พบจึงไม่เหมือนกัน การตรวจให้เหมาะกับวัยและพฤติกรรมการใช้สายตาช่วยให้พบความผิดปกติได้ตรงจุดมากขึ้น
วัยเด็ก: มองเห็นไม่ชัด มีผลต่อการเรียนรู้

เด็กเล็กอาจยังไม่สามารถบอกได้ว่าตัวเองมองเห็นชัดหรือไม่ แม้จะมีค่าสายตาผิดปกติอยู่แล้วก็ตาม การตรวจการมองเห็นตั้งแต่ก่อนวัยเรียนจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะเด็กที่มีพฤติกรรม เช่น นั่งใกล้หน้าจอมาก ขยี้ตาบ่อย เอียงศีรษะเวลามอง หรือมีปัญหาในการอ่านและเรียนรู้ หากพบความผิดปกติเร็ว ก็สามารถวางแผนดูแลได้ตั้งแต่ช่วงที่ระบบการมองเห็นยังอยู่ในระยะพัฒนา
วัยรุ่น: เมื่อหน้าจอ กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์เป็นส่วนหนึ่งของการเรียนและการใช้ชีวิตของวัยรุ่น การใช้สายตาระยะใกล้ต่อเนื่องเป็นเวลานานอาจทำให้เกิดอาการ ตาล้า ปวดตา มองไกลไม่ชัดชั่วคราว หรือมีปัญหาในการเพ่ง หากเริ่มมีอาการมองไม่ชัด ปวดศีรษะ หรือต้องเพ่งมากกว่าปกติ ควรเข้ารับการตรวจ เพื่อดูว่าเกิดจากค่าสายตาที่เปลี่ยนไปหรือเกี่ยวข้องกับการใช้สายตาในระยะใกล้เป็นเวลานาน
วัยทำงาน: ใช้สายตาหนัก อย่ามองข้ามเรื่องดวงตา

คนวัยทำงานต้องใช้สายตาหลายระยะในวันเดียว ตั้งแต่หน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ เอกสาร ไปจนถึงการขับรถ หากค่าสายตาหรือแว่นที่ใช้อยู่ไม่เหมาะกับลักษณะงาน อาจทำให้เกิดอาการ ตาล้า ปวดรอบดวงตา มองไม่ชัด หรือปวดศีรษะ ได้ โดยเฉพาะเมื่อต้องใช้สายตาระยะใกล้ต่อเนื่องหลายชั่วโมง การตรวจสายตาจึงควรดูควบคู่กับพฤติกรรมการทำงาน เพื่อให้การแก้ไขค่าสายตาสอดคล้องกับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
วัย 40 ปีขึ้นไป: เมื่อการมองใกล้เริ่มไม่เหมือนเดิม

เมื่อเข้าสู่วัยประมาณ 40 ปีขึ้นไป หลายคนเริ่มพบว่า อ่านหนังสือหรือดูโทรศัพท์ใกล้ ๆ ไม่ชัด ต้องยืดแขนออกมากขึ้น หรือรู้สึกเมื่อยตาเวลามองใกล้ อาการเหล่านี้อาจสัมพันธ์กับ สายตายาวตามอายุ (Presbyopia) ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของดวงตา ในช่วงวัยเดียวกันยังอาจเริ่มพบโรคตาบางชนิดมากขึ้น เช่น ต้อกระจก ดังนั้นหากการมองเห็นเปลี่ยนไป ไม่ควรสรุปว่าเป็นเพียงค่าสายตาตามวัย ควรเข้ารับการตรวจเพื่อแยกสาเหตุให้ชัดเจน
ทำไมการตรวจสุขภาพตาเป็นประจำจึงสำคัญ?
หลายคนมักเข้ารับการตรวจสุขภาพตาเมื่อเริ่มมองไม่ชัดแล้ว แต่ในความเป็นจริง การตรวจวัดสายตาและสุขภาพตาสามารถทำได้แม้ยังไม่มีอาการผิดปกติ สำหรับบางคน การตรวจช่วยให้รู้ว่าค่าสายตาเปลี่ยนไปหรือไม่ ขณะที่บางคนอาจพบความผิดปกติที่ควรได้รับการประเมินเพิ่มเติมจากจักษุแพทย์ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว มีประวัติโรคตาในครอบครัว ใช้สายตาหนัก หรืออยู่ในช่วงวัยที่ความเสี่ยงของโรคตาเพิ่มขึ้น การตรวจตามระยะที่เหมาะสมจะช่วยให้ดูแลดวงตาได้ต่อเนื่องมากขึ้น
เพราะดวงตามีคู่เดียว เริ่มดูแลดวงตาตั้งแต่วันนี้
การดูแลดวงตาเริ่มได้จากเรื่องใกล้ตัว เช่น พักสายตาระหว่างทำงานหน้าจอ ไม่เพ่งใกล้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ปรับระยะและแสงให้เหมาะสม และพักเมื่อเริ่มรู้สึกเมื่อยตาหรือไม่สบายตา นอกจากพฤติกรรมการใช้สายตาแล้ว สุขภาพโดยรวมก็มีผลต่อดวงตาเช่นกัน การควบคุมโรคประจำตัว ดูแลการพักผ่อน และเข้ารับการตรวจตาตามความเหมาะสมจึงเป็นส่วนสำคัญของการดูแลการมองเห็นในระยะยาว
ที่ โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ (Bangkok Eye Hospital) นักทัศนมาตรทำงานร่วมกับจักษุแพทย์ในการตรวจประเมินการมองเห็น ตั้งแต่การตรวจค่าสายตา การเตรียมข้อมูลประกอบการรักษา ไปจนถึงการคัดกรองเบื้องต้น เพื่อให้ผู้เข้ารับบริการได้รับการดูแลที่เหมาะกับปัญหาการมองเห็นของแต่ละคน
ติดต่อโรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ
โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ (Bangkok Eye Hospital)
10/989 ซอยประเสริฐมนูกิจ 33 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10230
รถไฟฟ้าสายสีชมพู สถานีวัชรพล
โทรศัพท์: 02-511-2111
LINE: @bangkokeyehospital
อีเมล: info@bangkokeyehospital.com
เว็บไซต์: www.bangkokeyehospital.com


