ត្រឡប់មកវិញ
มองเห็นภาพซ้อนขึ้นจากอะไรได้บ้าง? พร้อมวิธีวินิจฉัยและการรักษา
  • ภาวะเห็นภาพซ้อนคืออาการที่มองสิ่งเดียวกันเป็นสองภาพพร้อมกัน เกิดจากความผิดปกติของตา กล้ามเนื้อตา เลนส์ตา หรือระบบประสาทบางส่วน
  • สาเหตุของภาวะเห็นภาพซ้อนเกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อตา เลนส์ตา โรคประสาทตา หรือสมอง
  • การรักษาภาวะเห็นภาพซ้อนขึ้นอยู่กับสาเหตุ อาจใช้แว่นแก้ไขสายตา ฝึกกล้ามเนื้อตา หรือรักษาโรคต้นเหตุบางกรณีต้องผ่าตัดตามคำแนะนำแพทย์

อาการเห็นภาพซ้อน (Double Vision) เป็นปัญหาการมองเห็นภาพซ้อนที่เกิดขึ้นเมื่อภาพจากตาทั้งสองข้างไม่รวมกันอย่างถูกต้อง อาจทำให้มองวัตถุไม่ชัดเจนหรือเห็นสองภาพพร้อมกัน ส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การอ่าน การขับขี่ และความปลอดภัย การเข้าใจสาเหตุและวิธีวินิจฉัยตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้การรักษาแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

 

ภาวะเห็นภาพซ้อนคืออะไร?

 

ภาวะเห็นภาพซ้อนคืออะไร?

ภาวะเห็นภาพซ้อน (Diplopia) คือการมองเห็นวัตถุหนึ่งชิ้นเป็นสองชิ้น ภาวะนี้สร้างความรำคาญและส่งผลกระทบอย่างมากต่อการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การขับรถ การอ่านหนังสือ หรือแม้แต่การเดิน ซึ่งอาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกเวียนหัวและเสียการทรงตัวได้

 

อาการเห็นภาพซ้อนสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทหลัก คือ

 

  1. เห็นภาพซ้อนข้างเดียว (Monocular Diplopia) อาการเห็นภาพซ้อนจะยังคงอยู่แม้จะปิดตาข้างที่ปกติแล้วก็ตาม แสดงว่าปัญหานั้นเกิดจากความผิดปกติของดวงตาเพียงข้างเดียว
  2. เห็นภาพซ้อนสองข้าง (Binocular Diplopia) อาการเห็นภาพซ้อนจะหายไปเมื่อปิดตาข้างใดข้างหนึ่ง แสดงว่าปัญหานั้นเกิดจากการที่ดวงตาทั้งสองข้างทำงานไม่สอดคล้องกัน

 

สาเหตุของภาวะเห็นภาพซ้อน

สาเหตุของภาวะเห็นภาพซ้อน

การที่ตามองเห็นภาพซ้อนไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่สามารถเกิดได้จากหลายปัจจัย ซึ่งสามารถแบ่งตามชนิดและลักษณะของภาพซ้อน ดังนี้

 

สาเหตุของภาวะเห็นภาพซ้อนข้างเดียว (Monocular Diplopia)

ภาวะนี้มักเกิดจากปัญหาที่โครงสร้างภายในดวงตา เช่น กระจกตา เลนส์ตา หรือจอประสาทตา ซึ่งเป็นปัญหาเฉพาะที่ และมักไม่เกี่ยวกับกล้ามเนื้อหรือเส้นประสาทที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของดวงตา

 

ต้อกระจก (Cataract)

ต้อกระจกคือภาวะที่เลนส์ตาซึ่งปกติแล้วจะใสสะอาด เกิดความขุ่นมัว ทำให้แสงที่ส่องผ่านเลนส์ไปยังจอประสาทตาเกิดการกระเจิง ส่งผลให้ภาพที่มองเห็นไม่คมชัดและอาจเห็นเป็นภาพซ้อนได้ในบางครั้ง อาการตาพร่ามัว เห็นภาพซ้อนมักค่อยๆ เป็นมากขึ้นตามอายุ

 

กระจกตาผิดปกติ

 

  • กระจกตาบวมน้ำ (Corneal Edema) เกิดจากการสะสมของน้ำในชั้นกระจกตา ทำให้กระจกตาขุ่นมัวและบวม การมองเห็นจึงไม่ชัดเจนและอาจเห็นภาพซ้อน
  • กระจกตาเป็นแผลหรือแผลเป็น ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับกระจกตา เช่น แผลจากการติดเชื้อหรือการบาดเจ็บ สามารถส่งผลต่อการหักเหของแสง ทำให้เกิดภาพซ้อน
  • กระจกตาเป็นรูปกรวย (Keratoconus) เป็นภาวะที่กระจกตาค่อยๆ โก่งตัวออกเป็นรูปกรวย ทำให้การหักเหของแสงผิดปกติและมองเห็นภาพซ้อน

ปัญหาสายตาและค่าสายตา

สายตาเอียง (Astigmatism) เป็นภาวะที่กระจกตามีรูปร่างโค้งไม่สม่ำเสมอ คล้ายลูกรักบี้ ทำให้การมองเห็นภาพในบางทิศทางไม่คมชัดและอาจเห็นภาพซ้อนได้ ส่วนความผิดปกติของเลนส์ตาเทียม สำหรับผู้ที่เคยผ่าตัดต้อกระจกและใส่เลนส์เทียม หากเลนส์เกิดการเคลื่อนที่หรือมีปัญหา ก็สามารถทำให้เห็นภาพซ้อนได้เช่นกัน

 

สาเหตุของภาวะเห็นภาพซ้อนสองข้าง (Binocular Diplopia)

ภาวะนี้มักเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาที่กล้ามเนื้อตา เส้นประสาทที่ควบคุมกล้ามเนื้อตา หรือสมอง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ร้ายแรงกว่าและต้องได้รับการวินิจฉัยอย่างรวดเร็ว

 

ปัญหาเกี่ยวกับกล้ามเนื้อตา

ดวงตาแต่ละข้างถูกควบคุมโดยกล้ามเนื้อ 6 มัด หากกล้ามเนื้อเหล่านี้อ่อนแรงหรือทำงานไม่สอดคล้องกัน อาจทำให้ดวงตาไม่สามารถเคลื่อนที่ไปในทิศทางเดียวกันได้ในเวลาเดียวกัน โดยปัญหากล้ามเนื้อตาที่ทำให้เห็นภาพซ้อน เช่น

 

  • ต่อมไทรอยด์เป็นพิษ (Graves' Disease) ภาวะนี้ทำให้กล้ามเนื้อตาเกิดการอักเสบและบวม ส่งผลให้กล้ามเนื้อทำงานผิดปกติ
  • โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia Gravis) เป็นโรคทางระบบภูมิคุ้มกันที่ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงทั่วร่างกาย รวมถึงกล้ามเนื้อที่ควบคุมดวงตา ทำให้เกิดภาวะตาเหล่และภาพซ้อน

ปัญหาเกี่ยวกับเส้นประสาทตา

เส้นประสาทสมองคู่ที่ 3, 4 และ 6 มีหน้าที่ควบคุมกล้ามเนื้อที่เคลื่อนไหวดวงตา หากเส้นประสาทเหล่านี้ได้รับความเสียหายจากการบาดเจ็บหรือโรค จะส่งผลกระทบต่อการทำงานของกล้ามเนื้อตา โรคที่มักส่งผลต่อการมองเห็นภาพซ้อน ได้แก่

 

  • เบาหวาน ภาวะน้ำตาลในเลือดสูงเรื้อรังสามารถทำลายเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อตาได้
  • โรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง (Multiple Sclerosis: MS) เป็นโรคทางระบบประสาทส่วนกลางที่ทำลายปลอกประสาท ทำให้เกิดการอักเสบและทำให้การส่งสัญญาณประสาทผิดปกติ
  • หลอดเลือดสมองอุดตันหรือแตก (Stroke) ภาวะนี้สามารถส่งผลกระทบต่อเส้นประสาทที่ควบคุมดวงตาและทำให้เกิดภาพซ้อนเฉียบพลัน

ปัญหาที่สมอง

สมองมีหน้าที่ในการประมวลผลสัญญาณภาพจากดวงตาทั้งสองข้าง หากสมองเกิดความผิดปกติ อาจส่งผลต่อการทำงานร่วมกันของดวงตา ปัญหาจากสมองที่ส่งผลทำให้เห็นภาพซ้อน มีดังนี้

 

  • เนื้องอกในสมอง หากเนื้องอกไปกดทับเส้นประสาทที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็น อาจทำให้เกิดภาพซ้อนได้
  • ภาวะสมองบวม (Aneurysm) การโป่งพองของหลอดเลือดสมองสามารถไปกดทับเส้นประสาทตา ทำให้เกิดภาพซ้อนและอาการอื่นๆ ตามมา
  • การบาดเจ็บที่ศีรษะ (Traumatic Brain Injury) การกระทบกระเทือนที่ศีรษะอย่างรุนแรงอาจทำลายบริเวณที่เกี่ยวข้องกับการมองเห็นในสมองได้

 

ขั้นตอนการวินิจฉัยภาวะเห็นภาพซ้อน

 

ขั้นตอนการวินิจฉัยภาวะเห็นภาพซ้อน

เมื่อเกิดอาการเห็นภาพซ้อน การเข้าพบจักษุแพทย์ตั้งแต่เนิ่นๆ เป็นสิ่งสำคัญ เพราะแพทย์สามารถตรวจวินิจฉัยสาเหตุได้อย่างแม่นยำ และแนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล โดยมีขั้นตอนดังนี้

 

1. การซักประวัติ

จักษุแพทย์จะซักถามอาการอย่างละเอียด เช่น ระยะเวลาที่เริ่มเกิดอาการและความถี่ของการเกิดภาพซ้อน ตรวจว่าภาพซ้อนหายไปเมื่อปิดตาข้างใดข้างหนึ่งหรือไม่ สังเกตทิศทางของภาพซ้อนว่าเป็นแนวตั้งหรือแนวนอน พร้อมสอบถามอาการร่วม เช่น ปวดหัว เวียนหัว หรืออาการอื่นๆ รวมถึงประวัติการบาดเจ็บที่ศีรษะและโรคประจำตัว

 

2. แนวทางในการตรวจหาอาการ

การตรวจวินิจฉัยการมองเห็นภาพซ้อนจะเริ่มจากการตรวจตาอย่างละเอียด จักษุแพทย์จะวัดค่าสายตา ตรวจกระจกตาและเลนส์ตา พร้อมประเมินการทำงานของกล้ามเนื้อตา จากนั้นอาจตรวจเลือดเพื่อตรวจหาสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับโรคทางระบบ เช่น เบาหวานหรือต่อมไทรอยด์ และหากสงสัยว่าปัญหาเกี่ยวข้องกับสมองหรือเส้นประสาท จักษุแพทย์อาจส่งตรวจ CT Scan หรือ MRI เพื่อดูความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้น

 

แนวทางการรักษาอาการเห็นภาพซ้อน

 

แนวทางการรักษาอาการเห็นภาพซ้อน

การรักษาภาวะเห็นภาพซ้อนจำเป็นต้องระบุสาเหตุที่แท้จริงก่อน ซึ่งขึ้นอยู่กับปัญหาหลักที่ทำให้เกิดอาการ โดยวิธีการรักษา มีดังนี้

 

  • การรักษาโรคพื้นฐาน หากสาเหตุมาจากโรคประจำตัว เช่น เบาหวานหรือไทรอยด์ การควบคุมโรคให้ดีจะช่วยให้อาการภาพซ้อนดีขึ้นได้
  • ใช้แว่นตาปริซึม สำหรับผู้ที่มีภาวะเห็นภาพซ้อนสองข้างจากปัญหาที่กล้ามเนื้อตา แพทย์อาจแนะนำให้ใช้แว่นตาปริซึมเพื่อช่วยปรับทิศทางของแสงและรวมภาพให้เป็นภาพเดียว
  • ฉีดโบท็อกซ์ สำหรับภาวะตาเหล่หรือกล้ามเนื้อตาทำงานไม่สอดคล้องกัน แพทย์อาจฉีดโบท็อกซ์เพื่อคลายกล้ามเนื้อตา
  • แก้ไขภาวะต้อกระจก การผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตาเป็นวิธีรักษาที่มีประสิทธิภาพ
  • การผ่าตัด ในบางกรณี เช่น ผู้ที่มีภาวะตาเหล่หรือมีเนื้องอก การผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกในการรักษา

ข้อควรระวังและคำแนะนำเพิ่มเติม

นอกจากการรักษาแล้ว การปฏิบัติตัวอย่างระมัดระวังและคำแนะนำเพิ่มเติมก็มีความสำคัญ เพราะช่วยป้องกันอาการเห็นภาพซ้อนแย่ลง ลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน

 

  • อย่าละเลยอาการ หากมีอาการเห็นภาพซ้อน ไม่ว่าจะเป็นเพียงชั่วคราวหรือตลอดเวลา ควรไปพบจักษุแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง
  • ควบคุมโรคประจำตัว หากมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวานหรือความดันโลหิตสูง ควรควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่ดวงตา
  • การพักผ่อน การพักผ่อนอย่างเพียงพอและลดการใช้สายตาอย่างหนักอาจช่วยบรรเทาอาการได้ในบางกรณี

 

รักษาอาการเห็นภาพซ้อนที่ศูนย์โรคจักษุประสาทวิทยา Bangkok Eye Hospital ดีอย่างไร

 

รักษาอาการเห็นภาพซ้อนที่ศูนย์โรคจักษุประสาทวิทยา Bangkok Eye Hospital ดีอย่างไร

Bangkok Eye Hospital ให้บริการดูแลดวงตาอย่างครบวงจร ด้วยการเน้นทั้งเทคโนโลยี การรักษาที่ทันสมัย และประสบการณ์จากจักษุแพทย์เฉพาะทาง พร้อมตรวจวินิจฉัยและรักษาผู้ที่มีอาการเห็นภาพซ้อน เพื่อคืนสุขภาพดวงตาที่ดีให้คุณ บริการเด่นของโรงพยาบาลประกอบด้วย

 

  • ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับอาการผิดปกติ พร้อมแนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสม
  • ใช้เครื่องมือมาตรฐานสากลเพื่อการรักษาดวงตาอย่างปลอดภัย
  • ครอบคลุมตั้งแต่การวินิจฉัย การรักษา จนถึงการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ

สรุป

อาการเห็นภาพซ้อนเกิดได้จากหลายสาเหตุ ตั้งแต่ความผิดปกติของกล้ามเนื้อตา เลนส์ตา โรคประสาทตา จนถึงปัญหาสมอง การวินิจฉัยเริ่มจากการซักประวัติ ตรวจสายตาและกล้ามเนื้อตาอย่างละเอียด บางกรณีอาจต้องตรวจเลือดหรือทำ CT/MRI เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุ เช่น การปรับแก้สายตา การใช้ยา หรือการผ่าตัด ในขณะเดียวกัน การปฏิบัติตัวอย่างระมัดระวัง เช่น หลีกเลี่ยงความเครียดตา และพักสายตาเป็นประจำ จะช่วยลดอาการแย่ลง ภาวะนี้ควรได้รับการตรวจและรักษาโดยจักษุแพทย์เฉพาะทางที่ Bangkok Eye Hospital (โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ)

 

อ่านบทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเห็นภาพซ้อน (FAQ)

ตอบคำถามเกี่ยวกับอาการเห็นภาพซ้อน เช่น สาเหตุ เกิดขึ้นบ่อยแค่ไหน รักษาได้หรือไม่ และต้องปฏิบัติตัวอย่างไร เพื่อช่วยให้เข้าใจอาการและแนวทางการดูแลได้ดียิ่งขึ้น

 

เล่นโทรศัพท์แล้วเห็นภาพซ้อน เกิดจากอะไร

การเล่นโทรศัพท์แล้วเห็นภาพซ้อนมักเกิดจากความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อตา หรือสายตาเอียง (Astigmatism) ทำให้ตาโฟกัสไม่แม่นยำเมื่อจ้องจอเป็นเวลานาน นอกจากนี้ อาจเกิดจากภาวะตาแห้งหรือการใช้สายตามากเกินไปก็ทำให้เห็นภาพซ้อนชั่วคราวได้ หากอาการยังคงมีหรือรุนแรง ควรไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยอย่างละเอียด

 

เห็นภาพซ้อน อันตรายไหม?

การเห็นภาพซ้อนอาจไม่อันตรายหากเกิดจากความเมื่อยล้าของตาหรือสายตาผิดปกติชั่วคราว แต่หากเกิดบ่อยๆ หรือมีอาการร่วม เช่น ปวดตา ปวดหัว เวียนศีรษะ หรือเกิดทันทีหลังบาดเจ็บ อาจเป็นสัญญาณของปัญหากล้ามเนื้อตา เลนส์ตา เส้นประสาทตา หรือสมอง จึงควรรีบพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยและรักษาให้เหมาะสม

 

มองเห็นภาพซ้อนระยะไกล เกิดจากอะไร

การมองเห็นภาพซ้อนระยะไกลมักเกิดจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อตา เช่น กล้ามเนื้อตาไม่สมดุล ทำให้การจัดแนวลูกตาไม่ตรงกัน หรือเกิดจากปัญหาเกี่ยวกับเลนส์ตา เช่น เลนส์เอียงหรือเลนส์ตาเทียมเคลื่อน รวมถึงบางกรณีอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาทางระบบประสาทหรือสมอง ควรปรึกษาจักษุแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุที่แท้จริง

calling
ទំនាក់ទំនងមកយើងខ្ញុំ : +662 511 2111