มุมสุขภาพตา : #femto lasik

เรียงตาม

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก แม่นยำด้วย AI (อัปเดตปี 2026)

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก | ศูนย์เลสิก Laser Vision การตัดสินใจทำเลสิก เป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคน ไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัดขึ้น แต่รวมถึงความกังวลเรื่องความปลอดภัย ความเจ็บ และผลลัพธ์ในระยะยาว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า เลสิกไร้ใบมีด ถูกค้นหามากขึ้นอย่างชัดเจน และชื่อที่มักถูกพูดถึงควบคู่กันก็คือ SMILE Pro SMILE Pro 2.0 คืออะไร? คำตอบของการทำเลสิกปี 2026 ที่คนค้นหามากที่สุด ในปี 2026 เทคโนโลยีนี้ได้พัฒนาไปอีกขั้นในชื่อ SMILE Pro 2.0 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดความคลาดเคลื่อน และทำให้ผลลัพธ์การมองเห็นเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมที่ Laser Vision เลือกนำเทคโนโลยี SMILE Pro มาใช้ในการแก้ไขปัญหาสายตาสั้นให้กับคนไข้ในปัจจุบัน การตัดสินในทำเลสิกเป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคนไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัด เลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) คืออะไร? SMILE Pro เป็นการทำเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) โดยใช้เลเซอร์ทุกขั้นตอน ไม่ต้องเปิดฝากระจกตาเหมือนเลสิกแบบเดิม แพทย์จะใช้เลเซอร์สร้างชิ้นเนื้อเลนส์เล็ก ๆ ภายในกระจกตา แล้วนำออกผ่านแผลขนาดประมาณ 2 มิลลิเมตร ด้วยแผลที่เล็กมาก ทำให้โครงสร้างกระจกตาถูกรบกวนน้อยลง หลายคนจึงรู้สึกฟื้นตัวเร็ว สบายตา และมีโอกาสเกิดอาการตาแห้งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการทำเลสิกแบบเปิดฝากระจกตา ทำไม SMILE Pro ถึงเป็นเลสิกที่หลายคนเลือก เหตุผลสำคัญที่ทำให้ SMILE Pro ได้รับความนิยม คือความรู้สึกสบายใจตั้งแต่ก่อนทำ เพราะเป็นเลสิกที่ไม่ใช้ใบมีด และไม่ต้องเปิดฝากระจกตา รวมถึงตัวเครื่อง (VisuMax 800) ถูกออกแบบมาให้เปิดโล่ง เหมาะกับคนขี้กลัว หรือกลัวที่แคบ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ใช้เวลายิงเลเซอร์ เพียงแค่ 8 วินาทีต่อข้าง เหมาะกับคนที่กลัวการทำเลสิก แผลเล็ก ช่วยให้กระจกตาแข็งแรงในระยะยาว ลดโอกาสเกิดอาการตาแห้ง หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างเร็ว SMILE Pro 2.0 ช่วยเพิ่มความแม่นยำได้อย่างไร หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ SMILE Pro 2.0 คือการออกแบบระบบให้ทุกขั้นตอนเชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่อง ลดความคลาดเคลื่อน และเพิ่มความแม่นยำในการรักษาแบบเลสิกไร้ใบมีดอย่างเห็นได้ชัด 1. ข้อมูลส่งตรง ลดความผิดพลาดจากมนุษย์ (Seamless Data Transfer) ข้อมูลสายตาที่ได้จากการตรวจวัด จะถูกส่งเข้าสู่เครื่องเลเซอร์โดยตรงผ่านระบบของ ZEISS โดยไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำ ลดโอกาสเกิดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูล ทำให้แผนการรักษาตรงกับค่าสายตาจริงมากขึ้น ผลลัพธ์มีความสม่ำเสมอในทุกเคส 2. วางแผนการรักษาอย่างแม่นยำ ด้วยข้อมูลระดับโลก (Integrated Planning) ระบบจะนำข้อมูลสายตาของคนไข้มาวิเคราะห์ร่วมกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่จากทั่วโลก ช่วยวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) เพิ่มความแม่นยำในการแก้ไขสายตาเอียง โดยเฉพาะเคสที่ซับซ้อน ช่วยให้ผลลัพธ์หลังทำเลสิกมีความเสถียรและคมชัดมากขึ้น 3. ระบบช่วยเพิ่มความคมชัดระหว่างการรักษา (Precision Systems) SMILE Pro 2.0 มาพร้อมระบบอัจฉริยะที่ช่วยควบคุมความแม่นยำในระหว่างการยิงเลเซอร์ CentraLign® ช่วยจัดตำแหน่งการยิงเลเซอร์ให้ตรงกับจุดศูนย์กลางการมองเห็นจริง ไม่ใช่แค่ตำแหน่งรูม่านตา OcuLign® ช่วยชดเชยการหมุนของลูกตาแบบอัตโนมัติในระหว่างการรักษา ทำให้เลเซอร์ยิงได้ตรงตำแหน่งตลอดเวลา ขอบคุณภาพจากบริษัท Carl Zeiss Co., Ltd SMILE Pro 2.0 ต่างจากเทคโนโลยีเลสิกแผลเล็กแบบเดิมอย่างไร เทคโนโลยี ปีที่เปิดตัว เครื่องเลเซอร์ จุดเด่นสำคัญ ReLEx SMILE 2011 VisuMax 500 จุดเริ่มต้นเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก 2–3 มม. ไม่เปิดฝากระจกตา ใช้เวลา 23 วินาที/ข้าง SMILE Pro 2021 VisuMax 800 เลเซอร์ความเร็วสูง 2 MHz ใช้เวลาเพียง 8 วินาที / ข้าง พร้อมระบบจัดกึ่งกลางอัตโนมัติ SMILE Pro 2.0 2025 VisuMax 800 ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เชื่อมต่อข้อมูล Cloud + Big Data เพิ่มความแม่นยำสูงสุดด้วย CentraLign® และ OcuLign® SMILE Pro 2.0 คือก้าวสำคัญของเลสิกแผลเล็ก ที่ผสาน ความเร็ว ความแม่นยำ และ มีระบบอัจฉริยะ AI-driven planning เข้าด้วยกัน ทำไมหลายคนเลือกทำ SMILE Pro 2.0 ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital นอกจากเทคโนโลยีแล้ว ความเชี่ยวชาญของแพทย์และมาตรฐานของโรงพยาบาลก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital ทีมจักษุแพทย์มีประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประสบการณ์รักษาคนไข้ทางด้านสายตามากกว่า 28 ปี และโรงพยาบาลยังผ่านการรับรองมาตรฐาน AACI จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยและคุณภาพการรักษาในระดับสากล การผสานระหว่างประสบการณ์ทางการแพทย์และเทคโนโลยี SMILE Pro 2.0 ทำให้คนไข้มั่นใจได้ว่า การทำเลสิกไม่ได้จบแค่เห็นชัด แต่ต้องปลอดภัยและดูแลได้ในระยะยาว Q : SMILE Pro 2.0 เหมาะกับใคร?A : เหมาะกับผู้ที่มีสายตาสั้นหรือสายตาเอียง และต้องการเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก ฟื้นตัวไว Q : ทำ SMILE Pro 2.0 เจ็บไหม?A : ระหว่างทำจะมีการหยอดยาชา คนไข้ส่วนใหญ่รู้สึกเพียงแรงกดเล็กน้อย และใช้เวลาไม่นาน Q : หลังทำต้องพักฟื้นนานแค่ไหน?A : ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายใน 1–2 วัน รับชมวีดีโอ SMILE Pro 2.0 *หากวิดีโอไม่แสดงผล คลิก ที่นี่ ถ้าคุณกำลังมองหาเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็กในปี 2026 การตรวจประเมินสายตาอย่างละเอียดกับจักษุแพทย์ จะช่วยให้รู้ว่า SMILE Pro 2.0 เหมาะกับคุณหรือไม่ และช่วยให้คุณเลือกวิธีการทำเลสิกได้อย่างสบายใจที่สุด ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ 📞 Call Center : 02-511-2111 ADD LINE 🏥 โรงพยาบาลเปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น. บทความโดย รศ.นพ. อนันต์ วงศ์ทองศรี ประธานกรรมการบริหาร (CEO) และจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา (LASIK) ประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประวัติแพทย์ นัดหมายปรึกษา
อ่านเพิ่มเติม

FemtoLASIK เทคโนโลยีล้ำสมัย การผ่าตัดสายตาที่ปลอดภัย แม่นยำกว่า

FemtoLASIK คือหนึ่งในเทคโนโลยีการทำเลสิกที่ทันสมัยที่สุดในปัจจุบัน โดยใช้เลเซอร์ Femtosecond (เฟมโตเซคอนด์เลเซอร์) ในการสร้างฝาปิดกระจกตา (Flap) ซึ่งมีความแม่นยำสูง ช่วยลดความเสี่ยง และฟื้นตัวเร็วกว่าวิธีแบบเดิม มาดูข้อดีและข้อเสียที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจกันได้เลยในบทความนี้   FemtoLASIK คือนวัตกรรมการแก้ไขสายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด และสายตาเอียงแบบไร้ใบมีด แผลสมานตัวเร็ว ใช้เวลาผ่าตัดน้อย ระยะฟื้นตัวสั้น และผลข้างเคียงน้อย FemtoLASIK โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Femtosecond Laser ที่ช่วยแยกชั้นกระจกตาและปรับแต่งค่าสายตาด้วยความแม่นยำสูง โอกาสเกิดตาแห้งและการติดเชื้อต่ำ กระจกตาฟื้นตัวเร็ว มีความเสี่ยงน้อยที่ฝากระจกตาจะเคลื่อน ทำให้เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับผู้ต้องการแก้ไขสายตา การทำ FemtoLASIK ไม่เหมาะสำหรับสตรีตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนเช่นกระจกตาหมอกได้ในบางราย รวมถึงผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับกระจกตาหรือโรคทางกายที่ส่งผลต่อการมองเห็นไม่สามารถรับการรักษาด้วยวิธีนี้ได้ ผู้ที่เหมาะกับการผ่าตัด FemtoLASIK คือผู้ที่มีอายุ 20 ปีขึ้นไปที่มีค่าสายตาคงที่อย่างน้อย 1 ปี มีสายตาสั้นไม่เกิน 1,300 หรือมีสายตายาวและเอียงในระดับที่เหมาะสม มีสุขภาพดวงตาดีและกระจกตาแข็งแรง เป็นผู้ที่ไม่สะดวกใส่แว่นหรือคอนแท็กต์เลนส์เนื่องจากความจำเป็นในการทำงานหรือทำกิจกรรมพิเศษ และมีความคาดหวังที่สมเหตุสมผลเกี่ยวกับผลลัพธ์หลังการผ่าตัด     เลสิกไร้ใบมีด FemtoLASIK คืออะไร? FemtoLASIK คือนวัตกรรมการแก้ไขสายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด และสายตาเอียงแบบไร้ใบมีด ใช้เลเซอร์ Visumax 800 ความถี่สูงถึง 2 MHz และใช้เวลาในการเปิดฝากระจกตาเพียง 5 วินาทีเท่านั้น เทคโนโลยีนี้สามารถกำหนดความหนาของฝากระจก และแยกชั้นกระจกตาได้อย่างเรียบเนียนโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อโดยรอบ ส่งผลให้แผลสมานตัวได้เร็ว ใช้เวลาผ่าตัดน้อย ระยะพักฟื้นสั้น และลดความเสี่ยงในการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อดีของการทำ FemtoLASIK FemtoLASIK มีข้อดีหลายประการที่โดดเด่นกว่าการผ่าตัดแบบเดิม โดยเทคโนโลยีเลเซอร์เฟมโตเซคันด์ (Femtosecond Laser) ช่วยให้การแยกชั้นกระจกตาและปรับแต่งค่าสายตามีความแม่นยำสูง ทำให้ผลข้างเคียงเกิดขึ้นน้อยและสามารถรักษาได้ทั้งสายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด สายตายาวตามอายุ และสายตาเอียง   นอกจากนี้ ผู้เข้ารับการผ่าตัดมีโอกาสเกิดภาวะตาแห้งและการติดเชื้อต่ำมาก อีกทั้งกระจกตายังสมานตัวและฟื้นฟูได้รวดเร็ว พร้อมโอกาสที่ฝากระจกตาจะเคลื่อนน้อยมาก ทำให้เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตา ข้อเสียของการทำ FemtoLASIK การทำ FemtoLASIK ไม่เหมาะสำหรับสตรีตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร และอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนในบางราย เช่น กระจกตาหมอก ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการผ่าตัดเพื่อลดความเสี่ยง หลังการผ่าตัดต้องระมัดระวังอุบัติเหตุกระทบดวงตาเป็นพิเศษ เนื่องจากแผลโค้งยาวที่กระจกตาอาจเกิดการเคลื่อนจนแผลเปิดได้ นอกจากนี้ ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับกระจกตาหรือโรคทางกายที่ส่งผลต่อการมองเห็นจะไม่สามารถเข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้ได้ วิธีเตรียมตัวก่อนทำ FemtoLASIK ก่อนทำ FemtoLASIK จำเป็นต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมามีประสิทธิภาพและผ่านไปด้วยดีมากที่สุด   ศึกษาและรวบรวมข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการทำ FemtoLASIK เพื่อสร้างความเข้าใจและความคาดหวังที่เหมาะสมต่อผลลัพธ์ ค้นหาข้อมูลสถานที่ให้บริการโดยพิจารณาทั้งประสบการณ์ของแพทย์ ความสะดวกในการเดินทาง มาตรฐานความสะอาด และค่าใช้จ่าย งดใส่คอนแท็กต์เลนส์ก่อนตรวจวิเคราะห์สภาพตา โดยเลนส์ชนิดนิ่มต้องงดอย่างน้อย 3 วัน ส่วนเลนส์ชนิดแข็งหรือแข็งกึ่งนิ่มต้องงดอย่างน้อย 14 วัน งดรับประทานยารักษาสิวกลุ่ม Isotretinoin เช่น Roaccutane, Acnotin และ Sotret เป็นเวลาอย่างน้อย 1 เดือนก่อนตรวจวิเคราะห์สภาพตาและก่อนการผ่าตัด งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และแจ้งให้จักษุแพทย์ทราบหากมีการรับประทานยาประจำตัว เช่น ยาเบาหวาน ยาความดัน หรือยานอนหลับ เตรียมแว่นตากันแดดและผู้ดูแลมาด้วยในวันตรวจ เนื่องจากต้องหยอดยาขยายม่านตาซึ่งทำให้มองเห็นไม่ชัดและแพ้แสง เข้ารับการตรวจวิเคราะห์สภาพตาเพื่อประเมินว่าสุขภาพตาเหมาะสมกับการรักษาด้วยวิธี FemtoLASIK หรือไม่     ขั้นตอนการทำ FemtoLASIK หลายๆ คนยังกังวลว่าการทำ FemtoLASIK เป็นอย่างไร? น่ากลัวไหม? มาดูขั้นตอนการทำ FemtoLASIK เพื่อให้คลายข้อกังวลก่อนทำกันดีกว่า   ก่อนการผ่าตัด แพทย์จะหยอดยาชาและรอให้ยาออกฤทธิ์จนพร้อมสำหรับเริ่มขั้นตอนการรักษา แพทย์ใช้ Femtosecond Laser แยกชั้นกระจกตาตามความหนาที่คำนวณไว้อย่างแม่นยำ หลังจากเปิดฝากระจกตา แพทย์จะใช้เลเซอร์เอ็กไซเมอร์ (Excimer Laser) ปรับแต่งความโค้งภายในชั้นกระจกตา เมื่อปรับแต่งเสร็จสมบูรณ์ แพทย์จะนำฝากระจกตาปิดกลับเข้าตำแหน่งเดิมอย่างแนบสนิท ขั้นตอนสุดท้าย จักษุแพทย์จะทำการปิดฝาครอบตาเพื่อป้องกันและส่งเสริมการฟื้นตัวของดวงตา ดูแลตัวเองอย่างไรหลังทำ FemtoLASIK เพื่อประสิทธิภาพของผลลัพธ์ การดูแลตัวเองหลังทำ FemtoLASIK จึงมีความสำคัญมาก ดังนี้   ใส่ที่ครอบตาขณะนอนหลับเพื่อป้องกันการเผลอขยี้ตาโดยไม่รู้ตัว ระมัดระวังไม่ให้น้ำ ฝุ่น เหงื่อ หรือสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ดวงตา งดกิจกรรมที่ไม่จำเป็นและพยายามนอนพักผ่อนให้มากเพื่อพักฟื้นสายตา หยอดยาตามที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด ใช้น้ำตาเทียมเมื่อเกิดภาวะตาแห้ง งดการแต่งหน้าบริเวณรอบดวงตา มัดผมเพื่อป้องกันไม่ให้เส้นผมสัมผัสดวงตา (สำหรับผู้ที่มีผมยาว) สวมแว่นตากันแดดเมื่อต้องออกไปข้างนอก หลีกเลี่ยงการขับรถในตอนกลางคืนเนื่องจากอาจมองเห็นแสงเป็นแฉก เข้าพบจักษุแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ รีบพบจักษุแพทย์ทันทีหากพบความผิดปกติใดๆ นอกเหนือจากที่กล่าวมา     ใครเหมาะกับการทำ FemtoLASIK ผู้ที่เหมาะสมกับการผ่าตัด FemtoLASIK ได้แก่ ผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป โดยค่าสายตาต้องคงที่อย่างน้อย 1 ปี มีสายตาสั้นไม่เกิน 1,300 หรือมีสายตายาวหรือเอียงในระดับที่เหมาะสม และมีสุขภาพดวงตาโดยรวมดีพร้อมกระจกตาที่แข็งแรง นอกจากนี้ ผู้เข้ารับการผ่าตัดควรมีความคาดหวังที่สมเหตุสมผลเกี่ยวกับผลลัพธ์ และมักเป็นผู้ที่ไม่สะดวกใส่แว่นตาหรือคอนแท็กต์เลนส์เนื่องจากความจำเป็นในการประกอบอาชีพหรือการทำกิจกรรมบางประเภท ใครไม่เหมาะกับการทำ FemtoLASIK ผู้ที่ไม่ควรทำ FemtoLASIK ได้แก่ ผู้ที่มีโรคหลอดเลือด โรคแพ้ภูมิต้านทานตัวเองและเบาหวานที่ยังควบคุมไม่ได้ รวมถึงผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องหรืออยู่ระหว่างการรักษาที่กดภูมิคุ้มกัน นอกจากนี้ สตรีตั้งครรภ์และให้นมบุตร หรือผู้ที่วางแผนตั้งครรภ์ภายใน 6 เดือนหลังผ่าตัดก็ไม่ควรเข้ารับการรักษานี้ ท้ายที่สุด ผู้ที่เป็นโรคตาอื่นๆ เช่น ต้อกระจก ต้อหิน และผู้ติดเชื้อเอชไอวี ก็เป็นข้อห้ามในการทำ Femto LASIK เช่นเดียวกับการทำเลสิกทั่วไป หลังผ่าตัด FemtoLASIK ต้องพักฟื้นไหม? หลังจากรับการรักษาสายตาด้วย FemtoLASIK ผู้ป่วยจำเป็นต้องพักฟื้นประมาณ 2 - 3 วัน โดยในช่วงเวลานี้อาจมีอาการระคายตาและน้ำตาไหลบ่อยเกิดขึ้นได้ ซึ่งเป็นอาการปกติที่เกิดขึ้นระหว่างกระบวนการฟื้นตัวของดวงตาหลังการผ่าตัดด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ชั้นสูงนี้ FemtoLASIK แก้ไขปัญหาสายตาได้ถาวรไหม? การทำ FemtoLASIK คือนวัตกรรมการแก้ไขปัญหาสายตาที่มีอยู่เดิมให้กลับมาชัดเจนได้อย่างถาวร แต่ไม่สามารถยับยั้งการเสื่อมถอยของร่างกายตามธรรมชาติหรือปัญหาใหม่ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ ดังนั้น ผู้ที่ผ่านการทำ FemtoLASIK แล้วควรเข้าใจว่าการรักษานี้แก้ไขสภาพสายตาที่เป็นปัญหา ณ เวลาที่ทำการรักษาเท่านั้น ไม่ใช่วิธีป้องกันความเสื่อมของสายตาที่อาจเกิดขึ้นตามวัยในภายหลัง ทำ FemtoLASIK ราคาเท่าไร? การทำ FemtoLASIK ที่ Bangkok Eye Hospital (โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ) โดยทั่วไปมีค่าใช้จ่ายราคาเริ่มต้นประมาณ 118,000 บาท โดยจะมีค่าตรวจประเมินสภาพสายตาโดยละเอียดอีก 3,500 บาท สามารถตรวจสอบโปรโมชันเพิ่มเติมได้ที่นี่ อัตราค่าบริการตรวจและรักษาสายตาเป็นค่าบริการสำหรับการรักษา 2 ตาในวันเดียวกัน โดยค่าบริการรวมค่ายาและเวชภัณฑ์ที่ใช้ในการผ่าตัด และค่าบริการตรวจติดตามผลหลังการผ่าตัด 5 ครั้ง ภายในระยะเวลา 1 ปี (1 วัน 1 อาทิตย์ 1 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี) เท่านั้น ทำ FemtoLASIK ที่ศูนย์เลเซอร์วิชั่น Bangkok Eye Hospital ดีอย่างไร หากต้องการรักษาปัญหาสายตาด้วยการทำ FemtoLASIK มาปรึกษาและรักษาได้ที่ Bangkok Eye Hospital (โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ) เพื่อการรักษาอาการผิดปกติเกี่ยวกับดวงตา ด้วยจักษุแพทย์ผู้มากความรู้เกี่ยวกับดวงตาและทีมงานที่มีประสบการณ์ ด้วยจุดเด่นดังนี้   โรงพยาบาลมีจักษุแพทย์มากประสบการณ์ พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับอาการผิดปกติ และแนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสม เทคโนโลยีสมัยใหม่สำหรับการรักษาดวงตา เครื่องมือได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อการรักษาดวงตาอย่างแม่นยำและปลอดภัย พร้อมให้การรักษาอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวินิจฉัย การรักษา ไปจนถึงการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ ใส่ใจในการบริการ พร้อมบรรยากาศของโรงพยาบาลที่เป็นกันเอง สรุป FemtoLASIK คือนวัตกรรมการแก้ไขสายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด และสายตาเอียงแบบไร้ใบมีด ที่โดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Femtosecond Laser ซึ่งช่วยแยกชั้นกระจกตาและปรับแต่งค่าสายตาด้วยความแม่นยำสูง ทำให้แผลสมานตัวเร็ว ใช้เวลาผ่าตัดน้อย และมีระยะฟื้นตัวสั้น ข้อดีที่สำคัญคือมีโอกาสเกิดตาแห้งและการติดเชื้อต่ำ ความเสี่ยงที่ฝากระจกตาจะเคลื่อนมีน้อย ทำให้เป็นทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตา หากมีความผิดปกติของดวงตา มาเช็กสุขภาพตาอย่างละเอียดที่ศูนย์เลเซอร์วิชั่น Bangkok Eye Hospitalโรงพยาบาลเฉพาะทางที่มีทีมแพทย์มากประสบการณ์ อุปกรณ์ที่ทันสมัย ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล มั่นใจได้ว่าการรักษาเป็นไปอย่างถูกต้อง แม่นยำ และปลอดภัย

ที่อยู่

ช่องทางติดต่อ

calling
ติดต่อเรา :