Blogs

Sort

What is SMILE Pro™ 2.0?

SMILE Pro® Eye Surgery: The Next Generation of Laser Vision Correction Deciding to undergo vision correction is a transformative moment. For many, it’s a journey fueled by the desire for freedom - freedom from foggy glasses, the daily hassle of contact lenses, and the limitations of blurry vision. However, that excitement is often met with valid concerns: Is it safe? Will it hurt? How long is the recovery?   In 2026, those questions have a definitive answer. While "Blade-Free LASIK" has long been the gold standard, SMILE Pro 2.0 has emerged as the most searched and trusted solution for those ready to see the world through a clearer lens.   Laser eye surgery has evolved significantly over the past decade. SMILE Pro™ is the latest advancement designed to correct short-sightedness and astigmatism using a minimally invasive, flapless technique with ultra-fast laser precision from Carl ZEISS, Visumax 800.   If you are considering vision correction with SMILE procedure, especially with SMILE Pro™ 2.0, this article explains how SMILE Pro™ works, who is suitable, recovery expectations, and how it compares across flapless vision correction procedure generations. What is SMILE Pro™? Starting with SMILE (Small Incision Lenticule Extraction) - representing the next generation of laser vision correction, SMILE Pro™ building on the success of its predecessors, the 2.0 version utilizes the ZEISS VisuMax 800 - a system designed not just for speed, but for absolute digital precision, and intelligent systems - CentraLign® & OcuLign®.   Unlike traditional LASIK, there is no corneal flap created. Instead, a high-precision laser creates a tiny, lens-shaped tissue (lenticule) inside the cornea, which is removed through a microscopic 2-4 millimeter incision. Benefits of SMILE Pro™ Minimal Disruption: Because the incision is so small, your corneal structure remains strong and stable. Rapid Recovery: Most patients experience clear vision fast and can return to normal activities quickly, usually within 24 - 48 hours because the procedure is designed to be minimally invasive. Comfort First: The procedure is virtually painless. With the VisuMax 800, the laser treatment time takes less 10 seconds per eye, minimizing any anxiety or discomfort. How does SMILE Pro™ 2.0 improve precision? One of the biggest fears in eye surgery is "human error." SMILE Pro™ 2.0 solves this through a fully integrated digital workflow:   Seamless Data Transfer: Your measurement data is sent directly from the diagnostic tools to the laser machine. No manual typing, no room for error. CentraLign® System: This intelligent system aligns the laser with your visual center, ensuring the treatment is perfectly centered on how you actually see. OcuLign® System: It automatically detects if your eye rotates slightly while lying down, adjusting the treatment to ensure astigmatism is corrected with 100% accuracy. Image courtesy of Carl Zeiss Co., Ltd The Competitive Edge: SMILE Pro™ 2.0 vs ReLEx SMILE In the world of precision, speed is the ultimate differentiator.   TECHNOLOGY LAUNCH YEAR LASER MACHINE KEY HIGHLIGHTS ReLExSMILE 2011 VisuMax500 The first generation of bladeless small incision method, 2-3 mm incision, no corneal flap, 23 seconds/eye SMILE Pro™ 2021 VisuMax800 High-speed 2 MHz laser, only 8 seconds/eye, with autocentration systems SMILE Pro™ 2.0 2025 VisuMax800 Fully digitalized workflows, Cloud + Big Data integration, maximum precision with CentraLign® and OcuLign® intelligent systems Experience SMILE Pro™ 2.0: Cutting-Edge Precision with 28 Years of Proven Expertise Beyond technology, the expertise of the doctors and hospital standards are crucial. At Laser Vision at Bangkok Eye Hospital, our team of seasoned ophthalmologists has experience caring for over 100,000 eyes and over 28 years of experience in vision correction. The hospital is also accredited by AACI (USA), an international standard for safety and quality of care. This unique combination of specialized experience and SMILE Pro™ 2.0 technology ensures patients that vision correction with advanced-technology is not just about seeing clearly, but about safety and long-term care. Q: Is SMILE Pro™ 2.0 right for me? A: The best way to find out is through a comprehensive eye exam. We evaluate your corneal thickness, eye health, and lifestyle needs to ensure the technology is a safe fit. Because every eye is different, we use a range of high-tech diagnostic tools to recommend the specific procedure that will give you the best possible visual outcome.   Q: Is the procedure safe?A: SMILE technology from ZEISS has a long-standing global safety record with millions of procedures performed worldwide. At Laser Vision, we combine this proven technology with a detailed medical assessment and a personalized consultation to address your specific eye health and minimize individual risk factors.   Q: What is the recovery time?A: The recovery is typically very fast. Most patients are able to return to work, drive, and resume their normal daily activities within 1 to 2 days. We will provide you with clear post-operative instructions to ensure your eyes heal properly and your vision stabilizes quickly. *If the video does not display, click here Book a Comprehensive Eye Assessment for SMILE Pro™ 2.0 The first step is a detailed eye examination to determine suitability for this technology. 📞 Call Center : 02-511-2111 WhatsApp: 📧 Email Us Today Article Reviewed By Assoc. Prof. Anan Vongthongsri CEO & Founder, Senior Ophthalmologist Specialist in Cornea and Refractive Surgery (LASIK) with over 100,000 successful procedures. Doctor Profile Make an Appointment
Read More
Laser Vision LASIK Center

ระวัง! โรคตาที่มาพร้อมกับหน้าฝน

เข้าหน้าฝนแล้ว นอกจากต้องระวังปัญหาเรื่องสุขภาพอย่างไข้หวัดแล้ว ก็อย่าลืมระวังโรคตาที่หลายคนเป็นกันเยอะมากในช่วงฤดูนี้ เนื่องจากหน้าฝนเป็นฤดูที่มีความชื้นสูง ทำให้ง่ายต่อการติดเชื้อนั่นเอง   โรคตาแดง (Conjunctivitis) โรคตาแดงเป็นโรคที่พบบ่อยโดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน เกิดจากการติดเชื้อที่เยื่อบุตา ซึ่งสามารถเกิดได้จากเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย และเชื้อปรสิต โรคนี้สามารถติดต่อผู้อื่นได้โดยตรง หากมีการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ป่วยแล้วนำมาสัมผัสที่ดวงตาหรือขยี้ตาโดยไม่รู้ตัว การแพร่กระจายเชื้ออาจเกิดขึ้นผ่านการใช้ผ้าเช็ดตัว หมอน หรือการสัมผัสสิ่งของในที่สาธารณะ   อาการที่พบ -ตาแดง -น้ำตาไหล -ตาบวม -มีขี้ตามากกว่าปกติ -เคืองตา   การรักษา -ใช้ยาปฏิชีวนะทั้งแบบหยอดและป้ายเพื่อต้านเชื้อ -สวมแว่นกันแดดหากมีอาการเคืองตาหรือแพ้แสง -อาการมักจะคงอยู่ประมาณ 1-4 สัปดาห์   โรคตากุ้งยิง (Stye) โรคตากุ้งยิงเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดตุ่มหนองบริเวณเปลือกตาบนหรือล่าง สาเหตุมาจากการล้างมือไม่สะอาดแล้วนำมาสัมผัสดวงตา, การใช้คอนแทคเลนส์, การล้างเครื่องสำอางไม่สะอาด, ภูมิคุ้มกันตกต่ำ, หรือการต่อขนตาที่ไม่ได้รับการทำความสะอาดอย่างดีพอ โรคนี้สามารถพบได้บ่อยทั้งในช่วงหน้าฝนและฤดูอื่นๆ   อาการที่พบ -ตุ่มหนองบริเวณเปลือกตาบนหรือล่าง -ตาบวมแดง -เจ็บหรือระคายเคืองบริเวณเปลือกตา   การรักษา -รับประทานยาปฏิชีวนะเพื่อลดการติดเชื้อและทำให้หนองยุบ -กรณีที่หนองไม่ยุบ แพทย์อาจต้องทำการกรีดระบายหนองเพื่อให้หายเร็วขึ้น   ข้อควรระวังสำหรับผู้ที่มีแผนทำเลสิกในช่วงหน้าฝน สำหรับผู้ที่มีแผนจะทำเลสิกในช่วงหน้าฝน ยังสามารถทำได้ตามปกติ แต่ควรระมัดระวังและรักษาความสะอาดบริเวณรอบดวงตา เพื่อป้องกันการติดเชื้อและการแพร่กระจายเชื้อจากโรคตาแดงและตากุ้งยิง ดังนี้ 1.ล้างมือให้สะอาดด้วยสบู่และน้ำอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะก่อนสัมผัสดวงตาหรือใบหน้า 2.หลีกเลี่ยงการขยี้ตา เพราะอาจทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ดวงตาได้ง่ายขึ้น 3.ใช้ผ้าเช็ดตัวและหมอนส่วนตัว หลีกเลี่ยงการใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น 4.ทำความสะอาดเครื่องสำอางอย่างทั่วถึงโดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตา 5.ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ หากมีอาการของโรคตาแดงหรือตากุ้งยิง ควรไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมและป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ   หากกังวลเกี่ยวกับการทำเลสิกในช่วงที่มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในดวงตา เช่นโรคตาแดงและตากุ้งยิง สามารถมาปรึกษาที่ Laser Vision เพื่อเช็คความพร้อมก่อนทำเลสิกได้ เรามีบริการตรวจตาที่ครบวงจรและทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำแนะนำและดูแลคุณอย่างใกล้ชิด นัดหมายเพื่อปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ที่ Laser Vision หรือโทรศัพท์ 02-511-2111  
Laser Vision LASIK Center

ปวดหัวบ่อยๆ อาจมาจากปัญหาสายตา!

ปวดหัวบ่อยแต่ไม่ทราบสาเหตุ อาจมาจากปัญหาสายตา หลายคนโดยเฉพาะวัยทำงานต่างประสบปัญหาจากอาการปวดหัวกันเยอะ เนื่องจากความเครียดที่สะสม และอีกหลายปัจจัย แต่นอกจากการปวดหัวไมเกรน ปวดหัวจากความเครียดหรืออากาศร้อนแล้ว เรายังสามารถปวดหัวจากปัญหาสายตาได้ด้วยเช่นกัน   สายตาเอียง สายตาเอียงคือสภาวะที่ดวงตาทั้ง 2 ข้างไม่สามารถโฟกัสในจุดเดียวกันได้ ซึ่งอาจทำให้มีการเกร็งกล้ามเนื้อตาเพื่อให้สามารถมองเห็นภาพได้ชัดเจน การเกร็งนี้อาจเกิดขึ้นตลอดเวลาที่ต้องทำงานหรือใช้สายตานานๆ และสามารถทำให้เกิดอาการปวดหัวได้ หลายคนสายตาเอียงแบบไม่รู้ตัว เพราะยังสามารถมองใกล้ไกลได้ปกติในชีวิตประจำวัน แต่จะเห็นภาพซ้อนจนทำให้เพ่งโดยไม่รู้ตัวเพื่อให้ดวงตาโฟกัสภาพได้คมชัดขึ้น พอเพ่งมาทั้งวันแล้วก็จะเกิดอาการปวดหัว  ใครที่กำลังรู้สึกว่ามีปัญหาการมองภาพไม่คมชัด หรือรู้สึกลำบากในการขับรถตอนกลางคืนเนื่องจากการมองภาพไม่ชัด ควรรีบไปตรวจเพราะนอกจากการปวดหัวที่กวนใจแล้ว ยังอาจก่อให้เกิดอันตรายในการใช้ชีวิตได้   สายาตายาว  สายตายาวหมายถึงการมองภาพใกล้ๆ ที่ทำให้ต้องเกร็งสายตาเพื่อให้สามารถโฟกัสได้ถึงจุดที่ต้องการ การเกร็งนี้ทำให้กล้ามเนื้อตาทำงานหนักขึ้น และอาจทำให้เกิดอาการปวดหัวได้ เนื่องจากการใช้กล้ามเนื้อนี้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเวลาอ่านหนังสือ จะรู้สึกไม่สบายตา เมื่อต้องใช้การเพ่งมากๆก็ทำให้เกิดการปวดหัวได้เช่นกัน   สายตาปกติแต่จ้องหน้าจอเป็นเวลานาน  หลายคนที่มีสายตาปกติก็หนีไม่พ้นอาการปวดหัวจากการใช้สายตานานๆ เพราะเดี๋ยวนี้การทำงานหน้าจอคอมติดต่อกันเป็นระยะเวลานาน ซึ่งเป็นเรื่องที่เลี่ยงยากมากในการทำงานปัจจุบัน การจ้องจอคอมหรือโทรศัพท์มือถือเป็นเวลานานจะทำให้ตาอ่อนล้า ปวดที่ขมับและกระบอกตาหลังเลิกงานได้ แต่ถ้าได้รับการพักสายตา หรือพักผ่อน วันรุ่งขึ้นก็จะกลับมาเป็นปกติ   ทั้งนี้วิธีแก้ของคนที่สายตาปกติแต่จ้องจอเป็นเวลานาน สามารถบรรเทาได้ด้วยการพักสายตาทุกๆชั่วโมง เปลี่ยนไปเดินเล่นผ่อนคลายบ้าง ก็จะช่วยให้เลี่ยงอาการปวดหัวได้ แต่สำหรับคนที่เป็นปัญหาจากค่าสายตา แนะนำให้แก้ปัญหาด้วยการตัดแว่นหรือทำเลสิกเพื่อให้ค่าสายตากลับมาเป็นปกติ ลดอาการปวดหัวได้และช่วยให้ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น ที่ Laser Vision International LASIK Center เป็นศูนย์รักษาสายตาอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย พร้อมด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มากประสบการณ์ที่สามารถรักษาปัญหาค่าสายตาได้แบบครบวงจรตามความต้องการของคนไข้ สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ปรึกษาเพิ่มเติม โทร 02-511-2111  
Laser Vision LASIK Center

หลังทำเลสิกใช้น้ำตาเทียมแบบไหนดี? แบบน้ำ vs.แบบเจล

การใช้น้ำตาเทียมเป็นสิ่งสำคัญสำหรับผู้ที่เพิ่งทำเลสิก เนื่องจากการทำเลสิกอาจทำให้เส้นประสาทของกระจกตาได้รับความเสียหายชั่วคราว หรือเกิดแผลที่ทำให้ดวงตามีอาการแห้งกว่าปกติในช่วงแรก น้ำตาเทียมจะช่วยลดอาการระคายเคืองและช่วยให้ดวงตาชุ่มชื้นขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นในช่วง 1-3 เดือนแรกหลังการผ่าตัด   ประเภทของน้ำตาเทียม น้ำตาเทียมมีหลายแบบ แต่ที่นิยมใช้กันโดยทั่วไปจะมีแบบน้ำและแบบเจล แต่ละแบบมีคุณสมบัติและวิธีการใช้ที่แตกต่างกัน   แบบน้ำ (Liquid Artificial Tears) -น้ำตาเทียมแบบน้ำเป็นแบบที่ใช้กันโดยทั่วไปและหลายคนมักจะคุ้นเคยกับน้ำตาเทียมชนิดน้ำมากกว่า -มีทั้งแบบรายวันและรายเดือน ใช้ง่าย เพียงแค่เปิดบรรจุภัณฑ์และหยอดลงในดวงตา -น้ำตาเทียมแบบน้ำมีลักษณะเนื้อสัมผัสคล้ายน้ำตาธรรมชาติ ไม่มีสีและไม่มีกลิ่น -หากต้องหยอดบ่อยมากกว่าวันละ 4 ครั้ง ควรเลือกน้ำตาเทียมแบบที่ไม่มีสารกันเสียเพื่อลดความเสี่ยงต่อการระคายเคืองตา   แบบเจล (Gel Artificial Tears) -น้ำตาเทียมแบบเจลหรือแบบขี้ผึ้งป้ายตาจะมีลักษณะเป็นเนื้อหนืดและเข้มข้นมาก -ใช้ในกรณีที่ต้องการรักษาความชุ่มชื้นในดวงตาได้นานขึ้น เช่น ในห้องผ่าตัดที่คนไข้ต้องดมยาสลบเป็นเวลาหลายชั่วโมง -เหมาะสำหรับคนที่มีอาการตาแห้งรุนแรง เนื่องจากสามารถรักษาความชุ่มชื้นได้นานกว่าแบบน้ำ -ข้อเสียคืออาจทำให้มองเห็นไม่ชัดเจนในช่วงเวลาสั้นๆ หลังการใช้ จึงนิยมใช้ก่อนนอนหรือในช่วงที่ไม่ได้ใช้สายตามาก   การใช้น้ำตาเทียมหลังทำเลสิก หลังทำเลสิกมา ผู้ป่วยสามารถใช้น้ำตาเทียมได้ทั้งสองแบบตามความเหมาะสม: แบบน้ำ: สามารถหยิบมาใช้หยอดระหว่างวันเพื่อรักษาความชุ่มชื้น แบบเจล: ใช้เพิ่มในช่วงก่อนนอนหรือช่วงที่ไม่ได้ใช้สายตามาก โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่มีอาการตาแห้งรุนแรง   ในช่วง 1-3 เดือนแรกหลังทำเลสิก น้ำตาเทียมจะช่วยบรรเทาอาการตาแห้งและระคายเคือง หลังจากนั้น ดวงตาจะเริ่มกลับมาเป็นปกติ และอาจจะใช้น้ำตาเทียมแค่บางครั้งบางคราวตามความจำเป็น   ข้อแนะนำเพิ่มเติม - ปรึกษาแพทย์: ก่อนเลือกใช้น้ำตาเทียม ควรปรึกษาแพทย์เพื่อให้ได้คำแนะนำที่เหมาะสมกับสภาพดวงตาของแต่ละคน -รักษาความสะอาด: ควรรักษาความสะอาดของมือและบรรจุภัณฑ์น้ำตาเทียมเพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ -หลีกเลี่ยงการใช้สารกันเสีย: หากต้องใช้น้ำตาเทียมบ่อยๆ ควรเลือกใช้แบบที่ไม่มีสารกันเสียเพื่อลดความเสี่ยงต่อการระคายเคือง การเตรียมตัวและดูแลดวงตาหลังทำเลสิกอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ดวงตาฟื้นตัวได้เร็วและมีสุขภาพดีในระยะยาว   เทคโนโลยี NanoRelex ใน Laser Vision NanoRelex เป็นเทคโนโลยีที่ได้รับการพัฒนามาจากการวิจัยทางการแพทย์และเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นที่การรักษาและบำรุงสุขภาพดวงตา โดย NanorRelex สามารถช่วยลดอาการตาแห้งที่เกิดจากการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยเช่นกัน ใครที่มีปัญหาตาแห้งมากตั้งแต่ก่อนผ่าตัด NanoRelex ก็ถือเป็นทางเลือกที่ดี แต่ทั้งนี้ควรปรึกษาจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนว่าสุขภาพดวงตาเราเหมาะกับบการรักษาแบบไหน   หากสนใจการทำเลสิกแบบ NanoRelex หรือแบบอื่นๆ สามารถเข้ามารับคำปรึกษาได้ฟรี ติดต่อได้ที่  02-511-2111  
Laser Vision LASIK Center

ทำเลสิกแบบ NanoRelex แผลเล็กสมชื่อ!

ทำเลสิกแบบ NanoRelex แผลเล็กสมชื่อ!   การทำเลสิกเดี๋ยวนี้ไม่ได้น่ากลัวอีกต่อไปเพราะได้รับการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆตามเทคโนโลยีที่มีการเปลี่ยนไปทุกวัน  ล่าสุดทาง Laser Vision ได้มีการนำเข้าและพัฒนาการทำเลสิกที่ชื่อว่า NanoRelex ที่ไร้ใบมีด เพราะใช้ตัวเลเซอร์ที่มีพลังงานต่ำระดับ Nano Jules ในการยิง ซึ่งมีความแม่นยำสูงมาก ทำให้แผลมีขนาดเพียง 2-3มิลลิเมตรเท่านั้น    ข้อดีของการทำเลสิกแบบ NanoRelex  1.ได้แผลที่เล็กมาก 2.ไม่ต้องเปิดกระจกตา 3.ถนอมกระจกตาให้คงสภาพเดิมมากที่สุด 4.ใช้เวลาทำไม่นาน 5.ใช้เวลาพักฟื้นน้อยลง 6.ลดอาการตาแห้งหลังผ่าตัด 7.ปลอดภัยสูงมากเพราะมีการทำระบบ AI มาวิเคราะห์การรักษาและปัญหาสายตา   NanoRelex เอกสิทธิ์ที่ Laser Vision ที่เดียวเท่านั้น  Laser Vision เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวในไทยที่มีการรักษาแบบ NanoRelex หากใครสนใจทำเลสิกแบบใหม่ล่าสุดที่ความปลอดภัยและแม่นยำสูง รวมถึงแผลเล็ก ฟื้นตัวเร็ว สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการรักษาด้วย NanoRelex ได้ที่ Laser Vision  ปรึกษาเพิ่มเติม โทร 02-511-2111  
Laser Vision LASIK Center

ทำเลสิกเหมือนกันแต่ทำไมราคาไม่เท่ากัน? ต่างกันที่ตรงไหน?

เลสิกมีกี่แบบ แต่ละแบบต่างกันอย่างไร? เลสิกในยุคปัจจุบันมีความหลากหลายมากขึ้น จากเทคโนโลยีที่พัฒนาขึ้นอยู่ทุกวัน จนทำให้หลายคนสงสัยว่าปัจจุบันมันมีเลสิกกี่ประเภท และราคาต่างกันอย่างไรบ้าง บทความนี้จะทำการสรุปสั้น ๆ แบบเข้าใจง่ายพร้อมราคาเริ่มต้นให้ทุกคนเข้าใจได้มากขึ้น   เลสิกที่เป็นที่นิยม 1.PRK (พีอาร์เค) เป็นการรักษาค่าสายตาที่ผิดปกติโดยไม่มีการแยกชั้นกระจกตาเหมือน LASIK เหมาะกับคนที่มีกระจกตาบาง หรือบางอาชีพ เช่น ทหาร นักบิน แต่วิธีนี้จะแผลหายช้ากว่าแบบอื่นและต้องมีการติดตามผลอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด   2.LASIK (เลสิก) คือการรักษาสายตาสั้นโดยเฉพาะ จะใช้ใบมีดแยกชั้นกระจกตาแล้วค่อยใช้ Excimer Laser ยิงไปบนกระจกตาเพื่อปรับให้ค่าสายตาเป็นไปตามที่ต้องการ และปิดชั้นกระจกตากลับที่เดิม   FemtoLASIK  (เฟมโตเลสิก) เป็นการทำเลสิกที่ล้ำขึ้นไปอีกขั้นโดยใช้เลเซอร์ที่แม่นยำสูงมาช่วยแยกชั้นกระจกตา ซึ่งสามารถกำหนดความหนาของกระจกตาได้ ทำให้มีความเป๊ะและปลอดภัยขึ้น เลเซอร์ที่ใช้มีขนาดเล็กมาก แค่ 2 ไมครอน (0.002 มิลลิเมตร) ทำให้แยกชั้นกระจกตาเรียบเรียนกว่าเครื่องแบบเก่า ช่วยลดความเสี่ยงในการแยกชั้นกระจกตาไปได้เยอะ   NanoLASIK (นาโนเลสิก) เป็นอีกขั้นที่ล้ำกว่า FemtoLASIK เพราะวิธีนี้ใช้เลเซอร์ทุกขั้นตอน ไม่มีการใช้ใบมีดเลย จึงไม่ต้องกังวลเรื่องความเจ็บ การแยกชั้นกระจกตาจะใช้ Femtosecond Laser ที่มีความเร็วและพลังงานต่ำ มีความแม่นยำและปลอดภัยมาก   NanoRelex (นาโนรีเลกซ์) (มีเฉพาะที่ Laser Vision) ล้ำที่สุดของวงการทำเลสิกที่ Laser Vision ตอนนี้ต้องยกให้ NanoRelex เป็นวิธีที่ใช้ ใช้ Femtosecond Laser ที่แม่นยำสูงในการปรับแต่งเนื้อเยื่อกระจกตา ทำให้การผ่าตัดใช้เวลาน้อยลง แผลมีขนาดเล็กเพียง 2-3 มิลลิเมตร ลดอาการตาแห้งหลังผ่าตัดและรักษารูปร่างและความแข็งแรงของกระจกตาได้ดี จุดเด่นของ NanoRelex® คือการใช้ AI วิเคราะห์ปัญหาสายตาและเพิ่มความปลอดภัยด้วยกล้อง OCT Scan ที่ช่วยให้ศัลยแพทย์เห็นชั้นกระจกตาแบบ Real-time ทำให้การผ่าตัดแม่นยำและปลอดภัยมากขึ้น เทคโนโลยีนี้นำเข้าและพัฒนาโดย Laser Vision ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกในประเทศไทย ซึ่งแต่ละแบบก็มีราคาและความเหมาะสมที่ต่างกัน ควรปรึกษาจักษุแพทย์ว่าดวงตาตัวเองเหมาะที่จะรักษาแบบไหน รวมถึงราคาของแต่ละที่ก็ต่างกัน    ที่ Laser Vision มีการทำเลสิกให้เลือกหลายแบบตามความต้องการและความเหมาะสมของคนไข้ ที่ Laser Vision International LASIK Center เป็นศูนย์รักษาสายตาอันดับต้น ๆ ของเมืองไทย ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย พร้อมด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางที่มากประสบการณ์ที่สามารถรักษาปัญหาค่าสายตาได้แบบครบวงจรตามความต้องการของคนไข้ ไม่ว่าจะเป็นแบบ PRK, LASIK, FemtoLASIK, NanoLASIK หรือ NanoRelex ที่มีเฉพาะที่ Laser Vision ก็สามารถทำได้เช่นกัน สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ปรึกษาเพิ่มเติม โทร 02-511-2111      
Laser Vision LASIK Center

หลังทำเลสิก นอนเตียงเดียวกับสัตว์เลี้ยงได้ไหม?

สำหรับทาสหมาทาสแมว หรือคนรักสัตว์ มักจะมีอีกปัจจัยสำคัญให้คิดเมื่อจะตัดสินใจทำเลสิก นั่นก็คือ หลังทำแล้วจะนอนกับสัตว์เลี้ยงได้ไหม? ต้องเอาน้องๆไปฝากเลี้ยงที่ไหนหรือเปล่า?    คำตอบคือไม่ต้องกังวล เพราะหลังทำเลสิกคุณก็ยังสามารถนอนกับสัตว์เลี้ยงได้ เพียงแต่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันแผลนั่นเอง  1.อาบน้ำ ทำความสะอาดสัตว์เลี้ยงก่อนที่จะไปทำเลสิก 2.ควรป้องกันดวงตาด้วยการใส่ที่ครอบตาตลอดเวลา เพื่อป้องกันขน หรือการสัมผัสจากสัตว์เลี้ยงโดยตรง 3.จัดสรรพื้นที่ให้เหมาะสม ถ้าเป็นไปได้ พยายามให้น้องๆนอนอยู่บริเวณที่ห่างจากใบหน้า 4.ล้างมือบ่อย ๆ โดยเฉพาะก่อนเข้านอน เพราะเวลานอนเราอาจจะเอามือไปใกล้ดวงตาโดยไม่รู้ตัว 5.ใช้ยาหยอดตาตามแพทย์สั่งเพื่อลดการอักเสบระคายเคือง  แค่ทำตาม 5 ขั้นตอนนี้ ก็สามารถที่จะอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงได้แล้ว   อยากทำเลสิกแบบที่พักฟื้นน้อย หายไว ต้อง NanoRelex ที่ Laser Vision แต่สำหรับคนที่อดใจไม่ไหว อยากใกล้ชิดกับเหล่าสัตว์เลี้ยงไวๆ ขอแนะนำให้เลือกทำเลสิกแบบ NanoRelex ที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจาก Laser Vision ที่ช่วยให้แผลหายไวเนื่องจากแผลมีขนาดเล็กมาก และใช้เวลาพักฟื้นไม่กี่วันนั่นเอง ปรึกษาเพิ่มเติม โทร 02-511-2111  

Location

Laser Vision International LASIK Center

10/989 Soi Prasertmanukij 33 Nuanchan Buengkum District Bangkok 10230

calling
Contact Us :