Blogs

Sort

What is SMILE Pro™ 2.0?

SMILE Pro® Eye Surgery: The Next Generation of Laser Vision Correction Deciding to undergo vision correction is a transformative moment. For many, it’s a journey fueled by the desire for freedom - freedom from foggy glasses, the daily hassle of contact lenses, and the limitations of blurry vision. However, that excitement is often met with valid concerns: Is it safe? Will it hurt? How long is the recovery?   In 2026, those questions have a definitive answer. While "Blade-Free LASIK" has long been the gold standard, SMILE Pro 2.0 has emerged as the most searched and trusted solution for those ready to see the world through a clearer lens.   Laser eye surgery has evolved significantly over the past decade. SMILE Pro™ is the latest advancement designed to correct short-sightedness and astigmatism using a minimally invasive, flapless technique with ultra-fast laser precision from Carl ZEISS, Visumax 800.   If you are considering vision correction with SMILE procedure, especially with SMILE Pro™ 2.0, this article explains how SMILE Pro™ works, who is suitable, recovery expectations, and how it compares across flapless vision correction procedure generations. What is SMILE Pro™? Starting with SMILE (Small Incision Lenticule Extraction) - representing the next generation of laser vision correction, SMILE Pro™ building on the success of its predecessors, the 2.0 version utilizes the ZEISS VisuMax 800 - a system designed not just for speed, but for absolute digital precision, and intelligent systems - CentraLign® & OcuLign®.   Unlike traditional LASIK, there is no corneal flap created. Instead, a high-precision laser creates a tiny, lens-shaped tissue (lenticule) inside the cornea, which is removed through a microscopic 2-4 millimeter incision. Benefits of SMILE Pro™ Minimal Disruption: Because the incision is so small, your corneal structure remains strong and stable. Rapid Recovery: Most patients experience clear vision fast and can return to normal activities quickly, usually within 24 - 48 hours because the procedure is designed to be minimally invasive. Comfort First: The procedure is virtually painless. With the VisuMax 800, the laser treatment time takes less 10 seconds per eye, minimizing any anxiety or discomfort. How does SMILE Pro™ 2.0 improve precision? One of the biggest fears in eye surgery is "human error." SMILE Pro™ 2.0 solves this through a fully integrated digital workflow:   Seamless Data Transfer: Your measurement data is sent directly from the diagnostic tools to the laser machine. No manual typing, no room for error. CentraLign® System: This intelligent system aligns the laser with your visual center, ensuring the treatment is perfectly centered on how you actually see. OcuLign® System: It automatically detects if your eye rotates slightly while lying down, adjusting the treatment to ensure astigmatism is corrected with 100% accuracy. Image courtesy of Carl Zeiss Co., Ltd The Competitive Edge: SMILE Pro™ 2.0 vs ReLEx SMILE In the world of precision, speed is the ultimate differentiator.   TECHNOLOGY LAUNCH YEAR LASER MACHINE KEY HIGHLIGHTS ReLExSMILE 2011 VisuMax500 The first generation of bladeless small incision method, 2-3 mm incision, no corneal flap, 23 seconds/eye SMILE Pro™ 2021 VisuMax800 High-speed 2 MHz laser, only 8 seconds/eye, with autocentration systems SMILE Pro™ 2.0 2025 VisuMax800 Fully digitalized workflows, Cloud + Big Data integration, maximum precision with CentraLign® and OcuLign® intelligent systems Experience SMILE Pro™ 2.0: Cutting-Edge Precision with 28 Years of Proven Expertise Beyond technology, the expertise of the doctors and hospital standards are crucial. At Laser Vision at Bangkok Eye Hospital, our team of seasoned ophthalmologists has experience caring for over 100,000 eyes and over 28 years of experience in vision correction. The hospital is also accredited by AACI (USA), an international standard for safety and quality of care. This unique combination of specialized experience and SMILE Pro™ 2.0 technology ensures patients that vision correction with advanced-technology is not just about seeing clearly, but about safety and long-term care. Q: Is SMILE Pro™ 2.0 right for me? A: The best way to find out is through a comprehensive eye exam. We evaluate your corneal thickness, eye health, and lifestyle needs to ensure the technology is a safe fit. Because every eye is different, we use a range of high-tech diagnostic tools to recommend the specific procedure that will give you the best possible visual outcome.   Q: Is the procedure safe?A: SMILE technology from ZEISS has a long-standing global safety record with millions of procedures performed worldwide. At Laser Vision, we combine this proven technology with a detailed medical assessment and a personalized consultation to address your specific eye health and minimize individual risk factors.   Q: What is the recovery time?A: The recovery is typically very fast. Most patients are able to return to work, drive, and resume their normal daily activities within 1 to 2 days. We will provide you with clear post-operative instructions to ensure your eyes heal properly and your vision stabilizes quickly. *If the video does not display, click here Book a Comprehensive Eye Assessment for SMILE Pro™ 2.0 The first step is a detailed eye examination to determine suitability for this technology. 📞 Call Center : 02-511-2111 WhatsApp: 📧 Email Us Today Article Reviewed By Assoc. Prof. Anan Vongthongsri CEO & Founder, Senior Ophthalmologist Specialist in Cornea and Refractive Surgery (LASIK) with over 100,000 successful procedures. Doctor Profile Make an Appointment
Read More
Laser Vision LASIK Center

แพ้ยาหยอดตาทำยังไง? อาการที่ต้องรู้และการดูแลตัวเอง

แพ้ยาหยอดตา ทำยังไง? หลายคนอาจคุ้นเคยกับการแพ้ยาที่รับประทานหรือยาที่ใช้ทาภายนอก แต่รู้หรือไม่ว่า ยาหยอดตา ก็สามารถทำให้เกิดอาการแพ้ได้เช่นกัน โดยส่วนประกอบในยาหยอดตา เช่น สารกันเสียหรือสารออกฤทธิ์ต่างๆ อาจกระตุ้นให้เกิดอาการแพ้ได้ในบางคน   อาการแพ้ยาหยอดตาที่ควรระวัง หากคุณรู้สึกถึงอาการเหล่านี้หลังใช้ยาหยอดตา อาจบ่งบอกว่าคุณแพ้ยาหยอดตา: แสบตา หรือ ระคายเคือง ตาแดง และ คันตา น้ำตาไหล หรือ ตาบวม การมองเห็นผิดปกติ เช่น มองเห็นไม่ชัด อาการที่รุนแรงขึ้น เช่น หายใจติดขัด หรือ หน้าบวม   วิธีดูแลตัวเองเบื้องต้นเมื่อแพ้ยาหยอดตา หยุดใช้ยาหยอดตาทันที: ถ้ารู้สึกแสบ คัน หรือน้ำตาไหลหลังหยอดตา ควรหยุดใช้ทันทีเพื่อป้องกันไม่ให้อาการแย่ลง ล้างตาด้วยน้ำสะอาด: ล้างตาเบาๆ ด้วยน้ำสะอาดเพื่อช่วยล้างสารที่อาจทำให้เกิดการระคายเคืองออก ใช้ยาหยอดตาน้ำตาเทียม: หากยังรู้สึกระคายเคืองหลังล้างตา อาจใช้ยาหยอดตาที่มีลักษณะเป็นน้ำตาเทียมเพื่อช่วยบรรเทาอาการ หลีกเลี่ยงการขยี้ตา: การขยี้ตาอาจทำให้อาการแพ้หรือการระคายเคืองรุนแรงขึ้น พบแพทย์ทันที: หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก ตาบวมมาก ควรรีบไปพบแพทย์ทันที   การแพ้ยาหยอดตาเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้  เพราะฉะนั้นเราควรสังเกตอาการตัวเองอยู่เสมอเมื่อได้รับยาชนิดใหม่ที่ไม่เคยใช้ และแจ้งประวัติแพ้ยาให้เภสัชกรทราบทุกครั้งเพื่อช่วยป้องกันตัวเองก่อนที่จะเกิดอาการแพ้ยานั่นเอง   
Laser Vision LASIK Center

6 สัญญาณที่บอกว่าคุณควรพาลูกไปตรวจตา

การดูแลสุขภาพสายตาของลูกเป็นเรื่องสำคัญที่ผู้ปกครองไม่ควรมองข้าม เด็กบางคนอาจมีปัญหาทางสายตาโดยที่เราไม่ทันสังเกต หากมีอาการดังต่อไปนี้เริ่มเกิดบ่อยครั้ง ควรรีบพาลูกไปพบจักษุแพทย์ทันที เพราะอาจบ่งบอกถึงปัญหาทางสายตา:   1. หรี่ตาบ่อยๆ  ถ้าลูกของคุณหรี่ตาเป็นประจำเมื่อมองสิ่งต่างๆ แสดงว่าอาจมีปัญหาในการมองเห็นทั้งระยะไกลหรือระยะใกล้ 2. จ้องจอใกล้เกินไป หากลูกชอบนั่งใกล้จอทีวี จอคอมพิวเตอร์ หรือถือสมาร์ทโฟนใกล้ๆ แสดงว่าอาจมีปัญหาการมองเห็นในระยะไกล 3. เอียงหัวหรือต้องปิดตาข้างหนึ่งเพื่อมอง อาการเอียงหัว หรือปิดตาข้างหนึ่งเวลาอ่านหนังสือหรือมองสิ่งของ อาจเป็นสัญญาณของโรค ตาขี้เกียจ หรือปัญหาการมองเห็นอื่นๆ 4. ชอบขยี้ตาบ่อยๆ ถ้าลูกขยี้ตาเป็นประจำ แม้ไม่ได้มีฝุ่นหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในตา อาจแสดงถึงการมีปัญหาสายตา เช่น ภาวะสายตาสั้นหรือสายตาเอียง 5. ปวดหัวหรือปวดตาเป็นประจำ หากลูกของคุณบ่นว่าปวดหัว ปวดตา หรือแสดงอาการไม่สบายหลังจากการอ่านหนังสือ หรือดูหน้าจอเป็นเวลานาน ควรพิจารณาพาไปพบแพทย์เพราะอาจเป็นสัญญาณเตือนของค่าสายตาที่เริ่มเปลี่ยน 6. กระพริบตาบ่อยๆ หรือมีอาการเพ่งสายตามากเกินไป การกระพริบตาถี่ๆหรือพยายามเพ่งสายตาตลอดเวลาอาจเป็นสัญญาณว่าลูกต้องใช้สายตามากเกินไปในการโฟกัสภาพ หากคุณสังเกตเห็นอาการเหล่านี้ อย่ารอช้า! การตรวจตาเร็วจะช่วยให้ลูกได้รับการรักษาและป้องกันปัญหาที่อาจส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้และพัฒนาการในอนาคต   การดูแลสายตาของลูกสำคัญกว่าที่คิด สายตาเป็นส่วนสำคัญของพัฒนาการในวัยเด็ก หากลูกมีปัญหาทางสายตาและไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที อาจส่งผลกระทบต่อการเรียนรู้ การเล่น และชีวิตประจำวันได้ ดังนั้น การสังเกตสัญญาณที่บ่งบอกว่าลูกอาจมีปัญหาทางสายตาและการพาไปตรวจตามที่กล่าวไว้ข้างต้นจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก การตรวจตาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันปัญหาสายตาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ เช่น สายตาสั้น ยาว หรือเอียง เมื่ออายุถึงและค่าสายตาคงที่แล้ว วิธีการแก้ไขด้วย เลสิก ก็เป็นทางเลือกที่ดี ที่ช่วยแก้ไขสายตาผิดปกติได้อย่างมีประสิทธิภาพ   ซึ่งที่ Laser Vision เป็นศูนย์รักษาสายตาผิดปกติที่ใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ขั้นสูงในการแก้ไขปัญหาสายตาอย่างแม่นยำ ช่วยให้ผู้ที่มีปัญหาสายตาไม่ต้องพึ่งพาแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์อีกต่อไป สนใจปรึกษาเรื่องการทำเลสิก สามารถติดต่อได้ที่ 02-511-2111 หรือ 02-939-6006 Line ID : @LASERVISION (มี@นำหน้า) FB: Laser Vision International LASIK Center 
Laser Vision LASIK Center

เตรียมตัวก่อนทำเลสิกอย่างไรให้พร้อมที่สุด

การทำเลสิกเป็นกระบวนการที่ช่วยปรับแก้สายตาให้กลับมาชัดเจน แต่การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนเข้ารับการผ่าตัดเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะช่วยให้กระบวนการผ่าตัดและการฟื้นตัวเป็นไปอย่างราบรื่น นี่คือเคล็ดลับที่ควรทำเพื่อเตรียมพร้อมก่อนเข้ารับการทำเลสิก:   1. งดใส่คอนแทคเลนส์ หากคุณใส่คอนแทคเลนส์ ควรงดการใส่คอนแทคเลนส์แบบแข็ง 1 สัปดาห์ และคอนแทคเลนส์แบบนิ่ม 3 วันก่อนการทำเลสิก เนื่องจากคอนแทคเลนส์จะทำให้กระจกตาเปลี่ยนรูป การงดใส่คอนแทคเลนส์ช่วยให้กระจกตากลับสู่สภาพธรรมชาติ ซึ่งจำเป็นต่อความแม่นยำในการประเมินค่าสายตา 2. ทำความสะอาดผิวหน้า ก่อนการผ่าตัดเลสิก ควรล้างหน้าและทำความสะอาดผิวให้สะอาดหมดจด โดยเฉพาะบริเวณรอบดวงตา เพื่อป้องกันการสะสมของสิ่งสกปรกและแบคทีเรีย 3. งดใช้ผลิตภัณฑ์รอบดวงตา ในวันที่เข้ารับการผ่าตัด งดใช้ครีมบำรุงรอบดวงตา เครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์ใดๆ ที่เกี่ยวกับดวงตา รวมถึงน้ำหอมและโลชั่นในบริเวณใบหน้าและลำคอ เนื่องจากสารระเหยอาจมีผลกับเครื่องเลเซอร์ 4. ทำความสะอาดห้องนอน เพื่อให้การฟื้นตัวเป็นไปอย่างราบรื่น ควรทำความสะอาดห้องนอนล่วงหน้าก่อนการทำเลสิก ซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน และเครื่องนอนอื่นๆ เพื่อป้องกันสิ่งสกปรก ฝุ่นละออง หรือแบคทีเรียที่จะทำให้ตาระคายเคือง 5. เตรียมเสื้อผ้าที่สะดวกสบาย ในวันที่ทำเลสิก ควรเลือกใส่เสื้อผ้าที่เป็นกระดุมหน้าแทนเสื้อสวมหัว เพราะจะสะดวกต่อการถอดและใส่หลังการผ่าตัด และยังป้องกันไม่ให้เสื้อผ้าไปสัมผัสกับดวงตาหลังการผ่าตัดอีกด้วย 6. เตรียมตัวพักผ่อนให้เพียงพอ ก่อนวันผ่าตัด ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายและดวงตาพร้อมสำหรับการทำเลสิก   การเตรียมตัวให้พร้อมก่อนทำเลสิกเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้กระบวนการผ่าตัดและการฟื้นตัวราบรื่นยิ่งขึ้น ทำให้คุณกลับมามองเห็นชัดเจนโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์อีกต่อไป ปรึกษาเรื่องการทำเลสิกที่เหมาะกับคุณที่ Laser Vision ได้ที่ 02-511-2111 หรือ 02-939-6006 Line ID : @LASERVISION (มี@นำหน้า) FB: Laser Vision International LASIK Center  
Laser Vision LASIK Center

ช่วงทำเลสิก กินอาหารเสริมได้ไหม?

ถึงแม้ว่าการทำเลสิกจะเป็นการผ่าตัดเล็ก แต่การเลือกทานอาหารเสริมในช่วงทำเลสิกก็ถือเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กับการผ่าตัดใหญ่ เนื่องจากอาหารเสริมบางชนิดอาจมีผลกระทบต่อการผ่าตัดหรือการฟื้นตัวหลังจากการทำเลสิก และมีอาหารเสริมบางชนิดที่ยังสามารถกินได้ในช่วงผ่าตัดหรือฟื้นตัว ดังนั้นจึงควรศึกษาหาข้อมูลอย่างละเอียดก่อน เพื่อความปลอดภัย   อาหารเสริมที่ควรงดช่วงทำเลสิก 1.วิตามิน E :  เนื่องจากวิตามิน E มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ แต่ก็มีฤทธิ์ในการยับยั้งการแข็งตัวของเลือด จึงควรงดในช่วงใกล้วันผ่าตัดเพื่อลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะแทรกซ้อน 2.น้ำมันปลา (Fish Oil): น้ำมันปลามีโอเมก้า-3 ที่ดีต่อสุขภาพ แต่มีผลคล้ายวิตามิน E ในการทำให้เลือดไม่แข็งตัวเร็ว ควรงดทานน้ำมันปลาในช่วงก่อนและหลังทำเลสิก 3.สมุนไพรบางชนิด: สมุนไพรอย่างโสม ขิง หรือกระเทียม อาจมีผลในการทำให้เลือดไม่แข็งตัวและควรหลีกเลี่ยง   อาหารเสริมที่สามารถทานได้ 1.วิตามิน C: วิตามิน C ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและมีส่วนช่วยในการฟื้นฟูร่างกายหลังผ่าตัด การทานวิตามิน C จึงปลอดภัยและยังช่วยเสริมการฟื้นตัวของดวงตาหลังจากทำเลสิก 2.วิตามิน D: วิตามิน D มีบทบาทในการเสริมสร้างกระดูกและฟื้นฟูสุขภาพทั่วไป การทานวิตามิน D ยังช่วยเสริมสร้างสุขภาพโดยรวมได้โดยไม่มีผลกระทบต่อการทำเลสิก   คำแนะนำเพิ่มเติม สำหรับคนที่ต้องทานยาประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนการผ่าตัด เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในการผ่าตัด และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด  
Laser Vision LASIK Center

เลสิกแบบไหนเจ็บน้อยที่สุดในยุคนี้?

การทำเลสิกเป็นการแก้ไขปัญหาสายตาที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ และเทคโนโลยีก็ได้พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีความสะดวกสบายมากขึ้น หนึ่งในเทคโนโลยีที่เจ็บน้อยและฟื้นตัวไวที่สุดในยุคนี้ของที่ Laser Vision คือ NanoRelex   ทำไม NanoRelex ถึงเจ็บน้อยและฟื้นตัวไว? NanoRelex เป็นเทคโนโลยีล่าสุดในวงการเลสิกที่ Laser Vision เป็นการใช้เลเซอร์ในการสร้างแผลขนาดเล็กเพียงไม่กี่มิลลิเมตรบนกระจกตา ซึ่งทำให้การผ่าตัดเกิดความระบมน้อยลงเมื่อเทียบกับเทคนิคเลสิกแบบเดิมๆที่ต้องเปิดฝาชั้นกระจกตาขนาดใหญ่ การที่มีแผลผ่าตัดขนาดเล็กก็ยิ่งส่งผลดีกับคนไข้ เพราะช่วยให้  การฟื้นตัวไวขึ้น: หลังจากทำ NanoRelex ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วขึ้น เนื่องจากการบาดเจ็บต่อกระจกตามีน้อยมาก ระยะเวลาผ่าตัดสั้นลง: ด้วยขนาดของแผลที่เล็กมาก การผ่าตัดจึงใช้เวลาน้อยกว่าแบบอื่นๆ ทำให้สะดวกและสบายมากยิ่งขึ้น ผลข้างเคียงน้อยลง: การที่แผลมีขนาดเล็กยังช่วยลดโอกาสในการเกิดผลข้างเคียง เช่น อาการตาแห้งหรือตาแพ้แสงหลังผ่าตัด ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นเหล่านี้ NanoRelex จึงเป็นตัวเลือกที่เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว และสะดวกสบายมากในยุคนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาสายตาแต่ยังกังวลเรื่องความเจ็บ หรือการฟื้นตัวที่ยาวนาน วันนี้มีทางเลือกใหม่ที่ช่วยคลายความกังวลเหล่านี้แล้ว  NanoRelex เป็นเอกสิทธิ์เฉพาะที่ Laser Vision เท่านั้น หากใครสนใจอยากปรึกษาเรื่องการทำเลสิก สามารถติดต่อได้ที่ 02-511-2111 หรือ 02-939-6006 Line ID : @LASERVISION (มี@นำหน้า) FB: Laser Vision International LASIK Center 
Laser Vision LASIK Center

สายตาสั้นข้างเดียว ทำเลสิกได้ไหม?

คนที่ประสบปัญหา สายตาสั้นข้างเดียว มักจะพบว่าการใช้ชีวิตประจำวันนั้นยุ่งยากกว่าคนที่สายตาสั้นทั้งสองข้าง เช่น การเลือกใช้คอนแทคเลนส์หรือแว่นตาที่ค่าสายตาไม่เท่ากัน ทำให้รู้สึกไม่สบายตาหรือปรับตัวลำบากกว่าเดิม  แต่ปัญหานี้สามารถแก้ไขได้ด้วย การทำเลสิก ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีและปลอดภัยสำหรับคนที่มีสายตาสั้นข้างเดียว การทำเลสิกสามารถทำเฉพาะข้างที่มีปัญหาได้ เพื่อปรับให้ค่าสายตาของทั้งสองข้างกลับมาใกล้เคียงกันมากที่สุด ช่วยให้การมองเห็นชัดเจนขึ้นและทำให้ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์   NanoRelex: ทางออกสำหรับผู้ที่มีปัญหาสายตาไม่เท่ากัน ในปัจจุบันเทคโนโลยี NanoRelex ได้เข้ามาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ช่วยแก้ไขปัญหานี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การรักษาด้วย NanoRelex สามารถช่วยปรับค่าสายตาของข้างที่มีปัญหาให้สมดุลกับข้างที่ปกติได้โดยการทำเลสิกข้างเดียวเท่านั้น วิธีนี้ช่วยให้ดวงตาทั้งสองข้างกลับมาใช้งานได้อย่างสอดคล้องกัน ลดความไม่สะดวกสบายในการมองเห็น และช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือกิจกรรมกลางแจ้ง   ข้อดีของ NanoRelex สำหรับคนสายตาไม่เท่ากัน ความแม่นยำสูง: เลเซอร์ Femtosecond ช่วยให้การปรับแก้สายตาทำได้อย่างแม่นยำ ทำให้ค่าสายตาทั้งสองข้างใกล้เคียงกันที่สุด แผลขนาดเล็ก: เนื่องจากแผลมีขนาดเล็กมาก ฟื้นตัวเร็ว ลดความเจ็บปวด และลดความเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อหรืออาการตาแห้ง ไม่ต้องใส่แว่นหรือคอนแทคเลนส์อีกต่อไป: หลังทำ NanoRelex เตรียมตัวบอกลาแว่นสายตาและคอนแทคเลนส์ได้เลย เพราะการมองเห็นจะกลับมาปกติและใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจมากขึ้น ทั้งทำกิจกรรมต่างๆ หรือทำงานก็จะมีอุปสรรคน้อยลง NanoRelex จึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ผู้ที่มีปัญหาสายตาไม่เท่ากัน ให้สามารถกลับมามีการมองเห็นที่ชัดเจนและสมดุล ลดความยุ่งยากในชีวิตประจำวัน และทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หากใครสนใจสอบถามหรือปรึกษาเกี่ยวกับการทำเลสิกแบบ NanoRelex ติดต่อได้ที่ 02-511-2111 หรือ 02-939-6006 Line ID : @LASERVISION (มี@นำหน้า) FB: Laser Vision International LASIK Center

Location

Laser Vision International LASIK Center

10/989 Soi Prasertmanukij 33 Nuanchan Buengkum District Bangkok 10230

calling
Contact Us :