Blogs : #lasik

Sort

เลสิก (LASIK) คืออะไร? มีขั้นตอน ข้อดี ข้อเสีย และการดูแลอย่างไร

สรุปสาระสำคัญ การทำเลสิก (LASIK) คือการผ่าตัดแก้ไขค่าสายตาด้วยเลเซอร์ โดยปรับความโค้งของกระจกตาให้แสงตกกระทบจอประสาทตาได้อย่างถูกต้อง ช่วยแก้ปัญหาสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง โดยไม่ต้องพึ่งแว่นหรือคอนแทคเลนส์ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีเลสิกหลากหลายรูปแบบ เช่น PRK, TransPRK, SBK LASIK, FemtoLASIK, SMILE Pro™ 2.0, NanoLASIK, NanoReLEx® และ PresbyLASIK ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดี ข้อจำกัด และค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน (ประมาณ 30,000–120,000 บาท/2 ตา) การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดและการดูแลตัวเองหลังทำอย่างถูกวิธี เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ดวงตาฟื้นตัวเร็ว ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน และควรได้รับการตรวจประเมินสภาพดวงตาอย่างละเอียดจากจักษุแพทย์ก่อนตัดสินใจเสมอ ในปัจจุบัน “ปัญหาสายตา” เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน และคุณภาพชีวิตโดยรวม “การทำเลสิก (LASIK)” จึงกลายเป็นหนึ่งในทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาสายตาอย่างถาวร โดยไม่ต้องพึ่งพาแว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์อีกต่อไป บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับการทำเลสิกอย่างครบถ้วน ตั้งแต่เลสิกคืออะไร มีกี่ประเภท แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร รวมถึงขั้นตอนการทำเลสิก การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด ข้อดี ข้อจำกัด และวิธีดูแลตัวเองหลังทำ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ และได้ผลลัพธ์การมองเห็นที่ดีที่สุดในระยะยาว ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ Call Center : 02-511-2111 Line 📅 นัดหมายออนไลน์ 📌 สารบัญเนื้อหา ▶ การทำเลสิก (LASIK) คืออะไร? ▶ เลสิกแก้ไขสายตาอะไรได้บ้าง? ▶ ประเภทของเลสิก (LASIK) ในปัจจุบัน ▶ การเตรียมตัวก่อนทำเลสิก ▶ ข้อควรทำหลังทำเลสิก ▶ ทำเลสิกอยู่ได้กี่ปี ▶ ใครที่ไม่สามารถทำเลสิกได้ ▶ ทำเลสิกที่ Laser Vision โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ ดีอย่างไร ▶ สรุป ▶ คำถามที่พบบ่อย (FAQ) การทำเลสิก (LASIK) คืออะไร?   การทำเลสิก (LASIK: Laser In Situ Keratomileusis) คือ การผ่าตัดแก้ไขค่าสายตาด้วยเลเซอร์ โดยใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีความแม่นยำสูง เพื่อปรับความโค้งของกระจกตาให้เหมาะสมกับสายตาของแต่ละบุคคล หลักการทำงานของเลสิก คือ จักษุแพทย์จะใช้เลเซอร์ในการปรับแต่งกระจกตา เปรียบเสมือนการ “เจียระไนเลนส์” ให้มีความโค้งที่พอดี ส่งผลให้แสงสามารถตกกระทบที่จอประสาทตาได้อย่างถูกต้อง ทำให้การมองเห็นกลับมาคมชัดอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งแว่นหรือคอนแทคเลนส์ ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน การทำเลสิกจึงมีความปลอดภัยสูง เจ็บน้อย และใช้เวลาในการรักษาไม่นาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตาเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว เลสิกแก้ไขสายตาอะไรได้บ้าง? การทำเลสิกในปัจจุบันสามารถแก้ไข “ปัญหาสายตาผิดปกติ” ได้หลากหลายรูปแบบ โดยแต่ละประเภทมีสาเหตุและลักษณะอาการที่แตกต่างกัน ดังนี้ 1. สายตาสั้น (Myopia) สายตาสั้น คือ ภาวะที่มองเห็นวัตถุระยะไกลไม่ชัด แต่สามารถมองเห็นระยะใกล้ได้ชัดเจน สาเหตุหลักเกิดจากกระจกตามีความโค้งมากเกินไป หรือความยาวของลูกตายาวกว่าปกติ ส่งผลให้แสงโฟกัสตกก่อนถึงจอประสาทตา ทำให้ภาพที่เห็นไม่คมชัด 2. สายตายาว (Hyperopia) สายตายาว คือ ภาวะที่มองเห็นวัตถุระยะใกล้ไม่ชัด แต่ระยะไกลอาจยังมองเห็นได้ดีกว่า สาเหตุเกิดจากกระจกตามีความโค้งน้อยเกินไป (ค่อนข้างแบน) หรือความยาวของลูกตาสั้นเกินไป ทำให้แสงไปโฟกัสหลังจอประสาทตา นอกจากนี้ “สายตายาวตามวัย” (Presbyopia) มักพบในผู้ที่มีอายุมากขึ้น เนื่องจากกล้ามเนื้อตาและเลนส์ตาเสื่อมลง ทำให้โฟกัสระยะใกล้ได้ไม่ดีเหมือนเดิม 3. สายตาเอียง (Astigmatism) สายตาเอียง คือ ภาวะที่การมองเห็นไม่คมชัดในทุกระยะ เนื่องจากกระจกตามีความโค้งไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้แสงที่เข้าสู่ตาไม่สามารถรวมเป็นจุดโฟกัสเดียวบนจอประสาทตาได้ ทำให้ภาพที่เห็นมีลักษณะเบลอ บิดเบี้ยว หรือซ้อนกัน 4. สายตาสั้นร่วมกับสายตายาวตามวัย เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้ที่มีสายตาสั้นอยู่เดิม และเมื่ออายุมากขึ้น จะเริ่มมีปัญหาสายตายาวตามวัยร่วมด้วย สาเหตุเกิดจากความเสื่อมของกล้ามเนื้อตาและเลนส์ตา ทำให้ความสามารถในการโฟกัสลดลง ส่งผลให้มีปัญหาทั้งการมองเห็นระยะไกลและระยะใกล้ ในปัจจุบัน เทคโนโลยีเลสิกสามารถช่วยแก้ไขปัญหาสายตาในกลุ่มนี้ได้เช่นกัน โดยแพทย์จะพิจารณาเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การมองเห็นที่ดีที่สุด ประเภทของเลสิก (LASIK) ในปัจจุบัน ปัจจุบันเทคโนโลยีการแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีวิธีการรักษาหลากหลายรูปแบบ โดยแต่ละเทคโนโลยีมีหลักการรักษา ข้อดี ข้อจำกัด และความเหมาะสมที่แตกต่างกัน การเลือกวิธีที่เหมาะสมจึงควรพิจารณาจากค่าสายตา ความหนาของกระจกตา ไลฟ์สไตล์ และคำแนะนำของจักษุแพทย์ 1. PRK PRK เป็นเทคโนโลยีแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ โดยจักษุแพทย์จะลอกผิวกระจกตาชั้นนอกสุด (Epithelium) ออก จากนั้นใช้เลเซอร์ Excimer Laser ปรับความโค้งของกระจกตาตามค่าสายตา ก่อนปิดผิวกระจกตาด้วยคอนแทคเลนส์ชนิดพิเศษ เพื่อช่วยให้เนื้อเยื่อสมานตัวได้ดี ข้อดี ค่าใช้จ่ายเข้าถึงได้ (ประมาณ 30,000–40,000 บาท/2 ตา) ไม่มีการเปิดฝากระจกตา จึงลดความเสี่ยงของภาวะฝากระจกตาเคลื่อนในระยะยาว ข้อจำกัด อาจมีอาการปวด แสบตา หรือระคายเคืองในช่วง 5–7 วันแรก มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในช่วงที่ผิวกระจกตากำลังสมานตัว ใช้ระยะเวลาฟื้นตัวนานกว่าวิธีอื่น โดยการมองเห็นจะค่อยๆ ดีขึ้นภายในประมาณ 3–4 สัปดาห์ มีความเสี่ยงที่กระจกตาเป็นฝ้าขุ่น กรณีค่าสายตาผิดปกติสูง หรือมีโรคกระจกตาอื่นๆ เหมาะกับใคร ผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตาสั้น ยาว เอียง ผู้ที่มีกระจกตาค่อนข้างบาง หรือมีข้อจำกัดในการเปิดฝากระจกตา ผู้ที่ประกอบอาชีพ หรือเล่นกีฬาที่มีความเสี่ยงต่อการกระแทกบริเวณดวงตา เช่น นักบิน ทหาร ตำรวจ และนักกีฬา 2. TransPRK TransPRK เป็นการพัฒนาต่อยอดจาก PRK โดยใช้เลเซอร์ Excimer Laser ลอกผิวกระจกตาและปรับความโค้งของกระจกตาในขั้นตอนเดียว โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือขูดผิวกระจกตา ทำให้ลดการสัมผัสกับเนื้อเยื่อดวงตา ข้อดี ลดอาการระคายเคืองหลังทำเมื่อเทียบกับ PRK แผลเรียบสม่ำเสมอ และโดยทั่วไปฟื้นตัวได้เร็วกว่า PRK การมองเห็นกลับมาชัดเจนได้เร็วขึ้น โดยใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ข้อจำกัด อาจมีอาการปวด แสบตา หรือระคายเคืองในช่วง 3–4 วันแรก ใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าเลสิกวิธีอื่น เช่น FemtoLASIK หรือ SMILE Pro™ 2.0 มีความเสี่ยงที่กระจกตาเป็นฝ้าขุ่น กรณีค่าสายตาผิดปกติสูง หรือมีโรคกระจกตาอื่นๆ เหมาะกับใคร ผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตาสั้น เอียง ผู้ที่มีกระจกตาค่อนข้างบาง หรือมีข้อจำกัดในการเปิดฝากระจกตา ผู้ที่ประกอบอาชีพหรือเล่นกีฬาที่มีความเสี่ยงต่อการกระแทกบริเวณดวงตา 3. SBK LASIK SBK LASIK เป็นการพัฒนาจากเลสิกแบบดั้งเดิม โดยใช้ใบมีดชนิดพิเศษ (Microkeratome) สร้างฝากระจกตาที่มีความบาง ก่อนใช้เลเซอร์ Excimer Laser ปรับความโค้งของกระจกตา แล้วปิดฝากระจกตากลับเข้าที่เดิม ข้อดี ค่าใช้จ่ายเข้าถึงได้ (ประมาณ 30,000–40,000 บาท/2 ตา) ฟื้นตัวเร็ว มองเห็นชัดไวภายใน 1–2 วัน ใช้เนื้อกระจกตาน้อยกว่าเลสิกแบบดั้งเดิม ข้อจำกัด มีการเปิดฝากระจกตา จึงอาจได้รับผลกระทบหากเกิดการกระแทกรุนแรงในช่วงแรกหลังทำ อาจมีอาการตาแห้งในช่วงแรกหลังทำ ผู้ที่ดวงตาค่อนข้างเล็กอาจได้รับคำแนะนำให้เลือกเทคโนโลยีอื่น เหมาะกับใคร ผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตาสั้น ยาว เอียง ผู้ที่ต้องการกลับมาใช้สายตาได้อย่างรวดเร็ว ผู้ที่มีกระจกตาหนาเพียงพอ ผู้ที่ไม่มีภาวะตาแห้งรุนแรง และมีค่าสายตาอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม 4. FemtoLASIK FemtoLASIK เป็นเลสิกไร้ใบมีดที่พัฒนาต่อยอดจาก SBK LASIK โดยใช้เลเซอร์ Femtosecond Laser เปิดฝากระจกตาแทนการใช้ใบมีด จากนั้นใช้เลเซอร์ Excimer Laser ปรับความโค้งของกระจกตา ก่อนปิดฝากระจกตากลับเข้าที่เดิม ข้อดี ค่าใช้จ่ายประหยัดที่สุดในกลุ่มเลสิกไร้ใบมีด (ประมาณ 40,000–60,000 บาท/2 ตา) มีความแม่นยำ และปลอดภัยสูงกว่า PRK และ SBK LASIK ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ใบมีด มีอาการปวด แสบตา หรือระคายเคืองน้อยกว่า PRK และ SBK LASIK ข้อจำกัด มีการเปิดฝากระจกตา จึงอาจได้รับผลกระทบหากเกิดการกระแทกรุนแรงในช่วงแรกหลังทำ อาจมีอาการแสงกระจายหรือมองเห็นไม่ชัดในที่มืดช่วงแรกหลังทำ เหมาะกับใคร ผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตาสั้น เอียง หรือสายตาสั้น เอียง ร่วมกับสายตายาว (Monovision) ผู้ที่ต้องการกลับมาใช้สายตาได้อย่างรวดเร็ว ผู้ที่ต้องการความแม่นยำสูงและผลข้างเคียงต่ำ ผู้ที่มีกระจกตาหนาเพียงพอและไม่มีภาวะตาแห้งรุนแรง 5. SMILE Pro™ 2.0 SMILE Pro™ 2.0 เป็นเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็กที่พัฒนาต่อยอดจาก ReLEx SMILE โดยใช้ Femtosecond Laser สร้างชิ้นเนื้อกระจกตา (Lenticule) และนำออกผ่านแผลขนาดเล็กเพียง 2–4 มิลลิเมตร โดยไม่ต้องเปิดฝากระจกตา ใช้เวลายิงเลเซอร์เพียงประมาณ 8 วินาทีต่อข้าง พร้อมระบบ CentraLign® และ OcuLign® ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรักษาสายตา ข้อดี แผลมีขนาดเล็ก ช่วยคงความแข็งแรงของกระจกตา รู้สึกเจ็บน้อยกว่าวิธีอื่นๆ และฟื้นตัวค่อนข้างเร็ว ลดโอกาสเกิดภาวะตาแห้งเมื่อเทียบกับเลสิกที่มีการเปิดฝากระจกตา มีความแม่นยำสูงด้วยระบบช่วยจัดตำแหน่งการยิงเลเซอร์อัตโนมัติ ข้อจำกัด ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง (ประมาณ 80,000–100,000 บาท/2 ตา) ไม่สามารถรักษาสายตายาวโดยกำเนิด (Hyperopia) ได้ เหมาะกับใคร ผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตาสั้น เอียง หรือสายตาสั้น เอียง ร่วมกับสายตายาว (Monovision) ผู้ที่ต้องการกลับมาใช้สายตาได้อย่างรวดเร็ว ผู้ที่ต้องการลดโอกาสเกิดภาวะตาแห้งหลังทำเลสิก 6. NanoLASIK NanoLASIK เป็นเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีดของศูนย์เลสิก Laser Vision โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ พัฒนาต่อยอดจาก FemtoLASIK โดยใช้ Ziemer Femto Z8 ซึ่งเป็น Femtosecond Laser พลังงานต่ำระดับนาโนจูลในการเปิดฝากระจกตา พร้อมระบบ Iris Registration และโปรแกรม Optimized Aspheric เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการรักษาและช่วยลดแสงกระจายในเวลากลางคืน ข้อดี ใช้เลเซอร์พลังงานต่ำ ลดการกระทบกระเทือนต่อดวงตา แผลหายเร็ว ฟื้นตัวเร็ว สามารถกลับมาใช้สายตาได้ภายในประมาณ 1 วัน ประหยัดเนื้อกระจกตา เหมาะกับผู้ที่มีค่าสายตาค่อนข้างสูง กระจกตาค่อนข้างบาง ลดโอกาสเกิดแสงฟุ้งหรือแสงกระจายในเวลากลางคืน มีระบบ AI และ OCT Scan ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรักษา ข้อจำกัด ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง (ประมาณ 100,000–120,000 บาท/2 ตา) มีการเปิดฝากระจกตา จึงควรหลีกเลี่ยงการกระแทกดวงตาอย่างรุนแรง เหมาะกับใคร ผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตาสั้น เอียง หรือสายตาสั้น เอียง ร่วมกับสายตายาว (Monovision) ผู้ที่มีค่าสายตาค่อนข้างสูง กระจกตาค่อนข้างบาง มีโอกาสทำเลสิกวิธีนี้ได้ ผู้ที่ต้องการฟื้นตัวเร็วหลังทำเลสิก และต้องการผลข้างเคียงหลังทำต่ำ 7. NanoReLEx® NanoReLEx® เป็นเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็กของศูนย์เลสิก Laser Vision โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ โดยใช้ Femtosecond Laser พลังงานต่ำระดับนาโนจูลสร้างชิ้นเนื้อกระจกตา (Lenticule) และนำออกผ่านแผลขนาดเล็กเพียง 2–3 มิลลิเมตร พร้อมเทคโนโลยี AI และ OCT Scan แบบ Real-time ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำและความปลอดภัยระหว่างการรักษา ข้อดี แผลมีขนาดเล็ก ช่วยคงความแข็งแรงของกระจกตา ใช้เลเซอร์พลังงานต่ำ ลดการกระทบกระเทือนต่อดวงตา แผลหายเร็ว ฟื้นตัวเร็ว สามารถกลับมาใช้สายตาได้ภายในประมาณ 1 วัน และมีโอกาสเกิดภาวะตาแห้งน้อย มีระบบ AI และ OCT Scan ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรักษา ข้อจำกัด ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง (ประมาณ 100,000–120,000 บาท) ไม่สามารถรักษาสายตายาวโดยกำเนิด (Hyperopia) ได้ เหมาะกับใคร ผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตาสั้น เอียง ผู้ที่ต้องการกลับมาใช้สายตาได้อย่างรวดเร็ว ผู้ที่ต้องการลดโอกาสเกิดภาวะตาแห้งหลังทำเลสิก 8. เลสิกสายตายาว PresbyLASIK PresbyLASIK เป็นเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีดสำหรับรักษาสายตายาวตามอายุ (Presbyopia) โดยพัฒนาต่อยอดจาก Monovision LASIK ด้วยการปรับรูปทรงกระจกตาให้สามารถโฟกัสได้หลายระยะ (Multifocal Vision) ทั้งระยะใกล้ ระยะกลาง และระยะไกล ช่วยลดการพึ่งพาแว่นอ่านหนังสือและแว่นสายตาในชีวิตประจำวัน ข้อดี มองเห็นได้ชัดทั้งระยะใกล้ ระยะกลาง และระยะไกล ปรับตัวกับการมองเห็นได้เร็วกว่า Monovision LASIK ฟื้นตัวเร็ว สามารถกลับมาใช้สายตาได้ภายในประมาณ 1 วัน ช่วยลดการพึ่งพาแว่นอ่านหนังสือในชีวิตประจำวัน ข้อจำกัด อาจมีอาการแสงฟุ้งหรือแสงกระจายในช่วงแรกหลังทำ ความคมชัดในบางระยะอาจลดลงเมื่อเทียบกับการแก้ไขสายตาแบบระยะเดียว ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงตามการเสื่อมของสายตาตามวัย เหมาะกับใคร ผู้ที่มีอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป และเริ่มมีภาวะสายตายาวตามอายุ ผู้ที่ต้องใช้สายตาหลายระยะในชีวิตประจำวัน ผู้ที่ต้องการลดการพึ่งพาแว่นอ่านหนังสือ ปรึกษาและตรวจประเมินก่อนทำเลสิก ตรวจวิเคราะห์สภาพดวงตาอย่างละเอียดโดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเลือกเทคโนโลยีเลสิกที่เหมาะกับคุณที่สุด สอบถามราคาแต่ละเทคนิคและโปรโมชันได้ที่นี่ ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ Call Center : 02-511-2111 Line 📅 นัดหมายออนไลน์ การเตรียมตัวก่อนทำเลสิก เพื่อให้การผ่าตัดเลสิกเป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์การมองเห็นที่ดีที่สุด ผู้เข้ารับการรักษาควรเตรียมความพร้อมล่วงหน้า โดยปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้ งดใส่คอนแทคเลนส์ก่อนวันผ่าตัด ควรงดใส่อย่างน้อย 3–7 วัน (หรือมากกว่านั้นในบางประเภท) เพื่อให้กระจกตากลับสู่สภาพปกติ ทำความสะอาดร่างกายให้เรียบร้อย อาบน้ำ ล้างหน้า และสระผมให้สะอาดในวันผ่าตัด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ งดแต่งหน้าในวันผ่าตัด รวมถึงงดใช้เครื่องสำอางบริเวณรอบดวงตา เช่น อายไลเนอร์ มาสคาร่า หรือครีมบำรุงรอบดวงตา สวมเสื้อผ้าที่สะดวกต่อการเปลี่ยน แนะนำให้ใส่เสื้อแบบติดกระดุมด้านหน้า เพื่อลดการกระทบกระเทือนบริเวณดวงตาหลังทำ งดใช้น้ำหอมและสเปรย์ทุกชนิด เช่น สเปรย์ผม น้ำหอม หรือผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นฉุน เพื่อลดการระคายเคืองระหว่างการผ่าตัด งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด เพื่อลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน แจ้งประวัติการใช้ยาให้แพทย์ทราบ รวมถึงยาประจำ อาหารเสริม หรือโรคประจำตัว เพื่อให้แพทย์พิจารณาความเหมาะสมและความปลอดภัย ควรมีผู้ติดตามมาด้วยในวันผ่าตัด และไม่ควรขับรถมาเอง เนื่องจากหลังทำเลสิกอาจมีอาการตาพร่า หรือระคายเคืองชั่วคราว การเตรียมตัวที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มความปลอดภัย และส่งผลต่อคุณภาพการมองเห็นหลังการผ่าตัดในระยะยาว ข้อควรทำหลังทำเลสิก เพื่อให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด และลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด ผู้เข้ารับการทำเลสิกควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อดวงตา ดังนี้ ห้ามขยี้ตาเด็ดขาด เนื่องจากอาจส่งผลต่อกระจกตาที่กำลังฟื้นตัว หากมีอาการคัน ควรล้างมือให้สะอาด และใช้นิ้วแตะเบาๆ บริเวณหัวตาหรือหางตาแทน หลีกเลี่ยงการให้น้ำเข้าตา โดยเฉพาะในช่วง 5–7 วันแรกหลังผ่าตัด ควรระมัดระวังขณะล้างหน้า สระผม หรืออาบน้ำ งดว่ายน้ำหรือดำน้ำ อย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากน้ำ งดแต่งหน้าบริเวณรอบดวงตา เช่น อายไลเนอร์ มาสคาร่า หรืออายแชโดว์ ในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก หยอดยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยลดการอักเสบ ป้องกันการติดเชื้อ และช่วยให้แผลสมานตัวได้ดี ใส่ฝาครอบตาขณะนอนหลับ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการเผลอขยี้ตาโดยไม่รู้ตัว หลีกเลี่ยงการใช้สายตาหนักเกินไป เช่น การจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน ควรพักสายตาเป็นระยะ เพื่อลดอาการตาล้าและตาแห้ง การปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดจะช่วยให้ดวงตาฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ผลลัพธ์การมองเห็นมีประสิทธิภาพในระยะยาว ทำเลสิกอยู่ได้กี่ปี โดยทั่วไปผลลัพธ์จากการทำเลสิกสามารถอยู่ได้นานหลายปี เพราะเป็นการใช้เลเซอร์ปรับความโค้งของกระจกตาเพื่อแก้ไขค่าสายตาเดิม อย่างไรก็ตาม เลสิกไม่สามารถหยุดการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของดวงตาได้ เช่น สายตายาวตามวัยที่มักเริ่มพบในช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือภาวะต้อกระจกในอนาคต ซึ่งอาจทำให้การมองเห็นเปลี่ยนแปลงได้แม้เคยทำเลสิกแล้ว ใครที่ไม่สามารถทำเลสิกได้ แม้ว่าการทำเลสิกจะเป็นวิธีแก้ไขสายตาที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้ได้ โดยผู้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้อาจไม่เหมาะสมกับการทำเลสิก ผู้ที่มีค่าสายตาสั้นสูงมาก (มากกว่า 1,400) ซึ่งอาจเกินขอบเขตที่เลสิกสามารถแก้ไขได้อย่างปลอดภัย ผู้ที่มีกระจกตาบางมาก หรือมีความผิดปกติของกระจกตา เช่น กระจกตาโก่ง (Keratoconus) ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพตา เช่น ตาแห้งรุนแรง หรือมีการติดเชื้อบริเวณดวงตา ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคภูมิคุ้มกันผิดปกติ หรือโรคที่ส่งผลต่อการสมานแผล ผู้ที่มีค่าสายตายังไม่คงที่ (มักพบในช่วงอายุต่ำกว่า 18 ปี) ดังนั้น ก่อนตัดสินใจทำเลสิก ควรเข้ารับการตรวจประเมินสภาพดวงตาอย่างละเอียดโดยจักษุแพทย์ เพื่อวิเคราะห์ความเหมาะสมและเลือกแนวทางการรักษาที่ปลอดภัยที่สุด ทำเลสิกที่ Laser Vision โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ ดีอย่างไร สำหรับผู้ที่กำลังมองหาสถานพยาบาลในการทำเลสิก ศูนย์เลเซอร์วิชั่น Bangkok Eye Hospital (โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ) คือศูนย์เฉพาะทางด้านจักษุวิทยาที่ได้รับความไว้วางใจ ด้วยมาตรฐานการรักษาระดับสากล ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อมอบผลลัพธ์การมองเห็นที่มีคุณภาพสูงสุดในระยะยาว จุดเด่นของศูนย์เลสิก Laser Vision มาตรฐานระดับสากล AACI พร้อมประสบการณ์กว่า 28 ปี ได้รับการรับรองมาตรฐาน AACI ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และมีประสบการณ์ด้านการรักษาดวงตามากกว่า 28 ปี พร้อมดูแลคนไข้มาแล้วกว่า 100,000 ดวงตา ทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง มากกว่า 14 ท่าน จากสถาบันการแพทย์ชั้นนำ นำทีมโดย รศ.นพ.อนันต์ วงศ์ทองศรี พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมในแต่ละบุคคล เทคโนโลยีเลสิกครบครัน มากกว่า 11 เทคนิค รองรับทั้งเคสทั่วไปและเคสยากซับซ้อน สามารถเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) ตรวจวินิจฉัยแม่นยำ ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญ โดยทีมนักทัศนมาตรและบุคลากรทางการแพทย์ประสบการณ์สูง ร่วมกับเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อการวางแผนการรักษาที่ตรงจุด ดูแลครบวงจร พร้อมบริการระดับพรีเมียม ตั้งแต่การตรวจ วางแผน ผ่าตัด และติดตามผลอย่างใกล้ชิด ภายใต้บรรยากาศที่ผ่อนคลายและใส่ใจในทุกรายละเอียด ด้วยความพร้อมทั้งด้านมาตรฐาน เทคโนโลยี และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ศูนย์เลสิก Laser Vision โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ Bangkok Eye Hospital (เลียบด่วนรามอินทรา) จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการทำเลสิกอย่างมั่นใจ และได้ผลลัพธ์การมองเห็นที่ดีที่สุด สรุป การทำเลสิก (LASIK) เป็นทางเลือกในการแก้ไขปัญหาสายตาที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีวิธีการรักษาหลากหลายรูปแบบ เช่น PRK, FemtoLASIK, SMILE Pro™ 2.0 รวมถึง PresbyLASIK สำหรับผู้ที่มีสายตายาวตามวัย แต่ละเทคโนโลยีมีหลักการรักษา ข้อดี และข้อจำกัดที่แตกต่างกัน การเลือกวิธีที่เหมาะสมจึงควรพิจารณาจากโครงสร้างดวงตา ค่าสายตา และไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล โดยต้องผ่านการตรวจประเมินอย่างละเอียดจากจักษุแพทย์ นอกจากนี้ การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด และการดูแลตัวเองหลังทำเลสิกอย่างถูกต้อง เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผลลัพธ์การรักษามีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ดวงตาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม เลสิกอาจไม่เหมาะกับทุกคน ผู้ที่มีค่าสายตาสูงมาก หรือมีความผิดปกติของกระจกตา ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์เพื่อเลือกวิธีการรักษาที่ปลอดภัยที่สุด สำหรับผู้ที่กำลังมองหาการทำเลสิก การเลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีที่ครบครัน เช่น ศูนย์เลสิก Laser Vision จะช่วยเพิ่มความมั่นใจ และทำให้ได้ผลลัพธ์การมองเห็นที่คมชัด ปลอดภัย และยั่งยืนในระยะยาว ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ Call Center : 02-511-2111 Line 📅 นัดหมายออนไลน์ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำเลสิก (FAQ) ทำเลสิกแล้วสายตาจะกลับมาสั้นอีกไหม มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในบางราย โดยเฉพาะผู้ที่ค่าสายตายังไม่คงที่ก่อนทำเลสิก หรือมีการเปลี่ยนแปลงของดวงตาตามอายุ แต่โดยทั่วไปผลลัพธ์ของเลสิกค่อนข้างคงที่ในระยะยาว หากเริ่มมองไม่ชัดอีกครั้งควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ทำเลสิกแล้วตอนอายุมากขึ้นต้องใส่แว่นไหม อาจต้องใช้แว่นอ่านหนังสือเมื่อมีสายตายาวตามวัย เพราะเลสิกช่วยแก้ค่าสายตาเดิม เช่น สั้น ยาว หรือเอียง แต่ไม่สามารถป้องกันความเสื่อมตามวัยของเลนส์ตาได้ หลังทำเลสิกต้องตรวจตาบ่อยแค่ไหน ควรมาตรวจตามนัดที่จักษุแพทย์กำหนดในช่วงแรกหลังผ่าตัด (1 วัน, 7 วัน, 1 เดือน หรือตามที่แพทย์นัดติดตามอาการหลังผ่าตัด) หลังจากนั้นควรตรวจสุขภาพตาเป็นระยะ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการผิดปกติ เช่น มองเห็นไม่ชัด ตาแห้งมาก แสบตา หรือมีแสงกระจายผิดปกติ เพื่อดูแลผลลัพธ์และสุขภาพดวงตาในระยะยาว กระจกตาบางทำเลสิกได้ไหม คนที่กระจกตาบางเกินไปมักไม่สามารถทำเลสิกได้ เนื่องจากขั้นตอนการแยกชั้นกระจกตาอาจทำให้กระจกตาที่เหลือบางจนเกิดอันตราย แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการรักษาสายตาที่ปลอดภัยสำหรับคนกระจกตาบาง เช่น การทำเลสิกวิธี NanoLASIK ที่ประหยัดเนื้อกระจกตามากกว่าเลสิกวิธีอื่น (เอกสิทธิ์เฉพาะที่ศูนย์เลสิก Laser Vision) หรือการผ่าตัดใส่เลนส์เสริม (ICL) ดังนั้น หากคุณกระจกตาบาง จักษุแพทย์จะช่วยประเมินวิธีที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดให้แทนการทำเลสิกทั่วไป เลสิกแพงไหม ราคาเท่าไหร่ การทำเลสิกมีราคาที่หลากหลายขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่เลือกใช้และสถานพยาบาล โดยทั่วไปราคาจะเริ่มต้นที่ประมาณ 30,000 บาท ไปจนถึง 150,000 บาทต่อตาทั้งสองข้าง การทำ PRK หรือเลสิกแบบดั้งเดิมมักมีราคาประหยัดที่สุด ส่วนเลสิกแบบไร้ใบมีด เช่น FemtoLASIK, SMILE Pro™ 2.0, NanoLASIK, NanoReLEx® ที่ใช้เลเซอร์ความแม่นยำสูงจะมีราคาสูงขึ้นตามลำดับ แม้จะดูเป็นเงินก้อนใหญ่ แต่นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวเมื่อเทียบกับค่าคอนแทคเลนส์และแว่นตาที่คุณต้องจ่ายตลอดชีวิต เลสิกน่ากลัวไหม ความกลัวเป็นเรื่องปกติสำหรับทุกคนที่ต้องทำหัตถการกับดวงตา แต่ในความเป็นจริงการทำเลสิกไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เทคโนโลยีในปัจจุบันมีความปลอดภัยและแม่นยำสูงมาก ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่ล้ำสมัย ตลอดการผ่าตัดจักษุแพทย์จะดูแลอย่างใกล้ชิดและใช้เวลาเพียง 10–15 นาทีต่อข้างเท่านั้น เลสิกเจ็บไหม ก่อนเริ่มขั้นตอนการทำเลสิกแพทย์จะหยอดยาที่ดวงตา ทำให้คุณไม่รู้สึกเจ็บตลอดการผ่าตัด แต่อาจมีความรู้สึกตึงๆ หรือเหมือนมีแรงกดที่ดวงตาเบาๆ เพียงไม่กี่วินาทีในบางขั้นตอนเท่านั้น หลังจากยาชาหมดฤทธิ์ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงแรก อาจมีอาการระคายเคืองตา น้ำตาไหล หรือเคืองตาคล้ายมีเม็ดทรายอยู่ในตา ซึ่งเป็นอาการปกติที่สามารถบรรเทาได้ด้วยการหยอดน้ำตาเทียมและทานยาแก้ปวดตามแพทย์สั่ง *หมายเหตุ: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยทางการแพทย์ได้ หากท่านมีอาการผิดปกติกรุณาปรึกษาจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
Read More
Presbyopia Center

Astigmatism: Causes, Diagnosis, and Treatment Options at Bangkok Eye Hospital

What Is Astigmatism? Astigmatism is a common refractive error that affects how your eye focuses light. Unlike perfect vision, where light enters the eye and focuses evenly on the retina, astigmatism occurs when the cornea or lens is irregularly shaped. This irregular curvature causes light to scatter unevenly, leading to blurred or distorted vision at all distances. Astigmatism often occurs in combination with myopia (nearsightedness) or hyperopia (farsightedness) and can vary in degree. While it is not a disease, it can significantly impact daily activities such as reading, driving, and using digital devices if left uncorrected. What Causes Astigmatism? The primary cause of astigmatism is the abnormal shape of the cornea or lens. A healthy cornea has a smooth, spherical curve like a basketball. In astigmatism, the cornea is shaped more like a rugby ball—steeper in one direction and flatter in another—resulting in uneven refraction of light. Contributing factors include: Genetics: Astigmatism often runs in families and can be present from birth. Eye injuries or surgeries: Trauma or surgical procedures can alter the corneal shape. Keratoconus: A progressive condition that thins and bulges the cornea. Eyelid pressure: Chronic pressure on the cornea, such as from sleeping habits or frequent eye rubbing. Symptoms of Astigmatism People with mild astigmatism may not notice symptoms. As the condition progresses, the following signs may appear: Blurry or distorted vision at near and far distances Eyestrain or discomfort after reading or screen time Headaches, particularly in the forehead or brow area Squinting to see clearly Difficulty seeing at night Astigmatism can affect one or both eyes and may be symmetrical or more pronounced in one eye. Types of Astigmatism Corneal Astigmatism Caused by an irregular curvature of the cornea, which affects how light enters the eye. Lenticular Astigmatism Results from imperfections in the shape of the eye’s lens rather than the cornea. Regular vs. Irregular Astigmatism Regular: The principal meridians are perpendicular; most common and correctable with glasses or contact lenses. Irregular: Often due to injury or keratoconus and may require specialty lenses or surgical correction. Diagnosing Astigmatism at Bangkok Eye Hospital At Bangkok Eye Hospital, we offer precise and comprehensive diagnostic services to determine the presence and severity of astigmatism. These include: Visual acuity tests to measure clarity of vision Refraction testing to determine the corrective lens power needed Keratometry to measure the curvature of the cornea Corneal topography to create a detailed map of corneal shape Wavefront analysis for surgical planning These evaluations are essential before recommending glasses, contact lenses, or refractive surgery like LASIK. Treatment Options for Astigmatism Astigmatism can be effectively corrected with various methods, depending on the degree and type of refractive error: Eyeglasses The simplest and most common form of correction Use cylindrical lenses to compensate for uneven refraction Available in single vision or progressive lens designs Contact Lenses Toric contact lenses designed specifically for astigmatism Provide more natural vision correction by sitting directly on the cornea Available in soft, rigid gas permeable (RGP), or hybrid lens options Orthokeratology (Ortho-K) Special rigid lenses worn overnight to temporarily reshape the cornea Ideal for low to moderate astigmatism LASIK Surgery A popular long-term solution that reshapes the cornea using a laser Particularly effective for regular corneal astigmatism Fast recovery and minimal discomfort Learn more: LASIK for Astigmatism: What You Need to Know PRK (Photorefractive Keratectomy) An alternative for those with thin corneas or who are not LASIK candidates Reshapes the cornea without creating a flap Refractive Lens Exchange (RLE) Suitable for patients over 40 with significant astigmatism and presbyopia Replaces the eye’s natural lens with an artificial intraocular lens (IOL) Can Astigmatism Be Cured? While glasses and contact lenses offer temporary correction, refractive surgery such as LASIK or PRK provides permanent reshaping of the cornea. However, changes in eye shape may occur over time, and regular follow-ups are recommended to maintain optimal vision. Related Services at Bangkok Eye Hospital To ensure complete and individualized care for patients with astigmatism, we offer: Refractive Surgery CenterIncludes LASIK, PRK, and advanced imaging for surgical planning Comprehensive Eye ExamsDetect and monitor astigmatism and other vision problems Corneal Topography and Wavefront AnalysisFor precise diagnosis and custom treatment Contact Lens ClinicExpert fitting for toric lenses and specialty contacts Dry Eye and Ocular Surface ClinicAssists patients whose astigmatism affects or is affected by dry eye Frequently Asked Questions (FAQs) Is astigmatism genetic?Yes, it often runs in families and can be present from birth. Can astigmatism worsen over time?It can change slightly with age, eye strain, or other eye conditions. Regular checkups are recommended. Is LASIK safe for astigmatism?Yes. LASIK is considered safe and effective for correcting most types of regular astigmatism when performed by experienced surgeons. Can children have astigmatism?Yes. Early screening is important, especially if they exhibit symptoms like squinting or poor academic performance.   Do all contact lenses correct astigmatism?No. Only toric lenses or RGP lenses are designed for astigmatism. A professional fitting is essential.
Presbyopia Center

LASIK in Bangkok: The Complete 2025 Guide to Vision Correction in Thailand

It’s no secret that LASIK is a game-changer for anyone dealing with vision problems—whether nearsightedness, farsightedness, astigmatism, or a mix of these. By correcting your vision back to normal, LASIK allows you to see the world clearly without the hassle of glasses or contact lenses, making everyday life significantly easier and more convenient. But the big question is: Where should you go for LASIK? Now that 2024 is behind us, let’s look at how to choose a safe, top-standard LASIK hospital for 2025. We’ve also included a checklist of the latest techniques to help you decide which method is best for you. By correcting your vision back to normal, LASIK allows you to see the world clearly without the hassle of glasses or contact lenses, making everyday life significantly easier. What is LASIK? LASIK (Laser In Situ Keratomileusis) is a refractive surgery that uses an Excimer Laser to reshape the curvature of the cornea. Whether you have nearsightedness, congenital farsightedness, or astigmatism, the laser precisely adjusts the cornea so that light focuses perfectly on the retina. The result is clear, natural vision at various distances. Today, there are many advanced techniques available at Bangkok Eye Hospital, including: SMILE Pro: The most advanced technology available today. NanoRelex: An innovative, minimally invasive, bladeless surgery. FemtoLASIK: Bladeless LASIK for high precision. Nano NV LASIK and NV LASIK: Solutions for age-related farsightedness (Presbyopia). TransPRK & PRK: Surface-based procedures for specific eye conditions. Which LASIK Technique is Right for You? Choosing the right technique depends on your specific vision problem. Here is a breakdown of the options available at Laser Vision International LASIK Center, Bangkok Eye Hospital: 1. NanoRelex (For Nearsightedness & Astigmatism) NanoRelex is a high-level innovation in minimally invasive surgery. Using high-precision Femtosecond Laser technology, it calculates a 3D disc of tissue (Lenticule) within the cornea based on your prescription and removes it through a tiny incision of just 2–3 millimeters. Why choose it: It uses low-energy (Nanojoule) lasers, causing less trauma to the eye and allowing for faster recovery. The tiny incision minimizes dry eye symptoms and maintains the cornea's natural strength. Learn More About NanoRelex at Bangkok Eye Hospital 2. SMILE Pro (For Nearsightedness & Astigmatism) SMILE Pro is the most modern vision correction technology, powered by the Visumax 800. It works 3 times faster than older models, taking only 8–10 seconds per eye. Why choose it: Like NanoRelex, it removes the lenticule through a tiny 2–4 mm incision. The speed and precision mean fewer complications, rapid healing, and a very quick return to normal activities. Learn More About SMILE Pro 3. ReLEx SMILE (For Nearsightedness & Astigmatism) ReLEx SMILE is the innovation that shifted the industry from blades to lasers. Developed from traditional LASIK, it offers a "keyhole" surgery experience that is painless, involves a small incision, and reduces complications associated with older methods. 4. NanoLASIK (For Nearsightedness, Farsightedness & Astigmatism) NanoLASIK is a step up from FemtoLASIK. It uses a high-speed, low-energy Femtosecond Laser for every step of the corneal layer separation. Why choose it: It is completely bladeless, ensuring no pain or discomfort while offering maximum precision. Laser Vision International LASIK Center was the first private center in Thailand to successfully use this technology. Learn More About NanoLASIK 5. Nano NV LASIK (For Farsightedness Only) Nano NV LASIK is a development from FemtoLASIK designed specifically for hyperopia. Using Nanojoule-level energy, it separates corneal layers without a blade. Why choose it: Patients feel no pain, and it is considered one of the safest methods for correcting farsightedness. 6. FemtoLASIK (For All Vision Types) Often called "Bladeless LASIK," this method uses a Femtosecond Laser to create the corneal flap instead of a blade, followed by an Excimer Laser reshape. Why choose it: The laser pulses are incredibly fast (1 femtosecond = 1 quadrillionth of a second), ensuring high precision without damaging surrounding tissue. Learn More About FemtoLASIK 7. NV LASIK (For Age-Related Farsightedness) NV LASIK (Near Vision LASIK) treats presbyopia using a "Blended Vision" principle. How it works: The doctor adjusts one eye for distance and the other slightly for near vision. Your brain processes both images, allowing you to see both near and far without reading glasses. 8. LASIK (Standard) The classic method using a Microkeratome to create the corneal flap. The flap is lifted, the laser reshapes the cornea, and the flap is replaced to act as a natural bandage. 9. TransPRK (For All Vision Types) A "No-Touch" evolution of the PRK method. The Excimer Laser removes the surface layer and reshapes the cornea in a single step. Why choose it: No instruments touch your eye, reducing irritation and speeding up healing compared to traditional PRK. 10. PRK (For Thin Corneas) The original laser surgery where the outer corneal layer is gently removed before laser application. Why choose it: Ideal for patients with thin corneas or dry eyes who are not candidates for LASIK. How to Choose a LASIK Hospital in 2025 Your eyes are irreplaceable. To ensure safety and the best results, use this checklist before choosing a hospital: Licensing & Standards: Ensure the hospital has a valid medical license and meets international safety standards. Cleanliness: Infection control is critical. The facility must be spotless and strictly regulated. Specialist Surgeons: Choose a doctor who specializes specifically in refractive surgery and has performed a high volume of successful cases. Modern Technology: The hospital must have the latest equipment (like the Visumax 800 or Femtosecond lasers) to ensure precision. Variety of Options: A good center offers multiple techniques (SMILE, LASIK, PRK) so the doctor can choose the one that fits your eyes, not just the one machine they have. Convenient Location: You will need follow-up visits. Choose a place like Bangkok Eye Hospital that is accessible and offers ample parking. Transparent Pricing: Look for clear pricing structures without hidden fees. 2025 LASIK Price List: Bangkok Eye Hospital At Bangkok Eye Hospital, we offer transparent pricing for our world-class services. Treatment Normal Price (THB) NanoRelex 148,000 SMILE Pro 148,000 NanoLASIK 148,000 Nano NV LASIK 148,000 FemtoLASIK 118,000 NV LASIK 88,000 LASIK (Standard) 78,000 TransPRK 78,000 PRK 78,000 Check Latest Promotions Here Additional Details: Pre-op Eye Exam: 3,500 THB. What is included: Service rates are for 2 eyes done on the same day. This includes medication/supplies during surgery, 5 follow-up visits within 1 year for NanoRelex, NanoLASIK, Nano NV LASIK, SMILE Pro, and 3 follow-up visits within 1 month for FemtoLASIK/NV LASIK/TransPRK, PRK. Why Choose Laser Vision International LASIK Center? If you are looking for the best LASIK experience, consult with us at Laser Vision International LASIK Center at Bangkok Eye Hospital. AACI Accredited: We are the first LASIK center in Asia to be accredited by the American Accreditation Commission International (AACI). Experience: Our medical team has over 27 years of experience and has performed over 100,000 successful procedures. Pioneers: Led by Assoc. Prof. Dr. Anun Vongthongsri, the first Thai doctor to introduce bladeless LASIK innovation. Complete Technology: We are the only place in Thailand offering the widest range of options (NanoRelex, NanoLASIK, SMILE Pro) to correct all types of vision problems. Patient Experience Team: We provide a dedicated Patient Experience Executive Team to support both Thai and International patients through every step of the journey. Conclusion When deciding "Where is the best place for LASIK?", prioritize safety, doctor expertise, and technology. Bangkok Eye Hospital offers all of this with international standard certification. Ready to see the world clearly? Consult with the experts at Bangkok Eye Hospital. Contact Us Today
Presbyopia Center

FemtoLASIK คืออะไร รู้จักเทคโนโลยีล้ำสมัย การผ่าตัดสายตาที่แม่นยำ

สรุปสาระสำคัญ FemtoLASIK หรือเฟมโตเลสิก คือเลสิกไร้ใบมีดที่ใช้ Femtosecond Laser สร้างฝากระจกตาแทนใบมีด ก่อนใช้ Excimer Laser ปรับความโค้งของกระจกตา ช่วยแก้ไขสายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด และสายตาเอียงได้อย่างแม่นยำ จุดเด่นคือควบคุมความหนาและขนาดของฝากระจกตาได้แม่นยำ แผลเรียบสม่ำเสมอ ฟื้นตัวเร็ว และลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนเมื่อเทียบกับเลสิกแบบใช้ใบมีด พร้อมค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้มากกว่าเทคโนโลยีขั้นสูงบางประเภท ราคาโปรโมชันรีวิวที่ศูนย์เลสิก Laser Vision อยู่ที่ 52,000 บาท (2 ตา) จากปกติ 78,000 บาท ผ่อน 0% นาน 10 เดือน เดือนละ 5,900 บาท ทั้งนี้ควรได้รับการตรวจประเมินสภาพดวงตาอย่างละเอียดโดยจักษุแพทย์ก่อนตัดสินใจเสมอ FemtoLASIK หรือเฟมโตเลสิก เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีการแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ที่ได้รับการพัฒนาให้มีความแม่นยำและปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยใช้ Femtosecond Laser ในการสร้างฝากระจกตา (Corneal Flap) แทนการใช้ใบมีดแบบดั้งเดิม หรือที่เรียกว่า “เลสิกไร้ใบมีด” ด้วยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในปัจจุบัน ทำให้ FemtoLASIK ไม่เพียงตอบโจทย์ด้านความแม่นยำและความปลอดภัย แต่ยังเป็นทางเลือกที่สามารถเข้าถึงได้มากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตาอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้มาตรฐานการรักษาที่เชื่อถือได้ ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ โทร 02-511-2111 Line 📅 นัดหมายออนไลน์ 📌 สารบัญเนื้อหา ▶ เลสิกไร้ใบมีด FemtoLASIK คืออะไร? ▶ ข้อดีของการทำ FemtoLASIK ▶ ข้อจำกัดของการทำ FemtoLASIK ▶ วิธีเตรียมตัวก่อนทำ FemtoLASIK ▶ ขั้นตอนการทำ FemtoLASIK ▶ การดูแลตัวเองหลังทำ FemtoLASIK ▶ ทำ FemtoLASIK ราคาเท่าไร? ▶ ใครเหมาะกับการทำ FemtoLASIK ▶ ใครไม่เหมาะกับการทำ FemtoLASIK ▶ หลังผ่าตัด FemtoLASIK ต้องพักฟื้นไหม? ▶ FemtoLASIK แก้ไขปัญหาสายตาได้ถาวรหรือไม่? ▶ ทำ FemtoLASIK ที่ศูนย์เลสิก Laser Vision ดีอย่างไร ▶ สรุป ▶ คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เลสิกไร้ใบมีด FemtoLASIK คืออะไร? FemtoLASIK เป็นการผ่าตัดแก้ไขสายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด และสายตาเอียง โดยใช้ Femtosecond Laser แยกชั้นกระจกตาอย่างละเอียด ก่อนใช้ Excimer Laser ปรับความโค้งของกระจกตาให้เหมาะสมกับค่าสายตา จุดเด่นสำคัญของเทคโนโลยีนี้คือความสามารถในการควบคุมความหนาและขนาดของฝากระจกตาได้อย่างแม่นยำ ลดการกระทบต่อเนื้อเยื่อโดยรอบ ช่วยให้แผลมีความเรียบสม่ำเสมอ ฟื้นตัวได้รวดเร็ว และลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนเมื่อเทียบกับการผ่าตัดแบบใช้ใบมีด ข้อดีของการทำ FemtoLASIK เป็นเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด ช่วยลดความคลาดเคลื่อนจากเครื่องมือเชิงกล ความแม่นยำสูง ส่งผลต่อคุณภาพการมองเห็นที่ดีและสม่ำเสมอ แผลมีขนาดเล็กและเรียบ ช่วยให้ฟื้นตัวได้รวดเร็ว ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน เช่น การติดเชื้อ หรือ flap เคลื่อน เป็นทางเลือกที่มีความคุ้มค่า และเข้าถึงได้มากขึ้นเมื่อเทียบกับเทคโนโลยีขั้นสูงบางประเภท ข้อจำกัดของการทำ FemtoLASIK ยังมีการสร้างฝากระจกตา จึงควรหลีกเลี่ยงการกระแทกดวงตาในช่วงพักฟื้น อาจมีอาการตาแห้ง แสงกระจาย หรือการมองเห็นไม่คงที่ในระยะแรก ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีกระจกตาบางมาก หรือมีความผิดปกติของกระจกตา จำเป็นต้องได้รับการตรวจประเมินโดยจักษุแพทย์อย่างละเอียดก่อนการรักษา วิธีเตรียมตัวก่อนทำ FemtoLASIK การเตรียมความพร้อมก่อนการทำ FemtoLASIK มีบทบาทสำคัญต่อความแม่นยำของการรักษาและผลลัพธ์การมองเห็นในระยะยาว ผู้เข้ารับการรักษาควรปฏิบัติตามคำแนะนำทางการแพทย์อย่างเคร่งครัด ดังนี้ เข้ารับการตรวจวิเคราะห์ดวงตาอย่างละเอียด เพื่อประเมินค่าสายตา ความหนาและความโค้งของกระจกตา คุณภาพน้ำตา รวมถึงสุขภาพจอประสาทตา โดยข้อมูลเหล่านี้มีความสำคัญต่อการวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) งดใส่คอนแทคเลนส์ก่อนการตรวจและผ่าตัด เนื่องจากคอนแทคเลนส์อาจทำให้รูปทรงกระจกตาเปลี่ยนแปลงชั่วคราว ส่งผลต่อความแม่นยำของค่าที่ใช้ในการรักษา โดยควรงดตามระยะเวลาที่แพทย์แนะนำ แจ้งประวัติสุขภาพและการใช้ยาอย่างครบถ้วน รวมถึงโรคประจำตัว ยาที่ใช้อยู่ หรือประวัติการรักษาทางตาในอดีต เพื่อให้จักษุแพทย์สามารถประเมินความเสี่ยงและความเหมาะสมได้อย่างรอบด้าน หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางและสารระเหยบริเวณรอบดวงตา เช่น เครื่องสำอาง น้ำหอม หรือสเปรย์จัดแต่งทรงผม ซึ่งอาจก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือเพิ่มความเสี่ยงต่อการปนเปื้อนระหว่างการผ่าตัด งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก่อนวันผ่าตัด เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการอักเสบ และส่งเสริมสภาพร่างกายให้พร้อมต่อการรักษา เตรียมผู้ติดตามในวันผ่าตัด เนื่องจากหลังทำ FemtoLASIK อาจมีอาการตามัว แสบตา หรือไวต่อแสงชั่วคราว ซึ่งไม่เหมาะต่อการขับรถด้วยตนเอง การเตรียมตัวอย่างเหมาะสมร่วมกับการดูแลโดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จะช่วยให้การผ่าตัดเป็นไปอย่างปลอดภัย และเพิ่มประสิทธิภาพของผลลัพธ์การมองเห็นในระยะยาว ขั้นตอนการทำ FemtoLASIK FemtoLASIK เป็นหัตถการที่ใช้ระยะเวลาไม่นาน และดำเนินการด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์ที่มีความแม่นยำสูง โดยก่อนเข้ารับการรักษา ผู้ป่วยจะได้รับการอธิบายขั้นตอนอย่างละเอียดเพื่อลดความกังวลและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง ขั้นตอนการรักษาโดยทั่วไป มีดังนี้ การเตรียมดวงตาก่อนผ่าตัด จักษุแพทย์จะทำความสะอาดบริเวณรอบดวงตา และหยอดยาชาเฉพาะที่ เพื่อให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บระหว่างการรักษา การสร้างฝากระจกตาด้วย Femtosecond Laser ใช้เลเซอร์ความแม่นยำสูงแยกชั้นกระจกตาในระดับไมครอน ตามค่าที่คำนวณเฉพาะบุคคล เพื่อเตรียมพื้นที่สำหรับการปรับค่าสายตา การปรับค่าสายตาด้วย Excimer Laser หลังเปิดฝากระจกตา แพทย์จะใช้ Excimer Laser ปรับความโค้งของกระจกตาอย่างละเอียด เพื่อให้แสงสามารถโฟกัสบนจอประสาทตาได้อย่างถูกต้อง การปิดฝากระจกตา เมื่อเสร็จสิ้นการปรับค่าสายตา ฝากระจกตาจะถูกวางกลับเข้าที่เดิมอย่างแนบสนิท โดยไม่ต้องเย็บ และสามารถยึดติดได้ตามธรรมชาติ การดูแลหลังผ่าตัดทันที แพทย์จะตรวจสอบความเรียบร้อยของกระจกตา และอาจใส่อุปกรณ์ป้องกันดวงตา เพื่อป้องกันการระคายเคืองและส่งเสริมการฟื้นตัวในระยะแรก โดยรวมแล้ว ขั้นตอนทั้งหมดใช้เวลาไม่นาน และผู้ป่วยส่วนใหญ่มักรู้สึกสบายตลอดการรักษา ทั้งนี้ ผลลัพธ์และระยะเวลาฟื้นตัวอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ขึ้นอยู่กับสภาพดวงตาและการตอบสนองต่อการรักษา การดูแลตัวเองหลังทำ FemtoLASIK การดูแลดวงตาหลังการผ่าตัด FemtoLASIK มีความสำคัญต่อกระบวนการสมานตัวของกระจกตา และคุณภาพการมองเห็นในระยะยาว ผู้ป่วยควรปฏิบัติตามคำแนะนำของจักษุแพทย์อย่างเคร่งครัด ดังนี้ หลีกเลี่ยงการขยี้ตาโดยเด็ดขาด เนื่องจากกระจกตายังอยู่ในช่วงฟื้นตัว การขยี้ตาอาจส่งผลต่อการยึดตัวของฝากระจกตาและเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน หยอดยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอ ยาหยอดตาช่วยลดการอักเสบ ป้องกันการติดเชื้อ และเสริมการสมานตัวของเนื้อเยื่อ ควรใช้อย่างต่อเนื่องตามระยะเวลาที่กำหนด ป้องกันไม่ให้น้ำหรือสิ่งสกปรกเข้าตาในระยะแรก โดยเฉพาะในช่วง 5–7 วันแรก ควรระมัดระวังขณะล้างหน้า อาบน้ำ หรือสระผม งดแต่งหน้าบริเวณรอบดวงตา อย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ เพื่อลดความเสี่ยงต่อการระคายเคืองและการติดเชื้อ หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการกระแทกดวงตา เช่น การเล่นกีฬา หรือกิจกรรมที่มีแรงปะทะ ในช่วง 2–4 สัปดาห์แรก พักสายตาและลดการใช้หน้าจอในช่วงแรก ควรหลีกเลี่ยงการใช้สายตาต่อเนื่องเป็นเวลานาน และพักสายตาเป็นระยะ เพื่อลดอาการตาแห้งและตาล้า สวมแว่นกันแดดเมื่อออกกลางแจ้ง เพื่อป้องกันแสงแดด ลม และฝุ่นละออง ซึ่งอาจกระตุ้นการระคายเคืองของดวงตา เข้ารับการตรวจติดตามตามนัดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้จักษุแพทย์ประเมินการฟื้นตัว และติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่อง การดูแลตนเองอย่างเหมาะสมในช่วงหลังผ่าตัด จะช่วยให้ดวงตาฟื้นตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ได้ผลลัพธ์การมองเห็นที่คมชัดและยั่งยืน ทำ FemtoLASIK ราคาเท่าไร? การทำ FemtoLASIK ที่ศูนย์เลสิก Laser Vision โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ มีค่าใช้จ่ายที่ออกแบบให้เข้าถึงได้ ภายใต้มาตรฐานการรักษาระดับสากล โดยรายละเอียดค่าใช้จ่ายมีดังนี้ รายละเอียดราคาโปรโมชัน โปรโมชันพิเศษศูนย์เลสิก Laser Vision ราคาโปรโมชัน (รีวิว)เงินสด/โอนเต็มจำนวน ราคาโปรโมชัน (รีวิว)ผ่อนชำระ 0% 10 เดือน ราคาปกติเงินสด/โอนเต็มจำนวน FemtoLASIK 52,000 บาท (2ตา) 5,900 บาท (ต่อเดือน) 78,000 บาท (2ตา) ราคาโปรโมชันรวม ตรวจประเมินสภาพดวงตาอย่างละเอียด และพบจักษุแพทย์ก่อนทำเลสิก (หากตรวจ-ผ่าตัดในวันเดียวกัน รับสิทธิ์ตรวจฟรี) ตรวจติดตามผลหลังทำเลสิก 3 ครั้ง (หลังผ่าตัด 1 วัน, 7 วัน, 1 เดือน) ค่ายาและเวชภัณฑ์ที่ใช้ในวันผ่าตัดและกลับบ้าน (อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับสภาพดวงตาของแต่ละท่าน) ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม (ถ้ามี) ค่าตรวจประเมินสภาพสายตาโดยละเอียด ราคา 1,500 บาท (ตรวจ 9 รายการ) ค่าตรวจ HIV ก่อนการผ่าตัด ราคา 300 บาท ค่าน้ำตาเทียม (ขึ้นอยู่กับสภาพดวงตาของแต่ละบุคคล) *สามารถผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน ตามเงื่อนไขธนาคารที่ร่วมรายการ *แนะนำตรวจสอบโปรโมชันล่าสุดจากทางโรงพยาบาล เพื่อรับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม การประเมินค่าใช้จ่ายที่ชัดเจนตั้งแต่ก่อนการรักษา จะช่วยให้ผู้เข้ารับบริการสามารถวางแผนได้อย่างเหมาะสม และตัดสินใจเลือกวิธีการรักษาที่ตอบโจทย์ทั้งด้านคุณภาพและงบประมาณ ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ โทร 02-511-2111 Line 📅 นัดหมายออนไลน์ ใครเหมาะกับการทำ FemtoLASIK FemtoLASIK เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาสายตาอย่างมีประสิทธิภาพ โดยควรมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ มีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป และค่าสายตาคงที่อย่างน้อย 1 ปี มีสายตาสั้น สายตาเอียง หรือสายตายาวร่วมกับสายตาสั้นและเอียงในระดับที่สามารถรักษาได้ มีสุขภาพดวงตาโดยรวมดี และมีกระจกตาที่มีความหนาและความแข็งแรงเหมาะสม ไม่มีโรคตาที่เป็นข้อห้าม เช่น กระจกตาโก่ง หรือติดเชื้อบริเวณดวงตา ต้องการลดการพึ่งพาแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ เพื่อความสะดวกในการใช้ชีวิตหรือการทำงาน ใครไม่เหมาะกับการทำ FemtoLASIK แม้ FemtoLASIK จะเป็นเทคโนโลยีที่มีความปลอดภัยสูง แต่ผู้ที่มีภาวะดังต่อไปนี้อาจไม่เหมาะสมต่อการรักษา ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่ควบคุมไม่ได้ เช่น เบาหวาน หรือโรคที่มีผลต่อการสมานแผล ผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับภูมิคุ้มกัน หรืออยู่ระหว่างการใช้ยากดภูมิคุ้มกัน สตรีตั้งครรภ์หรืออยู่ในช่วงให้นมบุตร เนื่องจากฮอร์โมนอาจส่งผลต่อค่าสายตา ผู้ที่มีกระจกตาบางผิดปกติ หรือมีโรคของกระจกตา ผู้ที่มีโรคตาอื่นๆ ที่ต้องได้รับการรักษาก่อน เช่น ต้อหิน หรือภาวะอักเสบของดวงตา ทั้งนี้ การพิจารณาความเหมาะสมจำเป็นต้องอาศัยการตรวจประเมินโดยจักษุแพทย์อย่างละเอียด หลังผ่าตัด FemtoLASIK ต้องพักฟื้นไหม? หลังการผ่าตัด FemtoLASIK ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายในระยะเวลาอันสั้น โดยอาจมีอาการระคายเคือง เคืองตา หรือน้ำตาไหลในช่วง 1–2 วันแรก ซึ่งเป็นอาการปกติในกระบวนการฟื้นตัว โดยทั่วไป แนะนำให้พักผ่อนสายตาในช่วง 2–3 วันแรก และหลีกเลี่ยงการใช้สายตาหนัก เพื่อให้กระจกตาสมานตัวได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้ ระยะเวลาฟื้นตัวอาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล FemtoLASIK แก้ไขปัญหาสายตาได้ถาวรหรือไม่? FemtoLASIK เป็นการแก้ไขค่าสายตาที่มีอยู่ในขณะเข้ารับการรักษา โดยช่วยให้การมองเห็นกลับมาชัดเจนได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การรักษานี้ไม่สามารถป้องกันการเปลี่ยนแปลงของสายตาที่เกิดจากอายุหรือปัจจัยทางร่างกายในอนาคตได้ เช่น สายตายาวตามวัย ดังนั้น ผู้เข้ารับการรักษาควรมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับผลลัพธ์ และการเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นภายหลัง ทำ FemtoLASIK ที่ศูนย์เลสิก Laser Vision โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ ดีอย่างไร ศูนย์เลเซอร์วิชั่น Bangkok Eye Hospital (โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ) เป็นศูนย์เฉพาะทางด้านจักษุวิทยาที่มีความพร้อมทั้งด้านทีมแพทย์ เทคโนโลยี และมาตรฐานการรักษา โดยมีจุดเด่นดังนี้ มาตรฐานระดับสากล AACI พร้อมประสบการณ์กว่า 28 ปี ได้รับการรับรองมาตรฐาน AACI ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และมีประสบการณ์ด้านการรักษาดวงตามากกว่า 28 ปี พร้อมดูแลคนไข้มาแล้วกว่า 100,000 ดวงตา ทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง มากกว่า 14 ท่าน จากสถาบันการแพทย์ชั้นนำ นำทีมโดย รศ.นพ.อนันต์ วงศ์ทองศรี พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมในแต่ละบุคคล เทคโนโลยีเลสิกครบครัน มากกว่า 11 เทคนิค รองรับทั้งเคสทั่วไปและเคสยากซับซ้อน สามารถเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) ตรวจวินิจฉัยแม่นยำ ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญ โดยทีมนักทัศนมาตรและบุคลากรทางการแพทย์ประสบการณ์สูง ร่วมกับเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อการวางแผนการรักษาที่ตรงจุด สรุป FemtoLASIK เป็นเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีดที่มีความแม่นยำสูง ช่วยแก้ไขปัญหาสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีจุดเด่นในด้านความปลอดภัย แผลขนาดเล็ก และระยะฟื้นตัวที่รวดเร็ว อย่างไรก็ตาม การเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมควรอาศัยการตรวจวิเคราะห์ดวงตาอย่างละเอียด และการประเมินโดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดในระยะยาว สำหรับผู้ที่สนใจทำ FemtoLASIK การเลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน เทคโนโลยีครบครัน และทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ จะช่วยเพิ่มความมั่นใจ และทำให้การรักษาเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ โทร 02-511-2111 Line 📅 นัดหมายออนไลน์ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ FemtoLASIK (FAQ) FemtoLASIK VS SBK LASIK ต่างกันอย่างไร? FemtoLASIK และ SBK LASIK ต่างกันที่เทคโนโลยีการเปิดชั้นกระจกตา โดย FemtoLASIK ใช้เลเซอร์เฟมโตเซคอนด์ในการแยกชั้นแทนใบมีด ทำให้มีความแม่นยำสูง แผลเรียบเนียน และลดความคลาดเคลื่อนได้ ส่วน SBK LASIK ใช้ใบมีดชนิดพิเศษที่ถูกออกแบบให้ตัดฝากระจกตาได้บางเป็นพิเศษ เพื่อถนอมเนื้อเยื่อกระจกตาให้ได้มากที่สุด FemtoLASIK แตกต่างจากการทำเลสิกแบบดั้งเดิมอย่างไร? ข้อแตกต่างหลักคือกระบวนการเปิดฝากระจกตา เลสิกแบบดั้งเดิมจะใช้ใบมีดขนาดเล็ก (Microkeratome) ในการตัดแยกชั้นกระจกตา ในขณะที่ FemtoLASIK ใช้เลเซอร์ Femtosecond ที่มีความแม่นยำสูงในการแยกชั้นกระจกตาแทน ซึ่งช่วยให้ได้ฝากระจกตาที่มีความหนาสม่ำเสมอกว่า ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้องกับฝากระจกตา และแผลสมานตัวได้เร็วกว่า การทำ FemtoLASIK เจ็บหรือไม่ และใช้เวลาผ่าตัดนานแค่ไหน? ระหว่างการผ่าตัดจะไม่รู้สึกเจ็บปวด เพราะแพทย์จะหยอดยาชาให้ก่อนเริ่มกระบวนการ อาจมีความรู้สึกตึงๆ หรือถูกกดที่ดวงตาบ้างเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนระยะเวลาการผ่าตัดจริงนั้นสั้นมาก มักใช้เวลาเพียงข้างละประมาณ 15–20 นาที โดยเป็นเวลาที่ใช้เลเซอร์ในการปรับแต่งกระจกตาเพียงไม่กี่วินาทีต่อข้างเท่านั้น สามารถว่ายน้ำหรือออกกำลังกายหลังทำ FemtoLASIK ได้เมื่อไหร่? ในช่วง 1–2 สัปดาห์แรกหลังผ่าตัด ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักและการว่ายน้ำ เพื่อป้องกันไม่ให้เหงื่อ น้ำ หรือสิ่งสกปรกเข้าตา ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อได้ โดยทั่วไปแพทย์จะแนะนำให้งดการว่ายน้ำหรือดำน้ำประมาณ 1 เดือนหลังผ่าตัด เพื่อให้มั่นใจว่าฝากระจกตาสมานตัวสนิทและปลอดภัยเต็มที่ บทความโดย พญ. สาริศา ตั้งคุณชัยแสง แพทย์ชำนาญเฉพาะทางสาขาจักษุวิทยา มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา (LASIK) พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลรักษาปัญหาสายตาอย่างตรงจุด ประวัติแพทย์ นัดหมายปรึกษา *หมายเหตุ: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยทางการแพทย์ได้ หากท่านมีอาการผิดปกติกรุณาปรึกษาจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง  
Presbyopia Center

An Ophthalmologist’s Guide to SMILE pro® 2.0 & NanoRelex®

KEY TAKEAWAYS LASIK technology in 2026 has advanced dramatically. The modern "micro-incision, flapless" approach significantly outperforms traditional methods for patients concerned about recovery times or long-term corneal structural integrity. SMILE pro® 2.0 represents today's leading standard, requiring just 8 seconds of laser runtime per eye. With a tiny incision of only 2–4 mm, most patients can seamlessly return to their daily routines the very next day. NanoRelex® stands out as a premium option for individuals with nearsightedness combined with astigmatism, leveraging real-time AI and OCT tracking to elevate surgical precision to unprecedented levels. LASIK in 2026: An Ophthalmologist’s Guide to Modern Vision Correction As an eye surgeon, I get asked about this constantly—especially recently, as headlines about "8-second LASIK" have started circulating. Patients naturally want to know: Is it true? Is a procedure that fast actually safe? That is why I want to break it down for you directly, physician to patient, to share exactly where vision correction technology stands today and what you need to know before making a decision. First, you can let go of old anxieties regarding blades, week-long recovery periods, or the risk of corneal flap displacement. The technologies we use today have moved far past those limitations. Consult an Eye Specialist or Book an Appointment Call Center : 02-511-2111 Contact via LINE 📅 Online Appointment 📌 Table of Contents ▶ Traditional LASIK — Proven Results with Clear Limitations ▶ SMILE Pro 2.0: What It Is and Why It's a Game Changer ▶ NanoRelex® — Precision Driven by Intraoperative AI ▶ Are You a Candidate? Essential Pre-Screening Criteria ▶ Exclusive 2026 Promotions & Packages ▶ Frequently Asked Questions Traditional LASIK — Proven Results with Clear Limitations Before exploring the latest advancements, it is helpful to look back at the technologies that paved the way, so you can appreciate how far vision correction has evolved: Traditional LASIK: This method utilizes a specialized micro-blade called a microkeratome to create a "flap" on the corneal surface. The flap is lifted, an excimer laser reshapes the inner cornea, and the flap is replaced. While highly effective at correcting vision, it requires a relatively wide surgical incision. FemtoLASIK: This marked a massive evolutionary step. Instead of a mechanical blade, a Femtosecond laser is used to separate the corneal layers and create the flap. It dramatically increased precision, predictability, and safety over the traditional blade method. While both methods are safe and achieve excellent visual outcomes, they both share a reliance on creating a "corneal flap (Flap)." Because of this flap, patients must take extra precautions against accidental eye impacts, can experience temporary dry eyes during the initial recovery period, and require slightly more downtime compared to newer options. SMILE pro® 2.0: What It Is and Why It's a Game Changer Today, the gold standard rapidly growing in popularity is SMILE pro® 2.0, powered by the cutting-edge Carl ZEISS VisuMax 800 platform. The defining breakthrough here is that it is a entirely "flapless (No-flap)" procedure. The laser creates a microscopically thin piece of tissue called a "lenticule" inside the intact cornea. The surgeon then extracts this lenticule through a tiny micro-incision measuring just 2 to 4 mm. Why Patients Prefer This Approach: True 8-Second Laser Runtime: Yes, the rumors are true. The actual laser delivery takes only about 8 seconds per eye — making it roughly three times faster than previous generations. Patients are amazed at how quickly it is over, significantly lessening any procedural anxiety. Preserved Corneal Integrity: Because no flap is created, the anterior structural layers of the cornea remain completely intact. This leads to a marked reduction in post-operative dry eyes and eliminates any risk of flap displacement. Ideal for Active Lifestyles: If you play sports, swim, or lead a highly active life, this is the technique we recommend most. The eye retains maximum structural resilience. Ultra-Fast Recovery: Most patients enjoy significantly sharper vision by the very next morning, allowing them to return to work or regular activities within 1 to 2 days. Within the ophthalmic community, SMILE Pro 2.0 is highly regarded for treating myopia and astigmatism due to years of data proving its long-term accuracy, safety profile, and exceptional patient satisfaction rates. NanoRelex® — Precision Driven by Intraoperative AI Another incredible breakthrough worth noting is NanoRelex®, a Swiss-engineered technology engineered for absolute precision. What sets this technique apart is its use of Artificial Intelligence, which doesn't just help plan the surgery beforehand, but actively monitors the eye in real-time during the procedure. Ultra-Low Nanojoule Energy: It applies a remarkably low laser energy level compared to earlier systems, minimizing thermal impact and protecting surrounding corneal tissue. Real-Time Intraoperative OCT: The surgeon can visually track the corneal layers live via Optical Coherence Tomography as the laser operates. This real-time visualization provides an unmatched level of safety. High-Speed Eye-Tracking: An advanced tracking system monitors eye micro-movements continuously, allowing the system to compensate automatically for any subtle shifts. Minimal Incision: It shares the flapless advantages of a 2–3 mm micro-incision, ensuring a comfortable and fast healing process. In short, NanoRelex® is particularly exceptional for individuals with high astigmatism combined with myopia, or those whose unique corneal shapes demand an extraordinary level of mathematical precision. Are You a Candidate? Essential Pre-Screening Criteria While a definitive recommendation requires an in-person clinical exam, you are generally an excellent candidate for modern vision correction if you meet these baseline criteria: You are at least 18 years old. Your vision prescription has been stable for at least one year. Your corneal thickness falls within safe parameters (determined during your check-up). You have no underlying eye conditions (such as glaucoma or cataracts) or systemic health issues that could impair wound healing. If you meet these general criteria, the next step is a comprehensive eye evaluation. It is a quick, painless process that gives us the precise data needed to determine the best path forward for your eyes. Exclusive 2026 Promotions If you are ready to enjoy clear vision, we are currently running our special 2026 Eye Care Promotion for these advanced technologies. Patients who book their session by November 30, 2026, will receive exclusive package rates. Plus, your comprehensive pre-LASIK eye evaluation fee will be completely waived if you proceed with your procedure on the same day. Schedule Your Pre-LASIK Eye Assessment Call Center : 02-511-2111 Inquire via LINE 📅 Book Online Frequently Asked Questions Is it really just 8 seconds? Or is that marketing hype? It is completely real. The 8-second timeframe refers specifically to the active laser runtime of the Carl ZEISS VisuMax 800 platform used in SMILE Pro 2.0. This is a scientific fact, not a promotional exaggeration. By operating roughly three times faster than previous lasers, it dramatically cuts down the time you need to keep your eyes perfectly still, making the experience vastly more comfortable. How do SMILE pro® 2.0 and traditional LASIK compare in daily life? The differences you will actually notice come down to recovery speed and dry eye comfort. Traditional LASIK requires a wide flap incision, whereas SMILE Pro 2.0 uses a flapless micro-incision of just 2–4 mm. This significantly reduces temporary post-op dry eyes and completely eliminates the risk of flap displacement—making it the superior choice if you lead an active or athletic lifestyle. What makes the AI integration in NanoRelex® different from standard lasers? Standard lasers rely entirely on preoperative calculations. NanoRelex®, however, integrates real-time intraoperative OCT scanning directly into the surgical process. This lets the surgeon view a live cross-section of your corneal layers while the laser runs. Simultaneously, the AI tracks eye movements dynamically to micro-adjust precision, elevating safety and predictability—especially in complex cases. *Medical Disclaimer: This article is intended for educational purposes only and should not replace professional medical evaluation, diagnosis, or advice. To find out which procedure is safest and most suitable for your unique eyes, please schedule an in-person consultation with a qualified ophthalmologist.
Presbyopia Center

PRK: What Are They? Procedure, Benefits, and Post-Operative Care

ในปัจจุบันประชากรทั่วโลกประสบปัญหาสายตาเพิ่มขึ้น ทั้งสายตาสั้นและสายตาเอียงที่มีแนวโน้มสูงขึ้นในทุกเพศทุกวัย สาเหตุสำคัญมาจากพฤติกรรมการใช้สายตาที่มากเกินความจำเป็น วิธีการใช้สายตาที่ไม่ถูกต้อง รวมถึงปัจจัยแวดล้อมอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน ส่งผลให้มีความต้องการในการรักษาค่าสายตาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งการใช้แว่นตา คอนแท็กต์เลนส์ หรือแม้กระทั่งการผ่าตัดแก้ไขสายตา สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพตาอย่างถูกวิธีในยุคนี้ PRK คือการผ่าตัดแก้ไขสายตาที่ต่างจาก LASIK ทั่วไป บทความนี้พามาดูว่า แล้ว PRK กับ LASIK ต่างกันอย่างไร? พร้อมอธิบายขั้นตอนการรักษา ข้อดี-ข้อเสีย และการพักฟื้นให้เห็นแบบชัดๆ กัน   PRK และ LASIK คือการผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ แต่มีขั้นตอนที่แตกต่างกัน โดย PRK ไม่มีการเปิดกระจกตาในขณะที่ LASIK มีการเปิดและปิดกระจกตาหลังจากเลเซอร์ยิงแก้ไขสายตา PRK มีระยะเวลาฟื้นตัวนานกว่า LASIK เนื่องจากไม่มีการปิดกระจกตากลับเหมือน LASIK แต่มีความปลอดภัยสูงกว่าในระยะยาวสำหรับบางอาชีพหรือผู้ที่มีสายตาสั้นมาก PRK เหมาะกับผู้ที่มีกระจกตาบางหรือมีความเสี่ยงจากกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมาก ส่วน LASIK เหมาะกับผู้ที่ต้องการฟื้นตัวเร็วและไม่ต้องทนต่ออาการระคายเคืองนาน Bangkok Eye Hospital มีแพทย์เฉพาะทางและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ให้บริการทั้ง PRK และ LASIK พร้อมคำแนะนำที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล     นวัตกรรมผ่าตัดสายตา PRK คืออะไร? PRK (Photorefractive Keratectomy) คือวิธีรักษาสายตาที่ปรับแก้กระจกตาคล้ายเลสิก แต่เลสิกมีผลข้างเคียงน้อยกว่า PRK และต่างกันที่วิธีผ่าตัด โดย PRK มีมาตั้งแต่ทศวรรษ 1980 ก่อนหน้าเลสิก และยังได้รับความนิยมอยู่เนื่องจากให้ผลถาวร PRK เป็นทางเลือกที่ดีในการแก้ปัญหาสายตาสั้น สายตาสั้นข้างเดียว และสายตาเอียง โดยสามารถแก้ไขสายตาสั้นได้ถึง 500 (5.00 Diopters) และสายตาเอียงไม่เกิน 200 (2.00 Diopters) วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีกระจกตาบางหรือมีอาการตาแห้งซึ่งไม่สามารถทำเลสิกได้ เนื่องจากเลสิกต้องตัดกระจกตาชั้นบนออกชั่วคราว ทำให้อาการตาแห้งอาจรุนแรงขึ้น สำหรับผู้ที่มีข้อจำกัดเหล่านี้ PRK จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากกว่าในการแก้ไขปัญหาสายตา กระบวนการนี้ใช้เวลาในการหายประมาณ 5- 7 วัน และอาจมีอาการระคายตาบ้าง ข้อดี-ข้อเสียของการทำ PRK รู้จักนวัตกรรมการทำ PRK หรือ Photorefractive Keratectomy กันไปแล้ว มาเช็กข้อดีและข้อเสียของการทำ PRK กันว่ามีอะไรบ้าง ข้อดีของการทำ PRK ข้อดีของการทำ PRK คือเป็นวิธีรักษาสายตาที่ให้ผลลัพธ์ถาวรและมีผลข้างเคียงน้อยกว่าการทำเลสิก ขั้นตอนการรักษาสะดวกสบาย เพียงหยอดยาชาโดยไม่ต้องฉีดยา ไม่เจ็บระหว่างทำ และไม่ต้องเย็บแผล ผู้ป่วยสามารถกลับบ้านได้ทันทีหลังผ่าตัด PRK มีข้อจำกัดน้อยกว่าเลสิก เหมาะสำหรับผู้ที่มีกระจกตาบาง ตาแห้ง หรือเป็นโรคที่ทำเลสิกไม่ได้ และไม่มีความเสี่ยงกระจกตาเปิดเหมือนการทำเลสิก นอกจากนี้ ยังเพิ่มโอกาสในการทำงานสำหรับอาชีพนักบิน ทหาร ตำรวจ และช่วยให้ใช้ชีวิตประจำวันสะดวกขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพาแว่นตาอีกต่อไป ผลข้างเคียงของการทำ PRK ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นในช่วงแรกหลังผ่าตัด PRK   อาการปวดและไม่สบายตาในช่วง 2 - 3 วันแรกอาจมีอาการปวดตา แสบตา และรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในตา โดยอาการนี้จะค่อยๆ บรรเทาลงตามระยะเวลา อาการตาแห้งอาจคงอยู่นานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ผู้ป่วยอาจรู้สึกถึงความแห้งในดวงตา ซึ่งสามารถบรรเทาได้ด้วยน้ำตาเทียมและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด มองเห็นภาพไม่ชัดในช่วงแรกหลังผ่าตัด การมองเห็นอาจยังไม่ชัดและต้องใช้เวลาในการฟื้นตัว โดยอาจต้องใช้ระยะเวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์กว่าสายตาจะปรับตัวและมองเห็นได้อย่างชัดเจน ไวต่อแสงผู้ป่วยจะรู้สึกมีความไวต่อแสงเป็นพิเศษในช่วงระยะแรกหลังผ่าตัด ซึ่งอาจทำให้ต้องสวมแว่นกันแดดหรือหลีกเลี่ยงแสงจ้าเพื่อความสบายและป้องกันความระคายเคืองของดวงตา   ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นในระยะยาวหลังผ่าตัด PRK   กระจกตาเป็นฝ้า (Corneal haze)ในบางกรณีอาจเกิดฝ้าที่กระจกตาหลังผ่าตัด PRK แต่โดยทั่วไปแล้วอาการนี้จะดีขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป การมองเห็นแสงกระจาย (Glare) หรือแสงฟุ้ง (Halos)โดยเฉพาะในสภาวะแสงน้อยหรือเวลากลางคืน ผู้ป่วยจะรับรู้ถึงแสงที่กระจายหรือมีวงแหวนรอบแหล่งกำเนิดแสง อาการเหล่านี้จะค่อยๆ ดีขึ้น แต่ในบางกรณีอาจเป็นถาวร การมองเห็นไม่คงที่ (Fluctuating Vision)โดยเฉพาะในช่วงระยะแรกฟื้นตัว การมองเห็นอาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลาของวัน โดยทั่วไปอาการจะค่อยๆ ดีขึ้นและคงที่ขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป การแก้ไขสายตาไม่สมบูรณ์อาจมีการแก้ไขสายตาน้อยเกินไป (Under-correction) หรือมากเกินไป (Over-correction) ทำให้ผู้ป่วยยังต้องพึ่งแว่นตาหรือคอนแท็กต์เลนส์ในบางระดับ ในกรณีนี้ แพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดเสริมหรือแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ใกล้เคียงกับเป้าหมายมากที่สุด การกลับมาของสายตาผิดปกติ (Regression)สายตาอาจกลับมาสั้น ยาว หรือเอียงอีกครั้ง อัตราการเกิดจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับบางปัจจัย อายุ และสภาพร่างกายของผู้ป่วย การทำ PRK เหมาะกับใครบ้าง ผู้ที่เหมาะสมกับการทำ PRK ต้องมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป โดยค่าสายตาจะต้องคงที่ไม่น้อยกว่า 1 ปี กระจกตาต้องแข็งแรงไม่มีประวัติกระจกตาถลอกหรือหลุดลอก และไม่มีโรคอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการผ่าตัด เช่น เบาหวาน วิธีนี้เหมาะกับสายตาสั้นหรือเอียงในระดับที่รักษาได้ รวมถึงเหมาะสำหรับผู้ที่มีกระจกตาบางกว่าปกติ ตาแห้งแบบรักษายาก หรือกระจกตาโค้งผิดรูป ผู้ที่เป็นต้อหินอาจทำได้ในบางกรณีแต่ต้องปรึกษาแพทย์ก่อน นอกจากนี้ยังเหมาะกับผู้ที่ต้องการประกอบอาชีพที่ต้องการสายตาดี เช่น นักบิน ตำรวจ หรือทหาร เป็นต้น     ขั้นตอนการทำ PRK หยดแอลกอฮอล์ลงบนผิวตาเพื่อละลายเยื่อหุ้มกระจกตาออก ใช้เครื่องมือผ่าตัดปรับผิวกระจกตาให้เรียบ ใช้ Excimer Laser ปรับรูปทรงกระจกตาใหม่ให้พอดีกับค่าสายตา ปิดแผลด้วยคอนแท็กต์เลนส์พิเศษเป็นเวลา 5 - 7 วัน เพื่อรอให้เยื่อหุ้มกระจกตาสร้างใหม่ ไม่จำเป็นต้องเย็บแผลผ่าตัดหลังจากนำคอนแท็กต์เลนส์ออก     เทคนิคการผ่าตัดสายตา LASIK คืออะไร? เลสิก (LASIK)คือวิธีผ่าตัดแก้ไขปัญหาสายตาผิดปกติ ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาวโดยกำเนิด หรือสายตาเอียง โดยใช้เทคโนโลยีเลเซอร์ปรับเปลี่ยนความโค้งของกระจกตาอย่างแม่นยำตามค่าสายตาที่คำนวณไว้ ทำให้แสงที่สะท้อนเข้าสู่ดวงตาหักเหไปรวมกันที่เรตินาได้พอดี ส่งผลให้ผู้รับการรักษากลับมามองเห็นได้ชัดเจนอีกครั้ง การรักษาด้วยเลสิกมีจุดเริ่มต้นในปี ค.ศ. 1949 โดย Dr.Jose I. Barraquer จักษุแพทย์ผู้คิดค้นวิธีการผ่าตัดแบบแยกชั้นกระจกตา (Keratomileusis) ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญที่นำไปสู่การพัฒนาเทคนิคเลสิกที่ใช้อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ข้อดี-ข้อเสียของการทำ LASIK แม้การทำ LASIK จะเป็นการผ่าตัดแก้ไขปัญหาสายตาผิดปกติที่เคยได้ยินกันมานาน แต่หลายคนก็ยังไม่เคยทราบถึงข้อดีและข้อเสียของการทำ LASIK เลย ซึ่งข้อดีและข้อเสียของการทำเลสิกมีดังนี้ ข้อดีของการทำ LASIK LASIK เป็นเทคโนโลยีการแก้ไขสายตาชั้นสูงที่ใช้ Femtosecond Laser และ Excimer Laser ปรับความโค้งของกระจกตาได้อย่างแม่นยำ แก้ไขสายตาสั้น ยาว เอียงได้อย่างมีประสิทธิภาพ การผ่าตัดทำได้รวดเร็ว ไม่เจ็บ ไม่ต้องเย็บแผล และใช้เวลาพักฟื้นสั้นมาก สามารถใช้สายตาได้ภายใน 1 วันและเห็นชัดขึ้นใน 2 - 3 วัน ผลลัพธ์คงทนในระยะยาว ช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ลดข้อจำกัดในการทำกิจกรรมต่างๆ ทั้งการเล่นกีฬา การอ่านหนังสือ การใช้อุปกรณ์สื่อสาร หรือการขับรถได้อย่างอิสระ ผลข้างเคียงของการทำ LASIK การทำ LASIK มีข้อเสียที่ควรพิจารณาทั้งในด้านผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นและค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง นอกจากนี้ยังมีข้อจำกัดสำหรับผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับตา สตรีตั้งครรภ์ หรือให้นมบุตร ทำให้ไม่สามารถทำได้ทุกคน ภายหลังการผ่าตัด ผู้ป่วยบางรายอาจประสบปัญหาตาแห้ง จึงจำเป็นต้องดูแลตัวเองอย่างเคร่งครัดตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อให้การฟื้นฟูเป็นไปอย่างราบรื่น การทำ LASIK เหมาะกับใคร การทำ LASIK เหมาะกับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป มีค่าสายตาที่คงที่ไม่เปลี่ยนแปลงในรอบ 1 ปี และมีสุขภาพดวงตาที่แข็งแรงสมบูรณ์ โดยมีความหนาของกระจกตาที่เพียงพอสำหรับการรักษา นอกจากนี้ ยังต้องไม่มีโรคเกี่ยวกับกระจกตาหรือโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อดวงตา เช่น โรคเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลได้ไม่ดี หรือโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องต่างๆ     ขั้นตอนการทำ LASIK แยกชั้นกระจกตาด้วยเครื่องไมโครเครราโตม (Microkeratome) หรือใช้ใบมีดเพื่อสร้างชั้นกระจกตา (Flap) สำหรับเข้าถึงพื้นที่การรักษา ยกชั้นกระจกตาขึ้นเพื่อเตรียมพื้นที่ชั้นกลางของกระจกตา ทำให้พร้อมสำหรับการปรับความโค้งด้วยเลเซอร์ในขั้นตอนต่อไป ใช้ Excimer Laser ยิงไปที่ชั้นกลางของกระจกตา เพื่อปรับเปลี่ยนความโค้งให้ได้ตามการคำนวณที่ได้ออกแบบไว้ ปิดชั้นกระจกตา (Flap) กลับคืนตำแหน่งเดิม โดยกระจกตาจะสมานตัวเองได้โดยอัตโนมัติ ไม่จำเป็นต้องเย็บแผลใดๆ ทั้งสิ้น     PRK VS. LASIK เปรียบเทียบให้ชัดต่างกันอย่างไร? การทำ PRK และ LASIK เจ็บไหม? ระหว่างการทำจะไม่รู้สึกเจ็บเพราะมีการใช้ยาชาหยอดตา อย่างไรก็ตาม การทำ PRK อาจมีอาการระคายตาในช่วงฟื้นตัวมากกว่าการทำ LASIK ค่ารักษาของการทำ PRK และ LASIK ต่างกันไหม? โดยทั่วไป การทำ PRK และ LASIK มีค่าใช้จ่ายใกล้เคียงกัน แต่ขึ้นอยู่กับสถานพยาบาลและเทคโนโลยีที่ใช้ด้วย การแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์สามารถทำซ้ำได้ไหม? สามารถทำซ้ำได้หากมีการเปลี่ยนแปลงของสายตาในอนาคต แต่ต้องรอให้สายตาคงที่ก่อน ทำ PRK และ LASIK ที่ ศูนย์เลเซอร์วิชั่น Bangkok Eye Hospital ดีอย่างไร หากต้องการแก้ไขปัญหาสายตา มาปรึกษาและรักษาได้ที่ Bangkok Eye Hospital (โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ) เพื่อการรักษาอาการผิดปกติเกี่ยวกับดวงตา ด้วยจักษุแพทย์ผู้มากความรู้เกี่ยวกับดวงตาและทีมงานที่มีประสบการณ์ และจุดเด่นดังนี้   โรงพยาบาลมีจักษุแพทย์มากประสบการณ์ พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับอาการผิดปกติ และแนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสม เทคโนโลยีสำหรับการรักษาดวงตาสมัยใหม่ เครื่องมือได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อการรักษาดวงตาอย่างแม่นยำและปลอดภัย พร้อมให้การรักษาอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวินิจฉัย การรักษา ไปจนถึงการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ ใส่ใจในการบริการ พร้อมบรรยากาศของโรงพยาบาลที่เป็นกันเอง สรุป PRK และ LASIK คือวิธีผ่าตัดแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ที่แตกต่างกันตรงที่การทำ PRK ไม่มีการเปิดกระจกตา ขณะที่การทำ LASIK มีการเปิดและปิดกระจกตาหลังการยิงเลเซอร์ ทำให้การทำ PRK มีระยะเวลาฟื้นตัวนานกว่าแต่มีความปลอดภัยสูงในระยะยาวสำหรับบางอาชีพหรือผู้ที่มีสายตาสั้นมาก การทำ PRK จึงเหมาะกับผู้ที่มีกระจกตาบางหรือมีความเสี่ยงจากกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมาก ส่วนการทำ LASIK เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการฟื้นตัวเร็วและไม่ต้องทนต่ออาการระคายเคืองเป็นเวลานาน หากมีความผิดปกติของดวงตา มาเช็กสุขภาพตาอย่างละเอียดที่ ศูนย์เลเซอร์วิชั่น Bangkok Eye Hospital โรงพยาบาลเฉพาะทางที่มีทีมแพทย์มากประสบการณ์ อุปกรณ์ที่ทันสมัย ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล มั่นใจได้ว่าการรักษาเป็นไปอย่างถูกต้อง แม่นยำ และปลอดภัย
Presbyopia Center

เทคนิคการเลือกแว่นตาหลังทำเลสิก

เทคนิคการเลือกแว่นตาหลังทำเลสิก หลังจากที่ทำเลสิกแล้วเพื่อให้แผลหายเร็วและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด สิ่งที่สำคัญไม่แพ้การรักษาความสะอาดคือการหลีกเลี่ยงแสงแดด การใส่แว่นกันแดดเป็นสิ่งหนึ่งที่คุณสามารถทำเพื่อดูแลดวงตาของคุณหลังการผ่าตัดได้ โดยมีเทคนิคการเลือกแว่นกันแดดดังนี้   🌞 เลือกเลนส์ที่สามารถป้องกันแสง UV ได้ 99-100% แสงอัลตราไวโอเลตจากดวงอาทิตย์สามารถทำอันตรายต่อดวงตาได้ แม้ว่าจะทำเลสิกแล้วก็ตาม การใส่แว่นกันแดดที่มีเลนส์ป้องกัน UV จึงเป็นสิ่งสำคัญ 🌞 ถ้าอยู่ในที่ ๆ มีแสงสะท้อนเยอะ ควรเลือกเลนส์โพลาไรซ์ซึ่งช่วยตัดแสงสะท้อนจะทำให้สบายตามากขึ้น 🌞 เลือกสีให้เหมาะกับการใช้งาน โดยไม่จำเป็นต้องเป็นสีดำมืดก็ได้ 🌞 เลือกขนาดที่เหมาะกับใบหน้า เลนส์ควรมีความกว้างเท่ากับใบหน้าของคุณ สันจมูกควรสวมได้พอดีโดยไม่รัดแน่นเกินไป และขาแว่นควรสวมได้พอดีโดยไม่กดทับใบหน้า   สามารถมาเลือกแว่นตากันแดดแบรนด์ชั้นนำได้ที่ร้าน WALTZ ในโรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ Bangkok Eye Hospital ชั้น 3 เปิดให้บริการ ตั้งแต่เวลา 10.00 -19.00 น.สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร.02-511-2111  
calling
Contact Us : +662 511 2111