ในปัจจุบัน “ปัญหาสายตา” เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน และคุณภาพชีวิตโดยรวม “การทำเลสิก (LASIK)” จึงกลายเป็นหนึ่งในทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาสายตาอย่างถาวร โดยไม่ต้องพึ่งพาแว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์อีกต่อไป
บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับการทำเลสิกอย่างครบถ้วน ตั้งแต่เลสิกคืออะไร มีกี่ประเภท แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร รวมถึงขั้นตอนการทำเลสิก การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด ข้อดี ข้อจำกัด และวิธีดูแลตัวเองหลังทำ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ และได้ผลลัพธ์การมองเห็นที่ดีที่สุดในระยะยาว
📌 สารบัญเนื้อหา
การทำเลสิก (LASIK: Laser In Situ Keratomileusis) คือ การผ่าตัดแก้ไขค่าสายตาด้วยเลเซอร์ โดยใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีความแม่นยำสูง เพื่อปรับความโค้งของกระจกตาให้เหมาะสมกับสายตาของแต่ละบุคคล
หลักการทำงานของเลสิก คือ จักษุแพทย์จะใช้เลเซอร์ในการปรับแต่งกระจกตา เปรียบเสมือนการ “เจียระไนเลนส์” ให้มีความโค้งที่พอดี ส่งผลให้แสงสามารถตกกระทบที่จอประสาทตาได้อย่างถูกต้อง ทำให้การมองเห็นกลับมาคมชัดอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งแว่นหรือคอนแทคเลนส์
ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน การทำเลสิกจึงมีความปลอดภัยสูง เจ็บน้อย และใช้เวลาในการรักษาไม่นาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตาเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว
การทำเลสิกในปัจจุบันสามารถแก้ไข “ปัญหาสายตาผิดปกติ” ได้หลากหลายรูปแบบ โดยแต่ละประเภทมีสาเหตุและลักษณะอาการที่แตกต่างกัน ดังนี้
สายตาสั้น คือ ภาวะที่มองเห็นวัตถุระยะไกลไม่ชัด แต่สามารถมองเห็นระยะใกล้ได้ชัดเจน สาเหตุหลักเกิดจากกระจกตามีความโค้งมากเกินไป หรือความยาวของลูกตายาวกว่าปกติ ส่งผลให้แสงโฟกัสตกก่อนถึงจอประสาทตา ทำให้ภาพที่เห็นไม่คมชัด
สายตายาว คือ ภาวะที่มองเห็นวัตถุระยะใกล้ไม่ชัด แต่ระยะไกลอาจยังมองเห็นได้ดีกว่า สาเหตุเกิดจากกระจกตามีความโค้งน้อยเกินไป (ค่อนข้างแบน) หรือความยาวของลูกตาสั้นเกินไป ทำให้แสงไปโฟกัสหลังจอประสาทตา
นอกจากนี้ “สายตายาวตามวัย” (Presbyopia) มักพบในผู้ที่มีอายุมากขึ้น เนื่องจากกล้ามเนื้อตาและเลนส์ตาเสื่อมลง ทำให้โฟกัสระยะใกล้ได้ไม่ดีเหมือนเดิม
สายตาเอียง คือ ภาวะที่การมองเห็นไม่คมชัดในทุกระยะ เนื่องจากกระจกตามีความโค้งไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้แสงที่เข้าสู่ตาไม่สามารถรวมเป็นจุดโฟกัสเดียวบนจอประสาทตาได้ ทำให้ภาพที่เห็นมีลักษณะเบลอ บิดเบี้ยว หรือซ้อนกัน
เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้ที่มีสายตาสั้นอยู่เดิม และเมื่ออายุมากขึ้น จะเริ่มมีปัญหาสายตายาวตามวัยร่วมด้วย สาเหตุเกิดจากความเสื่อมของกล้ามเนื้อตาและเลนส์ตา ทำให้ความสามารถในการโฟกัสลดลง ส่งผลให้มีปัญหาทั้งการมองเห็นระยะไกลและระยะใกล้
ในปัจจุบัน เทคโนโลยีเลสิกสามารถช่วยแก้ไขปัญหาสายตาในกลุ่มนี้ได้เช่นกัน โดยแพทย์จะพิจารณาเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การมองเห็นที่ดีที่สุด
ปัจจุบันเทคโนโลยีการแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีวิธีการรักษาหลากหลายรูปแบบ โดยแต่ละเทคโนโลยีมีหลักการรักษา ข้อดี ข้อจำกัด และความเหมาะสมที่แตกต่างกัน การเลือกวิธีที่เหมาะสมจึงควรพิจารณาจากค่าสายตา ความหนาของกระจกตา ไลฟ์สไตล์ และคำแนะนำของจักษุแพทย์
PRK เป็นเทคโนโลยีแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ โดยจักษุแพทย์จะลอกผิวกระจกตาชั้นนอกสุด (Epithelium) ออก จากนั้นใช้เลเซอร์ Excimer Laser ปรับความโค้งของกระจกตาตามค่าสายตา ก่อนปิดผิวกระจกตาด้วยคอนแทคเลนส์ชนิดพิเศษ เพื่อช่วยให้เนื้อเยื่อสมานตัวได้ดี
TransPRK เป็นการพัฒนาต่อยอดจาก PRK โดยใช้เลเซอร์ Excimer Laser ลอกผิวกระจกตาและปรับความโค้งของกระจกตาในขั้นตอนเดียว โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือขูดผิวกระจกตา ทำให้ลดการสัมผัสกับเนื้อเยื่อดวงตา
SBK LASIK เป็นการพัฒนาจากเลสิกแบบดั้งเดิม โดยใช้ใบมีดชนิดพิเศษ (Microkeratome) สร้างฝากระจกตาที่มีความบาง ก่อนใช้เลเซอร์ Excimer Laser ปรับความโค้งของกระจกตา แล้วปิดฝากระจกตากลับเข้าที่เดิม
FemtoLASIK เป็นเลสิกไร้ใบมีดที่พัฒนาต่อยอดจาก SBK LASIK โดยใช้เลเซอร์ Femtosecond Laser เปิดฝากระจกตาแทนการใช้ใบมีด จากนั้นใช้เลเซอร์ Excimer Laser ปรับความโค้งของกระจกตา ก่อนปิดฝากระจกตากลับเข้าที่เดิม
SMILE Pro™ 2.0 เป็นเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็กที่พัฒนาต่อยอดจาก ReLEx SMILE โดยใช้ Femtosecond Laser สร้างชิ้นเนื้อกระจกตา (Lenticule) และนำออกผ่านแผลขนาดเล็กเพียง 2–4 มิลลิเมตร โดยไม่ต้องเปิดฝากระจกตา ใช้เวลายิงเลเซอร์เพียงประมาณ 8 วินาทีต่อข้าง พร้อมระบบ CentraLign® และ OcuLign® ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรักษาสายตา
NanoLASIK เป็นเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีดของศูนย์เลสิก Laser Vision โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ พัฒนาต่อยอดจาก FemtoLASIK โดยใช้ Ziemer Femto Z8 ซึ่งเป็น Femtosecond Laser พลังงานต่ำระดับนาโนจูลในการเปิดฝากระจกตา พร้อมระบบ Iris Registration และโปรแกรม Optimized Aspheric เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการรักษาและช่วยลดแสงกระจายในเวลากลางคืน
NanoReLEx® เป็นเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็กของศูนย์เลสิก Laser Vision โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ โดยใช้ Femtosecond Laser พลังงานต่ำระดับนาโนจูลสร้างชิ้นเนื้อกระจกตา (Lenticule) และนำออกผ่านแผลขนาดเล็กเพียง 2–3 มิลลิเมตร พร้อมเทคโนโลยี AI และ OCT Scan แบบ Real-time ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำและความปลอดภัยระหว่างการรักษา
PresbyLASIK เป็นเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีดสำหรับรักษาสายตายาวตามอายุ (Presbyopia) โดยพัฒนาต่อยอดจาก Monovision LASIK ด้วยการปรับรูปทรงกระจกตาให้สามารถโฟกัสได้หลายระยะ (Multifocal Vision) ทั้งระยะใกล้ ระยะกลาง และระยะไกล ช่วยลดการพึ่งพาแว่นอ่านหนังสือและแว่นสายตาในชีวิตประจำวัน
ตรวจวิเคราะห์สภาพดวงตาอย่างละเอียดโดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเลือกเทคโนโลยีเลสิกที่เหมาะกับคุณที่สุด สอบถามราคาแต่ละเทคนิคและโปรโมชันได้ที่นี่
เพื่อให้การผ่าตัดเลสิกเป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์การมองเห็นที่ดีที่สุด ผู้เข้ารับการรักษาควรเตรียมความพร้อมล่วงหน้า โดยปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้
การเตรียมตัวที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มความปลอดภัย และส่งผลต่อคุณภาพการมองเห็นหลังการผ่าตัดในระยะยาว
เพื่อให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด และลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด ผู้เข้ารับการทำเลสิกควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อดวงตา ดังนี้
การปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดจะช่วยให้ดวงตาฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ผลลัพธ์การมองเห็นมีประสิทธิภาพในระยะยาว
โดยทั่วไปผลลัพธ์จากการทำเลสิกสามารถอยู่ได้นานหลายปี เพราะเป็นการใช้เลเซอร์ปรับความโค้งของกระจกตาเพื่อแก้ไขค่าสายตาเดิม อย่างไรก็ตาม เลสิกไม่สามารถหยุดการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของดวงตาได้ เช่น สายตายาวตามวัยที่มักเริ่มพบในช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือภาวะต้อกระจกในอนาคต ซึ่งอาจทำให้การมองเห็นเปลี่ยนแปลงได้แม้เคยทำเลสิกแล้ว
แม้ว่าการทำเลสิกจะเป็นวิธีแก้ไขสายตาที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้ได้ โดยผู้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้อาจไม่เหมาะสมกับการทำเลสิก
ดังนั้น ก่อนตัดสินใจทำเลสิก ควรเข้ารับการตรวจประเมินสภาพดวงตาอย่างละเอียดโดยจักษุแพทย์ เพื่อวิเคราะห์ความเหมาะสมและเลือกแนวทางการรักษาที่ปลอดภัยที่สุด
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาสถานพยาบาลในการทำเลสิก ศูนย์เลเซอร์วิชั่น Bangkok Eye Hospital (โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ) คือศูนย์เฉพาะทางด้านจักษุวิทยาที่ได้รับความไว้วางใจ ด้วยมาตรฐานการรักษาระดับสากล ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อมอบผลลัพธ์การมองเห็นที่มีคุณภาพสูงสุดในระยะยาว
ด้วยความพร้อมทั้งด้านมาตรฐาน เทคโนโลยี และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ศูนย์เลสิก Laser Vision โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ Bangkok Eye Hospital (เลียบด่วนรามอินทรา) จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการทำเลสิกอย่างมั่นใจ และได้ผลลัพธ์การมองเห็นที่ดีที่สุด
การทำเลสิก (LASIK) เป็นทางเลือกในการแก้ไขปัญหาสายตาที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีวิธีการรักษาหลากหลายรูปแบบ เช่น PRK, FemtoLASIK, SMILE Pro™ 2.0 รวมถึง PresbyLASIK สำหรับผู้ที่มีสายตายาวตามวัย
แต่ละเทคโนโลยีมีหลักการรักษา ข้อดี และข้อจำกัดที่แตกต่างกัน การเลือกวิธีที่เหมาะสมจึงควรพิจารณาจากโครงสร้างดวงตา ค่าสายตา และไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล โดยต้องผ่านการตรวจประเมินอย่างละเอียดจากจักษุแพทย์ นอกจากนี้ การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด และการดูแลตัวเองหลังทำเลสิกอย่างถูกต้อง เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผลลัพธ์การรักษามีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ดวงตาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม เลสิกอาจไม่เหมาะกับทุกคน ผู้ที่มีค่าสายตาสูงมาก หรือมีความผิดปกติของกระจกตา ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์เพื่อเลือกวิธีการรักษาที่ปลอดภัยที่สุด สำหรับผู้ที่กำลังมองหาการทำเลสิก การเลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีที่ครบครัน เช่น ศูนย์เลสิก Laser Vision จะช่วยเพิ่มความมั่นใจ และทำให้ได้ผลลัพธ์การมองเห็นที่คมชัด ปลอดภัย และยั่งยืนในระยะยาว
มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในบางราย โดยเฉพาะผู้ที่ค่าสายตายังไม่คงที่ก่อนทำเลสิก หรือมีการเปลี่ยนแปลงของดวงตาตามอายุ แต่โดยทั่วไปผลลัพธ์ของเลสิกค่อนข้างคงที่ในระยะยาว หากเริ่มมองไม่ชัดอีกครั้งควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
อาจต้องใช้แว่นอ่านหนังสือเมื่อมีสายตายาวตามวัย เพราะเลสิกช่วยแก้ค่าสายตาเดิม เช่น สั้น ยาว หรือเอียง แต่ไม่สามารถป้องกันความเสื่อมตามวัยของเลนส์ตาได้
ควรมาตรวจตามนัดที่จักษุแพทย์กำหนดในช่วงแรกหลังผ่าตัด (1 วัน, 7 วัน, 1 เดือน หรือตามที่แพทย์นัดติดตามอาการหลังผ่าตัด) หลังจากนั้นควรตรวจสุขภาพตาเป็นระยะ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการผิดปกติ เช่น มองเห็นไม่ชัด ตาแห้งมาก แสบตา หรือมีแสงกระจายผิดปกติ เพื่อดูแลผลลัพธ์และสุขภาพดวงตาในระยะยาว
คนที่กระจกตาบางเกินไปมักไม่สามารถทำเลสิกได้ เนื่องจากขั้นตอนการแยกชั้นกระจกตาอาจทำให้กระจกตาที่เหลือบางจนเกิดอันตราย แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการรักษาสายตาที่ปลอดภัยสำหรับคนกระจกตาบาง เช่น การทำเลสิกวิธี NanoLASIK ที่ประหยัดเนื้อกระจกตามากกว่าเลสิกวิธีอื่น (เอกสิทธิ์เฉพาะที่ศูนย์เลสิก Laser Vision) หรือการผ่าตัดใส่เลนส์เสริม (ICL) ดังนั้น หากคุณกระจกตาบาง จักษุแพทย์จะช่วยประเมินวิธีที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดให้แทนการทำเลสิกทั่วไป
การทำเลสิกมีราคาที่หลากหลายขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่เลือกใช้และสถานพยาบาล โดยทั่วไปราคาจะเริ่มต้นที่ประมาณ 30,000 บาท ไปจนถึง 150,000 บาทต่อตาทั้งสองข้าง การทำ PRK หรือเลสิกแบบดั้งเดิมมักมีราคาประหยัดที่สุด ส่วนเลสิกแบบไร้ใบมีด เช่น FemtoLASIK, SMILE Pro™ 2.0, NanoLASIK, NanoReLEx® ที่ใช้เลเซอร์ความแม่นยำสูงจะมีราคาสูงขึ้นตามลำดับ แม้จะดูเป็นเงินก้อนใหญ่ แต่นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวเมื่อเทียบกับค่าคอนแทคเลนส์และแว่นตาที่คุณต้องจ่ายตลอดชีวิต
ความกลัวเป็นเรื่องปกติสำหรับทุกคนที่ต้องทำหัตถการกับดวงตา แต่ในความเป็นจริงการทำเลสิกไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เทคโนโลยีในปัจจุบันมีความปลอดภัยและแม่นยำสูงมาก ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่ล้ำสมัย ตลอดการผ่าตัดจักษุแพทย์จะดูแลอย่างใกล้ชิดและใช้เวลาเพียง 10–15 นาทีต่อข้างเท่านั้น
ก่อนเริ่มขั้นตอนการทำเลสิกแพทย์จะหยอดยาที่ดวงตา ทำให้คุณไม่รู้สึกเจ็บตลอดการผ่าตัด แต่อาจมีความรู้สึกตึงๆ หรือเหมือนมีแรงกดที่ดวงตาเบาๆ เพียงไม่กี่วินาทีในบางขั้นตอนเท่านั้น หลังจากยาชาหมดฤทธิ์ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงแรก อาจมีอาการระคายเคืองตา น้ำตาไหล หรือเคืองตาคล้ายมีเม็ดทรายอยู่ในตา ซึ่งเป็นอาการปกติที่สามารถบรรเทาได้ด้วยการหยอดน้ำตาเทียมและทานยาแก้ปวดตามแพทย์สั่ง
*หมายเหตุ: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยทางการแพทย์ได้ หากท่านมีอาการผิดปกติกรุณาปรึกษาจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง