มุมสุขภาพตา : #FLACs

เรียงตาม

ตากุ้งยิงเกิดจากอะไร? หาสาเหตุ อาการ การรักษา และการดูแลตัวเอง

ตากุ้งยิงอาการเริ่มต้นคือการพบตุ่มหนองหรือมีอาการบวมคันบริเวณเปลือกตา ตากุ้งยิงพบได้ง่ายและหายเองได้ แต่อาการตากุ้งยิงในบางคนอาจเกิดความเจ็บปวดหรือคันที่รุนแรงกว่าปกติ ในกรณีเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและให้ความดูแลเพิ่มเติม บทความนี้จะพาไปรู้จักกับอาการตากุ้งยิงและวิธีดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมหากพบตากุ้งยิงไปจนถึงวิธีรักษาตากุ้งยิงเพื่อลดความรุนแรงของอาการที่เกิดขึ้น ตากุ้งยิงคืออาการระคายเคือง บวม หรือคันและเป็นตุ่มหนองบริเวณเปลือกตา โดยมีสาเหตุมาจากการอุดตันของต่อมไขมันหรือการติดเชื้อแบคทีเรีย ตากุ้งยิงมี 2 ประเภทขึ้นอยู่กับบริเวณที่เกิดตากุ้งยิง ได้แก่ ตากุ้งยิงชนิดภายนอก และตากุ้งยิงชนิดภายใน อาการของตากุ้งยิงนั้นหายเองได้เมื่อตุ่มหนองนั้นแตกและระบายสิ่งอุดตันออกจนหมด แต่หากมีอาการข้างเคียงเพิ่มเติมควรปรึกษาแพทย์เพิ่มวินิจฉัยและทำการรักษา การรักษาตากุ้งยิง แพทย์อาจใช้ยาหยอดหรือยาป้ายร่วมกับยาปฏิชีวนะหากมีความเจ็บปวดหรืออาการแพร่กระจายรุนแรงมาก ทำความรู้จักตากุ้งยิง คืออะไร ตากุ้งยิงเกิดจากเชื้อแบคทีเรียบริเวณเปลือกตา มีลักษณะเป็นตุ่มฝีหรือหนอง มักเกิดขึ้นบริเวณเปลือกตาที่มีผิวบอบบางและถูกสัมผัสด้วยมือที่ไม่สะอาดหรือช่วงที่ภูมิคุ้มกันตกและร่างกายอ่อนแอ โดยวิธีรักษาตากุ้งยิงอาจทำได้ด้วยตนเองคือระบายหนองในตุ่มเหล่านั้นออก แต่หากมีความรุนแรงมากหรือเป็นอาการตากุ้งยิงไม่มีหัวจะก่อให้เกิดความระคายเคืองและติดเชื้อได้     ตากุ้งยิง มีกี่ประเภท ตากุ้งยิงยังมี 2 ประเภทที่จำแนกจากสาเหตุของการเกิดโรค ซึ่งจะส่งผลต่อการวินิจฉัยและแนวทางในการรักษาด้วย ตากุ้งยิงแบบติดเชื้อ (Hordeolum) ตากุ้งยิงแบบติดเชื้อ (Hordeolum) เกิดจากการติดเชื้อ Staphylococcus aureus ที่บริเวณต่อมไขมันและรูขุมขนบริเวณดวงตาจนบวมแดงและเจ็บปวด การรักษาทำได้ควบคู่กับการรับยาจากแพทย์ร่วมด้วยเพื่อไม่ให้มีการติดเชื้อซ้ำ โดยการติดเชื้อนี้จำแนกออกได้ ดังนี้ การติดเชื้อภายนอก External Hordeolum ซึ่งจะเห็นตุ่มหนองบริเวณเปลือกตาด้านนอกหรือขอบตา การติดเชื้อภายใน Internal Hordeolum ซึ่งจะมีตุ่มหนองด้านในเปลือกตาติดกับดวงตายังมองเห็นได้ยากกว่า ตากุ้งยิงแบบไม่ติดเชื้อ (Chalazion) ตากุ้งยิงแบบไม่ติดเชื้อ (Chalazion) มีสาเหตุมาจากฝุ่นผงที่อุดตามรูขุมขนและทำให้ไม่สามารถระบายไขมันออกมาได้จนเกิดเป็นตุ่มหนองแต่มักจะไม่เจ็บปวด สามารถระบายหนองหรือไขมันอุดตันออกได้เองแต่ต้องใส่ใจความสะอาดเป็นอย่างมากเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแผลที่นำไปสู่การติดเชื้อและกลายเป็นตากุ้งยิงชนิดติดเชื้อในอนาคต     อาการตากุ้งยิง มีอะไรบ้าง ตากุ้งยิงอาการเริ่มต้นจะมีลักษณะคล้ายสิว แต่หลายคนอาจมีไข้ร่วมด้วยหากมีความรุนแรงของการติดเชื้อ โดยอาการของตากุ้งยิงมีดังนี้ เกิดตุ่มนูนที่เปลือกตา เปลือกตาบวมแดง คันตา อาจมีน้ำตาไหล ดวงตาพร่ามัวและไวต่อแสง ระคายเคือง ไม่สบายตา     สาเหตุตากุ้งยิง เกิดจากอะไร ตากุ้งยิงอาจเกิดได้จากหลายปัจจัยที่ทำให้เกิดความผิดปกติของต่อมไขมันหรือรูขุมขนบริเวณเปลือกตา เช่น การติดเชื้อแบคทีเรียเมื่อสัมผัสดวงตาด้วยมือที่ไม่สะอาด การอุดตันของฝุ่นผงที่รูขุมขน ต่อมไขมันอุดตันไม่สามารถระบายออกได้ ล้างเครื่องสำอางไม่หมดทำให้เกิดสิ่งสกปรกตกค้าง การเกิดตากุ้งยิงซ้ำสำหรับผู้ที่เคยเป็นตากุ้งยิงมาก่อน การใส่คอนแท็กต์เลนส์ที่ระคายเคืองหรือนานเกินกว่าที่อายุคอนแท็กต์เลนส์กำหนด ภูมิคุ้มกันตกหรือร่างกายอ่อนแอ ทำให้ร่างกายไวต่อสิ่งสกปรกและแบคทีเรีย ไขข้อสงสัย ตากุ้งยิงหายเองได้ไหม ตากุ้งยิงสามารถหายเองได้ โดยตุ่มหนองอาจแตกและยุบเองในระยะเวลา 3 - 4 วัน ผู้ที่มีอาการตากุ้งยิงอาจใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นประคบเพิ่มที่บริเวณดวงตาเพื่อช่วยระบายหนองและไขมันที่อุดตันออก อย่างไรก็ตาม หากมีการระบายหนองและไขมันออก จะต้องให้ความสำคัญกับความสะอาดเพื่อป้องกันการกลับมาติดเชื้อซ้ำ และหากมีการระบายหนองออกไม่หมด ตุ่มไม่ยุบตัวลงและเกิดหนองคั่งค้าง อาจเกิดอาการที่ตุ่มหนองแข็งเป็นไต อาการติดเชื้ออาจขยายวงกว้างและลุกลามไปยังบริเวณแก้มเพิ่มได้ โดยจะทำให้มีอาการเจ็บปวดมากขึ้นและติดเชื้อรุนแรง หากมีอาการเหล่านี้ควรปรึกษาแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยอาการและทำการรักษา วินิจฉัยอาการตากุ้งยิงโดยแพทย์ การวินิจฉัยการรักษาตากุ้งยิงโดยแพทย์นั้น เนื่องจากผู้ป่วยตากุ้งยิงอาจมีอาการติดเชื้อในวงกว้างหรือมีความเจ็บปวดมาก บางคนอาจเกิดอาการตาพร่ามัว มองไม่ชัด หรือตากุ้งยิงบวมมากจนหนังตาปิด แพทย์จะรักษาด้วยยาหยอดหรือยาป้าย และอาจใช้ยาปฏิชีวนะร่วมด้วยหากผู้ป่วยมีอาการเจ็บปวดมาก หรือวินิจฉัยตำแหน่งของตากุ้งยิงภายในและภายนอกเพิ่มเติม ร่วมกับการสังเกตการติดเชื้อหรืออุดตัน     แนวทางการรักษาตากุ้งยิงโดยแพทย์ แพทย์จะทำการเจาะตุ่มหนองและขูดเอาหนองที่ตกค้างออกเพื่อระบายส่วนที่อุดตันให้หมดและไม่เกิดอาการซ้ำ โดยขั้นตอนนี้ควรอยู่ในการปฏิบัติงานโดยจักษุแพทย์เท่านั้น เนื่องจากหากความสะอาดไม่เพียงพออาจเกิดการติดเชื้อซ้ำได้ จากนั้นอาจมีการใช้ยาหยอด ยาป้าย หรือยาปฏิชีวนะเพิ่มเติมตามการวินิจฉัย เตรียมตัวก่อนเจาะตากุ้งยิง ก่อนที่ผู้ป่วยจะเข้ารับการรักษาตากุ้งยิงหรือก่อนการเจาะตากุ้งยิง ควรมีการเตรียมตัว ดังนี้ หลีกเลี่ยงฝุ่นควัน หรือมลภาวะที่อาจก่อให้เกิดการติดเชื้อหรือการอุดตันเพิ่ม งดกินยาที่เกี่ยวข้องกับการแข็งตัวของเลือด เช่น Warfarin หรือ Aspirin และควรปรึกษาการใช้ยาอื่นๆ ภายใต้การดูแลของแพทย์ก่อนเข้ารับการเจาะตากุ้งยิง ในวันที่เข้ารับการเจาะตากุ้งยิง ควรงดการแต่งหน้า งดใช้ครีมหรืองดส่วนผสมของน้ำมัน ล้างหน้าและสระผมให้สะอาดเพื่อป้องกันการอุดตันหรือสิ่งสกปรก การดูแลตัวเองหลังเจาะตากุ้งยิง เมื่อเข้ารับการรักษาตากุ้งยิงแล้ว เพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและไม่ทำให้เกิดการอุดตันหรือติดเชื้อซ้ำ ควรดูแลตนเองหลังการเจาะตากุ้งยิง ดังนี้ ผู้ป่วยตากุ้งยิงควรปิดตาตามกำหนดที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด รับประทานยาหรือใช้ยาหยอดและยาป้ายตามที่แพทย์สั่งให้ครบถ้วน เมื่อเปิดผ้าปิดตา ควรทำความสะอาดรอบดวงตาด้วยสำลีหรือผ้าสะอาด โดยชุบน้ำอุ่นและบิดหมาดก่อนเช็ดรอบดวงตาเบาๆ งดการแต่งหน้าหรือใช้ผลิตภัณฑ์ที่อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคืองหรืออุดตาบริเวณรอบดวงตา งดการใส่คอนแท็กต์เลนส์ที่อาจทำให้ดวงตาสัมผัสสิ่งสกปรกได้ง่าย หลีกเลี่ยงการสัมผัสดวงตาเพื่อลดโอกาสของการติดเชื้อหรือสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ดวงตา สังเกตอาการหลังการรักษา หากพบอาการบวมแดงไม่ยุบตัว หรือดวงตาพร่ามัวมองเห็นไม่ชัด ให้รีบพบแพทย์โดยเร็ว     ดูแลตัวเองอย่างไร ให้ห่างไกลตากุ้งยิง วิธีปฏิบัติตนเบื้องต้นที่จะป้องกันไม่ให้เกิดตากุ้งยิงหรือเพื่อไม่ให้เป็นตากุ้งยิงซ้ำ ทำได้ดังนี้ ทำความสะอาดร่างกายโดยเฉพาะการล้างมือบ่อยๆ เพื่อไม่ให้นำสิ่งสกปรกไปจับดวงตา ล้างหน้าให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอ ล้างเครื่องสำอางให้หมดจด เนื่องจากเครื่องสำอางตกค้างอาจก่อให้เกิดการติดเชื้อหรือน้ำมันจากเครื่องสำอางอาจเป็นสาหเตุของการอุดตันผิวบริเวณรอบดวงตา หมั่นใส่ใจความสะอาดของคอนแท็กต์เลนส์ เลือกคอนแท็กต์เลนส์ที่ไม่ทำให้ระคายเคืองดวงตาและเปลี่ยนคอนแท็กต์เลนส์ตามอายุการใช้งานอย่างสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการขยี้ดวงตาหรือจับดวงตาแรงๆ ประคบอุ่นที่บริเวณดวงตาเพื่อลดการอุดตันของไขมัน โดยเฉพาะหากเพิ่งรักษาตากุ้งยิงหาย เพื่อไม่ให้เกิดอาการตากุ้งยิงซ้ำอีก สังเกตอาการอยู่เสมอ หากพบอาการปวดบวมหรือตุ่มหนองบริเวณใกล้ดวงตาให้ปรึกษาแพทย์ หากมีอาการที่เกี่ยวข้องกับดวงตา ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด รักษาตากุ้งยิง ที่ศูนย์โรคจอประสาทตา Bangkok Eye Hospital ดีอย่างไร ตากุ้งยิง อาการทั่วไปที่อาจพบได้ไม่ยากแต่สามารถสร้างความรุนแรงได้หากรักษาไม่ถูกวิธีหรือปล่อยไว้จนกระจายเป็นวงกว้าง หากพบอาการตากุ้งยิงที่รุนแรงหรือมีอาการอื่นร่วมด้วยควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนสายเกินแก้ แนะนำให้เข้ามารักษาที่ศูนย์โรคจอประสาทตา Bangkok Eye Hospital ที่นี่โดดเด่นด้วยจุดเด่นดังนี้ ทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ มากประสบการณ์ พร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับอาการผิดปกติ และแนะนำแนวทางการรักษาที่เหมาะสม เทคโนโลยีสำหรับการรักษาดวงตาสมัยใหม่ เครื่องมือได้มาตรฐานระดับสากล เพื่อการรักษาดวงตาอย่างแม่นยำและปลอดภัย ให้การรักษาอย่างครบวงจร ตั้งแต่การวินิจฉัยที่แม่นยำ การรักษาที่เหมาะสม ตลอดจนถึงการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ ใส่ใจในการบริการ พร้อมบรรยากาศของโรงพยาบาลที่เป็นกันเอง สรุป ตากุ้งยิง คือการเกิดตุ่มหนองบริเวณเปลือกตาหรือรอบดวงตา เกิดขึ้นได้จากการติดเชื้อหรือการอุดตันของต่อมไขมันและรูขุมขน ตากุ้งยิงเป็นอาการที่หายเองได้เมื่อตุ่มหนองแตกเองและมีการยุบตัว แต่ในผู้ป่วยตากุ้งยิงหลายคนอาจระบายหนองไม่หมดและเกิดตากุ้งยิงซ้ำได้ เพื่อประสิทธิภาพการรักษาที่ดี ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการรักษา และควรดูแลตัวเองตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันการเกิดตากุ้งยิงซ้ำหรือการเกิดตากุ้งยิงที่รุนแรงจนถึงขั้นรบกวนการมองเห็นและดวงตาพร่ามัว รักษาตากุ้งยิงได้ที่ศูนย์โรคจอประสาทตา Bangkok Eye Hospital ที่นี่มีจักษุแพทย์ที่มากไปด้วยประสบการณ์ มีเทคโนโลยีการรักษาที่ทันสมัยและการบริการที่เอาใจใส่ตลอดการรักษา
อ่านเพิ่มเติม
ศูนย์รักษาต้อกระจก

Seeing Clearly Again: Traditional vs. Femtosecond Laser Assisted Cataract Surgery

Seeing Clearly Again: Traditional vs. Femtosecond Laser Assisted Cataract Surgery Cataracts, the clouding of the eye's lens, affect millions worldwide, impacting vision and compromising daily activities. Fortunately, cataract surgery offers a safe and effective solution for regaining clear vision. But with two primary options - traditional and Femtosecond Laser Assisted Cataract Surgery (FLACS) - choosing the right procedure can be confusing. Traditional Cataract Surgery (TCS): This established technique uses manual tools to create an incision, break up the cloudy lens, and remove the fragments. Although proven effective, it relies on the surgeon's skills and may encounter limitations based on individual anatomy. FLACS: This advanced approach utilizes a femtosecond laser to perform precise steps with minimal tissue disruption. The laser creates the initial incision, precisely fragments the lens, and assists with implanting the new artificial lens. Comparing the Approaches of Cataract Surgery: Feature Traditional Cataract Surgery Femtosecond Laser Assisted Cataract Surgery (FLACS) Procedure length Longer Shorter Precision Less precise, relies on surgeon's skill Highly precise, laser-guided Suitability Suitable for most patients May be more beneficial for complex cases, astigmatism, or patients seeking greater precision Recovery time Similar Potentially faster Cost Lower Higher Choosing the Right Cataract Procedure: Ultimately, the best approach depends on your individual needs, eye health, and preferences. Consulting an experienced ophthalmologist at Bangkok Eye Hospital is crucial to understand your options and identify the most suitable procedure for your case. Our ophthalmologists are recognized for their expertise in both traditional and FLACS techniques, ensuring you receive the highest quality care and personalized recommendations. Why Choose Bangkok Eye Hospital for Your Cataract Surgery? State-of-the-art technology: We are equipped with the latest generation femtosecond lasers for enhanced precision and patient comfort. Experienced surgeons: Our team of highly qualified ophthalmologists offers exceptional surgical skills and extensive experience in both traditional and FLACS procedures. Personalized care: We prioritize understanding your individual needs and concerns to recommend the best approach for optimal results. Exceptional service: Our dedicated team ensures a smooth and comfortable experience throughout your cataract surgery journey. Ready to reclaim your clear vision? Schedule a consultation with an ophthalmologist at Bangkok Eye Hospital today!
ศูนย์รักษาต้อกระจก

Cataract Removal Surgery: Reclaiming Your Crystal-Clear Vision

Cataract Removal Surgery: Reclaiming Your Crystal-Clear Vision Tired of blurry vision stealing your life's vibrancy? Cataracts, a common age-related condition, might be the culprit. But there's good news! Cataract removal surgery offers a safe and effective solution, restoring clarity and letting you see the world in brilliant detail again. Imagine this: Instead of looking through a foggy window, you see the world with sharp, crisp focus. That's the power of cataract removal surgery. This quick, painless procedure gently removes the cloudy lens in your eye and replaces it with a clear, artificial lens called an intraocular lens (IOL). Benefits of Reclaiming Clear Vision: Say goodbye to blurry scenes: Enjoy sharper vision, both day and night. No more annoying glare: Forget about bothersome headlight glare and halos around lights. Reclaim your independence: Engage in activities you love without vision limitations. Long-lasting results: Modern IOLs provide lasting vision improvements for years to come. Why Choose Bangkok Eye Hospital(BEH) in Thailand? At Bangkok Eye Hospital in Thailand, we understand the importance of clear vision. That's why we offer premium cataract removal surgery with: Renowned surgeons: Decades of experience and advanced training in femtosecond laser-assisted cataract surgery (FLACS). State-of-the-art technology: Minimally invasive procedures with bladeless lasers for precision and comfort. Advanced IOL options: We personalize your IOL selection to meet your unique needs and lifestyle. Luxury experience: Relax and rejuvenate in our world-class facility with dedicated international patient care. Competitive costs: Enjoy significant savings compared to Western countries. Ready to See the World Clearly Again? Take the first step towards a brighter future: Schedule a Free Consultation: Contact us online or call +66-2-111-xxxx to discuss your concerns and treatment options. Receive a Personalized Quote: Get a transparent breakdown of costs and procedures tailored to you. Experience a Luxury Journey: Relax and rejuvenate in our world-class facility while receiving exceptional care. Don't let cataracts dim your vision. Reclaim your crystal-clear sight with Bangkok Eye Hospital LASIK CENTRE, Thailand. Contact us today!
ศูนย์รักษาต้อกระจก
ศูนย์เลสิก LASER VISION

อาการเริ่มต้นของต้อกระจกเป็นอย่างไร สาเหตุของการเกิดและการรักษา

ต้อกระจกคือภาวะที่เลนส์ตาขุ่นมัว ส่งผลให้การมองเห็นเบลอหรือพร่ามัว อาการต้อกระจก ได้แก่ มองเห็นมัว การมองเห็นสีผิดเพี้ยน เจอแสงจ้าแล้วแสบตา สายตายาวผิดปกติ และการมองเห็นภาพซ้อน วิธีรักษาต้อกระจก ได้แก่ สลายต้อกระจก โดยใช้คลื่นความถี่สูงสลายต้อกระจก และใช้เลเซอร์แบบไร้ใบมีดช่วยในการผ่าตัด การรักษาต้อกระจกที่ Bangkok Eye Hospital (โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ) มีการผ่าตัดแบบไร้ใบมีดและใส่เลนส์พรีเมียม ซึ่งช่วยเพิ่มความแม่นยำและผลลัพธ์ที่ดี   ต้อกระจกเป็นปัญหาสุขภาพตาที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ เป็นอาการที่เกิดจากเลนส์ตาที่เคยใสและโปร่งแสงเริ่มขุ่นมัว ส่งผลให้การมองเห็นลดลง สามารถรักษาได้ด้วยวิธีที่เหมาะสม การสังเกตอาการตั้งแต่เริ่มต้นและดูแลสุขภาพตาอย่างเหมาะสมจะช่วยรักษาการมองเห็นให้คงความชัดเจนและสดใสได้ยาวนาน     ต้อกระจกคืออะไร ทำไมผู้สูงวัยต้องรู้จัก ต้อกระจกเป็นโรคที่เกิดจากเลนส์ตาขุ่นมัว พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี เนื่องจากเลนส์ตาเสื่อมสภาพไปตามวัย อย่างไรก็ตามต้อกระจกอาจเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น อุบัติเหตุ หรือความผิดปกติตั้งแต่กำเนิด หากปล่อยไว้โดยไม่รับการรักษา เช่น การผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์ตา อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ เช่นต้อหินต้อลม ต้อเนื้อและม่านตาอักเสบ ซึ่งทำให้เกิดอาการปวดตาและการอักเสบของดวงตาได้     อาการของโรคต้อกระจก ในระยะแรก ต้อกระจกมักไม่แสดงอาการชัดเจน ผู้ป่วยอาจยังมองเห็นได้ตามปกติ แต่หากปล่อยทิ้งไว้นาน อาการจะเริ่มปรากฏและรุนแรงขึ้น โดยสามารถแบ่งอาการออกเป็นระยะต่างๆ ได้ดังนี้ ระยะที่ 1ในระยะเริ่มต้น แก้วตาจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้การมองเห็นเริ่มไม่สะดวกและลดลง ผู้ป่วยอาจสังเกตได้ว่าแสงไฟสะท้อนรบกวนสายตาได้ง่ายขึ้น รวมถึงเกิดอาการเมื่อยล้าดวงตาบ่อยขึ้นแม้ในกิจกรรมที่เคยทำได้ตามปกติ ระยะที่ 2เลนส์ตาจะเริ่มมีความขุ่นเล็กน้อยจากบริเวณกลางเลนส์ตาและกระจายออกไปยังรอบๆ อย่างช้าๆ ผู้ป่วยมักเริ่มมีปัญหากับแสงสะท้อนที่รบกวนสายตา ควรใช้แว่นลดแสงสะท้อนเพื่อช่วยการมองเห็นให้ชัดเจนขึ้น ระยะที่ 3ความขุ่นมัวของต้อกระจกจะเพิ่มขึ้นและกระจายไปทั่วแก้วตา ทำให้ประสิทธิภาพการมองเห็นลดลง ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวัน ในระยะที่ 3 จักษุแพทย์มักแนะนำให้ผู้ป่วยผ่าตัด เนื่องจากเป็นช่วงที่รักษายากและอาจมีผลข้างเคียงได้ ระยะที่ 4ในระยะนี้การมองเห็นพร่ามัวและความขุ่นของต้อกระจกเพิ่มขึ้น เลนส์แก้วตาจะแข็ง หากปล่อยไว้นาน การผ่าตัดจะยากขึ้น ผลการรักษาอาจไม่ดี และมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนสูง รวมถึงเสี่ยงต่อการเกิดต้อหิน ซึ่งอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นหากไม่ได้รับการผ่าตัดทันที     สาเหตุของการเกิดต้อกระจก มีหลายสาเหตุที่ทำให้ต้อกระจกเกิดขึ้น ทั้งปัจจัยภายในและภายนอก ซึ่งอาจส่งผลต่อสุขภาพตาได้ ดังนี้ อายุมากขึ้น สุขภาพที่เสื่อมถอยตามอายุเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เลนส์ตาเสื่อมสภาพ โครงสร้างโปรตีนของดวงตาเสื่อมลง ซึ่งนำไปสู่การเกิดโรคต้อกระจก ผู้สูงอายุที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป จึงมีความเสี่ยงสูงในการเป็นต้อกระจกมากกว่าคนในวัยอื่นๆ การจ้องแสง UV เป็นเวลานาน หากดวงตาของเราได้รับแสง UV จากดวงอาทิตย์ในปริมาณมากเกินไป อาจทำให้เกิดต้อกระจกได้ นอกจากนี้ยังเสี่ยงต่อการเกิดต้อเนื้อหรือต้อลมได้อีกด้วย สูบบุหรี่มากเกินไป การสูบบุหรี่ทำให้ดวงตาโดยรวมเสื่อมได้ เนื่องจากสารพิษในควันบุหรี่ส่งผลต่อเส้นเลือดที่เลี้ยงลูกตา การได้รับสารพิษจากควันบุหรี่ในระยะเวลานานจะลดความสามารถในการมองเห็นและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต้อกระจกโรคจอประสาทตาเสื่อมและอาการตาแห้งได้อีกด้วย ใช้ยาชนิดต่างๆ อย่างต่อเนื่อง หากมีประวัติการรักษาทางการแพทย์และการใช้ยา เช่น ยาหดม่านตา ยาควบคุมการเต้นของหัวใจ หรือกลุ่มยาสเตียรอยด์ รวมถึงการฉายรังสีในอดีต ก็สามารถเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดต้อกระจกได้เช่นกัน โรคทางตา ต้อกระจกมักมีภาวะแทรกซ้อนร่วมกับโรคทางตาอื่นๆ เช่น โรคม่านตาอักเสบ การติดเชื้อในลูกตา หรือการผ่าตัดดวงตามาก่อน ซึ่งทั้งหมดนี้สามารถนำไปสู่การเกิดต้อกระจกได้ โรคประจำตัวและโรคทางกรรมพันธุ์ โรคประจำตัวและโรคทางกรรมพันธุ์สามารถเป็นสาเหตุของต้อกระจกได้ เช่น โรควิลสันเกิดจากการผิดปกติของระบบการทำงานของตับ ไม่สามารถกำจัดแร่ธาตุทองแดงส่วนเกินออกไปได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดการสะสมของทองแดงและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของเลนส์แก้วตาเป็นต้อกระจก โรคเบาหวานเกิดจากการขาดฮอร์โมนอินซูลิน ทำให้น้ำตาลในเลือดสูง ส่งผลกระทบต่อดวงตา เช่น เบาหวานขึ้นตา ซึ่งอาจนำไปสู่ต้อกระจก โรคกาแล็กโทซีเมียขาดเอนไซม์ที่เปลี่ยนน้ำตาลกาแล็กโทสเป็นน้ำตาลกลูโคส ส่งผลให้น้ำตาลกาแล็กโทสในเลือดสูงและอาจทำให้เกิดต้อกระจก     ต้อกระจก มีวิธีรักษาอย่างไรบ้าง การรักษาต้อกระจกมีหลายวิธี แพทย์จะพิจารณาจากความรุนแรงของอาการและปัจจัยอื่นๆ โดยมีแนวทางการรักษาและรายละเอียดดังนี้ การผ่าตัดต้อกระจก(ICCE : Intracapsular Cataract Extraction) สำหรับการผ่าตัดต้อกระจก เป็นวิธีที่เอาเลนส์ตาและถุงหุ้มเลนส์ทั้งหมดออกมา รวมถึงนำแก้วตาทั้งแคปซูลและเนื้อในออก การผ่าตัดนี้ส่งผลต่อการมองเห็นเนื่องจากการวางเลนส์ตาอาจทำได้ยากและมีแผลขนาดใหญ่ที่ใช้เวลาฟื้นฟูนาน มักทำในกรณีที่ถุงหุ้มเลนส์มีปัญหามาก การผ่าตัดต้อกระจกแผลกว้าง(ECCE : Extracapsular Extraction) การผ่าตัดที่เอาแก้วตาออกเหลือเพียงถุงหุ้มแก้วตาด้านหลังไว้ จะทิ้งแผลขนาดใหญ่และต้องเย็บหลายเข็ม อาจทำให้เกิดสายตาเอียงจากไหมที่ดึงกระจกตา และใช้เวลาพักฟื้นนาน อีกทั้งยังอาจทำให้เกิดพังผืดบริเวณส่วนบนของตาขาวได้ มักทำในกรณีที่เลนส์แก้วตาแข็งมากเกินไป หรือเป็นโรคกระจกตาเสื่อมระยะรุนแรง การใช้คลื่นความถี่สูงสลายต้อกระจก(Phacoemulsification) การผ่าตัดต้อกระจกโดยใช้ความถี่เสียงหรืออัลตราซาวนด์ความถี่สูงเพื่อสลายเนื้อแก้วตาและดูดออก จากนั้นใส่แก้วตาเทียมแทนที่ ทำให้แผลผ่าตัดมีขนาดเล็กกว่าเมื่อเทียบกับวิธีอื่นๆ มีโอกาสทำให้เกิดสายตาเอียงน้อย ใช้เวลาพักฟื้นน้อย และให้ผลการรักษาที่ดี ผู้ป่วยสามารถเลือกชนิดของแก้วตาเทียมที่ตรงกับความต้องการและแก้ไขค่าสายตาได้ดีกว่าในวิธีการผ่าตัดอื่นๆ การผ่าตัดต้อกระจกด้วยเทคโนโลยีเลเซอร์แบบไร้ใบมีด (FLACS : Femtosecond Laser Assisted Cataract Surgery) Femtosecond Laser ใช้ในการผ่าตัดต้อกระจกเพื่อเปิดแผล เปิดถุงหุ้มเลนส์ และแบ่งเลนส์ต้อให้เป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้สลายและดูดออกด้วยอัลตราซาวนด์ได้ง่ายขึ้น ซึ่งทำงานควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ช่วยให้จักษุแพทย์วางแผนการรักษาได้อย่างดี การเปิดแผลมีความแม่นยำ เปิดถุงหุ้มเลนส์ได้ตามขนาดที่ต้องการ และวางเลนส์แก้วตาเทียมได้ตรงกลาง รวมถึงยังช่วยแก้ไขสายตาเอียงได้ตรงองศาที่ต้องการ ข้อดีของการใช้ Femtosecond Laser ในการรักษาต้อกระจกคือช่วยเพิ่มความแม่นยำและเที่ยงตรงในการผ่าตัด ลดอันตรายจากโรคแทรกซ้อน อย่างไรก็ตามการรักษาด้วย Femtosecond Laser มีข้อจำกัด เช่น ไม่สามารถใช้ในผู้มีแผลเป็น กระจกตาดำขุ่นมัว หรือผู้ที่ไม่สามารถขยายม่านตาได้ นอกจากนี้ยังมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าการผ่าตัดแบบเดิม     วิธีการป้องกันไม่ให้เกิดต้อกระจก เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นต้อกระจก การดูแลดวงตาอย่างสม่ำเสมอและใส่ใจต่อสุขภาพดวงตาเป็นสิ่งสำคัญ มีวิธีดูแลดวงตา ดังนี้ ควรมีการพักสายตาหากใช้สายตานานๆ เช่น อ่านหนังสือ เล่นโทรศัพท์ ปรับแสงในห้องให้ปกติ ไม่สว่างและมืดจนเกินไป สวมแว่นกันแดดเพื่อป้องกันรังสี UV แนะนำให้ตรวจสายตาเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป นอนให้ครบ 6 ชั่วโมงต่อวัน งดสูบบุหรี่ สรุป ต้อกระจกคือภาวะที่เลนส์ตาในดวงตาขุ่นมัว ส่งผลให้การมองเห็นพร่ามัวและลดลงได้ เมื่อเป็นต้อกระจก สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดเลนส์ตาที่ขุ่นออกและใส่เลนส์ตาเทียมแทน สำหรับการป้องกัน ควรดูแลดวงตาโดยสวมแว่นกันแดด ตรวจสายตาเป็นประจำ งดสูบบุหรี่ และพักสายตาเมื่อใช้สายตามากๆ   สำหรับผู้ที่ต้องการรักษาต้อกระจก สามารถเข้ามาที่ศูนย์รักษาต้อกระจก Bangkok Eye Hospital (โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ) ซึ่งมีบริการรักษาทุกประเภท รวมถึงการผ่าตัดต้อกระจกแบบไร้ใบมีดและการใส่เลนส์พรีเมียม

ที่อยู่

ศูนย์โรคต้อกระจก - โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ

10/989 ซ.ประเสริฐมนูกิจ 33 แขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร 10230

ช่องทางติดต่อ

LINE
calling
ติดต่อเรา :