มุมสุขภาพตา : #ReLEx SMILE

เรียงตาม

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก แม่นยำด้วย AI (อัปเดตปี 2026)

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก | ศูนย์เลสิก Laser Vision การตัดสินใจทำเลสิก เป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคน ไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัดขึ้น แต่รวมถึงความกังวลเรื่องความปลอดภัย ความเจ็บ และผลลัพธ์ในระยะยาว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า เลสิกไร้ใบมีด ถูกค้นหามากขึ้นอย่างชัดเจน และชื่อที่มักถูกพูดถึงควบคู่กันก็คือ SMILE Pro SMILE Pro 2.0 คืออะไร? คำตอบของการทำเลสิกปี 2026 ที่คนค้นหามากที่สุด ในปี 2026 เทคโนโลยีนี้ได้พัฒนาไปอีกขั้นในชื่อ SMILE Pro 2.0 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดความคลาดเคลื่อน และทำให้ผลลัพธ์การมองเห็นเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมที่ Laser Vision เลือกนำเทคโนโลยี SMILE Pro มาใช้ในการแก้ไขปัญหาสายตาสั้นให้กับคนไข้ในปัจจุบัน การตัดสินในทำเลสิกเป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคนไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัด เลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) คืออะไร? SMILE Pro เป็นการทำเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) โดยใช้เลเซอร์ทุกขั้นตอน ไม่ต้องเปิดฝากระจกตาเหมือนเลสิกแบบเดิม แพทย์จะใช้เลเซอร์สร้างชิ้นเนื้อเลนส์เล็ก ๆ ภายในกระจกตา แล้วนำออกผ่านแผลขนาดประมาณ 2 มิลลิเมตร ด้วยแผลที่เล็กมาก ทำให้โครงสร้างกระจกตาถูกรบกวนน้อยลง หลายคนจึงรู้สึกฟื้นตัวเร็ว สบายตา และมีโอกาสเกิดอาการตาแห้งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการทำเลสิกแบบเปิดฝากระจกตา ทำไม SMILE Pro ถึงเป็นเลสิกที่หลายคนเลือก เหตุผลสำคัญที่ทำให้ SMILE Pro ได้รับความนิยม คือความรู้สึกสบายใจตั้งแต่ก่อนทำ เพราะเป็นเลสิกที่ไม่ใช้ใบมีด และไม่ต้องเปิดฝากระจกตา รวมถึงตัวเครื่อง (VisuMax 800) ถูกออกแบบมาให้เปิดโล่ง เหมาะกับคนขี้กลัว หรือกลัวที่แคบ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ใช้เวลายิงเลเซอร์ เพียงแค่ 8 วินาทีต่อข้าง เหมาะกับคนที่กลัวการทำเลสิก แผลเล็ก ช่วยให้กระจกตาแข็งแรงในระยะยาว ลดโอกาสเกิดอาการตาแห้ง หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างเร็ว SMILE Pro 2.0 ช่วยเพิ่มความแม่นยำได้อย่างไร หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ SMILE Pro 2.0 คือการออกแบบระบบให้ทุกขั้นตอนเชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่อง ลดความคลาดเคลื่อน และเพิ่มความแม่นยำในการรักษาแบบเลสิกไร้ใบมีดอย่างเห็นได้ชัด 1. ข้อมูลส่งตรง ลดความผิดพลาดจากมนุษย์ (Seamless Data Transfer) ข้อมูลสายตาที่ได้จากการตรวจวัด จะถูกส่งเข้าสู่เครื่องเลเซอร์โดยตรงผ่านระบบของ ZEISS โดยไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำ ลดโอกาสเกิดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูล ทำให้แผนการรักษาตรงกับค่าสายตาจริงมากขึ้น ผลลัพธ์มีความสม่ำเสมอในทุกเคส 2. วางแผนการรักษาอย่างแม่นยำ ด้วยข้อมูลระดับโลก (Integrated Planning) ระบบจะนำข้อมูลสายตาของคนไข้มาวิเคราะห์ร่วมกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่จากทั่วโลก ช่วยวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) เพิ่มความแม่นยำในการแก้ไขสายตาเอียง โดยเฉพาะเคสที่ซับซ้อน ช่วยให้ผลลัพธ์หลังทำเลสิกมีความเสถียรและคมชัดมากขึ้น 3. ระบบช่วยเพิ่มความคมชัดระหว่างการรักษา (Precision Systems) SMILE Pro 2.0 มาพร้อมระบบอัจฉริยะที่ช่วยควบคุมความแม่นยำในระหว่างการยิงเลเซอร์ CentraLign® ช่วยจัดตำแหน่งการยิงเลเซอร์ให้ตรงกับจุดศูนย์กลางการมองเห็นจริง ไม่ใช่แค่ตำแหน่งรูม่านตา OcuLign® ช่วยชดเชยการหมุนของลูกตาแบบอัตโนมัติในระหว่างการรักษา ทำให้เลเซอร์ยิงได้ตรงตำแหน่งตลอดเวลา ขอบคุณภาพจากบริษัท Carl Zeiss Co., Ltd SMILE Pro 2.0 ต่างจากเทคโนโลยีเลสิกแผลเล็กแบบเดิมอย่างไร เทคโนโลยี ปีที่เปิดตัว เครื่องเลเซอร์ จุดเด่นสำคัญ ReLEx SMILE 2011 VisuMax 500 จุดเริ่มต้นเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก 2–3 มม. ไม่เปิดฝากระจกตา ใช้เวลา 23 วินาที/ข้าง SMILE Pro 2021 VisuMax 800 เลเซอร์ความเร็วสูง 2 MHz ใช้เวลาเพียง 8 วินาที / ข้าง พร้อมระบบจัดกึ่งกลางอัตโนมัติ SMILE Pro 2.0 2025 VisuMax 800 ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เชื่อมต่อข้อมูล Cloud + Big Data เพิ่มความแม่นยำสูงสุดด้วย CentraLign® และ OcuLign® SMILE Pro 2.0 คือก้าวสำคัญของเลสิกแผลเล็ก ที่ผสาน ความเร็ว ความแม่นยำ และ มีระบบอัจฉริยะ AI-driven planning เข้าด้วยกัน ทำไมหลายคนเลือกทำ SMILE Pro 2.0 ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital นอกจากเทคโนโลยีแล้ว ความเชี่ยวชาญของแพทย์และมาตรฐานของโรงพยาบาลก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital ทีมจักษุแพทย์มีประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประสบการณ์รักษาคนไข้ทางด้านสายตามากกว่า 28 ปี และโรงพยาบาลยังผ่านการรับรองมาตรฐาน AACI จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยและคุณภาพการรักษาในระดับสากล การผสานระหว่างประสบการณ์ทางการแพทย์และเทคโนโลยี SMILE Pro 2.0 ทำให้คนไข้มั่นใจได้ว่า การทำเลสิกไม่ได้จบแค่เห็นชัด แต่ต้องปลอดภัยและดูแลได้ในระยะยาว Q : SMILE Pro 2.0 เหมาะกับใคร?A : เหมาะกับผู้ที่มีสายตาสั้นหรือสายตาเอียง และต้องการเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก ฟื้นตัวไว Q : ทำ SMILE Pro 2.0 เจ็บไหม?A : ระหว่างทำจะมีการหยอดยาชา คนไข้ส่วนใหญ่รู้สึกเพียงแรงกดเล็กน้อย และใช้เวลาไม่นาน Q : หลังทำต้องพักฟื้นนานแค่ไหน?A : ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายใน 1–2 วัน รับชมวีดีโอ SMILE Pro 2.0 *หากวิดีโอไม่แสดงผล คลิก ที่นี่ ถ้าคุณกำลังมองหาเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็กในปี 2026 การตรวจประเมินสายตาอย่างละเอียดกับจักษุแพทย์ จะช่วยให้รู้ว่า SMILE Pro 2.0 เหมาะกับคุณหรือไม่ และช่วยให้คุณเลือกวิธีการทำเลสิกได้อย่างสบายใจที่สุด ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ 📞 Call Center : 02-511-2111 ADD LINE: @bangkokeyehospital 🏥 โรงพยาบาลเปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น.
อ่านเพิ่มเติม

เปรียบเทียบ ReLEx SMILE และ SMILE Pro แตกต่างกันอย่างไร?

SMILE Pro คือการผ่าตัดแก้ไขสายตาสั้นและสายตาเอียงด้วยเลเซอร์แบบไม่เปิดฝากระจกตา มีแผลขนาดเพียง 2-4 มิลลิเมตร ทำให้ดวงตาฟื้นตัวเร็วและมีโอกาสเกิดภาวะตาแห้งน้อยกว่าเลสิกทั่วไป SMILE Pro แตกต่างจากเลสิกทั่วไปตรงที่เป็นการผ่าตัดแบบไม่สร้างฝากระจกตา ทำให้กระจกตายังคงแข็งแรงกว่าเลสิกทั่วไป ที่ต้องสร้างและเปิดฝากระจกตาขนาดใหญ่ก่อนการยิงเลเซอร์ หลังทำ SMILE Pro ดวงตาจะฟื้นตัวและมองเห็นได้ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยผู้รับการรักษาส่วนใหญ่จะกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายใน 1-2 วัน ถ้าคุณกำลังมองหาวิธีแก้สายตาสั้นหรือเอียงแบบถาวร แต่กังวลเรื่องการผ่าตัดเปิดแผลใหญ่แบบเลสิกเดิมๆ SMILE Pro อาจเป็นคำตอบที่คุณตามหา เทคโนโลยีเลสิกรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ช่วยให้คุณมองเห็นชัดขึ้น โดยใช้แผลขนาดเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวเร็ว และปลอดภัยกว่าเดิม ในบทความนี้เราจะพาไปรู้จักกับ SMILE Pro อย่างละเอียด ว่าคืออะไร ทำงานอย่างไร และเหมาะกับใครบ้าง   เลสิกวิธี SMILE Pro คืออะไร SMILE Pro เป็นเทคโนโลยีเลสิกรุ่นใหม่จาก ZEISS ประเทศเยอรมนี ที่รวมความแม่นยำสูงเข้ากับความอ่อนโยนต่อดวงตา เป็นการทำเลสิกแบบไม่ใช้ใบมีด ช่วยลดความเจ็บและย่นระยะเวลาพักฟื้น เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ปลอดภัยและฟื้นตัวเร็ว   เลสิกแบบ ReLEx Smile คืออะไร? ReLEx Smile คือเทคโนโลยีแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ที่ต่างจากเลสิกทั่วไป โดยมีจุดเด่นอยู่ที่การไม่สร้างฝากระจกตา เปลี่ยนมาใช้เลเซอร์แทนการใช้ใบมีด ทำให้แผลมีขนาดเล็กเพียง 2-4 มิลลิเมตร     ความต่างของ ReLEx Smile กับ SMILE Pro ReLEx SMILE ใช้เทคโนโลยี Femtosecond Laser ซึ่งต่างจากเลสิกทั่วไปตรงที่ไม่ต้องเปิดฝากระจกตาขนาดใหญ่ แพทย์จะยิงเลเซอร์สร้างชิ้นเนื้อกระจกตาขนาดเล็ก (เรียกว่า Lenticule) ภายในเนื้อกระจกตาชั้นกลาง แล้วดึงชิ้นเนื้อดังกล่าวออกผ่านแผลเล็กเพียง 2–4 มิลลิเมตรบริเวณขอบกระจกตา  ส่วน SMILE Pro พัฒนาขึ้นจาก ReLEx SMILE โดยใช้เลเซอร์รุ่นใหม่ ทำให้เวลาผ่าตัดต่อข้างลดลงเหลือเพียง 8‑10 วินาที เทียบกับ ReLEx SMILE ที่ใช้เวลาประมาณ 25‑30 วินาที ด้วยความเร็วและประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้น SMILE Pro มีความแม่นยำสูงกว่า ลดแรงกดและความเสี่ยงจากการเคลื่อนของดวงตาระหว่างผ่าตัด ถึงแม้ทั้งสองวิธีจะเป็นแบบไม่สร้างแผ่นกระจกตาเหมือนกัน แต่ SMILE Pro มีข้อได้เปรียบในเรื่องความเร็ว ความแม่นยำ และความสบายต่อดวงตา      ใครที่เหมาะกับ SMILE Pro SMILE Pro เหมาะที่สุดสำหรับคนที่มีปัญหาสายตาสั้นกับสายตาเอียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มดังต่อไปนี้ ผู้ที่มีไลฟ์สไตล์แอ็กทิฟ เช่น นักกีฬาหรือผู้ที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง เพราะการไม่มีฝากระจกตาทำให้หมดกังวลเรื่องการกระทบกระเทือนดวงตา ผู้ที่กังวลเรื่องฝากระจกตา ผู้ที่ไม่ต้องการให้มีการเปิดฝากระจกตาแบบเลสิกทั่วไป ผู้ที่มีความเสี่ยงตาแห้ง การทำ SMILE Pro มีโอกาสเกิดภาวะตาแห้งหลังการรักษาน้อยกว่าเลสิกแบบอื่น ผู้ที่ต้องการพักฟื้นเร็ว สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้จนเกือบปกติภายใน 1-2 วัน สำหรับ SMILE Pro เหมาะกับ ผู้ที่มีสายตาสั้นหรือสายตาเอียง ซึ่งค่าสายตาคงที่เป็นเวลานาน มีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และมีสุขภาพดวงตาที่ดี ไม่มีโรคกระจกตา หรือโรคอื่นๆ ที่อาจกระทบการผ่าตัด  โดยเฉพาะผู้ที่อยากพักฟื้นเร็ว และกังวลเรื่องแผล     ข้อดีของการทำ SMILE Pro ดูว่าทำไม SMILE Pro ถึงได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ พร้อมเจาะลึกข้อดีที่ทำให้ใครหลายคนตัดสินใจเลือกวิธีนี้ ไร้ฝากระจกตา (Flapless) ลดความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากฝากระจกตา เช่น ฝาเคลื่อน หรือติดเชื้อ แผลเล็กที่สุด การผ่าตัดด้วยแผลขนาดเล็กเพียง 2-4 มม. ทำให้ดวงตาฟื้นตัวได้เร็ว ตาแห้งน้อยกว่า เนื่องจากการผ่าตัดมีแผลเล็ก ทำให้มีการตัดเส้นประสาทที่ผิวกระจกตาน้อยกว่าเลสิกแบบทั่วไป จึงลดโอกาสการเกิดภาวะตาแห้งหลังการรักษาได้ดี รักษาความแข็งแรงของกระจกตาได้ดี โครงสร้างของกระจกตาจะถูกรบกวนน้อยที่สุด ทำให้ความแข็งแรงของกระจกตาหลังการรักษายังคงดีอยู่ SMILE Pro เป็นเทคนิคที่มีความแม่นยำสูง ใช้เลเซอร์ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ในการปรับค่าสายตา และใช้เวลาในการผ่าตัดน้อยกว่าวิธีเลสิกแบบดั้งเดิม สามารถรักษาสายตาสั้นได้สูงสุดถึง -10.00 D (1,000) และสายตาเอียงได้ถึง -5.00 D (500)   ข้อจำกัดของการทำ ReLEx Smile แม้ ReLEx SMILE จะเป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยและปลอดภัยแต่ก็ยังมีข้อจำกัดบางประการ เช่น ขอบเขตในการรักษาที่ยังจำกัดเฉพาะผู้ที่มีปัญหาสายตาสั้นและสายตาเอียงเท่านั้น ปัจจุบันยังไม่สามารถใช้วิธีนี้ในการแก้ไขสายตายาวได้ นอกจากนี้การผ่าตัด ทั้ง ReLEx SMILE กับ Smile Pro ยังต้องใช้เครื่อง Femtosecond Laser รุ่นเฉพาะ ซึ่งมีให้บริการเฉพาะในคลินิกหรือโรงพยาบาลบางแห่งที่มีอุปกรณ์ครบครันและผ่านการรับรองเท่านั้น ในขณะที่ ReLEx SMILE มีข้อจำกัดเรื่องการจำกัดบางประการ แต่ SMILE Pro มีข้อดีเหนือกว่าด้วยการใช้เวลาผ่าตัดเพียง 8 วินาทีต่อข้าง แผลเล็กเพียง 3‑4 มม. ไม่ต้องเปิดฝากระจกตา ทำให้กระจกตาแข็งแรงกว่า มีความแม่นยำสูงด้วยเลเซอร์รุ่นใหม่ ZEISS VISUMAX® 800 และลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด   การประเมินสภาพสายตาก่อนเข้ารับการทำ SMILE Pro ก่อนเข้ารับการรักษาด้วย SMILE Pro จำเป็นต้องตรวจวัดสายตาอย่างละเอียดโดยจักษุแพทย์ เพื่อเก็บข้อมูลที่ใช้ในการคำนวณและวางแผนการรักษาให้เหมาะกับแต่ละบุคคล โดยทั่วไปจะใช้เวลาประเมินประมาณ 3 ชั่วโมง ซึ่งประกอบด้วยการตรวจหลายรายการ ได้แก่ การวัดค่าสายตา ด้วยคอมพิวเตอร์เป็นการตรวจเบื้องต้นที่สะดวกและรวดเร็ว โดยอาศัยหลักการสะท้อนของแสง เพื่อประเมินค่าสายตาสั้น ยาว เอียง รวมถึงองศาของสายตา การวัดความดันลูกตา เป็นการตรวจระดับความดันภายในดวงตา เพื่อประเมินว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือไม่ พร้อมทั้งช่วยตรวจคัดกรองความเสี่ยงของโรคทางตาต่างๆ เช่น ต้อหิน การตรวจวัดสายตา โดยจักษุแพทย์จะมีการประเมินเพิ่มเติม เช่น ตรวจความโค้งของกระจกตา การหักเหของแสง และการตอบสนองต่างๆ ของดวงตา เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนในการวางแผนการรักษา การถ่ายภาพพื้นผิวและวัดความหนาของกระจกตา ขั้นตอนนี้ช่วยเก็บข้อมูลรูปร่างและความบางของกระจกตา เพื่อวางแผนรักษาและประเมินภาวะสายตาเอียงอย่างแม่นยำ การหยอดยาขยายม่านตาช่วยให้รูม่านตากว้างขึ้น ทำให้จักษุแพทย์ตรวจภายในลูกตาอย่างละเอียด ทั้งแก้วตา น้ำวุ้นตา และจอตา รวมถึงช่วยให้การวัดค่าสายตามีความแม่นยำมากขึ้น เพราะลดการเพ่งของตาที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวในบางราย หลังหยอดยาขยายม่านตา จักษุแพทย์จะตรวจจอประสาทตา เส้นประสาทตา จุดรับภาพ ความหนาของชั้นจอประสาทตา และความผิดปกติอื่นๆ อย่างละเอียด เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และวางแผนการรักษาต่อไป   การเตรียมตัวก่อนทำ SMILE Pro การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด SMILE Pro เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้การรักษาเป็นไปอย่างราบรื่น และช่วยลดความเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนต่างๆ โดยวิธีเตรียมตัวง่ายๆ ที่ควรรู้ก่อนเข้ารับการผ่าตัด มีดังนี้ ควรมาถึงก่อนเวลานัดอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพื่อทำการหยอดตาเตรียมความพร้อม ควรสระผมก่อนมา งดฉีดน้ำหอม แต่งหน้า หรือจัดแต่งทรงผม งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อนผ่าตัด แต่งกายด้วยเสื้อผ้าที่สวมใส่ง่าย เช่น เสื้อผ่าหน้าหรือมีกระดุม เตรียมแว่นตากันแดดและค่าใช้จ่ายให้พร้อม ควรมีผู้ดูแลมาด้วย เนื่องจากหลังผ่าตัดต้องใส่ที่ครอบตา 1 วัน และไม่ควรขับรถเอง ระยะเวลาการผ่าตัดประมาณ 30 นาที ไม่ต้องพักค้างคืนที่โรงพยาบาล     ขั้นตอนการผ่าตัดแบบ SMILE Pro แพทย์จะหยอดยาชาที่ดวงตาเพื่อให้รู้สึกชาและไม่เจ็บขณะผ่าตัด เมื่อตัวยาชาออกฤทธิ์ แพทย์จะใช้เลเซอร์ Femtosecond Laser สร้างเลนส์เนื้อกระจกตา (Lenticule) ตามค่าที่คำนวณไว้ โดยไม่ต้องเปิดฝากระจกตา แพทย์จะเปิดแผลขนาดเล็กประมาณ 2-4 มิลลิเมตรที่กระจกตา แล้วใช้เครื่องมือดึงเลนส์ที่สร้างไว้ภายในออกมา เมื่อนำเลนส์ออก กระจกตาจะปรับความโค้ง ทำให้การมองเห็นชัดเจนขึ้น หลังผ่าตัด แพทย์จะปิดที่ครอบตาให้ และผู้รับการผ่าตัดสามารถกลับบ้านได้ทันที   การดูแลตัวเองหลังผ่าตัด SMILE Pro หลังจากผ่านการผ่าตัด SMILE Pro การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ดวงตาฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย ในส่วนนี้จึงมาแนะนำวิธีปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดที่คุณควรรู้ หลีกเลี่ยงการบีบหรือขยี้ตาแรงๆ ใส่ที่ครอบตาเวลานอนอย่างน้อย 3 วัน เพื่อป้องกันการขยี้ตาโดยไม่รู้ตัว ระวังไม่ให้น้ำเข้าตาเป็นเวลา 1 สัปดาห์ และทำความสะอาดตามคำแนะนำของจักษุแพทย์ ใช้ยาหยอดตาให้ครบถ้วนตามแพทย์สั่ง หากรู้สึกตาแห้ง ให้หยอดน้ำตาเทียมช่วยบรรเทา งดใช้สายตาจ้องนานเกินไป เช่น อ่านหนังสือ เพ่งหน้าจอโทรศัพท์ หรือใช้คอมพิวเตอร์ พักผ่อนให้เพียงพอ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เสี่ยงให้ฝุ่นหรือเหงื่อเข้าตา งดดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์หลังผ่าตัด หากต้องออกข้างนอก ควรสวมแว่นตากันแดดทุกครั้ง มาตรวจติดตามผลตามนัดหมายของจักษุแพทย์อย่างเคร่งครัด   การฟื้นตัวและการมองเห็นหลังทำ SMILE Pro การฟื้นตัวหลังทำ SMILE Pro นั้นค่อนข้างรวดเร็ว โดยผู้รับการรักษาส่วนใหญ่จะสามารถมองเห็นได้ดีขึ้นอย่างรวดเร็วและสามารถกลับไปทำงานหรือใช้ชีวิตประจำวันเบาๆ ได้ภายใน 1-2 วัน หลังผ่าตัดอาจรู้สึกตาพร่ามัวเล็กน้อยในช่วง 2-3 ชั่วโมงแรก แต่จะดีขึ้นอย่างชัดเจนในวันรุ่งขึ้น และการมองเห็นจะคงที่เต็มที่ภายใน 1-2 สัปดาห์ นอกจากนี้ ข้อดีที่สำคัญของเทคนิคนี้คือมีโอกาสเกิดภาวะตาแห้งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการทำเลสิกแบบมีฝากระจกตาอีกด้วย   สรุป SMILE Pro คือเทคโนโลยีเลสิกแก้ไขสายตาสั้นและสายตาเอียงแบบไม่ต้องเปิดแผลใหญ่ ใช้เลเซอร์ Femtosecond สร้างชิ้นเนื้อกระจกตาขนาดเล็กภายใน แล้วนำออกผ่านแผลเล็ก ช่วยลดความเจ็บปวด ฟื้นตัวเร็ว และแม่นยำ เหมาะกับผู้ที่ต้องการทางเลือกที่ปลอดภัยและทันสมัย แม้ว่าจะมีข้อจำกัดบางประการ เช่น ช่วงค่าสายตาที่รักษาได้ และต้องเข้ารับการตรวจประเมินโดยจักษุแพทย์ก่อน ก่อนผ่าตัดควรเตรียมตัวและดูแลตัวเองหลังผ่าตัดอย่างเคร่งครัดเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด หากคุณสนใจสามารถเข้ารับการตรวจประเมินและปรึกษาเพื่อเลือกเทคโนโลยีที่เหมาะสมได้ที่โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ (Bangkok Eye Hospital)   คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ SMILE Pro (FAQ) สำหรับใครที่กำลังสนใจหรือเตรียมตัวเข้ารับการรักษาด้วย ReLEx Smile อาจมีหลายคำถามที่สงสัย เพื่อให้เข้าใจและมั่นใจก่อนตัดสินใจ เราจึงรวบรวมคำถามที่พบบ่อย พร้อมคำตอบที่ชัดเจนและตรงประเด็นมาให้แล้วในส่วนนี้   ทำ SMILE Pro ที่ไหนดี ทำ SMILE Pro ที่ Bangkok Eye Hospital เพราะมีทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยีทันสมัย และบริการครบวงจร ในราคาที่คุ้มค่า เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์ดีที่สุด   สายตายาวตามอายุ รักษาด้วย SMILE Pro ได้ไหม สายตายาวตามอายุยังไม่สามารถรักษาได้ด้วย SMILE Pro   สายตาสั้นและสายตาเอียงมากแค่ไหนถึงทำ SMILE Pro ได้ SMILE Pro เหมาะสำหรับการแก้ไขสายตาสั้นและสายตาเอียงในค่าที่กำหนด โดยทั่วไปจะสามารถแก้ไขสายตาสั้นได้ตั้งแต่ประมาณ -1.00 ถึง -10.00 และสายตาเอียงไม่เกิน -5.00 แต่ทั้งนี้ จักษุแพทย์จะต้องทำการตรวจประเมินความหนาและความโค้งของกระจกตาอย่างละเอียดก่อน เพื่อยืนยันว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถทำได้
ศูนย์เลสิก LASER VISION

เปลี่ยนการมองเห็นให้สดใส เจาะลึกขั้นตอนการทำ NanoRelex & NanoLASIK

เปลี่ยนการมองเห็นให้สดใส เจาะลึกขั้นตอนการทำ NanoRelex & NanoLASIK เปลี่ยนการมองเห็นให้สดใส เจาะลึกขั้นตอนการทำ NanoRelex & NanoLASIK      Laser Vision เรามีเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการทำเลสิกในปัจจุบัน ด้วย NanoRelex & NanoLASIK เทคโนโลยีจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ที่ใช้เลเซอร์พลังงานต่ำทุกขั้นตอนการทำเลสิก ขั้นตอนในการทำ  NanoRelex & NanoLASIK ไม่ได้มีอะไรซับซ้อน ภายหลังจากการตัดสินใจร่วมกันระหว่างจักษุแพทย์และคนไข้ในการทำเลสิก และคนไข้ทราบถึงข้อควรปฏิบัติก่อนการทำเลสิก เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็จะเป็นการนัดวันและเวลาเพื่อให้การทำเลสิกครั้งนี้สะดวกกับคนไข้มากที่สุด   ขั้นตอนการทำเลสิกด้วยวิธี NanoRelex ก่อนเข้ารับการผ่าตัดทำเลสิกทุกครั้ง ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการการหยอดยาปฏิชีวนะ ยาชา ก่อนเข้ารับการผ่าตัด เมื่อเข้ารับการทำเลสิก แพทย์จะทำความสะอาดรอบ ๆ ดวงตาก่อน จากนั้นแพทย์จะใส่เครื่องมือช่วยเปิดตาเพื่อใช้ในการทำเลสิก เมื่อเครื่องมือสัมผัสกับดวงตาจะรู้สึกกดทับเพียงเบา ๆ ภายในจะมองเห็นแสงเลเซอร์ที่ใช้ทำการผ่าตัด การรักษาด้วยวิธี NanoRelex เริ่มโดยใช้ Femtosecond Laser เพื่อเข้าไปเปลี่ยนความโค้ง  ความหนาของกระจกตา มีการปรับแต่งเนื้อเยื่อภายในกระจกตาให้เป็นรูปเลนส์ (Lenticule) ตามความเหมาะสมของค่าสายตาของผู้เข้ารับการผ่าตัด แผลที่เกิดขึ้นจะเป็นแผลขนาดที่บริเวณกระจกตาขนาด 2 มิลลิเมตร และนำชิ้น(Lenticule) ที่ผ่านการปรับแต่งแล้วออกทางแผลที่ได้ทำการเปิดเอาไว้ ขั้นตอนนี้ใช้เวลาในการทำข้างละ 5 นาที จากนั้นทีมแพทย์จะหยอดยาฆ่าเชื้อ ยาแก้อักเสบ และ น้ำตาเทียม และนำฝาครอบตามาปิดเพื่อป้องกันการสัมผัสดวงตา เป็นการเสร็จสิ้นการผ่าตัด แพทย์จะนัดพบอีกครั้งในวันรุ่งขึ้นเพื่อทำการติดตามความเรียบร้อยหลังการผ่าตัด   ขั้นตอนการทำเลสิกด้วยวิธี NanoLASIK ก่อนเข้ารับการผ่าตัดทำเลสิกทุกครั้ง ผู้เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับการการหยอดยาปฏิชีวนะ ยาชา ก่อนเข้ารับการผ่าตัด เมื่อเข้ารับการทำเลสิก แพทย์จะทำความสะอาดรอบ ๆ ดวงตาก่อน จากนั้นแพทย์จะใส่เครื่องมือช่วยเปิดตาเพื่อใช้ในการทำเลสิก เมื่อเครื่องมือสัมผัสกับดวงตาจะรู้สึกกดทับเพียงเบา ๆ ภายในจะมองเห็นแสงเลเซอร์ที่ใช้ทำการผ่าตัด การรักษาด้วยวิธี NanoLASIK จะเป็นการใช้ Femtosecond Laser เพื่อทำการแยกชั้นกระจกตา เปิดฝากระจกตาขึ้นไปด้านบน จากนั้นจะใช้ Excimer Laser เพื่อใช้ปรับความโค้งของกระจกตาตามความเหมาะสมของค่าสายตาของผู้เข้ารับการผ่าตัด ขั้นตอนนี้ใช้เวลาในการทำข้างละ 1 – 2 นาที เมื่อเสร็จสิ้นจะทำการปิดฝากระจกตากลับเข้าที่เดิม รอประมาณ 3 นาทีเพื่อให้กระจกตาสมานและปิดสนิท จากนั้นทีมแพทย์จะ หยอดยาฆ่าเชื้อ ยาแก้อักเสบ น้ำตาเทียม และนำฝาครอบตามาปิดเพื่อป้องกันการสัมผัสดวงตา เป็นการเสร็จสิ้นการผ่าตัด แพทย์จะนัดพบอีกครั้งในวันรุ่งขึ้นเพื่อทำการติดตามความเรียบร้อยหลังการผ่าตัด      ภายหลังการผ่าตัด อาจมีน้ำตาไหล หรืออาการคันคล้ายกับมีทรายในตา ผู้เข้ารับการผ่าตัดนำทิชชู่มาซับน้ำตาบริเวณรอบฝาครอบตา อาการดังกล่าวจะเกิดขึ้นประมาณ 4-6 ชั่วโมงหลังการผ่าตัดและจะหายไปเอง นอกจากนี้ควรพักสายตาและพักผ่อน จะทำให้แผลที่เกิดขึ้นจากการผ่าตัดหายได้ไวมากยิ่งขึ้น  
ศูนย์เลสิก LASER VISION

คุ้มค่ามากกว่าที่ผ่านมาด้วย NanoRelex

คุ้มค่ามากกว่าที่ผ่านมาด้วย NanoRelex คุ้มค่ามากกว่าที่ผ่านมาด้วย NanoRelex      ถ้าหากจะต้องเลือกวิธีในการรักษาสายตาคู่นี้ให้กับคุณหรือคนที่คุณรักแล้วล่ะก็ หนึ่งในทางเลือกที่น่าตัดสินใจในวิธีการทำ LASIK ก็คงไม่พ้นวิธีการแบบ FemtoLASIK หรือ ReLEx SMILE แต่ก่อนที่คุณจะรีบตัดสินใจลองมาทำความรู้จักกับ NanoRelex เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากสวิซเซอร์แลนด์ ที่ไม่ใช่แค่ดีกว่า แต่มากกว่าด้วยความคุ้มค่าจากปัญญาประดิษฐ์อัจฉริยะ (Artificial Intelligence : AI)   ทำความรู้จักกับ NanoRelex      ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักการทำ LASIK ทั่วไปกันก่อน LASIK หรือ Laser In-Situ Keratomileusis เป็นเทคโนโลยีรักษาสายตาโดยใช้แสงเลเซอร์ ที่ใช้รักษาสายตาทั้งสั้น ยาว หรือ เอียง ให้กลับมามองเห็นชัดสดใสเหมือนเดิม การทำ LASIK เป็นเทคโนโลยีที่มีมานานมากแล้ว กว่า 20 ปี แต่ความเข้าใจของคนทั่วไปอาจจะนึกถึงภาพของ LASIK ที่ใช้ใบมีดในการเปิดกระจกตา ก่อนที่จะใช้เลเซอร์ปรับความโค้งของกระจกตา จากนั้นก็จะเป็นภาพที่เห็นได้ประจำ ที่มีคนใส่ที่ครอบตาเป็นเวลานานอยู่หลายวัน   ส่วนอีกวิธีการหนึ่งคือ FemtoLASIK      ที่จะเป็นการใช้เลเซอร์แทนใบมีดในการปรับความโค้งของกระจกตา ที่จะมีความแม่นยำสูงกว่า แผลสมานหายเร็ว เพียงแค่ 1 คืนก็สามารถถอดที่ครอบตาออกได้แล้ว ในขณะที่เทคโนโลยีแบบ ReLEx SMILE เป็นการนำเทคโนโลยี FemtoLASIK มาต่อยอดและพัฒนาวิธีการผ่าตัดโดยใช้เครื่อง Femtosecond Laser ทำการแยกชิ้นกระจกตาเป็นเลนส์ 3มิติ ขนาดเล็กเรียกว่า Lenticules และนำชิ้นเลนส์นั้นออกมาผ่านช่องขนาดเล็กเพียง 2-4 มม. โดยไม่มีการใช้ Excimer Laser จึงใช้เวลาในการรักษา ลดลงกว่าครึ่งหนึ่ง ถือได้ว่าเป็นวิธีการล่าสุดในการทำ LASIK ในปัจจุบัน และใช้เวลาในการทำลดลงกว่าครึ่ง ถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีล่าสุดในการทำ LASIK ในปัจจุบัน      แต่คำว่าใหม่ล่าสุดนั้นคงไม่ใช่อีกต่อไป เพราะตอนนี้ Laser Vision ได้นำเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากสวิซเซอร์แลนด์ส่งตรงถึงดวงตาของคนไทย กับ NanoRelex ที่มาพร้อมระบบ AI อัจฉริยะ ใช้พลังงานน้อยที่สุดในการรักษาเพียงระดับนาโนจูลเท่านั้น คนไข้ไม่รู้สึกเจ็บขณะผ่าตัด พร้อมระบบติดตามการกรอกตาที่ช่วยให้การทำเลสิกมีความแม่นยำกว่าเดิม ลดขั้นตอนในการเปิดและปิดชั้นกระจกตาทำให้เวลาผ่าตัดน้อยลง และหลังผ่าตัดก็ไม่ส่งผลกระทบให้ตาระคายเคือง ที่สำคัญแผลจากการทำเลสิกสามารถหายได้ภายใน 24 ชม. เพียงแค่หลับตาโลกก็กลับมาสดใสเหมือนใหม่ คุ้มค่าและประหยัดเวลามากกว่าที่เคย
calling
ติดต่อเรา : +662 511 2111