มุมสุขภาพตา : #ลม

เรียงตาม

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก แม่นยำด้วย AI (อัปเดตปี 2026)

SMILE Pro 2.0 คืออะไร? ที่สุดของเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก | ศูนย์เลสิก Laser Vision การตัดสินใจทำเลสิก เป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคน ไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัดขึ้น แต่รวมถึงความกังวลเรื่องความปลอดภัย ความเจ็บ และผลลัพธ์ในระยะยาว ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา คำว่า เลสิกไร้ใบมีด ถูกค้นหามากขึ้นอย่างชัดเจน และชื่อที่มักถูกพูดถึงควบคู่กันก็คือ SMILE Pro SMILE Pro 2.0 คืออะไร? คำตอบของการทำเลสิกปี 2026 ที่คนค้นหามากที่สุด ในปี 2026 เทคโนโลยีนี้ได้พัฒนาไปอีกขั้นในชื่อ SMILE Pro 2.0 ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแม่นยำ ลดความคลาดเคลื่อน และทำให้ผลลัพธ์การมองเห็นเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจตั้งแต่พื้นฐานเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก ไปจนถึงเหตุผลว่าทำไมที่ Laser Vision เลือกนำเทคโนโลยี SMILE Pro มาใช้ในการแก้ไขปัญหาสายตาสั้นให้กับคนไข้ในปัจจุบัน การตัดสินในทำเลสิกเป็นเรื่องใหญ่สำหรับหลายคนไม่ใช่แค่เรื่องอยากมองเห็นชัด เลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) คืออะไร? SMILE Pro เป็นการทำเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (No-Blade LASIK) โดยใช้เลเซอร์ทุกขั้นตอน ไม่ต้องเปิดฝากระจกตาเหมือนเลสิกแบบเดิม แพทย์จะใช้เลเซอร์สร้างชิ้นเนื้อเลนส์เล็ก ๆ ภายในกระจกตา แล้วนำออกผ่านแผลขนาดประมาณ 2 มิลลิเมตร ด้วยแผลที่เล็กมาก ทำให้โครงสร้างกระจกตาถูกรบกวนน้อยลง หลายคนจึงรู้สึกฟื้นตัวเร็ว สบายตา และมีโอกาสเกิดอาการตาแห้งน้อยกว่าเมื่อเทียบกับการทำเลสิกแบบเปิดฝากระจกตา ทำไม SMILE Pro ถึงเป็นเลสิกที่หลายคนเลือก เหตุผลสำคัญที่ทำให้ SMILE Pro ได้รับความนิยม คือความรู้สึกสบายใจตั้งแต่ก่อนทำ เพราะเป็นเลสิกที่ไม่ใช้ใบมีด และไม่ต้องเปิดฝากระจกตา รวมถึงตัวเครื่อง (VisuMax 800) ถูกออกแบบมาให้เปิดโล่ง เหมาะกับคนขี้กลัว หรือกลัวที่แคบ นอกจากนี้ยังมีจุดเด่นที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ใช้เวลายิงเลเซอร์ เพียงแค่ 8 วินาทีต่อข้าง เหมาะกับคนที่กลัวการทำเลสิก แผลเล็ก ช่วยให้กระจกตาแข็งแรงในระยะยาว ลดโอกาสเกิดอาการตาแห้ง หลังทำสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ค่อนข้างเร็ว SMILE Pro 2.0 ช่วยเพิ่มความแม่นยำได้อย่างไร หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของ SMILE Pro 2.0 คือการออกแบบระบบให้ทุกขั้นตอนเชื่อมต่อกันอย่างต่อเนื่อง ลดความคลาดเคลื่อน และเพิ่มความแม่นยำในการรักษาแบบเลสิกไร้ใบมีดอย่างเห็นได้ชัด 1. ข้อมูลส่งตรง ลดความผิดพลาดจากมนุษย์ (Seamless Data Transfer) ข้อมูลสายตาที่ได้จากการตรวจวัด จะถูกส่งเข้าสู่เครื่องเลเซอร์โดยตรงผ่านระบบของ ZEISS โดยไม่ต้องคีย์ข้อมูลซ้ำ ลดโอกาสเกิดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูล ทำให้แผนการรักษาตรงกับค่าสายตาจริงมากขึ้น ผลลัพธ์มีความสม่ำเสมอในทุกเคส 2. วางแผนการรักษาอย่างแม่นยำ ด้วยข้อมูลระดับโลก (Integrated Planning) ระบบจะนำข้อมูลสายตาของคนไข้มาวิเคราะห์ร่วมกับฐานข้อมูลขนาดใหญ่จากทั่วโลก ช่วยวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) เพิ่มความแม่นยำในการแก้ไขสายตาเอียง โดยเฉพาะเคสที่ซับซ้อน ช่วยให้ผลลัพธ์หลังทำเลสิกมีความเสถียรและคมชัดมากขึ้น 3. ระบบช่วยเพิ่มความคมชัดระหว่างการรักษา (Precision Systems) SMILE Pro 2.0 มาพร้อมระบบอัจฉริยะที่ช่วยควบคุมความแม่นยำในระหว่างการยิงเลเซอร์ CentraLign® ช่วยจัดตำแหน่งการยิงเลเซอร์ให้ตรงกับจุดศูนย์กลางการมองเห็นจริง ไม่ใช่แค่ตำแหน่งรูม่านตา OcuLign® ช่วยชดเชยการหมุนของลูกตาแบบอัตโนมัติในระหว่างการรักษา ทำให้เลเซอร์ยิงได้ตรงตำแหน่งตลอดเวลา ขอบคุณภาพจากบริษัท Carl Zeiss Co., Ltd SMILE Pro 2.0 ต่างจากเทคโนโลยีเลสิกแผลเล็กแบบเดิมอย่างไร เทคโนโลยี ปีที่เปิดตัว เครื่องเลเซอร์ จุดเด่นสำคัญ ReLEx SMILE 2011 VisuMax 500 จุดเริ่มต้นเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก 2–3 มม. ไม่เปิดฝากระจกตา ใช้เวลา 23 วินาที/ข้าง SMILE Pro 2021 VisuMax 800 เลเซอร์ความเร็วสูง 2 MHz ใช้เวลาเพียง 8 วินาที / ข้าง พร้อมระบบจัดกึ่งกลางอัตโนมัติ SMILE Pro 2.0 2025 VisuMax 800 ระบบดิจิทัลเต็มรูปแบบ เชื่อมต่อข้อมูล Cloud + Big Data เพิ่มความแม่นยำสูงสุดด้วย CentraLign® และ OcuLign® SMILE Pro 2.0 คือก้าวสำคัญของเลสิกแผลเล็ก ที่ผสาน ความเร็ว ความแม่นยำ และ มีระบบอัจฉริยะ AI-driven planning เข้าด้วยกัน ทำไมหลายคนเลือกทำ SMILE Pro 2.0 ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital นอกจากเทคโนโลยีแล้ว ความเชี่ยวชาญของแพทย์และมาตรฐานของโรงพยาบาลก็เป็นสิ่งสำคัญ ที่ Laser Vision at Bangkok Eye Hospital ทีมจักษุแพทย์มีประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประสบการณ์รักษาคนไข้ทางด้านสายตามากกว่า 28 ปี และโรงพยาบาลยังผ่านการรับรองมาตรฐาน AACI จากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมาตรฐานด้านความปลอดภัยและคุณภาพการรักษาในระดับสากล การผสานระหว่างประสบการณ์ทางการแพทย์และเทคโนโลยี SMILE Pro 2.0 ทำให้คนไข้มั่นใจได้ว่า การทำเลสิกไม่ได้จบแค่เห็นชัด แต่ต้องปลอดภัยและดูแลได้ในระยะยาว Q : SMILE Pro 2.0 เหมาะกับใคร?A : เหมาะกับผู้ที่มีสายตาสั้นหรือสายตาเอียง และต้องการเลสิกไร้ใบมีด แผลเล็ก ฟื้นตัวไว Q : ทำ SMILE Pro 2.0 เจ็บไหม?A : ระหว่างทำจะมีการหยอดยาชา คนไข้ส่วนใหญ่รู้สึกเพียงแรงกดเล็กน้อย และใช้เวลาไม่นาน Q : หลังทำต้องพักฟื้นนานแค่ไหน?A : ส่วนใหญ่สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ภายใน 1–2 วัน รับชมวีดีโอ SMILE Pro 2.0 *หากวิดีโอไม่แสดงผล คลิก ที่นี่ ถ้าคุณกำลังมองหาเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็กในปี 2026 การตรวจประเมินสายตาอย่างละเอียดกับจักษุแพทย์ จะช่วยให้รู้ว่า SMILE Pro 2.0 เหมาะกับคุณหรือไม่ และช่วยให้คุณเลือกวิธีการทำเลสิกได้อย่างสบายใจที่สุด ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ 📞 Call Center : 02-511-2111 ADD LINE 🏥 โรงพยาบาลเปิดบริการทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น. บทความโดย รศ.นพ. อนันต์ วงศ์ทองศรี ประธานกรรมการบริหาร (CEO) และจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา (LASIK) ประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประวัติแพทย์ นัดหมายปรึกษา
อ่านเพิ่มเติม

โรคต้อลมคืออะไร? สาเหตุ อาการทั่วไป วิธีรักษา และแนวทางป้องกัน

ต้อลมเกิดจากการสะสมของไขมัน โปรตีน หรือแคลเซียมบริเวณเยื่อบุตา ทำให้เกิดเป็นรอยนูนสีเหลืองบนดวงตา อาการของต้อลมได้แก่ รอยนูนสีเหลืองที่ตาขาว ตาแดง เจ็บตา ระคายเคือง ตาแห้ง น้ำตาไหลผิดปกติ และรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในตา การรักษาต้อลมทำได้ด้วยการใช้ยาหยอดตา ขี้ผึ้ง และในบางกรณีอาจต้องรักษาด้วยการผ่าตัด ที่ Bangkok Eye Hospital (โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ) มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางในการดูแลโรคตา พร้อมด้วยอุปกรณ์ทันสมัยและทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้การรักษาอย่างครบวงจร ต้อลมเป็นปัญหาสุขภาพตาที่พบได้บ่อยในทุกช่วงวัย บทความนี้จะพาไปรู้จักกับต้อลมว่าเกิดจากอะไร มีอาการอย่างไร และวิธีการรักษา รวมถึงแนวทางป้องกันที่ช่วยดูแลดวงตาให้แข็งแรง ห่างไกลจากโรคตาอื่นๆ พร้อมคำแนะนำที่เข้าใจง่ายสำหรับทุกคน ต้อลม คืออะไร? โรคต้อลม (Pinguecula) เกิดจากการสะสมของไขมัน โปรตีน หรือแคลเซียมบริเวณเยื่อบุตา ทำให้เกิดรอยนูนสีเหลืองขนาดเล็ก มักพบที่บริเวณหัวตาของข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง ต้อลมมีรูปร่างได้ทั้งวงกลมหรือสามเหลี่ยม และสามารถขยายขนาดใหญ่ขึ้นได้เมื่อเวลาผ่านไป แม้แต่ในผู้ที่มีอายุน้อยก็สามารถเป็นต้อลมได้ โดยเฉพาะคนที่อยู่กลางแจ้งบ่อยๆ และได้รับแสงแดดหรือฝุ่นละอองมากขึ้น     ความแตกต่างระหว่างต้อลมกับต้อเนื้อ ต้อเนื้อและต้อลมเป็นโรคในกลุ่มเดียวกัน แต่แตกต่างกันตรงที่ต้อเนื้อจะมีเนื้อเยื่อลุกลามยื่นเข้าไปในกระจกตาหรือส่วนที่เป็นตาดำ ส่วนต้อลมจะเป็นก้อนนูนที่อยู่บนเยื่อบุตาโดยไม่ลุกลามเข้าสู่ตาดำ  สาเหตุของต้อเนื้อกับต้อลมมีความใกล้เคียงกัน โดยมักเกิดจากการเสื่อมสภาพของเยื่อบุตาที่ได้รับแสงแดดเป็นเวลานาน เมื่อก้อนต้อลมโตขึ้นและลุกลามเข้าสู่กระจกตา ก็จะพัฒนาเป็นต้อเนื้อในที่สุด     อาการเริ่มต้นของโรคต้อลม สำหรับผู้ที่เป็นต้อลม มักจะมีอาการแสดงให้เห็นอย่างชัดเจน ทำให้เกิดความไม่สบายตาและอาจส่งผลต่อการมองเห็นได้หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา โดยอาการที่พบได้ เช่น มีรอยนูนสีเหลืองขนาดเล็กบนตาขาว อาจพบได้ที่ตาข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง ตาแดง บวม คัน และมีอาการระคายเคือง รู้สึกตาแห้งหรือเจ็บตา มีน้ำตาไหลมากกว่าปกติ รู้สึกคล้ายมีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในดวงตา   สาเหตุของต้อลมเกิดจากอะไร สาเหตุและปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดต้อลม มักเกี่ยวข้องกับการสัมผัสดวงตากับสิ่งแวดล้อมที่ก่อให้เกิดการระคายเคืองเป็นเวลานาน เช่น การสัมผัสฝุ่นละอองและควันอย่างต่อเนื่อง อยู่ในที่ที่มีอากาศร้อนเป็นเวลานาน เจอลมหรืออยู่กลางแจ้งบ่อยๆ ใช้สายตาจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์นานเกินไป มีภาวะตาแห้งเรื้อรัง อายุเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป เนื่องจากเส้นใยคอลลาเจนบริเวณเยื่อตาเริ่มเสื่อม อาชีพที่ต้องทำงานกลางแจ้ง เช่น คนงานก่อสร้าง ที่ต้องเจอแดดจ้าเป็นเวลานาน ช่างเชื่อมเหล็ก ซึ่งต้องเผชิญแสงจ้าและความร้อนจากการเชื่อม พนักงานเจียระไนเครื่องประดับ ที่ต้องทำงานในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นและแสงจ้า     เมื่อไรควรไปพบจักษุแพทย์เพื่อรักษาต้อลม? หากปล่อยต้อลมไว้ อาการอาจลุกลามหรือกลายเป็นปัญหาทางสายตาที่รุนแรงมากขึ้นได้ ควรรักษาต้อลมเมื่อมีอาการที่เริ่มรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น มีอาการระคายเคืองหรืออักเสบที่ตาบ่อยครั้ง ต้อลมเริ่มลุกลามเข้าใกล้กระจกตา ส่งผลให้การมองเห็นลดลง รู้สึกไม่สบายตาหรือใส่คอนแท็กต์เลนส์ได้ยากกว่าปกติ   ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นจากโรคต้อลม ภาวะแทรกซ้อนของโรคต้อลม ได้แก่ ต้อลมอักเสบและต้อเนื้อ โดยต้อลมอักเสบเกิดจากการระคายเคืองมากกว่าปกติ เช่น ตาแห้ง หรือการขยี้ตาจนทำให้ก้อนต้อลมและบริเวณรอบดวงตาบวมแดง โดยในกรณีที่อาการไม่บ่อยมาก มักรักษาด้วยการหยอดน้ำตาเทียมเพื่อลดการระคายเคืองและหลีกเลี่ยงการขยี้ตา อาการอักเสบจะค่อยๆ ดีขึ้นเอง ส่วนต้อเนื้อเกิดจากก้อนต้อลมขยายตัวลุกลามเข้าสู่ตาดำ เนื่องจากการสัมผัสรังสียูวี สารเคมี หรือการขยี้ตาบ่อยครั้ง ทำให้ต้อลมอักเสบเรื้อรังและขยายตัวเรื่อยๆ เมื่อก้อนต้อเนื้อลุกลามมากจนเข้าสู่ตาดำและบังม่านตา อาจส่งผลให้สายตาเอียง ตาพร่ามัว ตาเข ตาเหล่ หรือสูญเสียการมองเห็นชั่วคราว ซึ่งสามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัดลอกต้อเนื้ออย่างมีประสิทธิภาพ   การตรวจและวินิจฉัยต้อลม จักษุแพทย์วินิจฉัยต้อลมได้โดยการตรวจดวงตาปกติ พร้อมใช้กล้องจุลทรรศน์ชนิดพิเศษที่มีกำลังขยายสูงเรียกว่า Slit Lamp ซึ่งส่งลำแสงแคบและสว่างลงบนดวงตา ช่วยให้เห็นรายละเอียดของบริเวณรอยนูนใกล้ดวงตาอย่างชัดเจน และแยกแยะต้อลมจากความผิดปกติที่มีลักษณะคล้ายกันได้อย่างแม่นยำ     วิธีรักษาต้อลม การรักษาต้อลมมีหลายวิธีที่ช่วยบรรเทาอาการและป้องกันการลุกลาม เพื่อดูแลสุขภาพตาให้อยู่ในสภาพที่ดี ดังนี้ ใช้น้ำตาเทียมที่มีส่-วนผสมของ Antazoline และ Tetrahydrozoline หรือขี้ผึ้ง เพื่อช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นและบรรเทาอาการระคายเคืองตา รับประทานยาแก้อักเสบเพื่อลดการอักเสบและบรรเทาอาการไม่สบายตาที่เกิดจากต้อลม ใช้ยาหยอดตาในกลุ่มสเตียรอยด์เพื่อลดอาการบวมและตาแดง หากอาการอักเสบไม่ดีขึ้น หรือต้อลมส่งผลกระทบต่อการมองเห็น หรือรูปลักษณ์ของต้อลมสร้างความไม่พอใจ แพทย์อาจแนะนำให้ทำการผ่าตัดหรือลอกต้อลมออก แต่ควรทราบว่าหลังผ่าตัดหรือลอกต้อลมยังมีโอกาสที่จะกลับมาเป็นต้อลมอีกได้   อาการหลังผ่าตัดรักษาต้อลม ต้อลมโดยทั่วไปไม่ก่อให้เกิดปัญหารุนแรง และการผ่าตัดมักปลอดภัยโดยไม่มีภาวะแทรกซ้อน อย่างไรก็ตามต้อลมอาจกลับมาเติบโตใหม่หลังผ่าตัดได้ จักษุแพทย์จึงอาจให้ยา หรือใช้การฉายรังสีที่บริเวณผิวเพื่อช่วยลดโอกาสการกลับมาเป็นซ้ำอีกครั้ง     วิธีป้องกันและดูแลให้ห่างไกลจากต้อลม แนวทางการป้องกันและวิธีดูแลดวงตาอย่างถูกวิธี เพื่อช่วยรักษาสุขภาพตาให้แข็งแรงและห่างไกลจากโรคต้อลมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้แก่ สวมแว่นกันแดดแบบปิดข้างและหมวกปีกกว้างเมื่ออยู่กลางแจ้ง เพื่อป้องกันรังสี UVA และ UVB ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของโรคต้อลม หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดด ฝุ่น ควัน และอากาศร้อนเป็นเวลานาน ผู้ที่ทำงานกับสารเคมีหรือฝุ่นควรสวมแว่นตากันฝุ่นเพื่อปกป้องดวงตา หลีกเลี่ยงการนำใบหน้าเข้าใกล้เครื่องปรับอากาศโดยตรง สำหรับพนักงานออฟฟิศที่ใช้คอมพิวเตอร์นาน ควรจัดระยะห่างที่เหมาะสมและกะพริบตาทุก 30 วินาทีเพื่อป้องกันตาแห้ง หากรู้สึกตาแห้ง ควรใช้น้ำตาเทียมเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้ดวงตา ล้างมือบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงการขยี้ตา หากพบความผิดปกติของดวงตา ควรไปพบแพทย์ ไม่ควรซื้อยาหรือหยอดเอง ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจสุขภาพดวงตาเป็นประจำทุกปี   สรุป ต้อลมคือการสะสมของไขมัน โปรตีน หรือแคลเซียมบริเวณเยื่อบุตา ทำให้เกิดรอยนูนสีเหลืองบนตาขาว มักมีอาการระคายเคือง ตาแดง และรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมในดวงตา หากปล่อยไว้ไม่รักษา อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนอย่างต้อลมอักเสบหรือต้อเนื้อได้ Bangkok Eye Hospital (โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ) พร้อมดูแลและรักษาต้อลมด้วยเทคโนโลยีทันสมัย โดยทีมจักษุแพทย์ผู้ชำนาญ เพื่อคืนสุขภาพตาที่ดีและความมั่นใจให้กับทุกคน รวมทั้งให้คำปรึกษาเรื่องผ่าตัดต้อลม ราคาและวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละรายอย่างละเอียด   คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับต้อลม (FAQ) โรคต้อลมเป็นปัญหาสุขภาพตาที่พบได้บ่อย หลายคนจึงมักมีคำถามเกี่ยวกับสาเหตุ อาการ วิธีรักษา และแนวทางป้องกัน เพื่อเข้าใจและดูแลดวงตาได้อย่างถูกต้อง เราจึงรวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับต้อลมมาให้ได้อ่านกันในส่วนนี้   เป็นต้อลมห้ามกินอะไร ผู้ที่เป็นต้อลมควรหลีกเลี่ยงอาหารและเครื่องดื่มบางชนิดที่อาจกระตุ้นให้อาการแย่ลง เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และคาเฟอีนสูง อาหารรสจัด หมักดอง รวมถึงอาหารเสริมที่ไม่ได้รับการรับรองความปลอดภัย   ต้อลมเกิดจากกรรมพันธุ์ได้ไหม เกิดได้ นอกจากรังสีอัลตราไวโอเลตในแสงแดดแล้ว ต้อลมยังสามารถเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ได้อีก เช่น ปัจจัยทางกรรมพันธุ์ที่ทำให้บางคนมีแนวโน้มเป็นต้อลมง่ายขึ้น   คนเป็นต้อลม ทำเลสิกได้ไหม หากเป็นต้อลม สามารถทำเลสิกได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เพราะแพทย์อาจแนะนำให้ลอกต้อลมก่อน เพื่อให้ดวงตาพร้อมและปลอดภัยสำหรับการทำเลสิกมากขึ้น  
ศูนย์รักษาต้อกระจก
ศูนย์จอประสาทตา
ศูนย์รักษาต้อหิน
ศูนย์รักษากระจกตา
ศูนย์รักษาตาเด็ก
ศูนย์ศัลยกรรมตกแต่งรอบดวงตา
ศูนย์รักษาจักษุประสาทวิทยา

รายชื่อประกันภัย

บริษัทประกันคู่สัญญา บริษัท ไทยประกันสุขภาพ จำกัด (มหาชน) บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ลูม่าแคร์ จำกัด บริษัท บลูเวนเจอร์ ทีพีเอ จำกัด บริษัท เอดับเบิลยู พี เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด Asian Assistance (Thailand) Co., Ltd. APRIL Assistance (Thailand) Co., Ltd. International SOS (Thailand) Co., Ltd. Assist International Services Co., Ltd. บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัท ซัมซุงประกันชีวิต (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) Euro-Center (Thailand) Co., Ltd. บริษัท เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) Europ Assistance (Thailand) Co., Ltd. Henner-GMC บริษัท สยามสไมล์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท อาคเนย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท โตเกียวมารีน ประกันชีวิต (ประเทศไทย) บริษัทเจนเนอราลี่ ประกันภัย (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) บริษัท เจนเนอราลี่ ประกันชีวิต (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) บริษัท แปซิฟิคครอส ประกันสุขภาพ จำกัด (มหาชน) บริษัท ซมโปะ ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท อลิอันซ์ อยุธยา ประกันภัย จำกัด (มหาชน) บริษัท เฮลท์ เบนนิฟิท คอนซัลแท้นส์ จำกัด บริษัท เอไอเอ จำกัด (มหาชน) บริษัท ซันเดย์ แคร์ จำกัด บริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด บริษัท กรุงเทพประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) บริษัท ชับบ์สามัคคีประกันภัย จำกัด (มหาชน)   สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ แผนกประสานสิทธิ์ประกัน: 02-511-2111 ต่อ 3803, 3804 UR Nurse: 02-511-2111 ต่อ 3805
ศูนย์รักษากระจกตา

โรคต้อที่ตาคืออะไร? แยกได้ทั้งหมดกี่ชนิด พร้อมอาการและวิธีการรักษา

ต้อเนื้อและต้อลมคืออะไร แตกต่างกันอย่างไร ?ต้อเนื้อเป็นโรคกลุ่มเดียวกันกับต้อลม แต่มีการยื่นเข้าไปในส่วนของกระจกตา (ตาดำ) สาเหตุเหมือนกับต้อลม คือเกิดจากการเสื่อมสภาพของเยื่อบุตา บริเวณที่โดนแดด คือเมื่อก้อนเนื้อต้อลมโตขั้นเป็นมากขึ้น แล้วมีการยื่นเข้าไปในตาดำ ก็จะกลายเป็นเป็นต้อเนื้อนั่นเอง รู้ได้อย่างไรว่าเป็นต้อเนื้อ?ถ้ามองเข้าไปที่ตาจะเห็นก้อนเนื้อ สีชมพู เป็นรูปสามเหลี่ยมยื่นเข้าไปในตาดำ ถ้ามีการอักเสบมักเห็นเป็นสีแดงมากขึ้น ถ้าต้อลมจะอยู่แต่ที่ตาขาวเท่านั้น เป็นต้อเนื้อแล้วจะมีอาการอย่างไร?จะมีอาการระคายเคืองตา ตาแดง อาจคันหรือมีน้ำตาไหลถ้าโดนฝุ่นหรือลม ถ้าเป็นมากๆอาจกดกระจกตาทำให้มีสายตาเอียง หรือถ้าเป็นมากจนลุกลามไปบังตรงกลางของตาดำ อาจทำให้การมองเห็นมัวลงได้ เราจะป้องกันได้อย่างไร?หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่เจอแดดแรงๆ หรือ ควรสวมแว่นกันแดด กางร่ม หรือสวมหมวกเพื่อไม่ให้ตาโดนแสงแดดโดยตรง ถ้าเป็นแล้ว จะรักษาให้หายได้หรือไม่ ตาจะบอดหรือไม่?กรณีถ้าเป็นไม่มาก อาจไม่จำเป็นต้องผ่าตัด อาจเพียงแค่รักษาด้วยยาลดการอักเสบ ลดแดง หรือลดอาการระคายเคืองเป็นครั้งคราว แต่ถ้ามีอาการอักเสบบ่อยๆ หรือต้อเนื้อใหญ่มากขึ้น จนทำให้การมองเห็นแย่ลง อาจพิจารณาทำผ่าตัดลอกต้อเนื้อได้ ต้อเนื้อไม่อันตรายโดยปรกติไม่ทำให้ตาบอด ถ้าเป็นมากสามารถผ่าตัดรักษาได้ การผ่าตัดทำได้โดยแค่ฉีดยาชาเฉพาะที่ ใช้เวลาไม่นาน แต่การดูแลหลังผ่าตัดเองก็เป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ คนไข้ต้องหยอดยาตามแพทย์สั่ง และ หลีกเลี่ยงการเจอผุ่น ลม แดด ไม่เช่นนั้นต้อเนื้ออาจกลับเป็นซ้ำได้ ซึ่งจะมีการอักเสบรุนแรงมากขึ้น และการทำผ่าตัดซ้ำก็ทำได้ยากขึ้น การผ่าตัดต้อเนื้อมีหลายวิธีดังนี้ การลอกต้อเนื้อเพียงอย่างเดียว โดยไม่เอาเยื่อบุใดๆมาแปะ วิธีนี้ทำในกรณีผุ้ป่วยอายุมาก ต้อเนื้อไม่มีการอักเสบมาก ปัจจุบันไม่นิยมเนื่องจากอัตราการเกิดซ้ำสูงมาก การลอกต้อเนื้อ และเอาเยื่อบุตามาแปะ คือนอกจากตัดต้อเนื้อ ออกแล้ว ยังเอาเยื่อบุตาส่วนบนของตาคนไข้เอง มาเย็บเข้าในบริเวณที่เป็นต้อเนื้อเดิม วิธีนี้ช่วยลดการเกิดซ้ำได้ดีมาก การลอกต้อเนื้อ และเอาเยื่อหุ้มรกมาแปะ วิธีทำผ่าตัดเหมือนวิธีที่ 2 แต่ใช้เยื่อหุ้มรกมาเย็บแทน ทำให้ไม่ต้องใช้เยื่อบุตาของคนไข้ และใช้ได้ในกรณีเป็นซ้ำ และได้ใช้เยื่อบุตาตนเองไปแล้ว การลอกต้อเนือโดยการใช้mitomycin c ร่วมกับใช้เยื่อหุ้มรก หรือ เยื่อบุตาแปะ จะ ช่วยลดการเกิดซ้ำได้ดี โดยเฉพาะในคนไข้กลุ่มที่มีความเสียงสูงในการเกิดซ้ำ แต่ก็ต้องใช้ยานี้อย่างระมัดระวังเนื่องจากอาจมีข้อแทรกซ้อนจากยา การแปะเยื่อหุ้มรกหรือเยื่อบุตานั้น อาจใช้ไหมเย็บ หรืออาจใช้กาว fibrin แปะโดยไม่ต้องเย็บก็ได้ ทั้งต้อลมและต้อเนื้อนั้น ถ้าเราทราบว่าเป็นแล้ว การป้องกันไม่ให้เป็นมากขึ้นเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ซึ่งทำได้ไม่ยากเลย เพียงแค่ระวังหรือหลีกเลี่ยงการโดนแดด ฝุ่น ลม เช่น ใส่แว่นกันแดด ใช้ร่ม สวมหมวก ก็ทำให้เราลดโอกาสการโดนแดดโดยตรง โรคก็จะไม่เป็นมากขึ้นค่ะ  
calling
ติดต่อเรา : +662 511 2111