บทความสุขภาพตา : #ยิงเลเซอร์ตา

เรียงตาม

เลสิก (LASIK) คืออะไร? ขั้นตอน ข้อดี และการดูแลหลังทำอย่างไร

สรุปสาระสำคัญ การทำเลสิก (LASIK) คือการผ่าตัดแก้ไขค่าสายตาด้วยเลเซอร์ โดยปรับความโค้งของกระจกตาให้แสงตกกระทบจอประสาทตาได้อย่างถูกต้อง ช่วยแก้ปัญหาสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง โดยไม่ต้องพึ่งแว่นหรือคอนแทคเลนส์ ปัจจุบันมีเทคโนโลยีเลสิกหลากหลายรูปแบบ เช่น PRK, TransPRK, SBK LASIK, FemtoLASIK, SMILE Pro™ 2.0, NanoLASIK, NanoReLEx® และ PresbyLASIK ซึ่งแต่ละวิธีมีข้อดี ข้อจำกัด และค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน (ประมาณ 30,000–120,000 บาท/2 ตา) การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดและการดูแลตัวเองหลังทำอย่างถูกวิธี เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ดวงตาฟื้นตัวเร็ว ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน และควรได้รับการตรวจประเมินสภาพดวงตาอย่างละเอียดจากจักษุแพทย์ก่อนตัดสินใจเสมอ ในปัจจุบัน “ปัญหาสายตา” เป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในทุกเพศทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ซึ่งล้วนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน การทำงาน และคุณภาพชีวิตโดยรวม “การทำเลสิก (LASIK)” จึงกลายเป็นหนึ่งในทางเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาสายตาอย่างถาวร โดยไม่ต้องพึ่งพาแว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์อีกต่อไป บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับการทำเลสิกอย่างครบถ้วน ตั้งแต่เลสิกคืออะไร มีกี่ประเภท แต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร รวมถึงขั้นตอนการทำเลสิก การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด ข้อดี ข้อจำกัด และวิธีดูแลตัวเองหลังทำ เพื่อช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ และได้ผลลัพธ์การมองเห็นที่ดีที่สุดในระยะยาว   ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ โทร 02-511-2111 Line 📅 นัดหมายออนไลน์ 📌 สารบัญเนื้อหา ▶ การทำเลสิก (LASIK) คืออะไร? ▶ เลสิกแก้ไขสายตาอะไรได้บ้าง? ▶ ประเภทของเลสิก (LASIK) ในปัจจุบัน ▶ การเตรียมตัวก่อนทำเลสิก ▶ ข้อควรทำหลังทำเลสิก ▶ ทำเลสิกอยู่ได้กี่ปี ▶ ใครที่ไม่สามารถทำเลสิกได้ ▶ ทำเลสิกที่ Laser Vision โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ ดีอย่างไร ▶ สรุป ▶ คำถามที่พบบ่อย (FAQ) การทำเลสิก (LASIK) คืออะไร?   การทำเลสิก (LASIK: Laser In Situ Keratomileusis) คือ การผ่าตัดแก้ไขค่าสายตาด้วยเลเซอร์ โดยใช้เทคโนโลยีทางการแพทย์ที่มีความแม่นยำสูง เพื่อปรับความโค้งของกระจกตาให้เหมาะสมกับสายตาของแต่ละบุคคล หลักการทำงานของเลสิก คือ จักษุแพทย์จะใช้เลเซอร์ในการปรับแต่งกระจกตา เปรียบเสมือนการ “เจียระไนเลนส์” ให้มีความโค้งที่พอดี ส่งผลให้แสงสามารถตกกระทบที่จอประสาทตาได้อย่างถูกต้อง ทำให้การมองเห็นกลับมาคมชัดอย่างเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งแว่นหรือคอนแทคเลนส์ ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน การทำเลสิกจึงมีความปลอดภัยสูง เจ็บน้อย และใช้เวลาในการรักษาไม่นาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตาเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในระยะยาว เลสิกแก้ไขสายตาอะไรได้บ้าง?   การทำเลสิกในปัจจุบันสามารถแก้ไข “ปัญหาสายตาผิดปกติ” ได้หลากหลายรูปแบบ โดยแต่ละประเภทมีสาเหตุและลักษณะอาการที่แตกต่างกัน ดังนี้ 1. สายตาสั้น (Myopia) สายตาสั้น คือ ภาวะที่มองเห็นวัตถุระยะไกลไม่ชัด แต่สามารถมองเห็นระยะใกล้ได้ชัดเจน สาเหตุหลักเกิดจากกระจกตามีความโค้งมากเกินไป หรือความยาวของลูกตายาวกว่าปกติ ส่งผลให้แสงโฟกัสตกก่อนถึงจอประสาทตา ทำให้ภาพที่เห็นไม่คมชัด 2. สายตายาว (Hyperopia) สายตายาว คือ ภาวะที่มองเห็นวัตถุระยะใกล้ไม่ชัด แต่ระยะไกลอาจยังมองเห็นได้ดีกว่า สาเหตุเกิดจากกระจกตามีความโค้งน้อยเกินไป (ค่อนข้างแบน) หรือความยาวของลูกตาสั้นเกินไป ทำให้แสงไปโฟกัสหลังจอประสาทตา นอกจากนี้ “สายตายาวตามวัย” (Presbyopia) มักพบในผู้ที่มีอายุมากขึ้น เนื่องจากกล้ามเนื้อตาและเลนส์ตาเสื่อมลง ทำให้โฟกัสระยะใกล้ได้ไม่ดีเหมือนเดิม 3. สายตาเอียง (Astigmatism) สายตาเอียง คือ ภาวะที่การมองเห็นไม่คมชัดในทุกระยะ เนื่องจากกระจกตามีความโค้งไม่สม่ำเสมอ ส่งผลให้แสงที่เข้าสู่ตาไม่สามารถรวมเป็นจุดโฟกัสเดียวบนจอประสาทตาได้ ทำให้ภาพที่เห็นมีลักษณะเบลอ บิดเบี้ยว หรือซ้อนกัน 4. สายตาสั้นร่วมกับสายตายาวตามวัย เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้ที่มีสายตาสั้นอยู่เดิม และเมื่ออายุมากขึ้น จะเริ่มมีปัญหาสายตายาวตามวัยร่วมด้วย สาเหตุเกิดจากความเสื่อมของกล้ามเนื้อตาและเลนส์ตา ทำให้ความสามารถในการโฟกัสลดลง ส่งผลให้มีปัญหาทั้งการมองเห็นระยะไกลและระยะใกล้ ในปัจจุบัน เทคโนโลยีเลสิกสามารถช่วยแก้ไขปัญหาสายตาในกลุ่มนี้ได้เช่นกัน โดยแพทย์จะพิจารณาเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์การมองเห็นที่ดีที่สุด ประเภทของเลสิก (LASIK) ในปัจจุบัน ปัจจุบันเทคโนโลยีการแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีวิธีการรักษาหลากหลายรูปแบบ โดยแต่ละเทคโนโลยีมีหลักการรักษา ข้อดี ข้อจำกัด และความเหมาะสมที่แตกต่างกัน การเลือกวิธีที่เหมาะสมจึงควรพิจารณาจากค่าสายตา ความหนาของกระจกตา ไลฟ์สไตล์ และคำแนะนำของจักษุแพทย์ 1. PRK   PRK เป็นเทคโนโลยีแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ โดยจักษุแพทย์จะลอกผิวกระจกตาชั้นนอกสุด (Epithelium) ออก จากนั้นใช้เลเซอร์ Excimer Laser ปรับความโค้งของกระจกตาตามค่าสายตา ก่อนปิดผิวกระจกตาด้วยคอนแทคเลนส์ชนิดพิเศษ เพื่อช่วยให้เนื้อเยื่อสมานตัวได้ดี ข้อดี ค่าใช้จ่ายเข้าถึงได้ (ประมาณ 30,000–40,000 บาท/2 ตา) ไม่มีการเปิดฝากระจกตา จึงลดความเสี่ยงของภาวะฝากระจกตาเคลื่อนในระยะยาว ข้อจำกัด อาจมีอาการปวด แสบตา หรือระคายเคืองในช่วง 5–7 วันแรก มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อในช่วงที่ผิวกระจกตากำลังสมานตัว ใช้ระยะเวลาฟื้นตัวนานกว่าวิธีอื่น โดยการมองเห็นจะค่อยๆ ดีขึ้นภายในประมาณ 3–4 สัปดาห์ มีความเสี่ยงที่กระจกตาเป็นฝ้าขุ่น กรณีค่าสายตาผิดปกติสูง หรือมีโรคกระจกตาอื่นๆ เหมาะกับใคร ผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตาสั้น ยาว เอียง ผู้ที่มีกระจกตาค่อนข้างบาง หรือมีข้อจำกัดในการเปิดฝากระจกตา ผู้ที่ประกอบอาชีพ หรือเล่นกีฬาที่มีความเสี่ยงต่อการกระแทกบริเวณดวงตา เช่น นักบิน ทหาร ตำรวจ และนักกีฬา 2. TransPRK   TransPRK เป็นการพัฒนาต่อยอดจาก PRK โดยใช้เลเซอร์ Excimer Laser ลอกผิวกระจกตาและปรับความโค้งของกระจกตาในขั้นตอนเดียว โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือขูดผิวกระจกตา ทำให้ลดการสัมผัสกับเนื้อเยื่อดวงตา ข้อดี ลดอาการระคายเคืองหลังทำเมื่อเทียบกับ PRK แผลเรียบสม่ำเสมอ และโดยทั่วไปฟื้นตัวได้เร็วกว่า PRK การมองเห็นกลับมาชัดเจนได้เร็วขึ้น โดยใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์ ข้อจำกัด อาจมีอาการปวด แสบตา หรือระคายเคืองในช่วง 3–4 วันแรก ใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าเลสิกวิธีอื่น เช่น FemtoLASIK หรือ SMILE Pro™ 2.0 มีความเสี่ยงที่กระจกตาเป็นฝ้าขุ่น กรณีค่าสายตาผิดปกติสูง หรือมีโรคกระจกตาอื่นๆ เหมาะกับใคร ผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตาสั้น เอียง ผู้ที่มีกระจกตาค่อนข้างบาง หรือมีข้อจำกัดในการเปิดฝากระจกตา ผู้ที่ประกอบอาชีพหรือเล่นกีฬาที่มีความเสี่ยงต่อการกระแทกบริเวณดวงตา 3. SBK LASIK   SBK LASIK เป็นการพัฒนาจากเลสิกแบบดั้งเดิม โดยใช้ใบมีดชนิดพิเศษ (Microkeratome) สร้างฝากระจกตาที่มีความบาง ก่อนใช้เลเซอร์ Excimer Laser ปรับความโค้งของกระจกตา แล้วปิดฝากระจกตากลับเข้าที่เดิม ข้อดี ค่าใช้จ่ายเข้าถึงได้ (ประมาณ 30,000–40,000 บาท/2 ตา) ฟื้นตัวเร็ว มองเห็นชัดไวภายใน 1–2 วัน ใช้เนื้อกระจกตาน้อยกว่าเลสิกแบบดั้งเดิม ข้อจำกัด มีการเปิดฝากระจกตา จึงอาจได้รับผลกระทบหากเกิดการกระแทกรุนแรงในช่วงแรกหลังทำ อาจมีอาการตาแห้งในช่วงแรกหลังทำ ผู้ที่ดวงตาค่อนข้างเล็กอาจได้รับคำแนะนำให้เลือกเทคโนโลยีอื่น เหมาะกับใคร ผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตาสั้น ยาว เอียง ผู้ที่ต้องการกลับมาใช้สายตาได้อย่างรวดเร็ว ผู้ที่มีกระจกตาหนาเพียงพอ ผู้ที่ไม่มีภาวะตาแห้งรุนแรง และมีค่าสายตาอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม 4. FemtoLASIK   FemtoLASIK เป็นเลสิกไร้ใบมีดที่พัฒนาต่อยอดจาก SBK LASIK โดยใช้เลเซอร์ Femtosecond Laser เปิดฝากระจกตาแทนการใช้ใบมีด จากนั้นใช้เลเซอร์ Excimer Laser ปรับความโค้งของกระจกตา ก่อนปิดฝากระจกตากลับเข้าที่เดิม ข้อดี ค่าใช้จ่ายประหยัดที่สุดในกลุ่มเลสิกไร้ใบมีด (ประมาณ 40,000–60,000 บาท/2 ตา) มีความแม่นยำ และปลอดภัยสูงกว่า PRK และ SBK LASIK ลดโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการใช้ใบมีด มีอาการปวด แสบตา หรือระคายเคืองน้อยกว่า PRK และ SBK LASIK ข้อจำกัด มีการเปิดฝากระจกตา จึงอาจได้รับผลกระทบหากเกิดการกระแทกรุนแรงในช่วงแรกหลังทำ อาจมีอาการแสงกระจายหรือมองเห็นไม่ชัดในที่มืดช่วงแรกหลังทำ เหมาะกับใคร ผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตาสั้น เอียง หรือสายตาสั้น เอียง ร่วมกับสายตายาว (Monovision) ผู้ที่ต้องการกลับมาใช้สายตาได้อย่างรวดเร็ว ผู้ที่ต้องการความแม่นยำสูงและผลข้างเคียงต่ำ ผู้ที่มีกระจกตาหนาเพียงพอและไม่มีภาวะตาแห้งรุนแรง 5. SMILE Pro™ 2.0   SMILE Pro™ 2.0 เป็นเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็กที่พัฒนาต่อยอดจาก ReLEx SMILE โดยใช้ Femtosecond Laser สร้างชิ้นเนื้อกระจกตา (Lenticule) และนำออกผ่านแผลขนาดเล็กเพียง 2–4 มิลลิเมตร โดยไม่ต้องเปิดฝากระจกตา ใช้เวลายิงเลเซอร์เพียงประมาณ 8 วินาทีต่อข้าง พร้อมระบบ CentraLign® และ OcuLign® ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรักษาสายตา ข้อดี แผลมีขนาดเล็ก ช่วยคงความแข็งแรงของกระจกตา รู้สึกเจ็บน้อยกว่าวิธีอื่นๆ และฟื้นตัวค่อนข้างเร็ว ลดโอกาสเกิดภาวะตาแห้งเมื่อเทียบกับเลสิกที่มีการเปิดฝากระจกตา มีความแม่นยำสูงด้วยระบบช่วยจัดตำแหน่งการยิงเลเซอร์อัตโนมัติ ข้อจำกัด ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง (ประมาณ 80,000–100,000 บาท/2 ตา) ไม่สามารถรักษาสายตายาวโดยกำเนิด (Hyperopia) ได้ เหมาะกับใคร ผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตาสั้น เอียง หรือสายตาสั้น เอียง ร่วมกับสายตายาว (Monovision) ผู้ที่ต้องการกลับมาใช้สายตาได้อย่างรวดเร็ว ผู้ที่ต้องการลดโอกาสเกิดภาวะตาแห้งหลังทำเลสิก 6. NanoLASIK   NanoLASIK เป็นเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีดของศูนย์เลสิกและรักษาสายตายาว (LASER VISION) โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ พัฒนาต่อยอดจาก FemtoLASIK โดยใช้ Ziemer Femto Z8 ซึ่งเป็น Femtosecond Laser พลังงานต่ำระดับนาโนจูลในการเปิดฝากระจกตา พร้อมระบบ Iris Registration และโปรแกรม Optimized Aspheric เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการรักษาและช่วยลดแสงกระจายในเวลากลางคืน ข้อดี ใช้เลเซอร์พลังงานต่ำ ลดการกระทบกระเทือนต่อดวงตา แผลหายเร็ว ฟื้นตัวเร็ว สามารถกลับมาใช้สายตาได้ภายในประมาณ 1 วัน ประหยัดเนื้อกระจกตา เหมาะกับผู้ที่มีค่าสายตาค่อนข้างสูง กระจกตาค่อนข้างบาง ลดโอกาสเกิดแสงฟุ้งหรือแสงกระจายในเวลากลางคืน มีระบบ AI และ OCT Scan ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรักษา ข้อจำกัด ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง (ประมาณ 100,000–120,000 บาท/2 ตา) มีการเปิดฝากระจกตา จึงควรหลีกเลี่ยงการกระแทกดวงตาอย่างรุนแรง เหมาะกับใคร ผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตาสั้น เอียง หรือสายตาสั้น เอียง ร่วมกับสายตายาว (Monovision) ผู้ที่มีค่าสายตาค่อนข้างสูง กระจกตาค่อนข้างบาง มีโอกาสทำเลสิกวิธีนี้ได้ ผู้ที่ต้องการฟื้นตัวเร็วหลังทำเลสิก และต้องการผลข้างเคียงหลังทำต่ำ 7. NanoReLEx®   NanoReLEx® เป็นเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็กของศูนย์เลสิกและรักษาสายตายาว (LASER VISION) โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ โดยใช้ Femtosecond Laser พลังงานต่ำระดับนาโนจูลสร้างชิ้นเนื้อกระจกตา (Lenticule) และนำออกผ่านแผลขนาดเล็กเพียง 2–3 มิลลิเมตร พร้อมเทคโนโลยี AI และ OCT Scan แบบ Real-time ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำและความปลอดภัยระหว่างการรักษา ข้อดี แผลมีขนาดเล็ก ช่วยคงความแข็งแรงของกระจกตา ใช้เลเซอร์พลังงานต่ำ ลดการกระทบกระเทือนต่อดวงตา แผลหายเร็ว ฟื้นตัวเร็ว สามารถกลับมาใช้สายตาได้ภายในประมาณ 1 วัน และมีโอกาสเกิดภาวะตาแห้งน้อย มีระบบ AI และ OCT Scan ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรักษา ข้อจำกัด ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง (ประมาณ 100,000–120,000 บาท) ไม่สามารถรักษาสายตายาวโดยกำเนิด (Hyperopia) ได้ เหมาะกับใคร ผู้ที่ต้องการแก้ไขสายตาสั้น เอียง ผู้ที่ต้องการกลับมาใช้สายตาได้อย่างรวดเร็ว ผู้ที่ต้องการลดโอกาสเกิดภาวะตาแห้งหลังทำเลสิก 8. เลสิกสายตายาว PresbyLASIK   PresbyLASIK เป็นเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีดสำหรับรักษาสายตายาวตามอายุ (Presbyopia) โดยพัฒนาต่อยอดจาก Monovision LASIK ด้วยการปรับรูปทรงกระจกตาให้สามารถโฟกัสได้หลายระยะ (Multifocal Vision) ทั้งระยะใกล้ ระยะกลาง และระยะไกล ช่วยลดการพึ่งพาแว่นอ่านหนังสือและแว่นสายตาในชีวิตประจำวัน ข้อดี มองเห็นได้ชัดทั้งระยะใกล้ ระยะกลาง และระยะไกล ปรับตัวกับการมองเห็นได้เร็วกว่า Monovision LASIK ฟื้นตัวเร็ว สามารถกลับมาใช้สายตาได้ภายในประมาณ 1 วัน ช่วยลดการพึ่งพาแว่นอ่านหนังสือในชีวิตประจำวัน ข้อจำกัด อาจมีอาการแสงฟุ้งหรือแสงกระจายในช่วงแรกหลังทำ ความคมชัดในบางระยะอาจลดลงเมื่อเทียบกับการแก้ไขสายตาแบบระยะเดียว ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนแปลงตามการเสื่อมของสายตาตามวัย เหมาะกับใคร ผู้ที่มีอายุประมาณ 40 ปีขึ้นไป และเริ่มมีภาวะสายตายาวตามอายุ ผู้ที่ต้องใช้สายตาหลายระยะในชีวิตประจำวัน ผู้ที่ต้องการลดการพึ่งพาแว่นอ่านหนังสือ ปรึกษาและตรวจประเมินก่อนทำเลสิก ตรวจวิเคราะห์สภาพดวงตาอย่างละเอียดโดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเลือกเทคโนโลยีเลสิกที่เหมาะกับคุณที่สุด สอบถามราคาแต่ละเทคนิคและโปรโมชันได้ที่นี่ ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ โทร 02-511-2111 Line 📅 นัดหมายออนไลน์ การเตรียมตัวก่อนทำเลสิก   เพื่อให้การผ่าตัดเลสิกเป็นไปอย่างราบรื่น ปลอดภัย และได้ผลลัพธ์การมองเห็นที่ดีที่สุด ผู้เข้ารับการรักษาควรเตรียมความพร้อมล่วงหน้า โดยปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้ งดใส่คอนแทคเลนส์ก่อนวันผ่าตัด ควรงดใส่อย่างน้อย 3–7 วัน (หรือมากกว่านั้นในบางประเภท) เพื่อให้กระจกตากลับสู่สภาพปกติ ทำความสะอาดร่างกายให้เรียบร้อย อาบน้ำ ล้างหน้า และสระผมให้สะอาดในวันผ่าตัด เพื่อป้องกันการติดเชื้อ งดแต่งหน้าในวันผ่าตัด รวมถึงงดใช้เครื่องสำอางบริเวณรอบดวงตา เช่น อายไลเนอร์ มาสคาร่า หรือครีมบำรุงรอบดวงตา สวมเสื้อผ้าที่สะดวกต่อการเปลี่ยน แนะนำให้ใส่เสื้อแบบติดกระดุมด้านหน้า เพื่อลดการกระทบกระเทือนบริเวณดวงตาหลังทำ งดใช้น้ำหอมและสเปรย์ทุกชนิด เช่น สเปรย์ผม น้ำหอม หรือผลิตภัณฑ์ที่มีกลิ่นฉุน เพื่อลดการระคายเคืองระหว่างการผ่าตัด งดดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อย่างน้อย 24 ชั่วโมงก่อนผ่าตัด เพื่อลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน แจ้งประวัติการใช้ยาให้แพทย์ทราบ รวมถึงยาประจำ อาหารเสริม หรือโรคประจำตัว เพื่อให้แพทย์พิจารณาความเหมาะสมและความปลอดภัย ควรมีผู้ติดตามมาด้วยในวันผ่าตัด และไม่ควรขับรถมาเอง เนื่องจากหลังทำเลสิกอาจมีอาการตาพร่า หรือระคายเคืองชั่วคราว การเตรียมตัวที่ถูกต้องจะช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มความปลอดภัย และส่งผลต่อคุณภาพการมองเห็นหลังการผ่าตัดในระยะยาว ข้อควรทำหลังทำเลสิก   เพื่อให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด และลดความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด ผู้เข้ารับการทำเลสิกควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่อาจส่งผลกระทบต่อดวงตา ดังนี้ ห้ามขยี้ตาเด็ดขาด เนื่องจากอาจส่งผลต่อกระจกตาที่กำลังฟื้นตัว หากมีอาการคัน ควรล้างมือให้สะอาด และใช้นิ้วแตะเบาๆ บริเวณหัวตาหรือหางตาแทน หลีกเลี่ยงการให้น้ำเข้าตา โดยเฉพาะในช่วง 5–7 วันแรกหลังผ่าตัด ควรระมัดระวังขณะล้างหน้า สระผม หรืออาบน้ำ งดว่ายน้ำหรือดำน้ำ อย่างน้อย 1–2 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการติดเชื้อจากน้ำ งดแต่งหน้าบริเวณรอบดวงตา เช่น อายไลเนอร์ มาสคาร่า หรืออายแชโดว์ ในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก หยอดยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยลดการอักเสบ ป้องกันการติดเชื้อ และช่วยให้แผลสมานตัวได้ดี ใส่ฝาครอบตาขณะนอนหลับ อย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการเผลอขยี้ตาโดยไม่รู้ตัว หลีกเลี่ยงการใช้สายตาหนักเกินไป เช่น การจ้องหน้าจอเป็นเวลานาน ควรพักสายตาเป็นระยะ เพื่อลดอาการตาล้าและตาแห้ง การปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดจะช่วยให้ดวงตาฟื้นตัวได้เร็วขึ้น ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ผลลัพธ์การมองเห็นมีประสิทธิภาพในระยะยาว ทำเลสิกอยู่ได้กี่ปี โดยทั่วไปผลลัพธ์จากการทำเลสิกสามารถอยู่ได้นานหลายปี เพราะเป็นการใช้เลเซอร์ปรับความโค้งของกระจกตาเพื่อแก้ไขค่าสายตาเดิม อย่างไรก็ตาม เลสิกไม่สามารถหยุดการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติของดวงตาได้ เช่น สายตายาวตามวัยที่มักเริ่มพบในช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือภาวะต้อกระจกในอนาคต ซึ่งอาจทำให้การมองเห็นเปลี่ยนแปลงได้แม้เคยทำเลสิกแล้ว ใครที่ไม่สามารถทำเลสิกได้   แม้ว่าการทำเลสิกจะเป็นวิธีแก้ไขสายตาที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถเข้ารับการรักษาด้วยวิธีนี้ได้ โดยผู้ที่มีลักษณะดังต่อไปนี้อาจไม่เหมาะสมกับการทำเลสิก ผู้ที่มีค่าสายตาสั้นสูงมาก (มากกว่า 1,400) ซึ่งอาจเกินขอบเขตที่เลสิกสามารถแก้ไขได้อย่างปลอดภัย ผู้ที่มีกระจกตาบางมาก หรือมีความผิดปกติของกระจกตา เช่น กระจกตาโก่ง (Keratoconus) ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพตา เช่น ตาแห้งรุนแรง หรือมีการติดเชื้อบริเวณดวงตา ผู้ที่มีโรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคภูมิคุ้มกันผิดปกติ หรือโรคที่ส่งผลต่อการสมานแผล ผู้ที่มีค่าสายตายังไม่คงที่ (มักพบในช่วงอายุต่ำกว่า 18 ปี) ดังนั้น ก่อนตัดสินใจทำเลสิก ควรเข้ารับการตรวจประเมินสภาพดวงตาอย่างละเอียดโดยจักษุแพทย์ เพื่อวิเคราะห์ความเหมาะสมและเลือกแนวทางการรักษาที่ปลอดภัยที่สุด ทำเลสิกที่ Laser Vision โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ ดีอย่างไร สำหรับผู้ที่กำลังมองหาสถานพยาบาลในการทำเลสิก ศูนย์เลเซอร์วิชั่น Bangkok Eye Hospital (โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ) คือศูนย์เฉพาะทางด้านจักษุวิทยาที่ได้รับความไว้วางใจ ด้วยมาตรฐานการรักษาระดับสากล ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อมอบผลลัพธ์การมองเห็นที่มีคุณภาพสูงสุดในระยะยาว จุดเด่นของศูนย์เลสิกและรักษาสายตายาว (LASER VISION) มาตรฐานระดับสากล AACI พร้อมประสบการณ์กว่า 28 ปี ได้รับการรับรองมาตรฐาน AACI ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และมีประสบการณ์ด้านการรักษาดวงตามากกว่า 28 ปี พร้อมดูแลคนไข้มาแล้วกว่า 100,000 ดวงตา ทีมจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง มากกว่า 14 ท่าน จากสถาบันการแพทย์ชั้นนำ นำทีมโดย รศ.นพ.อนันต์ วงศ์ทองศรี พร้อมให้คำปรึกษาและวางแผนการรักษาอย่างเหมาะสมในแต่ละบุคคล เทคโนโลยีเลสิกครบครัน มากกว่า 11 เทคนิค รองรับทั้งเคสทั่วไปและเคสยากซับซ้อน สามารถเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมแบบเฉพาะบุคคล (Personalized Treatment) ตรวจวินิจฉัยแม่นยำ ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญ โดยทีมนักทัศนมาตรและบุคลากรทางการแพทย์ประสบการณ์สูง ร่วมกับเครื่องมือที่ทันสมัย เพื่อการวางแผนการรักษาที่ตรงจุด ดูแลครบวงจร พร้อมบริการระดับพรีเมียม ตั้งแต่การตรวจ วางแผน ผ่าตัด และติดตามผลอย่างใกล้ชิด ภายใต้บรรยากาศที่ผ่อนคลายและใส่ใจในทุกรายละเอียด ด้วยความพร้อมทั้งด้านมาตรฐาน เทคโนโลยี และทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ศูนย์เลสิกและรักษาสายตายาว (LASER VISION) โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ Bangkok Eye Hospital (เลียบด่วนรามอินทรา) จึงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการทำเลสิกอย่างมั่นใจ และได้ผลลัพธ์การมองเห็นที่ดีที่สุด สรุป การทำเลสิก (LASIK) เป็นทางเลือกในการแก้ไขปัญหาสายตาที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นสายตาสั้น สายตายาว หรือสายตาเอียง ด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีวิธีการรักษาหลากหลายรูปแบบ เช่น PRK, FemtoLASIK, SMILE Pro™ 2.0 รวมถึง PresbyLASIK สำหรับผู้ที่มีสายตายาวตามวัย แต่ละเทคโนโลยีมีหลักการรักษา ข้อดี และข้อจำกัดที่แตกต่างกัน การเลือกวิธีที่เหมาะสมจึงควรพิจารณาจากโครงสร้างดวงตา ค่าสายตา และไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล โดยต้องผ่านการตรวจประเมินอย่างละเอียดจากจักษุแพทย์ นอกจากนี้ การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด และการดูแลตัวเองหลังทำเลสิกอย่างถูกต้อง เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผลลัพธ์การรักษามีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงภาวะแทรกซ้อน และช่วยให้ดวงตาฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม เลสิกอาจไม่เหมาะกับทุกคน ผู้ที่มีค่าสายตาสูงมาก หรือมีความผิดปกติของกระจกตา ควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์เพื่อเลือกวิธีการรักษาที่ปลอดภัยที่สุด สำหรับผู้ที่กำลังมองหาการทำเลสิก การเลือกสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีที่ครบครัน เช่น ศูนย์เลสิกและรักษาสายตายาว (LASER VISION) จะช่วยเพิ่มความมั่นใจ และทำให้ได้ผลลัพธ์การมองเห็นที่คมชัด ปลอดภัย และยั่งยืนในระยะยาว ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ โทร 02-511-2111 Line 📅 นัดหมายออนไลน์ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำเลสิก (FAQ) ทำเลสิกแล้วสายตาจะกลับมาสั้นอีกไหม มีโอกาสเกิดขึ้นได้ในบางราย โดยเฉพาะผู้ที่ค่าสายตายังไม่คงที่ก่อนทำเลสิก หรือมีการเปลี่ยนแปลงของดวงตาตามอายุ แต่โดยทั่วไปผลลัพธ์ของเลสิกค่อนข้างคงที่ในระยะยาว หากเริ่มมองไม่ชัดอีกครั้งควรเข้ารับการตรวจเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ทำเลสิกแล้วตอนอายุมากขึ้นต้องใส่แว่นไหม อาจต้องใช้แว่นอ่านหนังสือเมื่อมีสายตายาวตามวัย เพราะเลสิกช่วยแก้ค่าสายตาเดิม เช่น สั้น ยาว หรือเอียง แต่ไม่สามารถป้องกันความเสื่อมตามวัยของเลนส์ตาได้ หลังทำเลสิกต้องตรวจตาบ่อยแค่ไหน ควรมาตรวจตามนัดที่จักษุแพทย์กำหนดในช่วงแรกหลังผ่าตัด (1 วัน, 7 วัน, 1 เดือน หรือตามที่แพทย์นัดติดตามอาการหลังผ่าตัด) หลังจากนั้นควรตรวจสุขภาพตาเป็นระยะ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการผิดปกติ เช่น มองเห็นไม่ชัด ตาแห้งมาก แสบตา หรือมีแสงกระจายผิดปกติ เพื่อดูแลผลลัพธ์และสุขภาพดวงตาในระยะยาว กระจกตาบางทำเลสิกได้ไหม คนที่กระจกตาบางเกินไปมักไม่สามารถทำเลสิกได้ เนื่องจากขั้นตอนการแยกชั้นกระจกตาอาจทำให้กระจกตาที่เหลือบางจนเกิดอันตราย แต่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการรักษาสายตาที่ปลอดภัยสำหรับคนกระจกตาบาง เช่น การทำเลสิกวิธี NanoLASIK ที่ประหยัดเนื้อกระจกตามากกว่าเลสิกวิธีอื่น (เอกสิทธิ์เฉพาะที่ศูนย์เลสิกและรักษาสายตายาว (LASER VISION)) หรือการผ่าตัดใส่เลนส์เสริม (ICL) ดังนั้น หากคุณกระจกตาบาง จักษุแพทย์จะช่วยประเมินวิธีที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุดให้แทนการทำเลสิกทั่วไป เลสิกแพงไหม ราคาเท่าไหร่ การทำเลสิกมีราคาที่หลากหลายขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่เลือกใช้และสถานพยาบาล โดยทั่วไปราคาจะเริ่มต้นที่ประมาณ 30,000 บาท ไปจนถึง 150,000 บาทต่อตาทั้งสองข้าง การทำ PRK หรือเลสิกแบบดั้งเดิมมักมีราคาประหยัดที่สุด ส่วนเลสิกแบบไร้ใบมีด เช่น FemtoLASIK, SMILE Pro™ 2.0, NanoLASIK, NanoReLEx® ที่ใช้เลเซอร์ความแม่นยำสูงจะมีราคาสูงขึ้นตามลำดับ แม้จะดูเป็นเงินก้อนใหญ่ แต่นับเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาวเมื่อเทียบกับค่าคอนแทคเลนส์และแว่นตาที่คุณต้องจ่ายตลอดชีวิต เลสิกน่ากลัวไหม ความกลัวเป็นเรื่องปกติสำหรับทุกคนที่ต้องทำหัตถการกับดวงตา แต่ในความเป็นจริงการทำเลสิกไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เทคโนโลยีในปัจจุบันมีความปลอดภัยและแม่นยำสูงมาก ควบคุมด้วยระบบคอมพิวเตอร์ที่ล้ำสมัย ตลอดการผ่าตัดจักษุแพทย์จะดูแลอย่างใกล้ชิดและใช้เวลาเพียง 10–15 นาทีต่อข้างเท่านั้น เลสิกเจ็บไหม ก่อนเริ่มขั้นตอนการทำเลสิกแพทย์จะหยอดยาที่ดวงตา ทำให้คุณไม่รู้สึกเจ็บตลอดการผ่าตัด แต่อาจมีความรู้สึกตึงๆ หรือเหมือนมีแรงกดที่ดวงตาเบาๆ เพียงไม่กี่วินาทีในบางขั้นตอนเท่านั้น หลังจากยาชาหมดฤทธิ์ในช่วงไม่กี่ชั่วโมงแรก อาจมีอาการระคายเคืองตา น้ำตาไหล หรือเคืองตาคล้ายมีเม็ดทรายอยู่ในตา ซึ่งเป็นอาการปกติที่สามารถบรรเทาได้ด้วยการหยอดน้ำตาเทียมและทานยาแก้ปวดตามแพทย์สั่ง บทความโดย รศ.นพ. อนันต์ วงศ์ทองศรี ประธานกรรมการบริหาร (CEO) และจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา (LASIK) ประสบการณ์ดูแลคนไข้มากกว่า 100,000 ดวงตา ประวัติแพทย์ นัดหมายปรึกษา *หมายเหตุ: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยทางการแพทย์ได้ หากท่านมีอาการผิดปกติกรุณาปรึกษาจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง
อ่านเพิ่มเติม
ศูนย์รักษาจอประสาทตา

เลเซอร์จอประสาทตา วิธีรักษาจอประสาทตาให้มองเห็นชัดและได้ผลเร็ว

เลเซอร์จอประสาทตาคือการรักษาด้วยลำแสงเลเซอร์ไปยังจุดที่ผิดปกติของจอประสาทตา เพื่อป้องกันการลอก ฉีกขาด หรือความเสียหายของจอประสาทตา และช่วยคงประสิทธิภาพการมองเห็น เลเซอร์จอประสาทตาช่วยรักษาภาวะเส้นเลือดผิดปกติจากเบาหวานขึ้นตา รอยฉีกขาดหรือรูรั่วที่จอประสาทตา ภาวะบวมที่จุดรับภาพ และเส้นเลือดอุดตันในจอประสาทตา เพื่อป้องกันการสูญเสียการมองเห็นถาวร ข้อดีของการรักษาด้วยเลเซอร์จอประสาทตาคือปลอดภัย เห็นผลเร็ว ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล และช่วยป้องกันการสูญเสียการมองเห็นได้อย่างมีประสิทธิภาพ การรักษาโรคจอประสาทตาด้วยเลเซอร์นับเป็นความก้าวหน้าทางการแพทย์ที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ป่วยที่เผชิญกับภาวะคุกคามการมองเห็น เทคโนโลยีเลเซอร์จอประสาทตาเปรียบเสมือนเครื่องมืออันแม่นยำที่เข้ามาช่วยซ่อมแซมและปกป้อง จอประสาทตาของเราจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น เพื่อรักษาการมองเห็นที่เหลืออยู่ไม่ให้แย่ลงไปกว่าเดิม หากคุณกำลังพิจารณาการรักษาด้วยวิธีนี้ การทำความเข้าใจขั้นตอน ข้อดี และความปลอดภัยจะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจ   การเลเซอร์จอประสาทตาคืออะไร? การเลเซอร์จอประสาทตาเป็นการยิงลำแสงเลเซอร์เข้มข้นไปยังจุดที่ต้องการบนจอประสาทตา พลังงานจากเลเซอร์จะทำให้เนื้อเยื่อบริเวณนั้นแข็งตัวเล็กน้อย ช่วยหยุดความเสียหายและป้องกันไม่ให้โรคดำเนินไปมากขึ้น อีกทั้งยังสร้างแผลเป็นบนผิวจอประสาทตาเพื่อลดการงอกของเส้นเลือดใหม่ จึงเป็นทางเลือกสำคัญในการรักษาภาวะเส้นเลือดในตาแตกหรืออุดตัน เช่น ผู้ป่วยเบาหวานที่มีภาวะแทรกซ้อนเบาหวานขึ้นจอประสาทตา   เลเซอร์จอประสาทตาช่วยรักษาอะไรบ้าง? เลเซอร์จอประสาทตาเป็นการรักษาที่ใช้แก้ไขโรคและความผิดปกติของจอประสาทตาหลายประเภท ซึ่งพบบ่อยและส่งผลต่อการมองเห็น เช่น   เบาหวานขึ้นจอประสาทตา โรคแทรกซ้อนจากเบาหวานสามารถทำให้หลอดเลือดในจอประสาทตาผิดปกติ เกิดหลอดเลือดงอกใหม่ที่เปราะและแตกง่าย หรือเกิดจุดบวมที่รับภาพชัด (Macular Edema) การรักษาด้วยเลเซอร์จอประสาทตาบางส่วนช่วยผนึกหลอดเลือดที่รั่วซึม และยับยั้งการเจริญเติบโตของหลอดเลือดใหม่ที่ผิดปกติ ทำให้ลดอาการบวมและป้องกันการตกเลือดในตาได้   จอประสาทตาเป็นรูหรือฉีกขาด เมื่อจอประสาทตามีรอยฉีกขาด น้ำจากวุ้นตาอาจซึมผ่านเข้าไปด้านใต้ ทำให้เกิดภาวะจอประสาทตาเป็นรูหรือหลุดลอก (Retinal Detachment) ซึ่งอาจร้ายแรงถึงขั้นตาบอดถาวร การยิงเลเซอร์จอประสาทตาจะเปรียบเสมือนการเชื่อม (Welding) หรือเย็บขอบรอยฉีกให้ติดแน่นกับเนื้อเยื่อใต้จอประสาทตา ป้องกันไม่ให้น้ำไหลผ่านเข้าไป เพิ่มความปลอดภัยให้ดวงตา   เส้นเลือดจอประสาทตาอุดตัน เมื่อเส้นเลือดดำในจอประสาทตาเกิดการอุดตัน เลือดและน้ำจะรั่วเข้าสู่จอประสาทตา ทำให้เกิดอาการบวมและสายตาพร่ามัว การรักษาด้วยเลเซอร์จอประสาทตาจะช่วยลดการบวม ลดการรั่วซึมของของเหลว และป้องกันความเสียหายถาวรต่อจอประสาทตา ทำให้สายตาชัดขึ้นและลดความเสี่ยงต่อการสูญเสียการมองเห็น   ขั้นตอนการรักษาด้วยเลเซอร์จอประสาทตา หลายคนอาจกังวลเรื่องความเจ็บหรือความเสี่ยง แต่จริงๆ แล้วเลเซอร์จอประสาทตาปลอดภัย ใช้เวลา 10-20 นาทีต่อครั้ง และไม่ต้องนอนโรงพยาบาล โดยมีขั้นตอนในการรักษาคือ   จักษุแพทย์จะตรวจสภาพตาอย่างละเอียด และอาจมีการขยายรูม่านตาเพื่อการมองเห็นที่ชัดเจนขึ้น จากนั้นจะหยอดยาชาเฉพาะที่บริเวณดวงตา และใช้เลนส์สัมผัสพิเศษวางบนลูกตาเพื่อช่วยในการมองเห็นจอประสาทตาได้อย่างชัดเจน ผู้ป่วยจะนั่งในท่าที่สบาย แพทย์จะใช้เครื่องยิงเลเซอร์ที่ต่อกับกล้องจุลทรรศน์ ค่อยๆ ยิงแสงเลเซอร์ไปยังจุดที่กำหนดบนจอประสาทตา โดยผู้ป่วยจะเห็นแสงวาบเล็กน้อย และอาจรู้สึกเหมือนมีเข็มจิ้มเบาๆ แต่โดยรวมแล้วไม่ได้สร้างความเจ็บปวดรุนแรง หลังการยิงเลเซอร์ ผู้ป่วยอาจมีอาการตามัวลงเล็กน้อยเนื่องจากยาขยายม่านตา และควรมีผู้ติดตามเพื่อขับรถกลับบ้าน เนื่องจากสายตาอาจยังมองเห็นไม่ชัดเจน ข้อดีของการรักษาด้วยเลเซอร์จอประสาทตา การรักษาด้วยเลเซอร์จอประสาทตาช่วยแก้ไขปัญหาจอประสาทตาได้ตรงจุด ปลอดภัย และเห็นผลเร็ว จึงทำให้ผู้เข้ารับการรักษามั่นใจในประสิทธิภาพและความสะดวกสบาย พร้อมทั้งมีข้อดีหลายประการดังนี้   เทคโนโลยีเลเซอร์ในปัจจุบันมีความแม่นยำสูงมาก แพทย์สามารถควบคุมตำแหน่งและพลังงานของเลเซอร์ได้อย่างละเอียด เพื่อให้การรักษามีประสิทธิภาพสูงสุดโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียงที่ไม่เกี่ยวข้อง การรักษาแบบไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ ไม่มีบาดแผลจากการผ่าตัด จึงมีความเสี่ยงน้อยและใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน วิธีมาตรฐานที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีประสิทธิภาพในการป้องกันการสูญเสียการมองเห็นในหลายโรคจอประสาทตา การรักษาอย่างทันท่วงทีด้วยเลเซอร์จอประสาทตา ช่วยลดความเสี่ยงที่โรคจะลุกลามจนต้องเข้ารับการผ่าตัดที่ซับซ้อนกว่าในอนาคต ข้อควรปฏิบัติหลังเลเซอร์จอประสาทตา หลังจากทำเลเซอร์จอประสาทตา การดูแลตัวเองอย่างเหมาะสมมีความสำคัญต่อการฟื้นฟูสายตาและป้องกันภาวะแทรกซ้อน เพื่อให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด มีข้อควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด   หลังทำเลเซอร์ ควรพักสายตา หลีกเลี่ยงการเพ่งหรือจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ หรืออ่านหนังสือเป็นเวลานาน หากแพทย์ให้ยาหยอดตาหรือต้านการอักเสบ ต้องใช้ยาตามเวลาและปริมาณที่กำหนดเพื่อป้องกันการติดเชื้อและลดการอักเสบ หากเกิดอาการปวดตาอย่างรุนแรง ตาแดงมาก หรือมีภาพลอย แสงกะพริบ หรือจอประสาทตาบวม ควรติดต่อแพทย์ทันที ในช่วงแรกควรหลีกเลี่ยงการออกแรงหนัก ยกของหนัก หรือกีฬาที่เสี่ยงกระแทกดวงตา การกลับมาตรวจตาตามที่แพทย์นัดมีความสำคัญ เพื่อประเมินการฟื้นตัวและประสิทธิภาพของเลเซอร์ ระยะพักฟื้นและผลลัพธ์ที่ได้หลังเลเซอร์จอประสาทตา หลังการยิงเลเซอร์จอประสาทตาในช่วง 1-2 วันแรก ผู้ป่วยอาจมีอาการตามัว เห็นแสงวาบ หรือมีตาแดงเล็กน้อยจากยาขยายม่านตา ซึ่งอาการเหล่านี้จะค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปเอง สำหรับระยะยาว สิ่งสำคัญคือการรักษาดวงตาที่เหลืออยู่และป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายเพิ่ม การมองเห็นอาจไม่ดีขึ้นทันที และในบางกรณีอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนกว่าจะเห็นผลชัดเจน   ค่าใช้จ่ายในการรักษาด้วยเลเซอร์จอประสาทตา ค่าใช้จ่ายในการรักษาด้วยเลเซอร์จอประสาทตาจะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของโรค จำนวนครั้งที่ต้องทำเลเซอร์ และประเภทของเครื่องมือที่ใช้ โดยทั่วไปค่าใช้จ่ายจะครอบคลุมทั้งค่าธรรมเนียมแพทย์ ค่าอุปกรณ์ และค่ายา   ประเภทของเลเซอร์ที่ใช้รักษาจอประสาทตา เพื่อให้เข้าใจถึงประสิทธิภาพการรักษาที่เป็นเลิศของโรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ เราสามารถแยกประเภทของเลเซอร์ตามลักษณะการใช้งานได้ดังนี้ครับ   1. Argon Laser / Green Laser (Photocoagulation)  นี่คือเลเซอร์พื้นฐานที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุด มีลักษณะเป็นแสงสีเขียวที่มีพลังงานความร้อนสูง แพทย์จะใช้เลเซอร์ชนิดนี้ในการจี้ เพื่อให้เกิดรอยไหม้เล็กๆ บนจอตา ใช้สำหรับปิดรอยฉีกขาดของจอประสาทตา (Retinal Break) เพื่อป้องกันจอประสาทตาลอก หรือใช้ยิงกระจัดกระจายทั่วจอตา (PRP) ในคนไข้เบาหวานขึ้นตา เพื่อยับยั้งการสร้างเส้นเลือดผิดปกติ   2. Micropulse Laser (Sub-threshold Laser) เป็นเทคโนโลยีเลเซอร์สมัยใหม่ที่ปรับปรุงมาจากเลเซอร์ความร้อน โดยจะปล่อยพลังงานเป็นจังหวะสั้นๆ (Pulse) ทำให้เกิดการรักษาโดยไม่ทำลายเนื้อเยื่อข้างเคียงและไม่เกิดรอยไหม้ที่มองเห็นได้ ใช้สำหรับรักษาอาการจุดรับภาพชัดบวมน้ำ (Macular Edema) หรือภาวะน้ำขังใต้จอประสาทตา โดยเน้นการกระตุ้นเซลล์จอประสาทตาให้กลับมาทำงานปกติโดยไม่เกิดแผลเป็น   3. Endolaser (Integrated with Constellation)  ดังที่กล่าวไปข้างต้น เลเซอร์ชนิดนี้จะถูกใช้งานผ่านระบบของเครื่อง Constellation ในระหว่างการผ่าตัด โดยความร้อนจากปลายโพรบจะส่งตรงไปยังตำแหน่งที่ต้องการรักษาอย่างแม่นยำที่สุด ใช้สำหรับเคสจอประสาทตาลอกที่ซับซ้อน หรือกรณีที่มีเลือดออกในวุ้นตาจนไม่สามารถยิงเลเซอร์จากภายนอกได้   4. YAG Laser (สำหรับการรักษาต่อเนื่อง) แม้ YAG Laser  มักถูกใช้ในการรักษาต้อหินหรือถุงหุ้มเลนส์ตาขุ่น แต่ในบางกรณีจักษุแพทย์อาจใช้เพื่อจัดการกับพังผืดหรือตะกอนบางอย่างในตาที่ส่งผลกระทบต่อจอประสาทตาในมุมที่เฉพาะเจาะจง     เลเซอร์จอประสาทตาที่ศูนย์โรคจอประสาทตา Bangkok Eye Hospital ดีอย่างไร เลเซอร์จอประสาทตาเป็นวิธีรักษาที่ตรงจุดและมีประสิทธิภาพ ช่วยป้องกันความเสียหายของจอประสาทตาและรักษาการมองเห็นให้คงที่ Bangkok Eye Hospital มุ่งมั่นให้บริการด้วยเทคโนโลยีทันสมัยและประสบการณ์ของจักษุแพทย์เฉพาะทางจากศูนย์โรคจอประสาทตา เพื่อดูแลดวงตาคู่สำคัญของคุณ โดยสิ่งที่ผู้เข้ารับบริการจะได้รับ ได้แก่   การตรวจสุขภาพดวงตาและจอประสาทตาอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการรักษาอย่างแม่นยำ การยิงเลเซอร์จอประสาทตาใช้ลำแสงเข้มข้นตรงบริเวณที่ต้องการรักษา พลังงานจากเลเซอร์ช่วยสร้างเนื้อเยื่อแข็งเล็กน้อย ป้องกันการรั่วซึมของเลือดและน้ำ และหยุดความเสียหายไม่ให้ลุกลาม แพทย์จะติดตามการฟื้นฟูการมองเห็นอย่างใกล้ชิด พร้อมคำแนะนำในการดูแลตัวเองเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน   โปรโมชันแพ็กเกจตรวจคัดกรองโรคจอประสาทตา แพ็กเกจตรวจคัดกรองโรคจอประสาทตา 9 รายการ ตรวจลึกถึงโครงสร้างจอตาด้วยเครื่องมือเฉพาะทาง Fundus Camera และ OCT พร้อมประเมินความเสี่ยงโดยจักษุแพทย์เฉพาะทางด้านจอประสาทตา ราคาปกติ 6,500 บาท ราคาโปรโมชัน 2,990 บาท รายการตรวจคัดกรอง 9 รายการ ตรวจวัดระดับการมองเห็น ตรวจวัดสายตาด้วยคอมพิวเตอร์ ตรวจวัดความดันลูกตา ตรวจและวัดค่าสายตาโดยละเอียดโดยนักทัศนมาตร ตรวจวัดความหนากระจกตาด้วยเครื่องอัตโนมัติ ตรวจจอประสาทตาด้วยเครื่องถ่ายภาพจอประสาทตา ตรวจวินิจฉัยขั้วประสาทตา และชั้นจอประสาทตา ตรวจวิเคราะห์เซลล์กระจกตา ความเสื่อมของกระจกตา ตรวจตาด้วยกล้องจุลทรรศน์พิเศษโดยจักษุแพทย์เฉพาะทางด้านจอประสาทตา เงื่อนไขแพ็กเกจ โปรโมชันเริ่มตั้งแต่วันนี้ - 30 กันยายน 2569 ไม่รวมค่ายา หรือค่ารักษาเพิ่มเติมกรณีพบความผิดปกติ อาจมีอาการตามัวและไวต่อแสงชั่วคราวประมาณ 4–6 ชั่วโมง (จากการหยอดยาขยายม่านตา) แนะนำให้มีผู้ติดตามมาด้วย ดูรายละเอียดแพ็กเกจและทำนัดหมาย สรุป เลเซอร์จอประสาทตาเป็นวิธีรักษาโรคและความผิดปกติของจอประสาทตาอย่างตรงจุด ช่วยป้องกันการฉีกขาดหรือหลุดลอกของจอประสาทตา และเสริมประสิทธิภาพการมองเห็นได้รวดเร็ว ปลอดภัย และไม่ต้องพักฟื้นนาน เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่มีภาวะเบาหวานขึ้นจอประสาทตา จอประสาทตาบวม หรือเส้นเลือดดำอุดตันในตา การรักษาจะใช้ลำแสงเลเซอร์เข้มข้นยิงไปยังจุดที่ต้องการ เพื่อผนึกหลอดเลือดที่รั่วซึมและป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม หลังยิงเลเซอร์อาจมีอาการตามัวเล็กน้อย แต่จะดีขึ้นเองและไม่ต้องนอนโรงพยาบาล การรักษาแต่ละครั้งใช้เวลาเพียง 10-20 นาที และสามารถติดตามผลการมองเห็นได้อย่างใกล้ชิด มาตรวจเพื่อหาความเสี่ยงหรือรักษาได้ที่ Bangkok Eye Hospital (โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ)   อ่านบทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จอประสาทตาเป็นรูเกิดจากอะไร? อาการที่ควรรีบพบแพทย์ และวิธีรักษา จอประสาทตาฉีกขาด หลุดลอก มีอาการอย่างไร หาสาเหตุและวิธีรักษา วุ้นในตาเสื่อม อันตรายต่อการมองเห็น มาหาสาเหตุและวิธีการรักษา คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเลเซอร์จอประสาทตา (FAQ) เพื่อให้เข้าใจวิธีการทำ ผลลัพธ์ และการดูแลหลังทำเลเซอร์จอประสาทตา เราได้รวบรวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเลเซอร์จอประสาทตามาอธิบายอย่างเข้าใจง่ายในส่วนนี้   อาการหลังยิงเลเซอร์จอประสาทตาเป็นอย่างไร หลังทำเลเซอร์จอประสาทตา ผู้ป่วยอาจมีอาการตามัวเล็กน้อย รู้สึกเหมือนเห็นแสงวาบ หรือมีตาแดงจากยาขยายม่านตา อาการเหล่านี้มักค่อยๆ ดีขึ้นและหายไปเองภายใน 1-2 วัน ส่วนการมองเห็นที่ชัดเจนขึ้นอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ ขึ้นอยู่กับสภาพจอประสาทตาและโรคที่รักษา   ผลข้างเคียงของการทำเลเซอร์จอประสาทตา ผลข้างเคียงของการทำเลเซอร์จอประสาทตาโดยทั่วไปมักไม่รุนแรง อาจพบอาการตามัวชั่วคราว แสบตา แสงจ้า หรือตาแดงเล็กน้อย ส่วนผลข้างเคียงรุนแรงเกิดได้น้อยมาก เช่น การมองเห็นจุดดำเพิ่มขึ้นหรือจอประสาทตาเสียหาย แพทย์จะให้คำแนะนำและติดตามผลอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อน   เลเซอร์จอประสาทตา ต้องใช้เวลารักษากี่ครั้ง จำนวนครั้งในการทำเลเซอร์จอประสาทตาขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของโรค รวมถึงตำแหน่งและขอบเขตของจุดที่ต้องรักษา โดยทั่วไปบางรายอาจทำครั้งเดียวก็เพียงพอ แต่บางรายอาจต้องทำหลายครั้งตามดุลยพินิจของแพทย์เพื่อให้ผลการรักษามีประสิทธิภาพสูงสุด
calling
ติดต่อเรา : +662 511 2111