สรุปสาระสำคัญ
- ปัจจุบันเลสิกมี 9 เทคนิคหลัก แบ่งเป็น 3 กลุ่มตามวิธีจัดการกระจกตา ได้แก่ กลุ่มลอกผิวกระจกตา (PRK, TransPRK) กลุ่มเปิดฝากระจกตา (SBK LASIK, FemtoLASIK, NanoLASIK, NanoPresby LASIK) และกลุ่มแผลเล็กไม่เปิดฝากระจกตา (ReLEx SMILE, SMILE Pro™ 2.0, NanoRelex®)
- กลุ่มลอกผิวกระจกตาเหมาะกับผู้ที่กระจกตาบางหรือเสี่ยงต่อการกระแทกดวงตา แต่พักฟื้นนานกว่า ส่วนกลุ่มแผลเล็กช่วยคงความแข็งแรงของกระจกตาและลดภาวะตาแห้งได้ดีที่สุด
- ราคาแตกต่างกันตามเทคโนโลยี ตั้งแต่ประมาณ 30,000–40,000 บาท (PRK, SBK LASIK) ไปจนถึง 100,000–120,000 บาท (NanoLASIK, NanoRelex®) ต่อ 2 ตา
- ผู้ที่เหมาะกับการทำเลสิกควรมีอายุ 18 ปีขึ้นไป ค่าสายตาคงที่อย่างน้อย 1 ปี กระจกตาหนาเพียงพอ และไม่มีโรคทางตาที่รุนแรง ทั้งนี้การเลือกเทคนิคที่เหมาะสมต้องผ่านการตรวจประเมินโดยจักษุแพทย์เสมอ
ปัญหาสายตาสั้น ยาว หรือเอียง ล้วนส่งผลกระทบต่อการมองเห็นและคุณภาพชีวิตในระยะยาว การทำเลสิกจึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมในการแก้ไขปัญหาสายตาอย่างถาวร ปัจจุบันมีเทคโนโลยีการทำเลสิกหลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละเทคนิคมีจุดเด่น ขั้นตอนการรักษา ข้อจำกัด และค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกัน
เนื้อหานี้จะพาคุณไปรู้จักว่าเลสิกมีกี่แบบ พร้อมเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของแต่ละวิธี และแนวทางเลือกเทคนิคที่เหมาะสมกับค่าสายตา งบประมาณ และไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด
ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ
เลสิกมีทั้งหมดกี่แบบ
เทคนิคการทำเลสิกได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ผู้มีปัญหาสายตาในรูปแบบที่หลากหลาย โดยแต่ละประเภทมีหลักการทำงาน ข้อดี และข้อควรระวังที่แตกต่างกันออกไป ดังนี้

การทำ PRK จะเริ่มต้นด้วยการลอกผิวกระจกตาชั้นนอกสุด (Epithelium) ออกทั้งหมด จากนั้นแพทย์จะใช้เลเซอร์ (Excimer Laser) เข้าไปปรับแต่งความโค้งของกระจกตาให้สอดคล้องกับค่าสายตาที่ต้องการแก้ไข ปิดท้ายด้วยการใส่คอนแทคเลนส์ชนิดพิเศษเพื่อปกป้องดวงตาและช่วยให้เนื้อเยื่อสมานตัวได้เป็นอย่างดี
ข้อดี
- เป็นวิธีที่ราคาจับต้องได้ง่าย (ประมาณ 30,000–40,000 บาท/2 ตา)
- ลดความเสี่ยงจากภาวะฝากระจกตาเคลื่อน หรือปัญหาเกี่ยวกับฝากระจกตาในระยะยาว เนื่องจากไม่มีขั้นตอนการแยกชั้นกระจกตา
ข้อจำกัด
- ในช่วง 5–7 วันแรก ผู้เข้ารับการรักษาอาจรู้สึกปวด แสบ หรือเคืองตา
- มีโอกาสติดเชื้อได้ง่ายกว่าในช่วงที่รอให้ผิวเนื้อเยื่อกระจกตาสร้างขึ้นมาใหม่
- ใช้ระยะเวลาพักฟื้นนานกว่าวิธีอื่น โดยการมองเห็นจะค่อยๆ ปรับตัวจนคมชัดในเวลาประมาณ 3–4 สัปดาห์
- มีความเสี่ยงที่จะเกิดรอยฝ้าขุ่นบนกระจกตา โดยเฉพาะในผู้ที่มีค่าสายตาสูงมากๆ หรือมีโรคทางกระจกตาอื่นๆ ร่วมด้วย
เหมาะกับใคร
- ผู้ที่ต้องการรักษาสายตาสั้น ยาว หรือเอียง
- ผู้ที่มีปัญหากระจกตาบาง หรือสภาพดวงตาไม่เหมาะกับการเปิดฝากระจกตา
- ผู้ที่มีไลฟ์สไตล์ชอบเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีม หรือประกอบอาชีพที่มีความเสี่ยงต่อการถูกกระแทกบริเวณดวงตา เช่น ตำรวจ ทหาร นักบิน หรือนักกีฬา

นวัตกรรมนี้พัฒนาต่อยอดมาจาก PRK เดิม โดยใช้เลเซอร์ (Excimer Laser) เพียงอย่างเดียวในการทำงานแบบเต็มประสิทธิภาพ ทั้งการลอกผิวกระจกตาและการปรับแต่งความโค้งในขั้นตอนเดียว โดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์ใดๆ สัมผัสหรือขูดที่ผิวดวงตา
ข้อดี
- ช่วยลดความรู้สึกระคายเคืองหลังรับบริการได้ดีกว่าการทำ PRK แบบดั้งเดิม
- รอยแผลมีความเรียบเนียนสม่ำเสมอ ส่งผลให้ใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อยกว่า
- ระยะเวลาที่สายตาจะกลับมาปรับตัวคมชัดใช้เวลาลดลง เหลือเพียงประมาณ 2 สัปดาห์
ข้อจำกัด
- อาจมีอาการปวด แสบ หรือเคืองตาได้ในช่วง 3–4 วันแรก
- ระยะเวลาพักฟื้นยังถือว่านานกว่ากลุ่มเลสิกทั่วไป (เช่น FemtoLASIK หรือ SMILE Pro™ 2.0)
- อาจพบความเสี่ยงเรื่องกระจกตาเป็นฝ้าขุ่นได้ ในรายที่มีค่าสายตาผิดปกติมาก หรือมีโรคทางกระจกตาอื่นๆ
เหมาะกับใคร
- ผู้ที่ต้องการรักษาสายตาสั้นและเอียง
- ผู้ที่กระจกตาค่อนข้างบาง หรือไม่สามารถทำเลสิกแบบเปิดฝากระจกตาได้
- ผู้ที่ทำงานหรือมีกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการโดนกระแทกที่ดวงตา

เป็นรูปแบบที่พัฒนามาจากเลสิกยุคแรก โดยเปลี่ยนมาใช้ใบมีดชนิดพิเศษ (Microkeratome) ที่สามารถแยกชั้นฝากระจกตาได้บางเป็นพิเศษ จากนั้นจึงใช้เลเซอร์ (Excimer Laser) ในการปรับรูปทรงกระจกตาเพื่อแก้ไขค่าสายตา แล้วจึงพับฝากลับเข้าตำแหน่งเดิม
ข้อดี
- ราคาประหยัดและเข้าถึงได้ง่าย (ประมาณ 30,000–40,000 บาท/2 ตา)
- ใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อย ช่วยให้กลับมามองเห็นได้ชัดขึ้นภายในประมาณ 1–2 วัน
- สูญเสียเนื้อกระจกตาน้อยกว่าการทำเลสิกด้วยใบมีดแบบรุ่นเก่า
ข้อจำกัด
- เนื่องจากมีการสร้างฝากระจกตา จึงต้องระมัดระวังอุบัติเหตุหรือการกระแทกอย่างรุนแรงในช่วงแรก
- ผู้รับบริการบางรายอาจพบภาวะตาแห้งในช่วงแรกๆ
- หากผู้เข้ารับการรักษามีดวงตาที่ค่อนข้างเล็ก แพทย์อาจแนะนำให้ใช้วิธีอื่นแทน
เหมาะกับใคร
- ผู้ที่ต้องการรักษาสายตาสั้น ยาว หรือเอียง
- ผู้ที่ต้องการพักฟื้นระยะสั้นและอยากกลับมาใช้สายตาตามปกติ
- ผู้ที่มีความหนาของกระจกตาอยู่ในเกณฑ์ที่สามารถทำได้
- ผู้ที่มีค่าสายตาอยู่ในระดับที่เหมาะสมและไม่มีปัญหาตาแห้งขั้นรุนแรง

FemtoLASIK หรือที่เรียกกันว่า “เลสิกไร้ใบมีด” เป็นเทคโนโลยีที่ยกระดับมาจาก SBK LASIK โดยเปลี่ยนจากการใช้ใบมีดมาเป็นคลื่นเลเซอร์ (Femtosecond Laser) ในการสร้างฝากระจกตาแทน จากนั้นจึงยิงเลเซอร์ (Excimer Laser) เพื่อสลายเนื้อเยื่อปรับค่าสายตา และปิดฝากระจกตาลง
ข้อดี
- เป็นทางเลือกของเลสิกไร้ใบมีดที่ราคาคุ้มค่า (ประมาณ 40,000–60,000 บาท/2 ตา)
- ให้ความแม่นยำสูงกว่าวิธี PRK และ SBK LASIK
- ลดโอกาสเกิดผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดจากการใช้ใบมีด
- อาการแสบตา ปวด หรือระคายเคืองมีน้อยกว่า PRK และ SBK LASIK อย่างเห็นได้ชัด
ข้อจำกัด
- ยังคงเป็นวิธีที่มีการแยกชั้นฝากระจกตา จึงมีความเสี่ยงหากโดนกระแทกแรงๆ ในช่วงแรก
- อาจพบอาการมองเห็นแสงแตกกระจาย หรือความคมชัดลดลงในที่แสงน้อยช่วงแรก
เหมาะกับใคร
- ผู้ที่ต้องการรักษาสายตาสั้น เอียง หรือทำเลสิกแบบรักษาทั้งสายตาสั้น เอียง และยาวพร้อมกัน (Monovision)
- ผู้ที่ต้องการใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อย
- ผู้ที่คาดหวังผลลัพธ์ที่มีความแม่นยำสูง
- ผู้ที่มีความหนากระจกตาเพียงพอและไม่มีอาการตาแห้งขั้นรุนแรง
5. ReLEx SMILE
ReLEx SMILE (รีเลกส์สมาย) ถือเป็นจุดเริ่มต้นของนวัตกรรมเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก (Lenticule Extraction) โดยจักษุแพทย์จะใช้คลื่นเลเซอร์ (Femtosecond Laser) เพียงชนิดเดียวในการตัดแต่งชิ้นเนื้อกระจกตา (Lenticule) ภายในชั้นกระจกตา จากนั้นจะคีบเอาชิ้นเนื้อนั้นออกมาผ่านรอยเปิดขนาดเล็กเพียง 2–4 มิลลิเมตร โดยไม่มีการแยกชั้นหรือเปิดฝากระจกตาเหมือนการทำเลสิกแบบดั้งเดิม
ข้อดี
- ไม่มีการเปิดฝากระจกตา ช่วยให้โครงสร้างของกระจกตายังคงความแข็งแรงไว้ได้มาก
- รบกวนเส้นประสาทบนกระจกตาน้อยมาก จึงช่วยลดโอกาสเกิดภาวะตาแห้งหลังผ่าตัดได้ดีกว่าเลสิกแบบเปิดฝากระจกตา
- แผลมีขนาดเล็ก ทำให้เจ็บน้อยและร่างกายฟื้นตัวได้ไว
ข้อจำกัด
- เป็นเทคโนโลยีรุ่นพื้นฐานก่อนที่จะพัฒนามาเป็น SMILE Pro™ 2.0 จึงใช้เวลายิงเลเซอร์นานกว่าเล็กน้อย
- ยังไม่มีระบบจัดตำแหน่งดวงตาและเล็งศูนย์กลางแบบอัตโนมัติ (ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญของจักษุแพทย์ในการเล็งตำแหน่ง)
เหมาะกับใคร
- ผู้ที่ต้องการรักษาสายตาสั้น หรือสายตาเอียง
- ผู้ที่ต้องการรักษาสายตายาวด้วยเทคนิคการมองเห็นแบบสลับตา (Monovision)
- ผู้ที่กังวลเรื่องภาวะตาแห้ง และต้องการรักษาสภาพความแข็งแรงของกระจกตาไว้ให้ได้มากที่สุด

นวัตกรรมเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก ที่พัฒนาต่อยอดมาจาก ReLEx SMILE โดยใช้เทคโนโลยี Femtosecond Laser ตัดแต่งชิ้นเนื้อกระจกตา (Lenticule) ภายในชั้นกระจกตา แล้วคีบออกมาผ่านรอยกรีดแผลเล็กเพียง 2–4 มิลลิเมตร โดยไม่ต้องเปิดฝากระจกตา ใช้เวลายิงเลเซอร์สั้นมากเพียง 8 วินาทีต่อข้าง พร้อมระบบ CentraLign® และ OcuLign® ที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำระดับสูง
ข้อดี
- แผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก ช่วยรักษาสภาพความแข็งแรงของกระจกตาไว้ได้เป็นอย่างดี
- เจ็บน้อยระหว่างทำ และพักฟื้นระยะสั้น
- มีอัตราการเกิดภาวะตาแห้งน้อยกว่าเลสิกชนิดที่มีการเปิดฝากระจกตาอย่างเห็นได้ชัด
- มีความแม่นยำสูงด้วยระบบนำวิถีจัดตำแหน่งเลเซอร์แบบอัตโนมัติ
ข้อจำกัด
- ราคาค่อนข้างสูงกว่าวิธีอื่น (ประมาณ 80,000–100,000 บาท/2 ตา)
- ไม่รองรับการแก้ไขผู้ที่มีปัญหาสายตายาวโดยกำเนิด (Hyperopia)
เหมาะกับใคร
- ผู้ที่ต้องการรักษาสายตาสั้น เอียง หรือต้องการทำแบบ Monovision
- ผู้ที่ต้องการใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อยและกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ
- ผู้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงหรือลดความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะตาแห้ง

NanoLASIK เป็นเทคโนโลยีเฉพาะของศูนย์เลสิกและรักษาสายตายาว (LASER VISION) โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ ซึ่งพัฒนามาจาก FemtoLASIK โดยเลือกใช้เครื่อง Ziemer Femto Z8 ปล่อยพลังงานเลเซอร์ที่ต่ำมากระดับนาโนจูลเพื่อแยกชั้นฝากระจกตา ทำงานร่วมกับระบบ Iris Registration และโปรแกรม Optimized Aspheric เพื่อความแม่นยำสูงและลดปัญหาแสงกระจายตอนกลางคืน
ข้อดี
- การใช้พลังงานต่ำช่วยทะนุถนอมเนื้อเยื่อตา ลดการบอบช้ำ ช่วยให้แผลสมานตัวได้ดี
- ใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อย สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยใช้เวลาพักฟื้นระยะสั้น (ประมาณ 1 วัน)
- ประหยัดเนื้อกระจกตา จึงเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีสายตาสั้นมากหรือกระจกตาบางสามารถทำได้
- ช่วยลดปัญหาแสงฟุ้งหรือแตกกระจายเมื่อต้องใช้สายตาตอนกลางคืน
- มีการทำงานร่วมกับ AI และ OCT Scan ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการรักษา
ข้อจำกัด
- มีค่าใช้จ่ายอยู่ในระดับค่อนข้างสูง (ประมาณ 100,000–120,000 บาท/2 ตา)
- เนื่องจากมีการสร้างฝากระจกตา จึงยังต้องระวังอุบัติเหตุจากการกระแทกที่รุนแรง
เหมาะกับใคร
- ผู้ที่ต้องการรักษาสายตาสั้น เอียง หรือต้องการทำแบบ Monovision
- ผู้ที่มีค่าสายตาค่อนข้างสูง หรือมีกระจกตาค่อนข้างบางที่อยู่ในเกณฑ์สามารถทำเลสิกได้
- ผู้ที่ต้องการให้ร่างกายใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อย

เทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็กเอกสิทธิ์จากศูนย์เลสิกและรักษาสายตายาว (LASER VISION) โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ ใช้คลื่น Femtosecond Laser ระดับพลังงานต่ำ (นาโนจูล) ในการสร้างชิ้นเนื้อกระจกตา (Lenticule) และนำออกมาผ่านแผลผ่าตัดเล็กขนาด 2–3 มิลลิเมตร ผสานกับเทคโนโลยี AI และการสแกนตาแบบ 3 มิติ (OCT Scan) แบบ Real-time ตลอดการรักษา เพื่อความแม่นยำและปลอดภัย
ข้อดี
- แผลเล็ก กระจกตาจึงยังคงความแข็งแรงและโครงสร้างเดิมไว้ได้ดี
- เลเซอร์พลังงานต่ำทำให้อ่อนโยนต่อดวงตา ลดการบาดเจ็บ และใช้ระยะเวลาพักฟื้นน้อย
- ใช้เวลาพักฟื้นระยะสั้น (ประมาณ 1 วัน) และโอกาสเกิดภาวะตาแห้งน้อย
- ระบบ AI และ OCT Scan ช่วยตรวจสอบและควบคุมความแม่นยำขณะรักษา
ข้อจำกัด
- งบประมาณค่อนข้างสูง (ประมาณ 100,000–120,000 บาท/2 ตา)
- ยังไม่สามารถรองรับการรักษาสายตายาวโดยกำเนิด (Hyperopia) ได้
เหมาะกับใคร
- ผู้ที่ต้องการรักษาสายตาสั้นและเอียง
- ผู้ที่ต้องการพักฟื้นระยะสั้นและสามารถใช้งานดวงตาได้ตามปกติ
- ผู้ที่กังวลเรื่องปัญหาตาแห้งหลังรับบริการ

เป็นเทคโนโลยีเลสิกไร้ใบมีดที่ถูกออกแบบมาเพื่อรักษาภาวะสายตายาวตามอายุ (Presbyopia) เป็นการพัฒนาต่อยอดจาก Monovision LASIK โดยใช้เลเซอร์ปรับแต่งผิวกระจกตาให้มีลักษณะคล้ายเลนส์หลายระยะ (Multifocal Vision) ช่วยให้การมองเห็นดีขึ้นทั้งระยะใกล้ ระยะกลาง และระยะไกล เพื่อลดการพึ่งพาแว่นอ่านหนังสือ
ข้อดี
- ช่วยให้การมองเห็นครอบคลุมในทุกระยะ ทั้งใกล้ กลาง และไกล
- สมองปรับตัวรับภาพได้เป็นธรรมชาติกว่าการทำ Monovision LASIK
- พักฟื้นระยะสั้น ช่วยให้กลับมามองเห็นได้ชัดขึ้นภายในประมาณ 1 วัน
- ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการลดการสวมใส่แว่นสายตาหรือแว่นอ่านหนังสือในชีวิตประจำวัน
ข้อจำกัด
- ในระยะแรกหลังรับบริการ อาจพบปัญหาแสงฟุ้งหรือแสงกระจายได้บ้าง
- ความคมชัดในบางระยะอาจมีความแตกต่างกันเมื่อเทียบกับการแก้ไขสายตาแบบระยะเดียว
- ประสิทธิภาพการมองเห็นอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต ตามความเสื่อมของดวงตาตามวัย
เหมาะกับใคร
- ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ที่เริ่มเผชิญกับปัญหาสายตายาวตามอายุ
- ผู้ที่มีไลฟ์สไตล์ที่ต้องใช้สายตาในการโฟกัสหลายระยะสลับไปมา
- ผู้ที่ต้องการความสะดวกสบายและไม่อยากพกแว่นสายตาหรือแว่นอ่านหนังสือติดตัวตลอดเวลา
เปรียบเทียบเลสิกแต่ละประเภท
| เทคโนโลยี |
ข้อโดดเด่น |
เหมาะกับใคร |
| PRK (พีอาร์เค) |
เทคโนโลยีแบบไร้การเปิดฝากระจกตา ใช้วิธีลอกผิวชั้นนอกก่อนยิงเลเซอร์ ปลอดภัยต่อโครงสร้างตา และช่วยประหยัดเนื้อกระจกตา |
ผู้ที่มีสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง (รวมถึงผู้ที่มีข้อจำกัดเรื่องกระจกตาบาง) |
| TransPRK (ทรานส์พีอาร์เค) |
ใช้เลเซอร์ทั้งลอกผิวและปรับความโค้งกระจกตารวดเดียวจบ ไร้อุปกรณ์สัมผัสดวงตา แผลเรียบเนียนและช่วยลดอาการระคายเคือง |
ผู้ที่มีสายตาสั้น และสายตาเอียง |
| SBK LASIK (เอสบีเคเลสิก) |
ใช้ใบมีดชนิดพิเศษช่วยเปิดฝากระจกตาได้บางกว่าเลสิกรุ่นเก่า ช่วยประหยัดเนื้อกระจกตา แผลหายไว และสายตากลับมามองเห็นชัดเจนได้รวดเร็ว |
ผู้ที่มีสายตาสั้น สายตายาว และสายตาเอียง |
| FemtoLASIK (เฟมโตเลสิก) |
เลสิกไร้ใบมีด ใช้คลื่นเลเซอร์ในการเปิดฝากระจกตาแทนการใช้ใบมีด ให้ความแม่นยำสูง เจ็บน้อย และร่างกายฟื้นตัวได้ไว |
ผู้ที่มีสายตาสั้น สายตาเอียง และสายตายาว (ต้องการทำ Monovision) |
| ReLEx SMILE (รีเลกส์สมาย) |
เลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก ไม่ต้องเปิดฝากระจกตา ช่วยรักษาสภาพความแข็งแรงของดวงตา และลดความเสี่ยงของการเกิดภาวะตาแห้งหลังทำได้อย่างดีเยี่ยม |
ผู้ที่มีสายตาสั้น สายตาเอียง และสายตายาว (ต้องการทำ Monovision) |
| SMILE Pro™ 2.0 (สมายโปร 2.0) |
นวัตกรรมอัปเกรดความไว ใช้เวลายิงเลเซอร์สั้นเพียง 8 วินาที/ข้าง มาพร้อมระบบนำวิถีจัดตำแหน่งดวงตาอัตโนมัติ แม่นยำสูงและช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายขณะเข้ารับการรักษา |
ผู้ที่มีสายตาสั้น สายตาเอียง และสายตายาว (ต้องการทำ Monovision) |
| NanoLASIK (นาโนเลสิก) |
เลสิกไร้ใบมีดพลังงานต่ำระดับนาโนจูล ช่วยถนอมเนื้อกระจกตาและลดปัญหาแสงแตกกระจายในเวลากลางคืน ตอบโจทย์ผู้ที่มีกระจกตาบางหรือมีค่าสายตาสูง |
ผู้ที่มีสายตาสั้น สายตาเอียง และสายตายาว (ต้องการทำ Monovision) |
| NanoRelex® (นาโนรีเลกส์) |
เลสิกไร้ใบมีดแบบแผลเล็ก อ่อนโยนต่อดวงตาด้วยเลเซอร์พลังงานต่ำ (นาโนจูล) มอบความแม่นยำขั้นสุดด้วยระบบ AI และการสแกนดวงตา 3 มิติ (OCT Scan) แบบเรียลไทม์ |
ผู้ที่มีสายตาสั้น และสายตาเอียง |
| NanoPresby LASIK / Presby LASIK |
นวัตกรรมเพื่อผู้มีสายตายาวตามอายุโดยเฉพาะ ปรับผิวกระจกตาให้มองเห็นคมชัดครอบคลุมทุกระยะ (ใกล้-กลาง-ไกล) ช่วยให้เลิกพึ่งพาแว่นอ่านหนังสือในชีวิตประจำวัน |
ผู้ที่มีปัญหาสายตายาวตามอายุ (Presbyopia) |
ใครที่เหมาะกับการทำเลสิก?

การทำเลสิกเป็นทางเลือกที่ช่วยแก้ไขปัญหาสายตาได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเหมาะสมกับการรักษาวิธีนี้ ซึ่งคนที่เหมาะกับการทำเลสิก ควรมีคุณสมบัติ ดังนี้
- อายุ 18 ปีขึ้นไป
- ค่าสายตาคงที่อย่างน้อย 1 ปี
- กระจกตาหนาเพียงพอและไม่มีความผิดปกติ
- ไม่มีโรคทางตาที่รุนแรง เช่น ต้อหิน ต้อกระจก หรือจอประสาทตาเสื่อม
- ไม่มีโรคประจำตัวที่ส่งผลต่อการหายของแผล เช่น เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้
วิธีเตรียมตัวก่อนทำเลสิก
- ควรงดใส่คอนแทคเลนส์ล่วงหน้าก่อนวันผ่าตัด
- ในวันผ่าตัดควรล้างหน้าและสระผมให้สะอาด
- หลีกเลี่ยงการแต่งหน้าและใส่เสื้อผ้าที่ติดกระดุมหน้าเพื่อความสะดวก
- ห้ามใช้น้ำหอมหรือสเปรย์ดับกลิ่นทุกชนิด
- งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนวันผ่าตัด
- แจ้งแพทย์เกี่ยวกับยาที่รับประทานเป็นประจำเพื่อพิจารณาการหยุดยา เช่น ยารักษาสิว ยากดภูมิคุ้มกัน
- ในวันผ่าตัดไม่ควรขับรถเอง ควรมีผู้ติดตามเพื่อความปลอดภัยและสะดวกในการเดินทาง
ข้อควรระวังและข้อห้ามหลังทำเลสิก
- ห้ามขยี้ตาอย่างเด็ดขาด
- หลีกเลี่ยงการล้างหน้าหรือนำน้ำเข้าตาโดยตรงในช่วงแรก
- หากรู้สึกคัน ให้ล้างมือให้สะอาดก่อนใช้นิ้วชี้แตะเบาๆ ที่หัวตาหรือหางตาเท่านั้น
- ห้ามว่ายน้ำและดำน้ำจนกว่าจะได้รับอนุญาตจากแพทย์
- งดแต่งหน้ารอบดวงตาอย่างน้อย 2 สัปดาห์
- หยอดยาตามคำสั่งแพทย์อย่างเคร่งครัด
- ใส่ฝาครอบตาก่อนนอนจนครบ 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการเผลอขยี้ตา
- พักสายตาเป็นระยะเมื่อใช้สายตาหนักหรือเป็นเวลานาน
ทำเลสิกราคาเท่าไร?
ราคาในการทำเลสิกขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่เลือกใช้ จึงควรเข้ารับการตรวจประเมินสุขภาพตากับทีมจักษุแพทย์ผู้ชำนาญของ Bangkok Eye Hospital เพื่อเลือกเทคนิคที่เหมาะสมที่สุด โดยแพทย์จะพิจารณาจากค่าสายตา ลักษณะกระจกตา และความต้องการใช้ชีวิตประจำวัน พร้อมให้คำแนะนำเรื่องสิทธิประกันและค่าใช้จ่ายโดยประมาณ รวมถึงนัดหมายเพื่อการดูแลอย่างครบถ้วนหลังทำเลสิก
ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ
สรุป

เลสิกมีกี่แบบ? การทำเลสิกมีหลายเทคนิคให้เลือกตามความเหมาะสมของแต่ละบุคคล เช่น PRK, LASIK, FemtoLASIK และ ReLEx SMILE ซึ่งแต่ละวิธีแตกต่างกันที่เทคโนโลยีการแยกชั้นกระจกตา ขนาดแผล และการฟื้นตัว
การเลือกประเภทเลสิกที่เหมาะสมควรผ่านการประเมินโดยจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัยและคุ้มค่าที่สุด แนะนำปรึกษาทีมแพทย์ที่โรงพยาบาลจักษุกรุงเทพ (Bangkok Eye Hospital) ซึ่งมีเครื่องมือทันสมัยและดูแลครบวงจรทุกขั้นตอนการรักษา
ทำนัด / สอบถามเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเลสิกมีกี่แบบ (FAQ)
การตัดสินใจทำเลสิกเป็นเรื่องสำคัญที่ควรได้รับข้อมูลครบถ้วน เพื่อช่วยให้คุณเข้าใจมากขึ้น นี่คือคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเลสิกมีกี่แบบ พร้อมคำอธิบายที่เข้าใจง่ายและกระชับ
เคยทำเลสิกไปแล้ว ทำซ้ำเทคนิคอื่นได้ไหม
หากจำเป็นต้องมีการแก้ไขซ้ำในอนาคต (ซึ่งพบได้น้อย) แพทย์จะพิจารณาจากสภาพกระจกตาที่เหลืออยู่และเทคนิคเดิมที่เคยทำไป ตัวอย่างเช่น ผู้ที่ทำเลสิกแบบมีฝากระจกตา (LASIK) มาแล้ว หากต้องการแก้ไขซ้ำก็มักจะใช้วิธีเปิดฝาเดิมเพื่อยิงเลเซอร์ใหม่ แต่ถ้าเคยทำ PRK มาก่อน อาจต้องพิจารณา PRK ซ้ำ ทั้งนี้ แพทย์จะให้คำแนะนำที่ดีที่สุดหลังจากตรวจประเมินอย่างละเอียดอีกครั้ง
การเลือกประเภทเลสิกส่งผลต่อระยะเวลาพักฟื้นแค่ไหน
การเลือกประเภทเลสิกส่งผลต่อระยะเวลาพักฟื้นอย่างชัดเจน เช่น PRK อาจใช้เวลาฟื้นตัวหลายวันถึงสัปดาห์ ส่วน LASIK, FemtoLASIK และ ReLEx SMILE ฟื้นตัวได้เร็วภายใน 1-3 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่ใช้ ซึ่งในปัจจุบันเลสิกมีกี่แบบขึ้นกับการแบ่งตามเทคนิค เช่น PRK, LASIK, FemtoLASIK และ ReLEx SMILE ที่ต่างกันในเรื่องขนาดแผล ความแม่นยำ และระยะเวลาฟื้นตัว
เลือกทำเลสิกแบบไหนดี
การเลือกวิธีการทำเลสิกที่ดีที่สุดนั้นขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ค่าสายตา ลักษณะความโค้งและความหนาของกระจกตา ไลฟ์สไตล์ ความต้องการในการฟื้นตัวของแต่ละคน รวมถึงงบประมาณที่มี เนื่องจากราคาเลสิกจะแตกต่างกันตามเทคโนโลยีที่เลือกใช้ แนะนำให้เข้ารับการตรวจประเมินกับจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุด
บทความโดย
รศ.นพ. อนันต์ วงศ์ทองศรี
แพทย์ชำนาญเฉพาะทางสาขาจักษุวิทยา
มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านกระจกตาและการผ่าตัดแก้ไขสายตา (LASIK/PRK/ReLEx SMILE/NanoReLEx) พร้อมให้คำปรึกษาและดูแลรักษาปัญหาสายตาอย่างตรงจุด
*หมายเหตุ: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้เท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยทางการแพทย์ได้ หากท่านมีอาการผิดปกติกรุณาปรึกษาจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยตรง