ทำเลสิคที่ไหนดี
หลายคนอยากแก้ไขปัญหาสายตาที่สั้น ยาว หรือเอียง ด้วยหลากหลายเหตุผลด้วยกัน เช่น ไม่สะดวกในการสวมใส่แว่นตา การทำงานบางประเภทที่ไม่อนุญาตให้สวมใส่แว่นตาหรือคอนแทคเลนส์ เป็นต้น จึงจำเป็นที่จะต้องแก้ไขค่าสายตาให้กลับเป็นปกติด้วยการทำเลสิค เพราะเป็นการผ่าตัดครั้งสำคัญกับดวงตาที่มีเพียงคู่เดียว จึงจำเป็นที่จะต้องเลือกทางเลือกที่ดีที่สุดในการทำเลสิค หากยังไม่รู้ว่าคุณควรทำเลสิคที่ไหนดี เทคนิคการทำเลสิคแบบไหนที่เหมาะกับคุณ หรือมีอะไรที่ควรรู้ก่อนและหลังทำเลสิคบ้าง ศึกษาเพิ่มเติมเพื่อประกอบการตัดสินใจได้ที่นี่เลย
เลสิค (LASIK) คือ
การทำเลสิค คือ การผ่าตัดเพื่อแก้ไขปรับค่าสายตาที่ผิดปกติ โดยการใช้เลเซอร์หรือใบมีดเพื่อปรับความโค้งของกระจกตาให้กลับมามีการมองเห็นที่ชัดเจนอีกครั้ง
การทำเลสิค สามารถรักษาสายตาที่ผิดปกติแบบไหนได้บ้าง
เพราะค่าสายตาผิดปกติมีหลากหลายรูปแบบ หลายคนจึงอาจสงสัยว่าการทำเลสิคสามารถปรับแก้สายตาแบบไหนที่ผิดปกติได้บ้าง โดยการทำเลสิคสามารถปรับแก้ค่าสายตาได้ทั้ง
รวมไปถึงในกรณีที่สายตาสั้นตามปกติ แต่เมื่อมีอายุมากขึ้น กล้ามเนื้อที่ใช้หักเหแสงของกระจกตาเริ่มเสื่อมลง ทำให้เกิดสายตายาวตามวัย จนมองเห็นภาพไม่ชัดเจนทั้งระยะใกล้และไกล ก็สามารถทำเลสิคได้เช่นกัน
วิธีเลือกศูนย์ทำเลสิคที่ดี ต้องดูอะไรบ้าง
ปัจจัยที่คุณควรเลือกใช้เพื่อพิจารณาในการเลือกศูนย์หรือสถานพยาบาลที่จะใช้ในการผ่าตัดทำเลสิค เพื่อปรับแก้ไขสายตาที่สั้น ยาว หรือเอียงของคุณ ได้แก่
ความปลอดภัยควรเป็นปัจจัยแรกที่ใช้ในการพิจารณาเลือกใช้บริการศูนย์หรือโรงพยาบาลสำหรับทำเลสิค โดยศูนย์เลสิคหรือโรงพยาบาลที่คุณเลือกใช้บริการควรมีมาตรฐานความสะอาดและปลอดภัยสูง มีระบบฆ่าเชื้อที่ได้มาตรฐาน และมีการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด เป็นสถานพยาบาลที่จัดตั้งขึ้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีการเข้าระบบปฏิบัติตามกำหนด มีผู้ประกอบวิชาชีพทางด้านนั้นๆที่คอยให้การรักษาอยู่จริง รวมถึงมีเลขที่ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลที่สามารถตรวจสอบได้อย่างแน่ชัด
ในปัจจุบันเทคโนโลยีทางการแพทย์เกี่ยวกับการผ่าตัดทำเลสิคก้าวหน้าไปไกลมาก ซึ่งเทคโนโลยีในรุ่นหลัง ๆ ต่างถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้ตอบโจทย์มากขึ้น รวมถึงลดผลกระทบที่ผู้ป่วยอาจเคยพบเจอมาก่อน ดังนั้นการผ่าตัดทำเลสิคในศูนย์หรือโรงพยาบาลที่มีความก้าวหน้าในเรื่องของเทคโนโลยีการรักษา อาจช่วยให้คุณเจ็บน้อยกว่า พักฟื้นน้อยกว่า ลดผลกระทบของผลข้างเคียงได้มากกว่า และได้รับประสิทธิภาพในการผ่าตัดที่มากกว่า
ประสบการณ์ของแพทย์ผู้รักษารวมถึงสถานพยาบาลนั้น ๆ เป็นการการันตีว่า ศูนย์เลสิคที่คุณเลือกใช้บริการ เป็นศูนย์เลสิคที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้บริการมากหน้าหลายตา รวมถึงประสบการณ์ที่สั่งสมมาจะทำให้คุณหมอที่ทำการผ่าตัดเลสิคให้กับคุณ สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำรักษาได้ทุกค่าสายตาเพิ่มโอกาสให้หลายๆคน ได้มองเห็นชัดขึ้น ลดการพึ่งพาแว่นหรือคอนแทคเลนส์ ช่วยให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นตามมาด้วย
คุณควรเลือกศูนย์ทำเลสิคที่กำกับดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางด้านกระจกตาและการแก้ไขสายตาผิดปกติเลสิค (LASIK) ที่มีประสบการณ์อย่างสูงโดยเฉพาะ เพราะความชำนาญรวมถึงประสบการณ์ที่สูงทำให้พวกเขาเข้าใจปัญหาเกี่ยวกับค่าสายตาที่ผิดปกติของคุณได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และมีมาตรฐานในการรักษาที่ถูกต้องตามมาตรฐานวิชาชีพ
ควรเลือกศูนย์เลสิคที่มีแนวทางการรักษาให้เลือกหลากหลาย เพราะทุกคนล้วนแล้วแต่มีปัญหาเกี่ยวกับดวงตาและความต้องการในการผ่าตัดรักษาที่แตกต่างกันออกไป เช่น บางคนตาแห้งทำให้ไม่เหมาะกับการทำเลสิคบางประเภท บางคนมีเวลาในการพักฟื้นน้อย ทำให้ต้องเลือกใช้วิธีการทำเลสิคที่แผลเล็กทำให้ไม่ต้องพักฟื้นนาน เป็นต้น
อีกหนึ่งปัจจัยที่ไม่ควรมองข้าม คือ การให้บริการของศูนย์เลสิคที่คุณเลือกใช้บริการ ทั้งการให้คำปรึกษาแนะนำที่ดีทั้งก่อนและหลังผ่าตัด มีการติดตามอาการเผื่อดูผลความแม่นยำของการรักษา และควรที่จะมีทีมงานที่พร้อมให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต
การทำเลสิคมีกี่ประเภท ควรทำเลสิคที่ไหนดี
ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่ก้าวหน้าในปัจจุบัน ทำให้มีการพัฒนาวิธีการทำเลสิคออกมาหลายประเภทด้วยกัน Laser Vision International LASIK Center ซึ่งเปิดให้บริการมายาวนานตั้งแต่ปี 1998 จนถึงปัจจุบัน โดยเป็นศูนย์ให้บริการรักษาสายตาแบบไร้ใบมีด แห่งแรกของประเทศไทยและยังเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีมาโดยตลอดในการทำ PRK, LASIK, FEMTO LASIK จนในปัจจุบันก็ได้นำเอาเทคโนโลยีการผ่าตัดแผลเล็ก NanoRelex® เข้ามาให้การรักษาเป็นที่แรกของประเทศไทย จึงถือได้ว่าเป็นหนึ่งในศูนย์เลสิคที่มีทางเลือกการรักษาที่ครอบคลุมมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไป ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาสายตาสั้น ยาว หรือเอียง โดยมีการทำเลสิคประเภทต่าง ๆ ดังนี้
1. NanoRelex®
ReLex หรือ Refractive Lenticule Extraction เป็นเทคโนโลยีล่าสุดในการแก้ไขสายตาโดยใช้ Femtosecond Laser ซึ่งมีความแม่นยำสูง ตัดเนื้อกระจกตาเป็นรูปชิ้นเลนส์ แล้วดึงออกผ่านแผลเล็ก ๆ ที่ผิวกระจกตา ซึ่งมีขนาดเล็กเพียงประมาณ 2-4 มิลลิเมตร จึงเป็นเทคนิคที่รบกวนกระจกตาน้อยมาก มีโอกาสเกิดการระคายเคืองน้อยที่สุด
เทคโนโลยีล่าสุด NanoRelex® นวัตกรรมใหม่ที่นำเข้าโดยเลเซอร์วิชั่น ถือเป็นผู้บุกเบิก NanoRelex แห่งแรกและแห่งเดียวของประเทศไทย ซึ่งนับเป็นนิวเจเนอเรชั่นของรีเล็กซ์ ซึ่งคิดค้นขึ้นมาเพื่อรักษาสายตาสั้น เอียง และสายตายาว การผ่าตัดด้วยวิธี NanoRelex® ใช้ระยะเวลาผ่าตัดน้อย ลดอาการตาแห้งหลังทำการรักษาได้มากขึ้น แผลมีขนาดเล็ก ทำให้หลังการผ่าตัดกระจกตาจะยังคงรูปร่างและความแข็งแรงอยู่ ราคาประมาณ 138,000 บาท
2. NanoLASIK
NanoLASIK เป็นการพัฒนาขึ้นมาอีกขั้นจาก FemtoLASIK ซึ่งเป็นการรักษาสายตาผิดปกติที่ใช้เลเซอร์ในทุกขั้นตอน โดยทำการแยกชั้นกระจกตาด้วย Femtosecond Laser ซึ่งเป็นเลเซอร์ที่มีความเร็วสูง และพลังงานต่ำ ช่วยให้การทำเลสิคไม่จำเป็นต้องอาศัย ใบมีดอีกต่อไป จึงไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดหรือความไม่สบายตา และยังถือเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ที่มีความแม่นยำ และปลอดภัยสูงสุด ทั้งนี้ Laser Vision ถือเป็นศูนย์รักษาสายตาเอกชนแห่งแรกของประเทศไทยที่ได้ทำการติดตั้งเครื่องแยกชั้นกระจกตาด้วยเลเซอร์ (Femtosecond Laser) นี้และนำมาใช้ในการรักษาจนประสบ ความสำเร็จ ได้รับผลเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง ราคาประมาณ 138,000 บาท
3. Nano NV LASIK
ที่เลเซอร์วิชั่นยังมีโปรแกรม NV LASIK (Near Vision LASIK) และ Nano NV LASIK สำหรับการรักษาสายตายาวตามอายุด้วยวิธีเลสิคอีกด้วย โดยอาศัยหลักการมองเห็นด้วยดวงตาทั้ง 2 ข้าง (Blended Vision) ซึ่งจะแตกต่างจากการรักษาด้วยวิธีเลสิคทั่วๆไป โดยแพทย์จะทำการรักษาให้ตาข้างหนึ่งมองเห็นในระยะไกลได้ชัดเจน ส่วนอีกข้างหนึ่งจะทำให้เกิดภาวะสายตาสั้นเล็กน้อยเพื่อใช้ในการมองวัตถุในระยะใกล้ การรักษาด้วยวิธีนี้หากใช้สายตาทีละข้างจะมองเห็นวัตถุได้ชัดเจนในระยะที่แตกต่างกัน แต่หากใช้ดวงตาทั้ง 2 ข้างร่วมกันจะทำให้มองเห็นได้ชัดเจนทั้งใกล้และไกล ช่วยลดการพึ่งพาแว่นในกิจกรรมต่างๆ โดยต้องอาศัยเวลาในการปรับตัวระยะหนึ่งเพื่อให้เกิดความคุ้นเคยในแต่ละบุคคล โดยที่ Nano NV LASIK คือการพัฒนาขึ้นมาอีกขั้นจาก FemtoLASIK ที่ทำการแยกชั้นกระจกตาด้วย Femtosecond Laser ซึ่งเป็นเลเซอร์ที่มีความเร็วสูง และพลังงานต่ำในระดับนาโนจูล ช่วยให้การทำเลสิคไม่จำเป็นต้องอาศัย ใบมีดอีกต่อไป ไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดหรือความไม่สบายตา และยังถือเป็นการรักษาที่มีประสิทธิภาพ ที่มีความแม่นยำ และปลอดภัยสูงสุด
4. FemtoLASIK
FemtoLASIK เป็นการผ่าตัดแบบไร้ใบมีด โดยใช้เครื่อง Femtosecond Laser โดยเทคโนโลยีนี้ได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเครื่องแยกชั้นกระจกตา ให้สามารถกำหนดระดับความหนาของกระจกตาตามที่ต้องการได้อย่างแม่นยำ และปลอดภัย โดยเครื่องเองจะทำการส่งพลังงานไปที่ชั้นกระจกตาเพื่อให้เกิดจากแยกชั้นกระจกตาในระดับต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ ทำให้สามารถแยกชั้นกระจกตาได้อย่างเรียบเนียนที่สุดเมื่อเทียบกับการแยกชั้นกระจกตาด้วย Mechanical Microkeratome หรือเครื่องแยกชั้นกระจกตาชนิดอื่น ๆ ดังนั้น การทำเลสิคด้วยวิธี FemtoLASIK จึงช่วยลดความเสี่ยงจากการแยกชั้นกระจกตาได้เป็นอย่างดี ราคาประมาณ 95,000 บาท
5. LASIK (Laser in Situ Keratomileusis)
คือ การรักษาสายตาสั้น โดยการผ่าตัดจะใช้เครื่องแยก ชั้นกระจกตา Microkeratome หรือใบมีด ในการแยกชั้นกระจกตา ให้ได้ความหนาประมาณ 100-120 ไมครอน แล้วทำการยกชั้นกระจกตาขึ้น พับไปด้านข้าง แล้วใช้ Excimer Laser ยิงไปบนกระจกตาด้านในเพื่อปรับ ความโค้ง ให้ได้ตามค่าสายตาที่ต้องการแก้ไข แล้วปิดฝากระจกตากลับที่เดิม ราคาเริ่มต้นประมาณ 55,000 บาท
6. TransPRK
เป็นเหมือนกับวิธีการแก้ไขสายตาด้วยเลเซอร์ โดยที่มีการพัฒนาต่อจากวิธี PRK ใช้เพื่อแก้ไขปัญหาสายตาสั้น, ยาว, หรือเอียง สิ่งที่แตกต่างจากวิธีการรักษาด้วย PRK คือจะมีการใช้เลเซอร์ Excimer Laser เพื่อลอกเอาผิวกระจกตา (Epithelium) แล้วปรับความโค้งของกระจกตาในขั้นตอนเดียว ด้วยการใช้เทคโนโลยี ที่ทำให้เราสามารถแก้ไขสายตาโดยต้องสัมผัสดวงตาในขั้นตอนใด ๆ ซึ่งจะต่างจาก PRK แบบเดิมที่ต้องใช้อุปกรณ์เพื่อขูดผิวกระจกตาออก นอกเหนือไปจากนี้ TransPRK ยังมีประสิทธิภาพในการลดอาการระคายเคืองตาหลังการทำและทำให้แผลหายเร็วขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับการทำ PRK แบบเดิมและยังลดโอกาสในการเกิดการติดเชื้อในดวงตาอีกด้วย
7. PRK
เป็นวิธีรักษาสายตาผิดปกติอีกวิธีหนึ่งที่คล้ายกับวิธีเลสิค แต่แตกต่างกันที่ วิธี PRK นั้น จะไม่มีขั้นตอนการแยกชั้นกระจกตาเหมือน LASIK โดยวิธีทำ จะเริ่มจากการลอกผิวกระจกตา (Epithelium) ที่อยู่ด้านนอกสุดของกระจกตาออกก่อน จากนั้นจะใช้เอ็กไซเมอร์เลเซอร์ไปปรับความโค้งของผิวกระจกตา วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากระจกตาบาง หรือบุคคลบางอาชีพ อาธิ ทหาร นักบิน
อย่างไรก็ตาม ระยะเวลาในการฟื้นตัวและการหายของแผลสำหรับวิธี PRK จะนานกว่าวิธีเลสิค หลังผ่าตัดจำเป็นต้องใช้ยาหยอดตาที่มีสารในกลุ่มสเตียรอยด์หลังการผ่าตัด จึงควรได้รับการติดตามผลการรักษาอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิดเป็นระยะเวลาหนึ่ง วิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหากระจกตาบาง หรือบุคคลบางอาชีพ เช่น ทหาร นักบิน
8. Phakic IOL (ICL)
การทำ ICL เป็นการใช้เลนส์เสริมถาวรมาใส่ไว้ที่บริเวณดวงตา โดยเทคนิคนี้สามารถแก้ไขค่าสายตาที่ผิดปกติมาก ๆ ได้ โดยทางจักษุแพทย์จะทำการเปิดแผลกระจกตา และนำเลนส์บาง ๆ ที่สามารถพับได้ เข้าไปไว้หน้าเลนส์ตา จากนั้นจะรอให้แผลสมานตัวเอง
ข้อดีคือ ไม่ก่อให้เกิดแสงกระจายในเวลากลางคืน มีภาวะแทรกซ้อนน้อย หากไม่พึงพอใจกับผลลัพธ์สามารถนำเลนส์เสริมออกได้ ผู้ที่ไม่สามารถทำเลสิคเพื่อรักษาสายตาสั้น หรือ สายตาเอียง รวมไปจนถึงผู้ที่มีภาวะตาแห้ง กระจกตาบาง สามารถรักษาโดยการทำ ICL ได้
9. RLE
การรักษาด้วยวิธีการเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเทียม (RLE) เป็นการรักษาภาวะสายตายาวตามอายุที่เน้นการแก้ไขปัญหาบริเวณเลนส์แก้วตา โดยแพทย์จะทำการเปลี่ยนเลนส์แก้วตาเดิมที่เริ่มเสื่อมสภาพออกไป แล้วใส่เลนส์แก้วตาเทียมเข้ามาแทนที่ ซึ่งเลนส์แก้วตาเทียมนั้นจะเป็นเลนส์ แก้วตาเทียมที่ออกแบบมาสำหรับการรักษาสายตายาวตามอายุโดยเฉพาะ
ข้อดีและข้อจำกัดของการทำเลสิค
การดูแลตนเองก่อนและหลังการทำเลสิค
คำถามที่พบบ่อยหลังการทำเลสิค
ภาวะตาแห้งหลังทำเลสิคเป็นเรื่องที่หลายคนทราบแล้ว และพร้อมจะเตรียมใจยอมรับกับผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้นนี้ แต่ยังมีผลข้างเคียงของการทำเลสิคที่หลายคนอาจยังไม่ทราบและเป็นกังวล เช่น หลังทำเลสิคเจ็บไหม คำตอบคือ อาจรู้สึกแสบตาและคันตาเล็กน้อย ซึ่งเป็นอาการปกติ และจะค่อยๆ ดีขึ้นภายใน 1-2 วัน และหลังผ่าตัดทันที อาจเห็นภาพเบลอหรือพร่ามัวเล็กน้อย ซึ่งเป็นเรื่องปกติ และจะค่อยๆ ชัดเจนขึ้นภายใน 1-2 วันเช่นกัน
ปัจจัยต่าง ๆ ทางร่างกาย เช่น พันธุกรรมและการดำเนินชีวิต อาจทำให้ค่าสายตากลับมาสั้นขึ้นอีกครั้งได้ หากต้องผ่าตัดทำเลสิคซ้ำจะขึ้นอยู่กับความหนาของกระจกตาที่เหลืออยู่ เทคนิคการทำเลสิคที่เลือกใช้ รวมทั้งการดูแลตนเองอย่างถูกวิธีตามคำแนะนำของจักษุแพทย์ ดังนั้นการทำเลสิคครั้งแรกควรเลือกเทคนิคที่รบกวนประจกตาน้อยที่สุด แผลมีขนาดเล็ก สามารถปรับความโค้งกระจกตาได้ตามต้องการ และลดโอกาสที่สายตาจะเกิดภาวะถดถอยได้ในระยะยาว
โดยทั่วไปแล้ว จะสามารถกลับไปทำงานหรือทำกิจวัตรประจำวันได้ภายใน 1-2 วัน แต่ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ต้องใช้แรงมากและกีฬาที่อาจทำให้เกิดการกระทบกระแทกประมาณ 1 สัปดาห์ รวมถึงไม่ควรว่ายน้ำในช่วง 1 เดือนแรกหลังผ่าตัด และไม่ควรใส่คอนแทคเลนส์ทันที ควรปรึกษาแพทย์ก่อน และในช่วงหลังผ่าตัดควรงดแต่งหน้า รอบดวงตา จนกว่าจะพ้นระยะพักฟื้น งดฉีดสเปรย์ และน้ำหอม งดการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ทั้งก่อน และหลังผ่าตัด จนกว่าการพักฟื้นจะสิ้นสุดลง
ถึงแม้สายตาทั้ง 2 ข้างจะสั้น ยาวไม่เท่ากันก็สามารถทำเลสิคได้ โดยขึ้นอยู่กับทำการประเมิน ตรวจวัดดวงตา และคำนวณค่าสายตาในการทำเลสิคของแต่ละข้าง โดยการทำการรักษาอาจมีความแตกต่างกันเล็กน้อยจากสภาพของกระจกตาและค่าสายตา
10/989 Soi Prasertmanukij 33 Nuanchan Buengkum District Bangkok 10230